" สวัสดีครับคุณพ่อ "
กู่ฉิงฉิงกรอกเสียงราบเรียบติดจะเ็าลงไป อันที่จริงั้แ่ก้าวเท้าออกจากบ้านตระกูลกู่หลังกลับไปเก็บข้าวของส่วนตัวออกมา เขาก็ไม่อยากข้องแวะกับคนตระกูลนี้อีก
" อืม อยู่กับหยางเฟยหลงเป็อย่างไรบ้าง "
" สบายดีครับ เฟยหลงดูแลผมเป็อย่างดี แต่คุณพ่อมีอะไรหรือครับถึงโทรมา "
ตาแก่เ้าเล่ห์เอ๊ย รีบ ๆ พ่นธุระหรือจุดประสงค์ออกมาไว ๆ เลย เสียเวลาอาบน้ำชะมัด เนี่ย เหนียวตัวไปหมดแล้ว
ตาแก่กู่เกาทำเอาอารมณ์ดีของเขาจากรายได้ที่พึ่งเข้ากระเป๋าลดลงไปนิดนึง
ถามว่าทำไมเขาถึงไม่ชอบตาแก่นี่ทั้ง ๆ ที่ไส้ในของกู่ฉิงฉิงเปลี่ยนเป็ตนที่ไม่เกี่ยวข้องกันแล้ว นั่นก็เพราะหลังอ่านนิยายจบ เขาตราหน้าตาแก่นี่ว่า 'คนกินเมีย'
ถูกต้องแล้ว คนกินเมีย เป็คำที่เหมาะสมกับตาแก่นี่อย่างยิ่ง
ถ้าจะเล่าย้อนไปก็ต้องเริ่มจาก ตระกูลกู่เดิมเป็แค่ตระกูลเล็ก ๆ เรียกได้ว่าเป็คนรวยระดับกลาง ๆ ไม่ใช่ตระกูลใหญ่อะไร มีกิจการเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์อยู่สักจำนวนหนึ่ง แต่พอกู่เกาขึ้นรับตำแหน่งผู้นำตระกูลั้แ่ยังหนุ่มเนื่องจากบิดาเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ กู่เกาก็บริหารบริษัทไปได้ด้วยดี แต่เนื่องด้วยต้นทุนที่สู้ตระกูลใหญ่ ๆ ไม่ได้ ไม่ว่าจะพยายามแค่ไหน มันก็จะไปถึงทางตันในที่สุด ยกเว้นเขาจะหาแหล่งเงินทุนมาหมุนเวียน หนึ่งในทางเลือกคือการกู้ธนาคาร แต่การกู้ธนาคารก็ต้อวมีหลักประกันที่ทำให้ธนาคารวางใจและปล่อยกู้ กู่เกาที่มีหลักประกันไม่มากพอที่จะกู้มาทำโครงการใหญ่ ๆ จึงกู้ได้แค่จำนวนไม่มาก ทำให้เขานั้นไม่พอใจ อันที่จริงกู่เกาก็ไม่เคยพอใจชีวิตและสถานะของตนเองอยู่แล้ว ยิ่งเมื่อเวลาเข้าวงสังคมที่มีการแยกชัดเจนระหว่างตระกูลใหญ่กับพวกระดับกลางและต่ำ กู่เกาไม่อาจเข้าไปคลุกคลีกับวงสังคมระดับสูงได้ เขามักจะโดนปฏิเสธแบบไม่ไว้หน้าอยู่เสมอ แรงกระตุ้นพวกนี้ทำให้กู่เกาสาบานว่าตนต้องทำให้ตระกูลกู่ยิ่งใหญ่และผงาดจนเป็ตระกูลใหญ่ที่คนนับหน้าถือตาและเคารพในวงสังคมชั้นสูงให้จงได้
กู่เกานั้นมีหน้าตาที่หล่อเหลาอย่างมากรวมถึงรูปร่างที่ดีทำให้ดึงดูดความสนใจของเพศตรงข้ามได้โดยง่าย เขาใช้จุดแข็งตรงนี้ในการล่อลวงหญิงสาวคนแรก คุณหนูคนเล็กของตระกูลเฉิน
ตระกูลเฉินถือเป็ตระกูลระดับสูงมีหน้ามีตาในสังคม แม้จะสู้ตระกูลหยางซึ่งเป็ตระกูลเก่าแก่ไม่ได้แต่ก็ไม่ได้ด้อยกว่ามากเท่าไหร่นัก
