ท่านสามี อย่าโอหัง

    ตอนที่ 58 ฆ่าเวลา

    ตอนที่ 58 ฆ่าเวลา


            ฉาจื่ออันถอนหายใจออกมา จากนั้นก็หันกลับไปมองมารดา “ท่านแม่ ตอนนี้ท่านคงเชื่อแล้วนะ เด็กไม่โกหกหรอก”


            ฉาซื่อมองเจี่ยนเจี่ยนที่ทานจนปากมันเยิ้มเคี้ยวอาหารอย่างมีความสุข นางก็กลืนน้ำลาย ขยับจมูกสูดดม ในอากาศเต็มไปด้วยกลิ่นหอมของอาหาร จะอยู่ไกลเพียงใดก็ยังได้กลิ่น


            อีกด้านหนึ่ง บ้านตระกูลฉาที่ห่างออกไปสองบ้าน ทุกคนออกไปทำงานในทุ่งนา กลับมาถึงจะได้ทำอาหารและกินก็เท่านั้น หมางจื่อดื่มน้ำต้มผักกาดขาวเข้าปาก และสูดดมเข้าไปอย่างแรง สีหน้าเต็มไปด้วยความสุข “ต้องเป็นครอบครัวอาสามที่กินของดี ๆ อยู่แน่เลย นี่มันหอมเกินไปแล้ว”


            หลิวซื่อมีสีหน้าอึมครึมทันที รู้สึกว่าอาหารนี้กลืนยากลง และอับอายที่จะยอมรับ จึงตำหนิเสียงดัง “เจ้ารู้จักแค่ของอร่อยรึ มันทำให้เจ้าอิ่มท้องได้ก็พอแล้ว รีบกินแล้วกลับไปนอนได้แล้ว”


            หมางจื่อถูกนางตะโกนใส่จนพูดไม่ออก เด็กน้อยวางถ้วยกับตะเกียบลง “ข้าไม่กินแล้ว ข้าอยากกินเนื้อ”


            หลิวซื่อวางถ้วยลงแล้วพับแขนเสื้อขึ้น “เจ้าเด็กเวร คิดอยากกินเนื้อ ข้าไม่ได้กินเนื้อมานานเท่าไหร่แล้ว อยากกินเนื้อมากนักทำไมไม่ไปหาย่าเจ้าล่ะ? บ้านเราจะเอาเนื้อที่ไหนมาให้เจ้ากินกัน”


            ฉาอิ๋นอันถอนหายใจออกมา และดึงชายกระโปรงนางไว้ “เจ้าจะแข่งอะไรกับลูกตัวเอง นั่งลงกินข้าว หมางจื่อ บ้านเราไม่มีเนื้อ หากอยากกินเนื้อเจ้าก็ไปที่บ้านอาสามของเจ้าเสีย” 


            ถึงอย่างไรหมางจื่อก็ยังเด็ก เด็กน้อยฟังคำประชดไม่ออก จึงรีบวิ่งออกไปทันที จะหยุดเขาก็ไม่ทันเสียแล้ว


            หมางจื่อเข้าไปในบ้านฉาจื่ออัน กลิ่นหอมก็ยิ่งแรงขึ้น เด็กน้อยจึงเดินเข้าไปใกล้ “อาสาม บ้านท่านกินอะไรอยู่รึ เหตุใดมันหอมถึงเพียงนี้” เมื่อเข้าไปมองใกล้ ๆ ก็มีอาหารที่มีเนื้อวางอยู่เต็มโต๊ะจริง ๆ แม้แต่ในน้ำซุปก็ยังมีเนื้อ


            หมางจื่อมองอย่างตกตะลึง และอดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลาย


            หลิงซานฉิงมุ่ยปาก เฮ้อ คนแก่ยังไม่ถูกไล่ไป ก็มีเด็กโผล่มาอีกคนแล้ว ทั้งคนแก่ทั้งเด็กจะหาเรื่องนางให้ได้เลยใช่ไหม?

