เบื้องหน้าคือหนทางไปเยือนยมโลก ทว่าด้านหลังนั้นคือทางโลกสำหรับผู้ที่ละวางไม่ได้
ไป๋เยว่ชิงไม่ได้มีท่าทีหวาดกลัว สภาพที่อาภรณ์ขาดหวิ่นยับเยิน ร่างกายมีแต่รอยาแมากมาย เดินตามชายชุดดำถือโคมแดงไปเรื่อย
เหล่าิญญาก้มหน้าไม่ยอมพูดจา บรรยากาศเงียบและวังเวงสมกับเป็โลกหลังความตาย เยว่ชิงแม้เหลือเพียงจิติญญา แต่ความนึกคิดและจิตสำนึกของเขายังเต็มเปี่ยม
จดจำได้ชัดเจนถึงใบหน้าของคนผู้นั้น ผู้ที่พรากลมหายใจของเขาไปตลอดกาล
เทพแห่งความตายคอยพิพากษาิญญา เมื่อถึงคิวของไป๋เยว่ชิงก็ถอนหายใจในทันที
ยังไม่ถึงเวลาก็จริง แต่เหตุควรตายนั้นถูกกำหนดเอาไว้แล้ว
“เ้ายังข้ามไปไม่ได้”
“เพราะสิ่งใด?”
ไม่มีเสียงตอบกลับจากเทพแห่งความตาย เขาสั่งคนนำทางให้เอาตัวเยว่ชิงกลับออกไป
เสมือนว่า์้าตอกย้ำ ด้วยการตอกตะปูฝังไปที่หัวใจของเขา หนทางที่ผ่านมาเมื่อครู่วนกลับมาอยู่ในสายตาของเยว่ชิงอีกหน ทางผ่านที่แสนน่าสังเวช เยว่ชิงสุนัขที่แสนภักดีถูกสังหารโดยเ้านายผู้ใจบุญ
ชายชุดดำชี้มือไปทางประตูที่เขาผ่านเข้ามา ก่อนจะเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบ “ดูเหมือนิญญาของเ้า ยากที่ผู้ใดจะเยียวยา”
“เป็เช่นท่านว่า”
เยว่ชิงตอบกลับด้วยท่าทีเฉยเมย อย่างไรเขาก็ตายไปแล้ว แม้แต่ร่างสังขารก็ไม่เหลือให้เห็น หลุมฝังศพสักหลุมก็ไม่ปรากฏ สุนัขอย่างเขาคงไร้ค่าเกินกว่าที่เ้านายจะเมตตา
“หากเ้าสร้างบาป จะถูกลงโทษชั่วกัลป์”
“ข้ายอมตกนรกโลกันต์ไปนับล้านชาติ เพื่อเรียกหาความยุติธรรมของตัวเอง”
“และถ้าเื่ไม่เป็อย่างที่เ้าคิด” ชายชุดดำผู้นำทางถามกลับ “เ้าจะทำอย่างไร?”
“ก็อย่าปล่อยให้ข้าผู้นี้โผล่หัวขึ้นมาจากไฟนรกนั่นอีกเลย” ไป๋เยว่ชิงผู้มีใจเด็ดเดี่ยวแน่วแน่ เพราะเช่นนี้ิญญาของเขาจึงยากที่จะมีผู้ใดปลอบประโลม
แสงสว่างวาบจนเยว่ชิงต้องยกมือขึ้นบัง เมื่อเอามือออกก็พบว่าเบื้องหน้าคือวิหารระฟ้า
ช่างน่าขบขันอะไรเช่นนี้หนอ ไป๋เยว่ชิงยกยิ้มปนสมเพชตนเอง แม้ตายดับไปจากโลกมนุษย์ แต่จิตสุดท้ายกลับยังระลึกถึงสถานที่แห่งนี้ เพียงไม่นานก็พบใครบางคนเดินออกมา
กายสังขารรูปงามมากไปด้วยฌานบารมี ถือบำเพ็ญเพียรตามฉบับของอรหันต์ อัครสาวกแห่งองค์ยูไล มาพร้อมฝ่าพระหัตถ์หมื่นพุทธองค์ที่ยากจะ
พุทธองค์หลี่จิ้งหยาง แห่งวิหารระฟ้า
ผู้ที่ขึ้นชื่อว่าเปี่ยมด้วยเมตตาธรรมสูงส่ง ทั่วทั้งสามโลกต่างต้องสยบก้มหัวให้กับคนผู้นี้