คุณหนูเฉินหรือเฉินฮวา พึ่งจากการศึกษาหมาด ๆ จากมหาวิทยาลัย แม้คุณหนูเฉินจะมีหน้าตางดงามและมีคนผู้ชื่นชมและตามจีบจำนวนมากแต่ด้วยความหวงและห่วงของทางบ้าน บอดี้การ์ดจึงถูกจัดให้เป็ผู้ติดตามตลอดเวลา อีกทั้งคุณหนูเฉินยังมีแต่เพื่อนเพศเดียวกันเท่านั้น ทำให้ประสบการณ์เกี่ยวกับเพศตรงข้ามอ่อนด้อยนัก นี่เองที่เป็จุดอ่อนทำให้กู่เกาหลอกและรวบตัวคุณหนูเฉินได้สำเร็จในเวลาต่อมา
กู่เกาที่เต็มไปด้วยความทะเยอทะยานในที่สุดก็คิดถึงทางลัดที่ช่วยให้ตนเองก้าวะโ นั่นคือ การหาคู่แต่งงานที่มีฐานะสูงกว่าทางสังคม เพื่อเป็บันไดให้ตนก้าวเข้าสู่วงสังคมชั้นสูงเปลี่ยนสถานะทางสังคมของตนเองอย่างง่ายดาย เหตุนี้เองที่ทำให้กู่เกาออกงานและตามสืบหาข้อมูลจนมาเจอกับคุณหนูเฉินที่เป็เป้าหมายที่สมบูรณ์แบบสำหรับตนมาก เหมาะสมทั้งฐานะทางบ้านและรูปร่างหน้าตา สนองตอบความ้าของเขาได้เป็อย่างดี
แต่การเข้าหาคุณหนูเฉินนั้นเป็เื่ยากยิ่งกว่าปีนเทือกเขาหิมาลัย ไม่ต้องพูดถึงการเข้าไปตีสนิทและจีบให้สำเร็จ ดังนั่นกู่เกาจึงวางแผนสกปรกอันซับซ้อนหลายขั้นตอน เพื่อให้แน่ใจว่าจนสามารถจับคุณหนูเฉินได้สำเร็จและอยู่ในกำมือของตนจนดิ้นไม่หลุดและทางบ้านตระกูลเฉินก็ต้องยอมปล่อยเลยตามเลยอีกด้วย
กู่เกาใช้เงินในการสืบหาข้อมูลเกี่ยวกับคุณหนูเฉินในเื่แปลกประหลาดอย่างยิ่งในสายตาของคนหาข่าวนั่นคือวันที่คุณหนูเฉินมีประจำเดือน โดยเ้าตัวหาข้อมูลและบันทึกอยู่หลายเดือนจนแน่ใจ ก่อนจะดำเนินการขั้นต่อไปอย่างแยบยล
และวันหนึ่งในงานเลี้ยงการกุศลที่เ้าของงานมีสายสัมพันธ์สนิทสนมกับกู่เกาก็ได้เชิญคุณหนูเฉินและกู่เกาไปร่วมงาน แน่นอนว่ากู่เกาย่อมเตรียมการในการจับคุณหนูเฉินไว้พร้อมอย่างยิ่ง อนิจจาคุณหนูเฉินผู้น่าสงสารไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังจะตกอยู่ในเงื้อมมือและกับดักของผู้ชายร้ายกาจคนหนึ่ง
วันงานกู่เกาได้วางแผนอย่างแยบยล เนื่องจากเป็งานการกุศลที่มีเหล่าคนดัง นักธุรกิจมากหน้าหลายตาและผู้มีอิทธิพลทางการเมืองมาร่วมงาน ทำให้บรรดาเหล่าบอดี้การ์ดที่มักจะติดตัวคุณหนูเฉินเป็เงาตามตัวไม่สามารถเข้างานมาทำหน้าที่ได้ ซึ่งเป็โอกาสเหมาะให้ดำเนินการแผนต่อไป กู่เกาจ้างบริกรผสมค็อกเทลค่อนข้างเข้มมีปริมาณแอลกอฮอล์สูงให้คุณหนูเฉินดื่มเรื่อย ๆ จนกระทั่งแก้วสุดท้ายตามที่วางไว้มีการผสมยาปลุกเล็กน้อยจำนวนไม่มากที่เมื่อกะไว้ว่าเข้าสู่ร่างกายแล้วทำปฏิกิริยากระตุ้นและถูกกำจัดออกกจากระบบไปอย่างรวดเร็วจนตรวจพบลำบาก จากนั้นกู่เกาได้มีข้อตกลงทางธุรกิจกับเพื่อนสาวของคุณหนูเฉินในกรณีที่ตนกลายเป็เขยของตระกูลเฉินสำเร็จเขาจะหาทางช่วยตระกูลของเพื่อนสาวคนนั้น คำสัญญานี้ส่งให้คุณหนูเฉินเดินลงสู่ประตูนรกที่รออยู่อย่างสิ้นเชิง
