วันที่ 6 เดือน 5 ศักราชั ปี 569
ภาพความวุ่นวายภายในเมืองหินคราม ทหารต่างวิ่งกันให้วุ่นไปหมด ชาวบ้านต่างหลบหลีกจากสายตาของทหาร พวกทหารได้ขูดรีดและแย่งชิงเอาเสบียงอาหารจากพวกเขา ตอนนี้มีทหารสามคน กำลังพยายามจะแย่งขนมปัง จากหญิงสาวชาวบ้านคนหนึ่ง แล้วก็มีชายคนนึงเดินเข้ามาทำการไกล่เกลี่ย
" นี่พวกท่าน โปรดใจเย็นลงก่อนเถิด ชาวบ้านผู้นี้คงขัดสนเช่นกันกระมัง พวกท่านไม่ลองสอบถามเขาดูก่อนเล่า " ชายหนุ่มรูปงาม นามว่าสตีฟ เขาได้เอ่ยวาจาอันคารมคมคายออกมา ชวนให้ผู้อ่านและผู้เขียนเริ่มกระอักกระอวนใจยิ่งนัก ทหารทั้งสามที่เป็ตัวต้นเื่ พวกเขาได้ปล่อยมือจากหญิงสาวชาวบ้าน แล้วหันกลับมาคุยกับท่านสตีฟของเขา แน่นอนว่าสตีฟเป็หนึ่งในหัวหน้ากองทหารอารักขา ของคุณชายเดฟ ลูกชายของเดมิคัส ถือว่ามีตำแห่งสูงกว่าพวกเขามาก แม้จะเป็คนที่พึ่งมาที่เมืองนี้ไม่นานนัก แต่นับว่าเป็คนที่มีความสามารถในการต่อสู้ระดับสูงเลยทีเดียว เขาเป็พี่ชายของหัวหน้าอลิซ ซึ่งอลิซ เป็หัวหน้าหน่วยของกลุ่มทหารรับจ้าง รับงานพวกปรามสัตว์อสูรและหาวัตถุดิบต่าง ๆ ให้แก่เมืองหินคราม
" ท่านสตีฟ พวกเรานั้นบอกแก่พวกมันไปดี ๆ แล้ว ยามศึกาเช่นนี้ ชาวบ้านควรให้การสนับสนุนแก่กองทัพมิใช่รึ? " แน่นอนว่านั่นก็ฟังดูไม่ผิด แต่ก็ไม่ได้ถูกต้องเสียทีเดียว
" ก็จริงที่พวกชาวบ้านควรสนับสนุนพวกเรา แต่หากพวกเขาเดือดร้อนจนไม่มีจะกิน แบบนั้นก็ไม่ถูกต้อง ชาวบ้านพลเรือน ย่อมเป็รากฐานของเมือง การขูดรีดเช่นนี้ หาได้ก่อให้เกิดประโยนชน์อันใดไม่ พวกท่านเอารายชื่อพวกนี้ไป แล้วลองไปตรวจสอบเอาเถิด " สตีฟได้ยืนสมุดเล่มหนึ่งให้กลุ่มทหารไป ในนั้นเป็ข้อมูลเกี่ยวกับผู้ที่กักตุนเสบียงไว้ในปีนี้ เป็ข้อมูลของผู้มีอันจะกินภายในเมืองนี้ หากไปเรี่ยไรจากคนเ่าั้ คงจะเพียงพอต่อการเดินทัพ เพราะการทำการรบนั้น ไม่ได้มีระยะเวลาที่ยาวนาน จึงใช้เสบียงจำนวนไม่มากนัก เมื่อพวกเขาได้ข้อมูลจึงได้กล่าวขอบคุณและจากไปแต่โดยดี หญิงชาวบ้านได้เข้ามาขอบคุณสตีฟ เขาเพียงแค่กระซิบบอกไปว่า " โปรดอยู่ภายในบ้านและอย่าออกมา จนกว่าจะมีบางอย่างเปลี่ยนแปลงไป เข้าใจที่ข้าบอกใช่ไหม? " ทันใดนั้นเอง เขาได้ยกมือขึ้นมา ดีดนิ้วเพียงหนึ่งครั้ง แล้วเดินจากไป หญิงสาวคนนั้น เธอมองตามแผ่นหลังของเขา แต่เหมือนจะจำไม่ได้ว่าเขาคือใคร แต่เธอก็รีบเข้าบ้านแล้วปิดประตูไว้อย่างมิดชิด