     

            ฉาจื่ออันเห็นหมางจื่อมาคนเดียว และไม่รู้ว่าเขามาที่นี่ด้วยเหตุใด “หมางจื่อ เหตุใดเจ้าถึงมาคนเดียว พ่อเจ้าล่ะ?” สิ้นเสียงพูด ขาของเขาก็ถูกเตะอยู่ใต้โต๊ะ และเห็นสีหน้าของหลิงซานฉิงดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่ จึงหุบปากลง


            ทุกอย่างตกอยู่ในสายตาของฉาซื่อ เดิมทีนางก็ไม่อยากให้หมางจื่ออยู่กินข้าวที่นี่ด้วย แต่นางต้องการต่อต้านหลิงซานฉิง จึงกวักมือเรียกหมางจื่อให้เข้ามา “หมางจื่อ มานั่งข้าง ๆ ข้านี่สิ หลิงซานฉิงไปเอาถ้วยตะเกียบมาอีกชุดหนึ่ง หลานข้าอยากกินข้าว”

      

            สีหน้าหมางจื่อเต็มไปด้วยความสุข เด็กน้อยนั่งบนม้านั่งและจ้องตาปริบ ๆ ไปที่เนื้อ รอถ้วยมาถึงไม่ไหว จึงหยิบตะเกียบที่ไม่ได้มีใครใช้ยื่นมือไปทางอาหาร และคีบเนื้อชิ้นใหญ่เข้าปากเคี้ยวอย่างมีความสุข


            น้ำมันที่ถูกสะบัดกระเด็นไปทั่ว แม้หลิงซานฉิงจะไม่เอาความกับเด็ก แต่ความอยากอาหารของนางหมดลง จึงมองดูคนแก่กับเด็กเอาเนื้อเข้าปากราวกับไม่ได้กินเนื้อสัตว์มาหลายชั่วอายุคน


            อาหารมื้อนี้มีเพียงสองคนเท่านั้นที่กินอย่างมีความสุข หลังจากทานข้าวเสร็จหมางจื่อก็วิ่งกลับไป ฉาซื่อใช้ตะเกียบแคะฟัน พลางกล่าวว่า “ถึงอย่างไรก็ยังอายุน้อยเกินไป ทำอาหารใส่น้ำมันมากได้อย่างไร มีเงินก็ไม่ควรใช้อย่างสิ้นเปลืองสิ ช่างใช้ชีวิตไม่เป็นจริง ๆ”

      

            ท่าทางเช่นนี้ราวกับตอนนี้นางเป็นเจ้าของบ้าน นางไม่ได้ยินเสียงหลิงซานฉิงตอบกลับมาสักพักหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยอย่างไม่สนใจใคร “ก็ยังใช้ชีวิตไม่เป็นอยู่ดี อย่างไรก็เทียบคนที่ผ่านประสบการณ์มามากมายอย่างข้าไม่ได้ เอาแบบนี้สิ เจ้าเอาเงินทั้งหมดของครอบครัวเจ้าออกมา ข้าจะเก็บรักษาไว้ให้พวกเจ้าเอง อะไรที่ควรจ่าย อะไรไม่ควรจ่าย ข้าคิดคำนวณไว้ในใจหมดแล้ว ทั้งยังช่วยให้พวกเจ้าประหยัดจากการใช้จ่ายเงินตามอำเภอใจ ว่าอย่างไร?”


            หลิงซานฉิงยังคงทำเหมือนไม่ได้ยิน ฉาซื่อจึงตบโต๊ะอย่างหนัก เจ็บปวดจนขมวดคิ้ว แต่ไม่มีเวลามาสนใจว่าเจ็บหรือไม่เจ็บ “เจ้าเป็นใบ้แล้วยังหูหนวกด้วยรึ? ไม่ได้ยินที่ข้าพูดรึ? นี่คือบ้านลูกชายข้า ไม่เช่นนั้นข้าคงไม่สนใจว่าเจ้าจะใช้ชีวิตอย่างไรหรอก ช่างไม่สำนึกบุญคุณคนที่ช่วยเหลือจริง ๆ”


            คำพูดนี้ไม่น่าฟังพอสมควร ฉาจื่ออันมีสีหน้าลำบากใจ แสร้งทำเป็นใบ้ หูหนวก ไม่อยากสนใจ และหลิงซานฉิงยิ่งเหยียดหยามไม่สนใจนาง


            ฉาซื่อทำให้ตัวเองอับอาย นางดื้อรั้นที่จะเอ่ยอีก หลิงซานฉิงเหลือบมองอีกฝ่ายอย่างหมดความอดทน ดึงสัญญาออกมาจากแขนเสื้อ “เจ้าดูให้ดี บ้านหลังนี้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเจ้าแล้ว เจ้ามีสิทธิ์อะไรมาชี้นิ้วสั่งที่นี่? หากไม่ใช่เพราะเห็นแก่หน้าของฉาจื่ออัน เจ้าคิดว่าเจ้ายังจะอยู่ที่นี่ได้รึ? อยากจะดูแลที่นี่รึ กลับไปฝันเอาเถอะ”