เพื่อนสาวคนนั้นเห็นคุณหนูเฉินเริ่มมีอาการมึนเมาไม่ค่อยจะมีสติแล้วและได้รับสัญญาณจากบริกรที่มาส่งเครื่องดื่ม ก็ทำทีพาคุณหนูเฉินไปพักผ่อนที่ห้องรับรองที่ทางเ้าของงานจัดเตรียมไว้ให้สำหรับผู้ดื่มจนเมาและ้านอนพัก จากนั้นกู่เกาตัวแสดงหลักก็ทำทีเป็มีอาการเมาเช่นกันและเข้าไปพักผ่อนและบังเอิญเข้าไปในห้องที่มีคุณหนูเฉินนอนพักอยู่ก่อนแล้ว และด้วยการแสดงอันยอดเยี่ยมในความเป็สุภาพบุรุษ กู่เกาทำทีจะออกไปแต่ว่าคุณหนูเฉินที่ได้รับยาปลุกนั้นก็ได้ถูกกระตุ้นสัญชาตญาณดิบจากาให้มีความ้าทางเพศเป็ที่เรียบร้อย กู่เกาไม่ต้องทำอะไรแค่ทำทีปฏิเสธอย่างชัดเจนแต่ว่าคุณหนูเฉินกลับเป็ฝ่ายไม่ปล่อยอีกฝ่ายไป และเมื่อน้ำมันกับไฟพบกัน เฉกเช่นชายหญิงที่พร้อมมีสัมพันธ์ก็ไม่มีอะไรเหลือให้ต้องจินตนาการ ในคืนนั้นคุณหนูเฉินก็ได้ตกเป็ของกู่เกาอย่างสมบูรณ์ ข้าวสารกลายเป็ข้าวสุก กว่าที่บรรดาบอดี้การ์ดจะมาพบตัวคุณหนูเฉินทุกอย่างก็จบลงเรียบร้อย
กู่เกานั้นไม่อาจรอดการเจ็บตัวและถูกลากตัวไปกักยังบ้านตระกูลเฉินได้ กู่เกาซึ่งเตรียมใจไว้แล้วกับอาการาเ็ไม่ได้รู้สึกอันใดมากไปกว่าสมใจในความสำเร็จตามแผนที่วางไว้ของตนเอง
ทางบ้านเฉินพยายามสืบหาข้อมูล แต่ว่ากลับไม่พบอะไรผิดปกติ พบแค่ว่าคุณหนูเฉินเมาและถูกพาไปพัก ขณะที่บังเอิญกู่เกาก็เมาและไปพักเช่นเดียวกันแต่ดันเปิดเข้าห้องที่คุณหนูเฉินพักอยู่เป็ความบังเอิญที่น่าเคลือบแคลงแต่ก็หาหลักฐานเอาผิดไม่ได้ อีกทั้งเมื่อคุณหนูเฉินฟื้นก็ยืนยันว่าตนเองเป็ฝ่ายปลุกปล้ำกู่เกาในขณะที่เ้าตัวพยายามปฏิเสธ ในฐานะผู้ชายด้วยกัน ทางบ้านเฉินก็รู้ดีแก่ใจว่าในเมื่อสาวสวยขนาดนี้เชื้อเชิญมันเป็การยากที่จะปฏิเสธในสถานกาณ์นี้เช่นกัน อันที่จริงการเสียสาวของคุณหนูเฉินไม่ใช่อะไรที่แย่มากเกินไปนัก สมัยนี้เป็สมัยที่ยอมรับกันได้ในเื่พวกนี้ ตระกูลเฉิน้าคู่แต่งงานที่สร้างผลประโยชน์แก่ตระกูลได้ซึ่งกู่เกาไม่อยู่ในลิสรายชื่อเ่าั้ และไม่ใกล้เคียงสักนิด แม้กู่เกาขอแสดงความรับผิดชอบแค่ไหนแต่ตระกูลเฉินก็เพิกเฉย เพราะรู้ดีอยู่ว่ากู่เกานั้น้าอะไรเช่นกัน