ในยามนี้ กองทัพทั้งหมดของเมืองหินคราม ได้รวมตัวกันเกือบจะครบแล้ว เหลือเพียงกำลังเสริมจากเมืองเหล็กดำ ที่จะตามมาสมทบในภายหลัง โดยระยะทางกอปรกับเวลา คาดว่าจะถึงใน่เช้าของวันพรุ่งนี้ นั่นทำให้เดมิคัสไม่พอใจมากนัก แต่จะว่าก็ไม่ได้ นี่เป็แผนการที่เกิดขึ้นกระทันหันของเขา โดยในตอนนี้เป็เวลาเก้าโมงเช้า วันที่ 6 เดือน 5 ศักราชั ปี 569 ตอนนี้ เดมิคัสรวบรวมทหารทั้งหมดได้ หนึ่งพันแปดร้อยนาย มีผู้ใช้เวทมนตร์อยู่ด้วยราวสิบคน แน่นอนว่าการบุกครั้งนี้ไม่ง่ายเป็แน่ เมื่อครั้งในสมัยที่เขายังเยาว์ เดมิคัสได้เคยประมือกับทาโร่ครั้งหนึ่ง เ้านั่นแม้จะไม่ได้เก่งเื่การต่อสู้มากนัก แต่พร์ในการใช้เวทมนตร์ป้องกัน แทบไม่มีจุดบกพร่องใดใด ดังนั้น หากไม่ใช้การเจาะทะลวงที่รุนแรง คงไม่อาจเข้าไปในเมืองพวกมันได้แน่ ๆ ไม่รู้ว่าขอบเขตของการใช้เวทมนตร์ของมัน จะกว้างใหญ่เพียงใด หากมันพัฒนาฝีมือขึ้นมากกว่าในตอนนั้น
เดมิคัสควงดาบคู่เล่มยาวของเขา มาพร้อมกับควบสัตว์อสูรม้าโลกันตร์ มันมีออร่าไฟอยู่รอบกาย ส่งเสริมให้เขาดูน่าเกรงขามขึ้นไปอีก กองทัพที่แลดูวุ่นวายในตอนแรก บัดนี้กลับเงียบสงบ ดูเรียบร้อยเป็ระเบียบขึ้นมาทันตา เขาได้ยกดาบขึ้นและกล่าวอย่างฮึกเหิม " เอาล่ะทหาร ฟังข้า " ความนิ่งสงบยังคงอยู่เช่นเดิม
" บัดนี้ ถึงเวลาที่พวกเราจะต้องขยายอาณาเขตแล้ว พวกเราไม่เคยตกอยู่ภายใต้คำสั่งของใคร แม้แต่พวกกลุ่มของราชอาณาจักร พวกมันมักออกคำสั่งให้เมืองนั้นเมืองนี้ทำตาม เห็นนโยบายโลกสวยของพวกมันไหม ช่างอ่อนต่อโลกเสียกระไร ห้ามขยายอาณาเขตเอย ห้ามก่อาเอย ใครจะไปฟังคำสั่งของพวกมัน ในโลกใบนี้ คนแข็งแกร่งเท่านั้นที่เป็คนออกคำสั่ง บัดนี้ เราจะบุกไปยึดหมู่บ้านกระต่าย แสดงให้มันเห็นถึงความแข็งแกร่งของเรา ในวันข้างหน้า เราจะขยายอาณาเขตไปเรื่อย