      

            ฉาซื่อลุกขึ้นยืน สองมือเท้าเอว และยกเท้าขึ้นเหยียบบนม้านั่ง “ข้ามาบ้านลูกชายข้าเกี่ยวอะไรกับเจ้า? ข้าช่วยลูกชายข้าดูแลบ้านแล้วเกี่ยวอะไรกับเจ้า? หากไม่ใช่เพราะลูกข้าอยู่ที่นี่ ทั้งชีวิตข้าไม่มาเหยียบที่นี่หรอก หากไม่ให้ข้าดูแลบ้าน ข้าก็จะเป็นเอง!”


            นางพูดอย่างวางมาด หากแต่หลิงซานฉิงที่มีสีหน้าเย็นชาไม่ตอบโต้กลับ นางไม่อยากเสียเวลาพูดกับคนเช่นนี้

     

            ฉาซื่อรู้สึกอับอาย พลันวางขาลงและนั่งบนม้านั่งอีกครั้ง ดึงแขนของฉาจื่ออันพร้อมกับร้องไห้ขึ้นมา ร้องไห้ไปด้วยสาปแช่งไปด้วย


            “จื่ออัน ข้าทนภรรยาเจ้าไม่ไหวแล้ว ข้าเลี้ยงดูเจ้าจนเติบใหญ่ถึงเพียงนี้ ตอนนี้อะไร ๆ ก็ฟังภรรยา เจ้าจะให้ข้าไปเผชิญหน้ากับพ่อเจ้าที่ตายไปแล้วได้อย่างไร” เสียงร้องไห้ฟูมฟายแฝงไปด้วยความโศกเศร้า


    ฉาจื่ออันขมวดคิ้ว “ท่านแม่ พ่อข้ายังไม่ตาย…”


            แต่ไม่นึกเลยว่าฉาซื่อจะยิ่งโมโหมากขึ้น “ถึงจะยังไม่ตายแต่ไม่นานก็คงโมโหตายเพราะนังบ้านี่ หรือไม่ก็โมโหตายเพราะลูกอกตัญญูอย่างเจ้า? ข้าทะนุถนอมเลี้ยงดูเจ้าจนเติบใหญ่ ไม่ใช้เพื่อให้เจ้าฟังแต่ภรรยา เหตุใดเจ้าไม่รู้ว่าข้าเจ็บปวดแค่ไหน ข้าคือคนให้กำเนิดเจ้านะ อุ้มท้องเจ้ามาสิบเดือน อีกายังรู้ทดแทนบุญคุณ แต่เจ้ากลับตอบแทนให้ภรรยาเจ้าไปเสียหมด”


            นางพูดจนดูน่าสงสาร และแต่ละคำยังทิ่มแทงลงที่ใจของฉาจื่ออัน อีกฝ่ายมีสีหน้าลำบากใจ จะโต้กลับก็ไม่ใช่ จะพูดเอาใจก็ไม่ได้ สุดท้ายเขาก็ทำได้แค่ส่งสายตาขอความช่วยเหลือจากหลิงซานฉิง โดยหวังว่านางจะอดทนเอาไว้ก่อน


            แต่เมื่อนึกถึงเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ก็ไม่รู้สึกว่านางทำเกินไป พลันลำบากใจทั้งสองด้าน จึงยากที่จะเอ่ยออกมา

     

            ครั้งนี้หลิงซานฉิงแข็งกร้าวเป็นพิเศษ แต่นางยังคงถือสัญญาไว้อยู่ “ท่านแม่ ท่านจะพูดอีกเพียงใดมันก็ไร้ประโยชน์ ครอบครัวนี้ได้แบ่งแยกกันแล้ว ท่านไม่มีสิทธิ์มาก้าวก่ายเรื่องของข้า ตอนนั้นก็ตกลงกันดีแล้ว ท่านคิดจะเปลี่ยนใจรึ? เช่นนั้นคงไม่ได้ ตอนนั้นมีพยานอยู่มากมาย ท่านบอกจะเปลี่ยนใจก็เปลี่ยนเอาดื้อ ๆ เลยได้อย่างไร”