จนกระทั่งคุณหนูเฉินเกิดอาการประจำเดือนไม่มาตามปกติและมีอาการมอนิ่งซิกแบบคนตั้งครรภ์เมื่อเข้าตรวจที่โรงพยาบาลก็พบว่าคุณหนูเฉินตั้งครรภ์ได้สองเดือนแล้ว ทางบ้านเฉินจึงได้แต่ตัดสินใจยอมรับกู่เกาเป็ลูกเขยอย่างช่วยไม่ได้ เนื่องจากบ้านเฉินไม่มีนโยบายให้บุตรสาวทำแท้งหรือทำลายชีวิตที่ก่อกำเนิดขึ้น และเนื่องจากเืครึ่งหนึ่งก็คือเืของตระกูลเฉิน
กู่เกาได้เซ็นสัญญาไม่มีส่วนได้เสียในทรัพย์สินของบุตรสาวของตระกูลเฉินใด ๆ ทั้งสิ้น ซึ่งกู่เกาก็ยินยอมด้วยดี
คุณหนูเฉินั้แ่วันที่เกิดเื่กู่เกาเองก็แสดงความรับผิดชอบอย่างเต็มที่ บวกกับหน้าตาหล่อเหลาและบุคลิกที่ดี ทำให้คุณหนูเฉินเริ่มชอบพอและมีใจให้ไม่ได้รู้สึกรังเกียจแต่อย่างใด อันที่จริงเธอยินดีแต่งงานกับกู่เกาในเมื่อเื่มาถึงขั้นนี้แล้วแต่อำนาจการแต่งงานของเธอไม่ได้อยู่ในมือเธอ แต่อยู่ในมือของหัวหน้าตระกูลซึ่งก็คือบิดาของเธอ ทำให้เธอได้แต่รอ
ระหว่างรอ กู่เกาเองก็หาทางติดต่อเธอเรื่อยมาและใส่ใจเธอเสมอ จุดนี้เองก็ไม่พ้นสายตาของตระกูลเฉินไปได้ เมื่อประจวบกับการตั้งครรภ์ อะไรมันก็เลยง่ายขึ้น
งานแต่งจัดขึ้นอย่างหรูหรายิ่งใหญ่และหลังแต่งงานกู่เกาเองก็ทำตัวดีจนเป็ที่พึงพอใจแก่บิดามารดาของคุณหนูเฉินได้สำเร็จ แม้ว่ากู่เกาจะด้อยในเื่ชาติตระกูลและทรัพย์สินแต่ส่วนนี้สามารถสร้างได้และตระกูลเฉินมีอำนาจเหลือเฟือที่จะให้ความช่วยเหลือเขยของตระกูล กู่เกาที่มีความสามารถและความทะเยอทะยานเมื่อได้รับความช่วยเหลือจากตระกูลเฉินจึงเหมือนเสือติดปีก ธุรกิจก้าวหน้าแบบก้าวะโ บริษัทของตระกูลกู่เติบโตอย่างรวดเร็ว แต่แม้จะเป็แบบนี้กู่เกาก็ยังคงปฏิบัติกับคุณหนูเฉินดีและดียิ่งกว่าเดิมเมื่อเวลาผ่านไป จนกระทั่งวันที่คุณหนูเฉินคลอด เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น คุณหนูเฉินที่ได้รับการบำรุงระหว่างตั้งครรภ์อย่างดีทำให้คลอดยากจนต้องผ่าคลอดแต่ว่าก่อนจะผ่าตลอดก็เสียเืมากและร่างกายจึงอ่อนแอลงอย่างเห็นได้ชัด คุณหนูเฉินจึงได้แต่พักผ่อนบนเตียงเสียเป็ส่วนใหญ่และบุตรชายที่คลอดออกมาถูกเลี้ยงดูโดยพี่เลี้ยงที่กู่เกาหามา
แต่นานไปแทนที่อาการของคุณหนูเฉินจะดีขึ้นกลับทรุดลงเรื่อย ๆ ไม่ว่าจะหาแพทย์หรือไปที่โรงพยาบาลไหน ก็ไม่พบสาเหตุ ตรวจพบแค่ว่าร่างกายอ่อนแอจากการตั้งครรภ์และคลอดบุตรจึงได้แต่บำรุงเท่านั้น กู่เกาทำหน้าที่สามีที่ดี ทุ่มเงินไม่อั้นในการรักษาและดูแลภรรยารัก จนตระกูลเฉินนั้นเห็นใจในการกระทำจนยอมใจอ่อนช่วยเหลือและยอมรับเขยคนนี้อย่างจริงใจในที่สุด
