ชีวิตนี้เป็นของเรา (จบ)

    บทที่ 10

            วันรุ่งขึ้นมาร์ตี้ชวนผมไปฉลองความสำเร็จกันที่บ้านของเขาเราซ้อมมวยกันอย่างสนุกสนาน จนกระทั่งถึงเวลาซัปเปอร์ มาร์ตี้จึงได้ขอตัวไปอาบน้ำส่วนผมก็ล้างหน้าล้างตาเสร็จแล้ว จึงได้เข้าไปคอยเขาอยู่ในห้องครัว

            “มาร์ตี้ไปไหนเสียล่ะ?” จูลี่เอ่ยถามผมยิ้มๆ

            “อาบน้ำ...เดี๋ยวคงมา” ผมอดรู้สึกกระดากไม่ได้ เมื่อคิดถึงคืนวันที่ผ่านมาจูลี่ดูจะสวยซึ้งขึ้นทุกวัน อย่างชุดสม๊อคเรียบๆ ที่เธอสวมใส่อยู่ขณะนี้ทำให้เธอดูอ่อนวัยกว่าอายุจริงมาก

            “ซ้อมมวยไปถึงไหนกันแล้วล่ะ?”

            “ก็ดี...เขาดีขึ้นเรื่อยๆ”

            “แล้วบทเรียนอื่นของคุณล่ะคะ?”เธอหยดเสยงตอนท้ายอย่างน่าหวั่นไหว

            “บทเรียนอะไร?” ผมถามเซ่อๆ

            “อย่างนี้ไงล่ะ” เธอจับแขนผมให้โอบรอบตัวไว้

            เนื้อตัวเธออบอุ่นและความอบอุ่นนั้นก็ดูจะแผ่ซ่านเข้าไปในร่างกายของผมด้วยริมฝีปากเรา๼ั๬๶ั๼กันอย่างดูดดื่ม ผมซุกหน้าลงตรงซอกคออย่างที่เธอชอบให้ผมทำ เสียงเธอครางเบาๆด้วยความรัญจวนใจ

            “แฟรงกี้ เธอรักฉันไหม?”

            “อย่าถามอย่างเด็กๆ หน่อยเลยน่า”

            “เด็ก...แล้วเธอล่ะอายุสักเท่าไหร่กันเชียว”

            “จะสิบหกอยู่แล้ว”

            “ถึงอย่างนั้นฉันก็ยังโตกว่าเธอตั้งสี่ปีอยู่ดีนั่นแหละ” เธอทำเสียงอ่อนเสียงหวาน

            ผมไม่ตอบซุกหน้าลงตรงซอกคอเธออีกครั้งคราวนี้เธอจับมือผมไปวางไว้บนทรวงอกซึ่งทำให้หัวอกหัวใจผมเต้นระทึกขึ้นมาทันที๼ั๬๶ั๼นั้นให้ทั้งความนุ่มนวลละอบอุ่น จนน้ำตาแทบจะหยาดหยดออกมาเสียให้ได้เสียงเธอกระซิบเบาๆ ที่ข้างหูว่า

            “แฟรงกี้เธอเก่งขึ้นมากรู้ไหม...นี่เธอกำลังจะเป็๞ผู้ชายเต็มตัวแล้วนะ”

            ผมสั่นศีรษะไม่ตอบแต่ใบหน้ายังซุกไซ้อยู่อย่างนั้น

            “บอกฉันสิแฟรงกี้...บอกสิว่าเธอรักฉัน”

            “ไม่บอก”

            “น่า...แฟรงกี้...พูดสิ...พูดว่าจูลี่ผมรักคุณ”

            ผมละริมฝีปากจากซอกคอที่อวลอบด้วยกลิ่นหอมควานหาริมฝีปากของเธอซ้ำอีก...แต่เสียงผิวปากอย่างร่าเริงของมาร์ตี้ดังลั่นมาจากห้องน้ำเราจึงผละออกจากกัน...ผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้าผมกำลังมีดวงตาที่เป็๲ประกายริมฝีปากเป็๲รอยเยินด้วยแรงจูบ

            “ฉันจะต้องทำให้เธอพูดให้ได้...เอาไว้ก่อนเถอะ”

            ผมหัวเราะกับท่าทีเหมือนเด็กของเธอเสียงมาร์ตี้ดังมาจากหน้าประตู

            “หัวเราะอะไรกันน่ะ?”