            ท่าทางนางเริ่มแข็งกร้าวขึ้น จู่ ๆ ฉาซื่อก็ไม่มีข้อแก้ตัว ทำได้เพียงขอความช่วยเหลือจากลูกชายนาง ปกติฉาจื่ออันก็ไม่สามารถเอาชนะหลิงซานฉิงได้อยู่แล้ว ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่เป็นเหตุเป็นผล เขายิ่งไม่เคยเอาชนะนางได้เลย


            “ฉาจื่ออัน นี่คือภรรยาเจ้า เจ้าไม่สนเลยรึ?” น้ำเสียงแฝงไปด้วยความตกใจ ฉาซื่อคิดว่านี่คือเวลาที่ลูกชายนางจะเป็นผู้ควบคุมดูแลบ้านเสียอีก


            ฉาจื่ออันดึงแขนเสื้อออก “ท่านแม่ ซานฉิงไม่ได้พูดผิดอะไร จริง ๆ แล้วบ้านนี้…”

     

            ฉาซื่อสะบัดมือออกอย่างแรง ชี้หน้าหลิงซานฉิงแล้วสาปแช่ง “เอาสิ นังบ้าที่สมควรโดนมีดสับเป็นพัน ๆ ชิ้น บอกมานะว่าเจ้าทำอะไรกับลูกชายข้า เจ้ามีสิทธิ์อะไรมาควบคุมดูแลบ้าน? อ๋อ ข้าเข้าใจแล้ว เพราะเจ้าอยากให้เหล่าผู้ร่วมการค้ากับเจ้ามาหาเจ้าที่นี่ ถึงได้แต่งตั้งตัวเองเป็นคนควบคุมดูแลบ้านใช่หรือไม่ ตอนนี้อะไรก็ขึ้นอยู่กับเจ้า คิดจะสั่งให้ใครกลับมาก็ได้ใช่หรือไม่!”

     

            “เหตุใดเจ้าไม่พูด? ไม่มีอะไรจะพูดแล้ว? ข้าจะบอกอะไรให้ ลูกชายข้าคือบัณฑิต ถูกรังแกได้ง่าย แต่ข้าไม่เคยเรียนหนังสือ ข้าไร้เหตุผล หากยังทำเช่นนี้อีก ไม่ช้าก็เร็วข้าจะให้จื่ออันหย่ากับเจ้า ดูซิว่าใครมันจะกล้าอยากได้ผู้หญิงเลวเช่นเจ้า!” นางเอามือเท้าเอว และด่าทอไม่รู้จักจบสิ้น 


            ครั้งแรกและครั้งที่สองบอกว่านางเลี้ยงผู้ชายก็ไม่เป็นไร แต่ยกเรื่องนี้ออกมาพูดทุกครั้ง ไม่จบไม่สิ้นสักที ยิ่งหลิงซานฉิงไม่คิดเอาความมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งถูกยั่วให้โมโหยิ่งขึ้น นางจึงโมโหขึ้นมาทันที ลุกขึ้นเดินเข้าไปในห้องและออกมาพร้อมกับถุงเงินในมืออีกครั้ง


            “เจ้าอยากได้เงินไม่ใช่รึ เอาเงินไปแล้วรีบออกไปซะ!” นางโยนถุงเงินลงบนโต๊ะ เงินที่อยู่ในนั้นก็หลุดออกมา


            เมื่อฉาซื่อเห็นเงินก็ลืมสิ้นทุกอย่าง รีบหยิบเงินขึ้นมาทันใด กลัวว่าหลิงซานฉิงจะเปลี่ยนใจ และพ่นลมหายใจอย่างเย็นชา “หากรู้ว่าเป็นเช่นนี้ข้าก็คงไม่ทำตั้งแต่แรก เอาเงินออกมาตั้งแต่แรกก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นแล้ว”


            แม้แต่เก็บข้าวของก็ไม่สนใจ รีบเดินหอบเงินออกไปข้างนอกทันที

     

            เมื่อกลับถึงบ้านก็ยิ้มร่า พลางชั่งน้ำหนักเงินในมือ “ต่อให้หลิงซานฉิงจะเก่งกาจแค่ไหน เงินที่หามาได้ก็ต้องแบ่งให้ข้า” เงินในมือนางกระทบกันไปมา ส่งเสียงไพเราะ

     

            นางตั้งใจให้ทุกคนได้ยินคำพูดนี้ เสียงของนางไม่เบานัก หลิวซื่อจึงรีบออกมาจากห้อง “ท่านแม่ ท่านเอาเงินมาจากหลิงซานฉิงได้แล้ว มีส่วนแบ่งของพวกเราหรือไม่?"