เวลานี้ธุรกิจของกู่เกาเริ่มมั่นคงและจัดตั้งเป็กู่กรุ๊ป เริ่มก้าวเท้าเข้าสู่กลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่แต่ก็ยังจัดเป็ลำดับต่ำ ๆ ซึ่งกู่เกาเองก็ยังไม่พอใจ ในขณะที่กู่เกาทำงานหนักและดูแลภรรยาและลูกชายที่เกิดมาไปด้วย จนร่างกายทรุดโทรม สภาพภรรยาของกู่เกาที่อ่อนแอเกินกว่าจะรั้งเอาไว้ได้ก็เสียชีวิตลงทิ้งลูกชายคนเดียวไว้รับมรดก โดยมีกู่เกาเป็ผู้ดูแล
ลูกชายคนเดียวของคุณหนูเฉิน กู่เซวียนเย่ ทายาทที่มีเืของตระกูลเฉินและตระกูลกู่ไหลเวียนในกาย กำพร้าแม่ั้แ่อายุห้าขวบปี
กู่เซวียนแย่เป็เด็กฉลาด โตเกินวัย แม้ว่าจะรู้ว่าแม่เสียชีวิตแต่ว่าก็แสดงความโศกเศร้าไม่นาน เนื่องจากบิดาคอยดูแลอย่างดี เขารักมารดาและบิดามาก เมื่อรู้ว่ามารดาไม่อยู่บนโลกใบนี้แล้วบิดาก็คงเสียใจมากไม่แพ้ตน จึงได้แต่ทำตัวดีเพื่อไม่เป็ภาระกับบิดาของตนเอง
กู่เซวียนเย่เติบโตมาโดยมีพี้เลี้ยงคนเดิมคอยดูแลและบิดาที่คอยหาเวลามาอยู่กับเขาเสมอ และเข้าร่วมกิจกรรมที่ทางโรงเรียนจัดให้ได้ขาด
การกระทำนี้ทำให้ตระกูลเฉินพอใจอย่างมากและยิ่งให้การสนับสนุนกู่เกามากไปกว่าเดิม ในฐานะบิดาของผู้สืบสายเืของตระกูลเฉิน
เมื่อกูเซวียนเย่อายุครบเจ็ดขวบปี แม่นมที่เคยดูแลก็ลาออกและถูกส่งเข้าเรียนโรงเรียนประจำเอกชนชื่อดังที่ทางโรงเรียนบังคับให้ต้องพักอยู่หอพักในโรงเรียนเท่านั้น โดยการเลือกนี้เป็ของตระกูลเฉินที่จัดแจง แม้ว่ากู่เซวียนเย่และกู่เกา สองพ่อลูกจะไม่อยากแยกจากแต่ก็ไม่อาจทัดทานอำนาจของคุณตาได้ จึงต้องทำตามการจัดการนี้แต่โดยดีแม้จะรู้สึกไม่เต็มใจก็ตาม
เมื่อไม่มีกู่เซวียนเย่อยู่ กู่เกาในตอนแรกก็ยังทำตัวดีจนบ้านเฉินลดความระวัวตัวลงมากจนถึงเวลาที่เขาจะเผยเขี้ยวเล็บ สิ่งแรกเริ่มที่ลงมือคือ มรดกของคุณหนูเฉินที่ทิ้งไว้ให้บุตรชาย กู่เกาก็หาทางโยกย้ายมาทำประโยชน์ให้ตนเอง และวางหมากกระดานใหญ่ในการกลืนธุรกิจของตระกูลเฉิน ในเมื่อเขาจะมุ่งสู่เส้นทางตระกูลระดับสูง หนทางที่ไวที่สุดคือเข้าแทนที่โดยการกลืนกิน
กู่เกาวางแผนทีละขั้น ๆ จนกระทั่งรุกฆาต ในวันเกิดของกู่เซวียนเย่อายุครบสิบปีพอดี ก็เป็วันที่กิจการของตระกูลเฉินตกเป็ของกู่เกา เขี้ยวเล็บของกู่เกาเผยออกมาเต็มที่และไม่ต้องเกรงใจและทำเป็กลัวใครอีกต่อไป
