ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

บทที่525 เก็บเกี่ยวสมุนไพรล้ำค่า

          อี้เฉินขมวดคิ้วมุ่นจนเป็นปมอยู่เล็กน้อย กับคำพูดของชายชรา แม้แต่องค์หญิงอิงฮวายังขานรับกับคำพูดของผู้อาวุโสใหญ่ แถมเหมือนว่าอี้เฉินจะเคยได้ยิน ญาณวิเศษ จากที่ไหนสักแห่ง ..ก่อนจะหวนนึกถึงยามที่เขา พบเจอสุสานเซียนโบราณภายในเหมืองล้างเก่าแก่ ยามที่พบเจอป้ายศิลาหยก กล่าวพูดถึงการสร้างญาณวิเศษ อี้เฉินคลี่ยิ้มออกมาด้วยความปีติในทันใด
 


         "ข้าเข้าใจแล้วท่านผู้อาวุโสใหญ่ แต่ท่านพอจะมีสมุนไพรล้ำค่าให้สหาย ข้างกายข้าบ้างไหมเล่า ข้ามีสิ่งที่พวกท่านทุกคน ต้องอยากได้มันอย่างแน่นอน ข้ารับประกันว่ามีประโยชน์กับพวกท่านทุกคน"

 


         สิ้นคำพูดของอี้เฉิน เมี่ยนจือนางยกยิ้ม กรุ้มกริ่มออกมาในทันใด นางรอคอยช่วงเวลานี้มานานแล้ว ทว่าหมู่ชนโดยรอบต่างก็หนังตากระตุกถี่ยิบ ด้วยความกะล่อนของอี้เฉินที่ผ่านๆ มา แม้แต่ความน่าเลื่อมใสที่มีในยามก่อน ยังถูกพัดพาออกไปจนสิ้น ผู้อาวุโสใหญ่ยังหางคิ้วกระตุกรัวๆ ในยามนี้

 


          ก่อนชายชราจะถอนหายใจออกมายาว พยักหน้าไปให้คนของ4เผ่าพันธุ์ใหญ่ที่พ่ายแพ้ให้อี้เฉิน ทำให้พวกเขาเหล่านั้นต่างก็มีใบหน้าบูดเบี้ยวไม่น่ามอง แต่ทว่ายามนี้พวกเขาจะขัดคำพูดของ ผู้อาวุโสใหญ่ได้อย่างนั้นหรือ

 


         ก่อนคุณชายหมิงเจ๋อ จะสืบฝีเท้ามาหาอี้เฉิน ด้วยความไม่สบอารมณ์ ใบหน้าถมึงทึงอย่างเห็นได้ชัด ครั้นเขาหยิบแหวนมิติออกมาจากภายในทะเลความรู้ออกมาได้ เขาก็ส่งมอบให้อี้เฉินด้วยความไม่จำยอม ก่อนที่จะถอยห่างออกไป

 


         'เขาล้วนรู้ดีหากให้ของล้ำค่า อี้เฉินน้อยเกินไป ชายหนุ่มผมขาวผู้นี้ จะต้องโวยวาย ให้เขาต้องอับอายต่อหน้าผู้คนแน่' แม้ใบหน้าจะยังสงบนิ่ง ทว่าภายในกับเจ็บปวดเป็นอย่างมาก ของที่สะสมมาตลอด3ปีหายวับไปกับตา

 


          อี้เฉินคลี่ยิ้มออกมากว้าง ก่อนส่งปราณจิตเข้าไปตรวจสอบ ของภายในแหวนมิติ เขาถึงกับต้องเบิกตาออกกว้างจนรูม่านตาขยายออกจนสุด เมื่อเห็นสมุนไพร ระดับ จักรพรรดิ1ต้น พร้อมกับสมุนไพร ระดับ เซียนอีกหลายชนิดรวม5ต้น ก่อนอี้เฉินจะส่งแหวนมิติให้กับเมี่ยนจือ

 


          นายน้อย หนิงหรงแห่งเผ่าเต่านิลกาฬ จ้าววังมดแดงสวรรค์ พวกเขาเองก็ส่งมอบแหวนมิติ ที่มีของล้ำค่าออกมาให้อี้เฉินเช่นกัน ทว่าคำพูดของพวกเขาทั้งสอง บ่งบอกถึงการไม่ยอมรับตัวของอี้เฉินอย่างเห็นได้ชัด "หวังว่าสิ่งที่เจ้ามีจะมีประโยชน์จริงๆ อย่างที่เจ้าว่าไม่เช่นนั้น เราได้เห็นดีกันแน่หนุ่มน้อย"

 


          อี้เฉินยิ้มเจื่อนในทันใด เมื่อได้ยินน้ำเสียงที่ปะปนมากับโทสะ ทว่าเมี่ยนจือที่รับของกำนัลศึก ในยามนี้นางกับเบิกตาออกกว้างอ้าปากค้าง ดวงตาฉายความโลภออกมาอย่างไม่อาจปิดบังไว้ได้อีกต่อไป เมื่อเห็นสิ่งของต่างๆ ภายในแหวนมิติ เกรงว่านางคงจะใช้เวลาหลาย10ปี กว่าจะควานหาของล้ำค่า ได้มากมายขนาดนี้ ไม่คิดว่านางจะเจอกับโชคก้อนใหญ่ เอ่ยพูดพึมพำออกมาไม่ขาด"อันนี้ก็ดี อันนี้ก็ใช่ได้"