สายตามองทอดตามหลังของพุทธองค์ที่กำลังเดินไปอีกทาง วิหารระฟ้าใหญ่โตโอ่อ่าเพียงนี้ ในนั้นเต็มไปด้วยพระคัมภีร์และคำสอนมากมาย ไป๋เยว่ชิงเองก็ได้เรียนรู้จากที่นี่เช่นกัน
เพราะแบบนั้นเขาจึงเชื่อมั่น เชื่ออย่างสุดใจ เชื่อทุกสิ่งอย่างที่ได้รับรู้ใส่สมอง จนกระทั่งความตายได้มาเยือนในวันนี้ ิญญาของไป๋เยว่ชิงเป็สีจาง เขาอ่อนแอจากแรงแค้นที่เข้าสู่สภาวะจิต เสียงเตือนดังก้องอยู่ไม่เลือนหาย
‘แม้เสี้ยววินาทีที่เขาคิดร้ายต่อพุทธองค์ บาปมหันต์จะมาเยือนโดยไม่ทันตั้งตัว’
เยว่ชิงแค่นหัวเราะออกมา มีหรือที่ใครจะกล้าคิดร้ายต่อพุทธองค์หลี่จิ้งหยาง เพียงเขาใช้ฝ่าพระหัตถ์หมื่นพุทธองค์ ิญญาของเยว่ชิงคงไม่เหลือชิ้นดี มิเช่นนั้นจะสยบเผ่ามารให้ราบคาบได้อย่างไร พุทธองค์ปราบมาร ก็เป็อีกหนึ่งในคำเรียกของหลี่จิ้งหยาง
“ไป๋เยว่ชิง”
เสียงเรียกจากด้านหลัง ทำให้ิญญาสีจางหันไปหาในทันที และพบว่าเป็จื่อหลิง หนึ่งในศิษย์ของพุทธองค์หลี่จิ้งหยาง
“เหตุใดเ้าถึงกลายเป็เช่นนี้เล่า?”
ไม่รู้ว่าเยว่ชิงต้องตอบคำถามนี้อย่างไรดี เขาเองก็อยากถามกลับเช่นกันว่าเพราะเหตุใด ทว่าเยว่ชิงก็ส่ายหน้าแทนคำตอบ พลางโบกมือไล่อีกฝ่ายให้กลับไป
“พุทธองค์เรียกหาเ้าเมื่อรุ่งสาง”
“...!”
“แต่ข้านั้นกลับไม่คิดว่าเ้าเป็เช่นนี้ไปแล้ว เกิดสิ่งใดกับเ้ากันแน่เยว่ชิง”
เขาไม่ตอบคำถามสักคำ และยังปล่อยเสียงหัวเราะราวกับชอบใจในสิ่งที่ได้รับฟัง พุทธองค์หลี่จิ้งหยางเรียกหาเมื่อรุ่งสางอย่างนั้นหรือ บางทีเขาอาจจะหวังดีอยากเรียกิญญากลับเข้าร่าง เพื่อให้เยว่ชิงมีลมหายใจต่อก็ได้
“ข้าตายแล้วจื่อหลิง เหตุใดเ้ามองไม่ออก”
“เยว่ชิง...”
“พุทธองค์ไม่บอกเ้าเลยหรือ ว่าข้าตายกลายเป็ิญญา ลาจากสังขารของการเป็มนุษย์”
“...ม...ไม่เลย”
จื่อหลิงตอบกลับเสียงสั่นเครือ เขารู้จักกับไป๋เยว่ชิงมาเนิ่นนานนับั้แ่เข้ามาศึกษาที่วิหารระฟ้า นับว่าเยว่ชิงเป็สหายที่ดีที่สุดของเขาเลยก็ว่าได้
“การตายของข้าน่าสมเพชนัก หลุมศพสักหลุมข้าก็ยังหาไม่พบ”
“...”
“บอกข้ามาเยว่ชิง! ผู้ใดกันที่ทำให้สหายของข้าต้องเป็เช่นนี้!!!”
“เ้าอยากเข้ามาอยู่ในวังวนอุบาว์ทนี่รึ? จื่อหลิงเอ๋ย...เ้าต่อกรกับคนผู้นั้นไม่ได้ แม้แต่ข้าเองก็ยังพ่ายให้กับเขา ทางที่ดีเ้าอย่ามายุ่งกับข้าจะดีกว่า และเก็บเื่ที่เจอเป็ความลับด้วย”
“...”