            เหลือเชื่อยิ่งนัก ไม่นึกเลยว่าหลิงซานฉิงจะตัดใจเอาเงินออกมาให้


            หยางซื่อได้ยินเสียงก็โผล่หัวออกมาจากในห้อง ครั้นเห็นเงินในมือฉาซื่อก็เบิกตากว้าง “ท่านแม่ ท่านเอามาได้อย่างไร? ได้เอ่ยถึงพวกเราหรือไม่?” ตอนนั้นฉาซื่อบอกว่าแบ่งเงินให้ทุกคน ก็หมายความว่าต้องมีส่วนของพวกนางด้วย หากไม่มี เช่นนั้นคงแย่มาก


            ฉาซื่อนับเงินอย่างภาคภูมิใจ แววตายิ่งเปล่งประกายมากขึ้น “รวยแล้วรวยแล้ว หลิงซานฉิงนังบ้านั่นรวยจริง ๆ ในถุงเงินนี่มีเงินตั้งห้าสิบตำลึง ดูท่าว่านางจะไม่รู้สึกเจ็บปวดแม้แต่น้อย และไม่แน่อาจจะมีมากกว่านี้ก็ได้”


            คล้ายกับพูดคำนี้ให้ลูกสะใภ้ทั้งสองฟัง และคล้ายกับตัวเองรู้สึกทอดถอนใจอยู่ แต่ไม่ว่าใครก็เข้าใจได้


            หลิวซื่อก้าวไปข้างหน้าด้วยรอยยิ้ม “ท่านแม่ ท่านถือนานคงเหนื่อยแย่แล้ว ให้ลูกช่วยถือมันให้นะ?”


            หยางซื่อจ้องนางเขม็ง และเดินเข้าไปเบียด “ท่านแม่ บอกข้าทีว่าท่านทำให้หลิงซานฉิงมอบเงินมาได้อย่างไร พวกเราอยากจะเรียนรู้เอาไว้ และอยากได้เงินไปใช้จ่ายสักหน่อย” นั่นคือเงินแวววาวเชียวนะ ใครจะปล่อยวางเรื่องเงินได้


            ฉาซื่อเพลิดเพลินไปกับความกระตือรือร้นของทั้งสอง แต่ก็กลัวว่าพวกนางจะแอบขโมยเงินของตัวเองไป จึงเก็บไว้ในอ้อมแขน และไม่ยอมให้ใครได้สัมผัส “อยากได้เงินก็ไปขอเอาเอง อย่ามาแตะเงินของข้า” คำพูดนี้ได้ยุยงให้ทั้งสองไปขอเงินหลิงซานฉิง


            ในเวลานี้เอง หมางจื่อก็ออกมาจากห้อง เมื่อเห็นฉาซื่อกลับมาก็รู้สึกผิดหวัง “ท่านย่า ท่านกลับมาทำไม” ย่าของเด็กน้อยกลับมาแล้ว เช่นนั้นก็หมายความว่าต่อไปเขาก็ไม่สามารถไปกินเนื้อที่บ้านของอาสามได้อีกรึ?


            นางได้ยินว่าเด็กน้อยไม่อยากให้ตัวเองกลับมา ทว่าตอนนี้อารมณ์ดีจึงไม่เอาความจากหมางจื่อ นางเพียงแค่มองไปที่หลิวซื่อ “ข้าจะกลับมาอยู่ที่นี่สักพัก หมางจื่อ หากเจ้าอยากกินเนื้อ ก็ให้แม่เจ้าไปขอเงินอาสาม บ้านอาสามของเจ้ามีเงิน หากได้เงินมาเจ้าก็จะได้กินเนื้อทุกมื้อ”

     

            กินเนื้อทุกมื้อ? แค่หมางจื่อคิดก็น้ำลายไหลแล้ว ยิ่งไม่ต้องเอ่ยถึงหากเรื่องเป็นจริงขึ้นมา


    คล้ายกับเรื่องท่านสามี อย่าโอหัง ที่คุณอ่าน

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    นิยาย รัก
    399K 392
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    นิยาย รัก
    570K 4473
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    นิยาย รัก
    21K 111
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    [จบ] บันทึกตำนานราชันอหังการ

    [จบ] บันทึกตำนานราชันอหังการ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.22M 3696