 


         เผ่ากิเลนโลกันตร์ ฮูหยิน หนานเอ๋อร์นางเองก็สืบฝีเท้าเข้ามาใกล้อี้เฉิน ทว่าสตรีผู้นี้กับทำสิ่งที่ผิดคาด เข้ามากอดรัด คลอเคลีย กับอี้เฉินไม่ห่างกาย "เจ้ามาเล่นกับข้าไม่เล่าหนุ่มน้อย ข้าละชอบคนเยี่ยงเจ้าจริงๆ" ด้วยเสน่ห์อันน่าดึงดูดของหญิงวัยกลางคน ทรวดทรงองเอว ที่ส่ายไปส่ายมา ล่อสายตาหมู่ชนไม่น้อย ยิ่งทำให้ใบหน้าของหลายๆ คนที่จ้องมอง ใบหน้าแดงน้อยขึ้นมาในทันใด

 


         ทว่าอี้เฉินกับทำสิ่งที่ผิดคาด แม้แต่ผู้คนรอบๆ ยังตกตะลึง เมื่อเสียงดีดนิ้วอี้เฉินดังออกมาก้อง ส่งให้หน้าผาก ฮูหยิน หนานเอ๋อร์ กลายเป็นรอยแดงในทันใด
"เจ้า! เจ้า!"

 


         อี้เฉินคลี่ยิ้มบางออกไปให้หญิงสาวที่เข้ามาคลอเคลียข้างกาย ไม่ยินยอมที่จะจากไปไหน "เจ้าส่งแหวนมิติมาเสีย ข้าไม่หลงเสน่ห์ของเจ้าหรอก หนานเอ๋อร์"

 


          ฮูหยิน หนานเอ๋อร์ เม้มริมฝีปากแดงน้อยไว้จนแน่น ก่อนจะผ่อนลมหายใจลง "เจ้าช่างผิดคาดข้าเสียจริง หนุ่มน้อย" ครั้นนางกล่าวคำพูดเสร็จสิ้น นางหยิบแหวนมิติออกไปให้อี้เฉินในทันใด ก่อนจะสืบฝีเท้าถอยห่างออกไปด้วยความไม่จำยอมเท่าใดนัก เมื่อเสน่ห์อันน่าดึงดูดของนางไม่มีผลกับ ชายหนุ่มที่อยู่เบื้องหน้า

 


           อี้เฉินเมื่อส่งปราณจิตออกไปตรวจดูแหวนมิติ เขาก็ต้องเบิกตาออกกว้าง เมื่อเห็นสมุนไพรเพลิง หลายสิบชนิดหนึ่งในนั้นมี ผลโลหิตกิเลน ระดับ จักรพรรดิ หญ้าคืนอายุขัย ระดับเซียน พร้อมกับสมุนไพรเพลิงอื่นๆ อีกหลายต้น เขาเก็บมันไว้เองในทันใด ก่อนบอกกล่าวเมี่ยนจือ ออกไป "แหวนมิติวงนี้ข้าขอแล้วกัน"

 


           เมี่ยนจือ นางไม่ได้กล่าวค้านคำของอี้เฉินแต่อย่างใด อย่างไรนางก็ได้ของล้ำค่ามากมายให้นางได้ปิดขั้นพลังไปอีกหลายปี ใบหน้าของนางในยามนี้จึงเปื้อนยิ้มอย่างไม่อาจเก็บซ่อนจากอี้เฉินได้

 


         องค์หญิงอิงฮวาเองก็ส่งแหวนมิติออกไปหาเมี่ยนจือเช่นกัน "เจ้าเอาของข้าไปด้วยสิ หวังว่ามันจะมีประโยชน์กับเจ้านะ ข้าในยามนี้คงไม่จำเป็นต้องใช้มันแล้ว"

 


เมี่ยนจือนางคลี่ยิ้มออกมากว้าง เหมือนว่า การได้อยู่ที่นี่ครานี้ของนางจะเก็บเกี่ยวของล้ำค่าไปได้ไม่น้อย "เช่นนั้นข้าไม่เกรงใจแล้วนะ"

 


         ฉับพลันน้ำเสียงกระแอมไอของ  คุณชายหมิงเจ๋อ แค่นเสียงออกมาเสียงดัง ทำให้โดยรอบเงียบงันในทันใด "หวังว่าของที่เจ้ามีจะมีค่าเพียงพอ สำหรับสมุนไพรที่พวกเราสูญเสียไปนะอี้เฉิน"

 


        "จะว่า มันคุ้มค่ามันก็คุ้มข้า แต่จะว่ามันไม่คุ้มค่ามันก็ไม่คุ้มค่า อยู่ที่มุมมองของพวกเจ้าจะมองมากกว่า" สิ้นคำพูดของอี้เฉิน เขาส่งการสร้างญาณวิเศษ ที่เป็นทฤษฎีของเซียนโบราณ ออกไปหาผู้อาวุโสใหญ่ภายในโสตประสาทในทันใด