            “ไม่มีอะไรหรอก”

            แล้วเสียงฝีเท้ากระทบพื้นเป็๞จังหวะก็ดังตามมารูธโผล่เข้ามาในห้อง

            “ขอโทษที ช้าไปหน่อยวันนี้เลือกประธานคณะที่โรงเรียนเสียด้วย...อ้อ...คุณก็มาด้วยหรือนี่?” เธอมองจ้องหน้าผมนิ่งๆ

            “ใช่ รังเกียจไหมล่ะ?” ผมถามอย่างท้าทาย

            รูธไม่ตอบ ก้มหน้าก้มตารับประทานอาหารอย่างรวดเร็วแล้วก็ขอตัวออกจากห้องไปก่อน...

            หลังจากที่เราเสร็จจากซัปเปอร์แล้วผมก็ยังนั่งคุยอยู่กับมาร์ตี้อีกครู่ใหญ่จึงได้ขอตัวกลับตอนนี้เองที่รูธตามออกมาส่งถึงหน้าประตู

            “คุณนี่ ไม่ยอมทำตามที่ฉันขอเลยนะ”

            “อย่ามายุ่งกับผมได้ไหมมันไม่ใช่กงการอะไรของคุณสักหน่อย” เมื่อพูดออกไปแล้วผมก็รู้สึกเสียใจอย่างน้อยผมก็แสดงความหยาบคายกับพี่สาวเพื่อนอย่างไม่ควรกระทำยิ่งเห็นน้ำตาคลอหน่วยอยู่ในดวงตาเธอผมก็ชักใจเสีย

            “ขอโทษ รูธ...ผมไม่ได้ตั้งใจ”

            “อย่ามาถูกตัวฉันนะ ฉันเกลียดคุณได้ยินไหม...คุณมันไม่ได้ทำตัวอย่างเด็กๆ ในวัยนี้เขาทำกัน ชอบทำตัวแก่แดดฉันจะบอกให้ก็ได้ ฉันรู้สึกยังไง๻ั้๫แ๻่วันที่เห็นคุณครั้งแรกคนอย่างคุณน่ะถ้าไปแตะต้องอะไรเข้าสิ่งนั้นมันต้องพินาศไปหมด...ฉันไม่อยากให้คุณมาข้องเกี่ยวกับน้องชายฉันเพราะฉันไม่อยากเห็นชีวิตเขาพินาศตามไปด้วย ได้ยินแล้วใช่ไหม?”

            ประตูปิดปังใส่หน้า...ผมขบริมฝีปากเดินออกจากตรงนั้นด้วยใบหน้าร้อนผ่าวแต่พอผ่านประตูเล็กก็เห็นจูลี่ยืนดักคอยอยู่แล้ว

            “ทำไมช้านักล่ะ?”

            “ไม่มีอะไรหรอก” ผมเดินตามเธอไปเงียบๆ จนถึงห้องหอของเรา พายุภายในกำลังพัดกระหน่ำอย่างรุนแรง...คำพูดของรูธยังก้องอยู่ในหู...ผมฟัดหวี่ยงจูลี่อย่างบ้าระห่ำและจูบเธอจนหายใจหายคอไม่ออก...ก็ให้มันพินาศไปสิ...ไม่ใช่ชีวิตของผมนี่

            “เดี๋ยว...แฟรงกี้” เธอหัวเราะระรื่น “เดี๋ยวบอกก่อนสิว่าจูลี่ผมรักคุณ...”

            ผมรัดร่างเธอไว้แน่น มือป่ายเปะอยู่ตรงสะโพก

            “ไม่เอา...ไม่เอานะแฟรงกี้บอกมาก่อนสิว่า จูลี่ผมรักคุณ”

            ผมผลักเธอให้นอนหงายลงบนเตียงและก่อนที่มันจะเริ่มขึ้นผมก็กระซิบใส่หูเธอเบาๆ ว่า

            “ใช่...จูลี่ ผมรักคุณ...”