ๆ แม้แต่พวกราชอาณาจักรก็ต้องยำเกรง ไม่ต้องกลัวว่าพวกมันจะทำอะไรเราได้ ในพื้นที่ที่ห่างไกลเช่นนี้ เอาล่ะพวกเรา บุกไปถล่มพวกชั้นต่ำพวกนั้นกัน " เสียงโห่ร้องดังขึ้นกึกก้อง เสียงอาวุธกระทบกันดังขึ้น เสมือนดั่งเป็เครื่องดนตรี ขับกล่อมให้กองทหารมีกำลังขึ้นทุกขณะ เสียงคำสั่งสุดท้ายดังขึ้น " เคลื่อนทัพได้! " กองทัพเริ่มตั้งขบวนออกเดินทางในทันที ตอนนี้ภายในเมืองหินคราม เหลือเพียงกองกำลังป้องกันไม่มากนัก เหตุที่ไม่ต้องกังวลเื่กองกำลังป้องกัน คงเป็เพราะว่าเขตเมืองอื่นรอบ ๆ ข้าง ก็เป็ฝ่ายสีเขียวทั้งหมด เหลือแค่เพียงป่าอรัญเท่านั้น ที่ยังไม่ได้รับการบุกเบิกเข้าไป แม้จะรู้อยู่แล้วว่าภายในป่านั้น มีเมืองของพวกสีแดงอยู่ แต่ไม่มีทางที่พวกมัน จะรับรู้ถึงแผนการ ที่เกิดขึ้นอย่างกระทันหันของพวกเขาได้
สตีฟได้มองดูแผ่นฟ้า วันนี้ช่างดูปลอดโปร่งยิ่งนัก นกส่งสารตัวสุดท้ายได้ส่งออกไป เมื่อประมาณครึ่งชั่วโมงก่อน นกเงาเพลิง เป็นกที่บินได้ไวมาก น่าจะใช้เวลาแค่ไม่กี่นาที คงไปส่งข่าวถึงท่านซิสเตอร์ ตอนนี้คงต้องวางแผนจัดการ กับการป้องกันของเมืองนี่ก่อน ประตูทางทิศตะวันตก เป็จุดที่มีการป้องกัน อ่อนกว่าจุดอื่นอยู่แล้วเป็ทุนเดิม ตอนนี้ทหารทั้งหลาย นอกจากที่เฝ้ายามประตู คงจะไปเฝ้าที่พักของคุณชายเดฟ แหม ๆ เดี๋ยวเสร็จธุระจะรีบไปหานะครับคุณชาย สตีฟแอบคิดกรุ้มกริ่มยิ้มอยู่ในใจ ก่อนอื่นคงต้องไปคุยกับกลุ่มชาวบ้านก่อน จะทำให้ง่ายต่อการเคลื่อนไหว จากที่ได้ติดต่อกับทหารรับจ้างไว้ ชาวบ้านส่วนใหญ่ที่อาศัยอยู่ในเมือง พวกเขาต่างไม่เห็นด้วย กับการปกครองแบบเผด็จการ ที่เดมิคัสได้เปลี่ยนมาใช้ หลังจากที่พ่อของเขาได้จากไป เมืองแห่งนี้ ได้กลายเป็นรกสำหรับเผ่าพันธุ์อื่น พวกเขาไม่กลายเป็ทาสใช้แรงงาน ก็ได้เป็เพียงแค่พลเมืองชั้นสองเท่านั้น ไม่ได้รับสิทธิพิเศษใดใด ต่างจากชาวบ้านมนุษย์ลิบลับ จากที่เขาอ่านในจดหมายของอลิซ คงต้องไปที่บ้านในเขตสลัม บ้านหลังที่มีกระถางดอกไม้แห้ง ๆ สองใบ แต่แตกไปใบหนึ่ง ยัยนั่นก็สรรหาสัญลักษณ์แฮะ