กู่เกาวางแผนแยบยลก่อกวนหุ้นของบริษัทและชักจูงบอร์ดบริหารของบริษัท จนสุดท้ายก็ยึดและควบรวมกิจการของตระกูลเฉินมาสู่ตระกูลกู่ได้สำเร็จ
ประวัติกิจการของตระกูลเฉินอันยาวนานได้จบลงตรงนี้กลายเป็ตระกูลกู่ที่รวบกินและเดินหน้าต่อ
เหตุการณ์นี้ทำให้ผู้นำตระกูลช็อกหนักจนหัวใจล้มเหลวเสียชีวิต ส่วนภรรยาผู้นำตระกูลหรือยายของกู่เซวียนเย่ก็ตรอมใจตายตามสามีไปในเวลาไม่กี่เดือน ส่วนญาติพี่น้องคนอื่น ๆ ในตระกูลเฉินคนไหนยอมแต่โดยดีร่วมกับกู่เกาก็เจริญไปด้วยกัน คนไหนคัดค้านก็ล่มจมจนโงหัวไม่ขึ้น
กู่เซวียนเย่ในวัยสิบขวบแค่ระแคะระคายการกระทำของบิดาเท่านั้น เนื่องจากยังเด็กแม้ฉลาดแค่ไหนก็ยังไม่อาจมีกำลังในการสืบหาความจริงที่เกิดขึ้นกับตระกูลฝั่งมารดาได้
ใน่เวลานี้เองที่กู่เกาที่มีอำนาจเบ็ดเสร็จทางธุรกิจแต่ยังขาดแบ็คอัพที่แข็งแกร่งขึ้นไปอีกขั้น จึงเลือกเป้าหมายเป็บุตรสาวตระกูลซวงซึ่งมีปู่เป็ท่านนายพลมีอำนาจทางการทหารและคนในครอบครัวหลายคนมีอำนาจทางการเมือง
กู่เกาที่มีประวัติเป็พ่อหม้ายลูกติดอันที่จริงนั้นไม่มีทางที่ตระกูลซวงจะตกลงให้บุตรสาวของตระกูลแต่งงาน แต่ใครใช้ให้บุตรสาวของตระกูลซวงนั้นเป็ประเภทเสเพลเปลี่ยนผู้ชายเป็เสื้อผ้ากันเล่า นี่ทำให้ตระกูลซวงปวดหัวเนื่องจากไม่มีตระกูลดีที่ไหนอยากให้บุตรชายของตนที่ยังโสดแต่งเธอเข้าตระกูล ดังนั้นเมื่อกู่เกาเข้าไปพูดคุยสู่ขอ แม้ตระกูลซวงจะไม่พอใจสถานพ่อหม้ายลูกติดเท่าไหร่แต่ฐานะทางการเงินและสังคมของกู่เกายังคงมีอยู่ ทำให้ตระกูลซวงยอมลดมาตรฐานและแต่งบุตรสาวออกไป
บุตรสาวตระกูลซวงเป็บุตรสาวคนโต นามว่า ซวงเหมี่ยนหยา
แม้จะแต่งงานแล้วก็ยังคงออกเที่ยวสนุกเป็ว่าเล่นไม่ได้ทำตัวเป็เลดี้ตระกูลสูงเท่าไหร่นักแต่กู่เกาไม่ได้ห้ามอะไรเธอ เพียงแต่มีข้อตกลงว่า อย่าปล่อยให้มีลูกที่ไม่ได้เกิดจากเขาและ้าอำนาจจากตระกูลเธอมาเป็แบ็คอัพเท่านั้นซึ่งซวงเหมี่ยนหยาตกลงอย่างง่ายดาย ในเมื่อเธอมีเงินใช้และไม่ต้องถูกบิดามารดาควบคุมอีกต่อไป แถมสามียังปล่อยอิสระ ทำไมเธอจะไม่ชอบล่ะ
จนกระทั่งเมื่อกู่เซวียนเย่อายุได้สิบสามปี น้องชายของเขาก็ได้กำเนิดมาจากแม่เลี้ยง ซวงเหมี่ยนหยาให้กำเนิดบุตรชายออกมาตามคำขอของกู่เกา ซึ่งแม้เธอจะไม่อยากตั้งครรภ์แต่ด้วยเงื่อนไขใจป้ำที่กู่เกาเสนอให้เธอ จึงทำให้เธอตกลงในการตั้งครรภ์นี้
บุตรชายที่เกิดออกมาคนที่สองคือ กู่ฉิงฉิง ที่มีสายเืของตระกูลกู่และตระกูลซวง