 


        ผู้อาวุโสใหญ่ขมวดคิ้วมุ่นจนเป็นปม เมื่อข้อมูลต่างๆ ถูกส่งเข้ามาภายในโสตประสาทของเขา สีหน้าชายชรายามนี้จึงยกฝ่ามือถูคาง ครุ่นคิดอยู่ไม่น้อย หมู่ชนโดยรอบ ที่สูญเสียสมุนไพรล้ำค่าต่างก็มีสีหน้าบูดเบี้ยว เมื่อเห็นผู้อาวุโสใหญ่เอาแต่ครุ่นคิดไม่ตกอยู่นานสองนาน หันไปจ้องมองอี้เฉินกับ เมี่ยนจือเจ้าทุกข์เป็นตาเดียว

 


ทว่าก็ไม่ทันการเสียแล้ว เนื่องด้วยอี้เฉินเจ้าทุกข์ของพวกเขาในยามนี้ ส่งคำพูดออกไปหา วจนะโลก เตรียมจะหนีออกไปจากสถานที่แห่งนี้แล้ว

 


          "บัดซบ! บัดซบ! ไอ้เวรอี้เฉิน!" เสียงหมู่ชนก่นด่าเล็ดลอดออกมาตามไรฟัน ไล่หลังอี้เฉินออกมาไม่ขาดสาย โดยเฉพาะกลุ่มคนที่สูญเสียสมุนไพรล้ำค่า ..ทว่ายามนี้พวกเขาจะทำอะไรได้ เมื่อเห็นแสงสีทอง ศักดิ์สิทธิ์พร่างพราว สาดส่องตกกระทบร่างอี้เฉิน กับเมี่ยนจือ ส่งให้ร่างชายหนุ่ม หญิงสาว ลอยขึ้นสูง เหนือชั้นฟ้าออกไปไกล ถูกตัดขาดจากภายนอกและภายใน ไม่อาจแทรกแซงได้อีกต่อไป ประหนึ่งเป็นเส้นทางสีทองก็มิปาน



         องค์หญิงอิงฮวา ส่ายหัวให้กับการกระทำของอี้เฉินอยู่เล็กน้อย ประกายตาในกรอบสายตา แฝงไว้ด้วยความอาลัยเล็กๆ เมื่อมิตรสหายแห่งโชคชะตา เตรียมที่จะกลับไปในสถานที่ ที่เขาจากมา  ก่อนนางจะกล่าวพูดพึมพำออกมาด้วยความเสียดาย "สหายของข้า คงอีกนานกว่าเราจะได้เจอกันอีกครา หวังว่าเจ้าจะเติบใหญ่ ได้อย่างที่ใจเจ้าปรารถนา แล้วมาปลดปล่อยดินแดนบรรพกาลแห่งนี้"

 


         ผู้อาวุโสใหญ่ เขาหัวเราะออกมาก้องใน ทฤษฎีการสร้าง ญาณวิเศษ ของเซียนสวรรค์โบราณ ต้องมีประโยชน์กับผู้คนดินแดนบรรพกาลอย่างแน่นอน "ฮ่าๆ ไม่คิดเหล่าบรรพบุรุษโบราณจะครุ่นคิดเรื่อง ญาณวิเศษ หมายมั่นจะหลุดพ้นจากขั้นเซียนสวรรค์ พวกเราเหล่าชายชราใกล้หมดอายุขัย ไม่เคยคิดเช่นนี้มาก่อน ฮ่าๆ สมแล้วที่เป็นเหล่าเซียนสวรรค์โบราณ"

 


******



         ดินแดนเทพ ยามนี้นามของอี้เฉินถูกพูดคุยออกไปดังกึกก้องทั่วดินแดนเทพ เป็นผู้ยืนหนึ่งของจอมยุทธ์รุ่นใหม่ในยามนี้อย่างแท้จริง แม้แต่เหล่าอนุชนจำศีลยังไม่กล่าวค้านในข้อนี้อีกต่อไป ข่าวคราวที่อี้เฉินเปิดเส้นลมปราณเซียนสองเส้นได้ จึงแพร่สะพัดออกไปดั่งรองเท้าติดปีก แม้แต่ดินแดนลับ ดินแดนหลบซ่อนยังรับรู้ข่าวคราวของอี้เฉิน

 


        ทว่ายามนี้ ภายในปราการทมิฬ ที่เป็นสถานที่รับศึก สงคราม มหาทวีป กลับเกิดความวุ่นวายไม่น้อยในช่วงเวลาสงคราม เทพพันปียุติลง หมู่ชนเห็นมิติหน้าแท่นศิลาโลกปราณจิตถูกเปิดขึ้นอีกครา ก่อนจะมีชายหนุ่ม พร้อมกับหญิงสาวสืบฝีเท้าออกมา มันก็ทำให้หมู่ชนโดยรอบหัวใจสั่นสะท้านไม่น้อย

คล้ายกับเรื่องลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ] ที่คุณอ่าน