สตีฟได้เดินมาที่เขตสลัม ที่นี่ดูคับแคบและอึดอัด แต่มันไม่ได้ดูสกปรกแต่อย่างใด กลับดูสะอาดกว่าบางหมู่บ้าน ที่อยู่ในเขตรอบ ๆ เมืองหลวงซะอีกนะ นั่นไง เจอแล้ว กระถางดอกไม้แห้ง นึกว่าจะอยู่ด้านในลึกกว่านี้ซะอีก กลับเป็บ้านหลังที่สอง ในซอยแรกซะงั้น สตีฟได้เคาะไปที่บ้านหลังดังกล่าว และเอ่ยถามคำถามขึ้นมาเบา ๆ " ที่นี่มีเหล้าขายไหมครับ " เพียงครู่เดียว ก็มีชายชราเปิดประตูออกมา รีบดึงตัวสตีฟเข้าไปในบ้าน ชายชราทำท่าเลิกลั่ก เหมือนไม่อยากเชื่อสายตาตัวเองเท่าไรนัก
" ข้า...ก็ นึกว่า..ใคร ที่แท้ก็เป็ท่านสตีฟเองหรือนี่ " ชายชรากล่าวอย่างตะกุตะกัก สตีฟได้ยิ้มตอบแล้วโบกมือให้
" ใจเย็น ๆ ก่อนท่านผู้เฒ่า ข้าเอง อลิซได้บอกท่านถึงแผนการของเราหรือยัง " เขายังคง้าความแน่ใจบางอย่าง ชายชรายืนคิดอยู่สักพัก
" ท่านอลิซบอกว่า เธอจะทำการโค่นล้มอำนาจของเดมิคัส แต่ข้าก็ไม่รู้ว่าจะทำได้ยังไงกันแน่ ทำการลอบสังหารเขางั้นหรือ? " เขาคงใถ้ารู้แผนการของเรา
" นั่นก็เป็สิ่งที่ข้าเองก็ไม่อาจทราบเช่นกัน แต่ท่านผู้เฒ่า ท่านโปรดช่วยแจ้งเตือนให้แก่ชาวบ้านทีเถิด กำชับแก่พวกเขา ว่าให้อยู่แต่ในบ้านของตนไว้ แม้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม อย่าได้ออกมาเดินเพ่นพ่านโดยเด็ดขาด จนกว่าพวกท่านจะได้ยินเสียงสตีฟผู้นี้อีกครั้ง ท่านพอจะทำได้หรือไม่? " เขายังคงถามกับชายชราอีกครั้ง ใบหน้าวิตกกังวลของชายชรา ในตอนนี้เริ่มดูดีขึ้นบ้างมาแล้ว การพูดจาก็ดีขึ้นด้วย
" ได้แน่นอนท่าน ได้แน่นอน ข้าจะรีบไปแจ้งแก่พวกเขาโดยเร็ว " เขาก้มหัวลงกุมมือสตีฟไว้ สตีฟได้ใช้แขนอีกข้าง โอบกอดชายชราอย่างแ่เบา บางทีการที่มีใครสักคน พยายามทำอะไรสักอย่าง เพื่อเป็แสงแห่งความหวังให้กับพวก หลุดพ้นจากความทุกข์ยาก พวกเขาย่อมให้การเคารพและทราบซึ้งในน้ำใจเ่าั้ เพียงครู่เดียว สตีฟก็ได้ขอตัวไปทำธุระอื่นต่อ ทันทีที่เขาออกจากบ้านชายชรา เขาก็ดีดนิ้วอีกครั้ง แล้วเดินไปยังจุดหมายถัดไป ตอนนี้ก็ปาเข้าไปบ่ายโมงกว่าแล้ว ทางนั้นจะเตรียมการเป็อย่างไรบ้างนะ คงน่าสนุกกว่าที่เขาทำอยู่นี่เป็แน่แท้ อยากไปที่นั่นบ้างจังเลย