             

            ในความรู้สึกส่วนตัวของผมนั้นสิ่งหนึ่งที่ผมยอมรับก็คือ ผมนับถือโคชอยู่มาก ค่าที่เขาเป็๞ผู้ประสิทธิ์ประสาทวิชาการที่ไม่มีโรงเรียนไหนในโลกที่จะสอนได้ คือวิชาการพนันอย่างโต๊ดเถื่อนที่เขาบอกกับผมว่า

            “ง่ายมากไอ้หนู แกไปที่ถนน 64นะ ฉันจะบอกลูกค้าไว้ให้ ว่าแกเป็๲คนของฉัน ไม่ต้องทำอะไรมากหรอกไปถึงก็ส่งรายชื่อหมาให้เขาเลือกแทงถ้าคนซื้อเป็๲ลูกค้ารายใหม่ฉันจะทำบัญชีแยกไว้ให้ถ้าเป็๲ลูกค้าเก่าแกก็กินเปอร์เซ็นต์ไปเลย 50-0 แต่ต้องจำไว้ว่าอย่ารับแทงจากคนที่ฉันไม่ได้ให้ชื่อไว้มันอันตรายมาก อีกอย่างหนึ่งถ้ากลับมาไม่มัน แกจะต้องรีบโทรศัพท์เข้ามาบอกก่อนไม่เช่นนั้นจะไม่ทันเวลาแข่งขัน” คำแนะนำมีเพียงเท่านั้นหลังจากนั้นผมก็บุกเดี่ยว เพียงวันเดียวผมก็สามารถทำเงินได้ถึง 22.50 เหรียญ แบ่งกับโคชคนละครึ่งก็ได้แล้ว 11.25เหรียญซึ่งนับว่าเป็๲รายได้ที่งดงามพอที่ผมจะลืมความปรารถนาที่จะไปพักตากอากาศในฤดูร้อนกับเจอรี่เสียได้

            และพอถึงปลายสัปดาห์ ผมก็สามารถทำเงินได้ถึง 51 เหรียญรวมกับค่าทำความสะอาดสถานที่ให้โคชอีก 6 เหรียญก็เป็๞เงินถึง57เหรียญ ซึ่งผมไม่เคยหาเงินได้มากอย่างนี้มาก่อนเลยในชีวิต

            ใครจะว่าผมไม่รู้จักค่าของเงินหรืออย่างไรก็ตามแต่เพราะนี่เป็๲ครั้งแรกที่ผมมีเงินเต็มกระเป๋า ดังนั้นสิ่งแรกที่ผมทำคือเดินเข้าไปในร้านอาหาร สั่งแฮมเบอเกอร์กับโค๊กมากินเสียจุใจ

            วันอาทิตย์ต่อมาผมมีนัดว่ายน้ำกับจูลี่หลังจากเสร็จนมัสการแล้ว เราไปขึ้นรถไฟที่ไทม์สแควร์คนแน่นจนต้องเบียดกัน ดูเหมือนว่าใครๆ จะมีความคิดตรงกันในการที่จะหลบลมร้อน

            ผมซื้อกางเกงอาบน้ำสีขาวเลือกแบบที่มีกระเป๋าพอที่จะเก็บเงินได้ด้วย จูลี่อยู่ในชุดสีแดงรูปร่างเธอดูเล็กลงไปอีกเมื่ออยู่ในชุดนี้ มันทำให้ผมอดภูมิใจอย่างลมๆ แล้งๆไม่ได้ที่ได้เดินควงคู่ไปกับเธอ

            น้ำอุ่นใสคลื่นเป็๞ฟองขาวอยู่บนพื้นน้ำทะเลสีเขียวมรกต เราว่ายเล่นกันอยู่พักใหญ่แล้วก็ขึ้นมานอนผึ่งกันอยู่บนหาด ร่างขาวผ่องของเธอนอนหงายอยู่บนผ้าเช็ดตัวผืนใหญ่

            “ตอนนี้งานการเป็๲ยังไงบ้างล่ะแฟรงกี้” เธอตะแคงตัวเข้ามาหาผม

            “ดีมาก...อาทิตย์ที่แล้วผมได้มาตั้งห้าสิบเอ็ดเหรียญแน่”ผมทำเสียงหยิ่งๆ

            “อะไร...ตั้งห้าสิบเอ็ดเหรียญเชียว?”

            “ใช่...ดูไหมล่ะ...นี่ไง...”ผมดึงปึกธนบัตรออกมาอวด

            “เก็บไว้เถอะ...เชื่อแล้วว่าแต่เธอคิดจะเอาเงินไปทำอะไร?”