แววตาวาวโรจน์มองไปเบื้องหน้าที่มีวิหารสูงระฟ้าสมชื่อ ท้องฟ้าในฤดูหนาวค่อนข้างขุ่นมัว อันดับแรกิญญาเยว่ชิงเข้าเขตศักดิ์สิทธิ์ไม่ได้ และสองพุทธองค์หลี่จิ้งหยางมีฌานสูงส่ง อาจตรวจพบเจอดวงิญญาของเขาได้ ไป๋เยว่ชิงตั้งใจจะฝึกจิตให้แข็งแกร่งเสียก่อน ิญญาของเขาจะได้จับต้องได้อย่างเช่นคนที่ยังมีลมหายใจ
“ไปอยู่ที่เรือนเล็กกับข้าก่อน จะเอาอย่างไรก็ว่ากันทีหลัง”
ถึงไป๋เยว่ชิงจะไม่เต็มใจมากนัก แต่มันก็เลือกสิ่งใดไม่ได้อีกแล้ว เขาไม่อยากให้สหายต้องรับผลที่ตามมา เยว่ชิงคิดการใดอยู่ในใจนั้นไม่อาจบอกให้ผู้ใดล่วงรู้ได้ เรือนเล็กของจื่อหลิงห่างจากวิหารระฟ้าพอสมควร ในเวลานี้เยว่ชิงจำต้องอยู่ที่นี่ไปก่อนสักระยะ รอให้การฝึกจิตเลื่อนขึ้นในระดับที่ควบคุมได้เขาก็จะจากไปในทันที
“ข้าสาบานว่าพุทธองค์หลี่จิ้งหยางจะไม่รับรู้ และข้าจะหาศพของเ้าให้เจอ”
สหายรักยืนกรานว่าจะช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ในสมองของจื่อหลิงครุ่นคิดสิ่งใดไม่ออกด้วยซ้ำ ไป๋เยว่ชิงก็เรียกได้ว่าเป็ที่โปรดปรานของพุทธองค์ ที่ใดมีหลี่จิ้งหยางอยู่ ที่ตรงนั้นก็ต้องมีไป๋เยว่ชิงอยู่ข้างกายด้วยเสมอ ทว่าตอนนี้ที่ไป๋เยว่ชิงสิ้นใจเหตุใดพุทธองค์จึงไม่บอกสักคำ
“จื่อหลิง”
“ขอรับ!”
มัวใจลอยจึงตอบกลับด้วยความใ เบื้องหน้าก็คือพุทธองค์ผู้สง่างามแห่งวิหารระฟ้า
“จะไปที่ใดหรือ?”
“ข้าเพียงแต่อยากหาที่สงบจิตคิดบางเื่น่ะขอรับ”
พุทธองค์หลี่จิ้งหยางอยู่ในอาการสงบ ใบหน้าได้รูปกำลังมองจื่อหลิงด้วยความเมตตา ช่างเป็บุญเสียเหลือเกินเสมือนได้อยู่เบื้องหน้าองค์ยูไล
“อย่าคิดเื่ของผู้อื่น อาตมาเคยสอนแล้วว่า คิดเพียงเื่ของตนก็พอ”
“เอ่อ...”
“กำลังคิดเื่ของเยว่ชิงหรือ?”
“...!” จื่อหลิงสะดุ้งเมื่อได้ยินชื่อของสหาย เขาก้มหน้ามองพื้นไม่กล้าสบตาพุทธองค์ที่กำลังเอ่ยถาม
“ไป๋เยว่ชิงก็มีหนทางของเขา เราก็มีหนทางของเรา เส้นทางที่แตกต่างกันนั้นไม่อาจเข้าใจได้ทั้งหมด” พุทธองค์ยังคงเอ่ยวาจานิ่มนวล น้ำเสียงไพเราะราวกับมนต์สะกดนั้น จื่อหลิงมิอาจทัดทานหรือหลีกหนีไปได้เลย
“แต่เขาเป็สหายของข้า”
“ถูกแล้วจื่อหลิง ไป๋เยว่ชิงก็เป็ศิษย์ของอาตมาเช่นเดียวกับทุกคน”
กล่าวเพียงเท่านั้นก็เดินจากไป จื่อหลิงขมวดคิ้วมองตามหลังอย่างไม่เข้าใจ เส้นทางชีวิตอันใดกัน แล้วเหตุใดเล่าสหายของเขาจึงตาย หรือพุทธองค์กำลังหมายความว่า ไป๋เยว่ชิงเลือกเส้นทางความตาย! แต่แล้วจื่อหลิงก็ส่ายหน้าไล่ความคิดบ้าๆออกไป ที่วิหารระฟ้าความตายเป็เื่ของธรรมชาติ ผู้เจริญแล้วจะไม่มีวันทำลายตนเอง การมีลมหายใจอยู่เป็สิ่งที่ต้องรักษา และไป๋เยว่ชิงนั้นก็เป็คนที่รักชีวิตตนเองที่สุด
สดับเพียรหมื่นภพชาติ