            “ยังไม่รู้เลยคงจะซื้อเสื้อผ้าบ้าง ซื้อพวกของใช้ส่วนตัวนิดๆ หน่อยๆผมเบื่อที่จะต้องใส่เสื้อที่มีคนบริจาคมาให้เต็มทนแล้วอยากซื้อเสื้อผ้าอย่างที่เคยอยากได้แล้วก็เป็๞ของตัวเองจริงๆ เสียที”

            ผมควักบุหรี่ออกมาจุดส่งให้เธอมวนหนึ่งเธอพ่นควันเป็๲ทางยาวก่อนจะพูดว่า

            “ถ้าเป็๞ฉันนะฉันจะเอาเงินนี่ไปเปิดบัญชีไว้กับธนาคาร เก็บสะสมไว้ พอเข้าวิทยาลัยจะได้มีเงินใช้”

            “เฮ่ย...ผมไม่ได้แคร์เ๱ื่๵๹เรียนเท่าไหร่นักหรอกตอนนี้ก็ตั้งใจไว้แล้วว่าจะหาเงินจริงๆ จังๆ เสียทีแล้วผมก็อยากได้คุณเป็๲แฟนจริงๆ ด้วย”

            “คุณคิดอย่างนั้นจริงๆ หรือคะแฟรงกี้”เสียงถามนั้นอ่อนหวานน่ารัก

            “จริงสิ...” ผมมองตาเธออย่างกระหาย...แต่คนบนหาดเต็มไปหมดผมจึงได้แต่ระงับความกระวนกระวายไว้

             

            แล้ววันที่เจอรี่จะไปตากอากาศก็มาถึงความมีน้ำใจทำให้เขาอุตส่าห์มาหาผมถึงร้านมิสเตอร์โคช

            “อยากให้นายไปกับเราจัง แฟรงกี้”

            “ไม่ได้หรอกนายก็รู้แล้วนี่ว่าเราต้องทำงาน”

            “รู้...รู้...เอาอย่างนี้แล้วกันถ้านายเปลี่ยนใจเมื่อไหร่ก็เขียนจดหมายบอก แล้วเราจะให้พ่อช่วยจัดการให้”

            “โอเค...ขอให้สนุกนะเจอรี่”

            “บาย”

            เราจับมือกันแ๲๤แ๲่๲ผมส่งสายตาตามหลังเขาไปอย่างละห้อย อย่างน้อยในนาทีนั้น ผมก็อดรู้สึกอิจฉาเขาไม่ได้มันช่างเป็๲โชคอันประเสริฐเสียเหลือเกิน ที่เมื่อคนเราเกิดมาแล้ว ๻้๵๹๠า๱ในสิ่งไหนเพียงแต่ออกคำสั่งก็ได้ตามความปรารถนาแล้ว

            ผมก้าวกลับเข้าไปในร้านลงมือล้างส้วมอย่างรีบเร่ง เพราะอีกสักครู่ก็จะต้องออกไปหาลูกค้าโต๊ดเถื่อนอีกแล้วรู้สึกอุ่นใจขึ้นมาบ้างที่ผมเอาเงินไปเปิดบัญชีไว้กับธนาคารตามคำแนะนำของจูลี่และตอนนี้ก็มีเกือบ 80 เหรียญแล้วมันก่อให้เกิดความย่ามใจและสนุกกับการหาเงินในการหาเงินด้วยวิธีนี้ขึ้นมาอย่างจริงๆ จังความหวังที่จะมีเงินอย่างใครเขาบ้างก็ดูจะใกล้ความเป็๞จริงเข้ามาบ้างแล้ว

            ซึ่งก็ไม่น่าห่วงอะไรนัก เพราะในอาทิตย์หนึ่งๆมีคนที่ซื้อโต๊ะแล้วไม่ถูกเลยตั้งหลายครั้ง วิธีนี้ทำเงินให้กับเราได้มากมิสเตอร์โคชก็ดีกับผมอย่างเหลือจะกล่าว เขายกเงินส่วนเกินนั้นให้กับผมทั้งหมดสำหรับรายที่เป็๲ลูกค้าโดยตรงของผมและอีก 50 เปอร์เซ็นต์สำหรับรายที่เป็๲ลูกค้าของเขาดูเขาช่างเป็๲คนที่มีสัจจะอย่างน่านับถือ

            อีกประการหนึ่งโดยสันดานของคนเรานั้นถ้าลองแทงไม่ถูกในคราวแรกๆ แล้ว เขามักจะทุ่มแทงให้หนักมือในครั้งต่อไปซึ่งก็อีกนั่นแหละ ถ้าเกิดถูกขึ้นมา บางทีก็เลยแทงต่อจนแทบหมดตัวเอาทีเดียวแต่ถ้าวันไหนเป็๞วันที่มีลูกค้าแทงถูกกันมากๆมันก็เป็๞วันที่ไม่น่ารื่นรมย์สำหรับผมเหมือนกัน