หลังจากกลุ่มค่ายหมาป่าดำจากไป หมู่บ้านก็กลับคืนสู่ความสงบอีกครั้ง
ชาวบ้านทยอยออกมาจากบ้าน บางคนช่วยกันเก็บข้าวของ บางคนพูดคุยถึงเหตุการณ์เมื่อครู่ด้วยความโล่งใจ
ส่วนชายหนุ่มนั้นกลับไม่ได้สนใจเื่เ่าั้มากนัก
เขากำลังนั่งกินอาหารอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่หน้าบ้านผู้ใหญ่บ้าน
ไก่ต้มหนึ่งตัว ผัดผัก ข้าวสวยร้อน ๆ และสุราอีกหนึ่งไหถูกวางอยู่ตรงหน้า
ชายหนุ่มคีบเนื้อไก่เข้าปาก ก่อนพยักหน้าด้วยความพอใจ
“อร่อยดี”
ผู้ใหญ่บ้านที่นั่งอยู่ไม่ไกลหัวเราะ
“หากไม่ได้ท่านช่วย พวกเราคงต้องเสียเงินให้ค่ายหมาป่าดำไปอีกมาก”
“เื่เล็กน้อย”
ชายหนุ่มตอบอย่างสบาย ๆ
“ข้าเองก็ไม่ได้เสียอะไร”
ผู้ใหญ่บ้านยิ้ม ก่อนถามขึ้น
“ท่านจอมยุทธ์จะเดินทางต่อเมื่อใดหรือขอรับ?”
ชายหนุ่มชะงักเล็กน้อย
“คงอีกไม่นาน”
เขามองออกไปยังถนนนอกหมู่บ้าน
ก่อนจะพูดขึ้นว่า
“แต่ก่อนจะไป ข้ามีเื่หนึ่งอยากทำ”
“เื่อะไรหรือขอรับ?”
ชายหนุ่มวางตะเกียบลง
“ข้าอยากเลือกคนในหมู่บ้านมาฝึกยุทธ์”
ผู้ใหญ่บ้านนิ่งไป
“ฝึกยุทธ์?”
“ใช่”
ชายหนุ่มพยักหน้า
“ค่ายหมาป่าดำอาจกลับมาอีก”
สีหน้าของผู้ใหญ่บ้านเปลี่ยนเป็จริงจังทันที
เขาเองก็คิดถึงเื่นี้อยู่เช่นกัน
ครั้งนี้พวกมันเสียหน้าไปไม่น้อย หากกลับมาอีกครั้งพร้อมกำลังที่มากกว่าเดิม ชาวบ้านที่ไม่มีวรยุทธ์ย่อมไม่มีทางรับมือได้
“แต่คนในหมู่บ้านล้วนเป็ชาวบ้านธรรมดา…”
“ข้ารู้”
ชายหนุ่มยิ้ม
“ข้าไม่ได้้าให้พวกเขาเป็ยอดฝีมือ”
“เพียง้าให้หมู่บ้านมีคนที่สามารถปกป้องตัวเองได้”
ผู้ใหญ่บ้านรีบพยักหน้า
“ถ้าเช่นนั้นข้าจะเรียกคนมาให้ท่านเลือก”
ไม่นานนัก ชาวบ้านจำนวนมากก็มารวมตัวกันที่ลานกลางหมู่บ้าน
ชายหนุ่มยืนอยู่ด้านหน้า มองผู้คนทีละคน
เขาไม่ได้รีบร้อน
บางคนถูกให้ยืน
บางคนถูกให้เดิน
บางคนถูกให้ลองออกแรง
บางครั้งชายหนุ่มจับข้อมือเพื่อตรวจชีพจร บางครั้งแตะไหล่หรือแผ่นหลัง
ชาวบ้านต่างมองด้วยความสงสัย
หลังจากตรวจสอบอยู่นาน ชายหนุ่มก็เลือกคนออกมาประมาณยี่สิบคน
“พวกเ้ามาทางนี้”
คนที่ถูกเลือกเดินตามเขาไปยังลานกว้างหลังหมู่บ้าน
ชายหนุ่มมองพวกเขาอีกครั้ง
“พวกเ้าทุกคนไม่ได้มีพร์โดดเด่นด้านวรยุทธ์”
หลายคนก้มหน้าลงเล็กน้อย
แต่ชายหนุ่มกลับพูดต่อ
“แต่ไม่ได้หมายความว่าพวกเ้าฝึกไม่ได้”
ทุกคนเงยหน้าขึ้น
“ร่างกายของแต่ละคนมีขีดจำกัดไม่เท่ากัน”
ชายหนุ่มกล่าว
“หน้าที่ของข้าคือหาขีดจำกัดนั้นให้เจอ”
“จากนั้นจะช่วยพวกเ้าดึงศักยภาพออกมาให้มากที่สุด”
ชาวบ้านต่างมองหน้ากันด้วยความตื่นเต้น
ชายหนุ่มเดินไปหาคนแรก
เขาวางมือลงบนแผ่นหลังของชายฉกรรจ์วัยกลางคน ก่อนถ่ายทอดกำลังภายในเข้าสู่ร่างกายอย่างช้า ๆ
พลังอุ่นสายหนึ่งไหลผ่านเส้นลมปราณ
ชายฉกรรจ์กัดฟันแน่น
เหงื่อเริ่มไหลออกจากหน้าผาก
ชายหนุ่มััได้ถึงขีดจำกัดของร่างกายอีกฝ่าย จึงค่อย ๆ เพิ่มกำลังภายในขึ้นทีละน้อย
จนกระทั่งถึงจุดที่ร่างกายของชายผู้นั้นไม่สามารถรับได้อีก
ชายหนุ่มจึงถอนมือออก
“พอแล้ว”
ชายฉกรรจ์หอบหายใจอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนค่อย ๆ ลืมตา
“รู้สึกอย่างไร?”
“เหมือนมีแรงอยู่ในร่างกายมากกว่าเดิมหลายเท่า”
ชายหนุ่มพยักหน้า
“จำความรู้สึกนี้เอาไว้ แล้วฝึกตามวิธีที่ข้าจะสอน”
จากนั้นเป็คนที่สอง
คนที่สาม
คนที่สี่…
ชายหนุ่มตรวจสอบร่างกายของทุกคนอย่างละเอียด ก่อนถ่ายทอดกำลังภายในให้เหมาะกับขีดจำกัดของแต่ละคน
บางคนรับได้มาก
บางคนรับได้น้อย
บางคนร่างกายแข็งแรงแต่เส้นลมปราณไม่ดีนัก
บางคนกลับมีพื้นฐานเหมาะกับการฝึกมากกว่าที่รูปร่างภายนอกบอก
ชายหนุ่มไม่ได้ละเลยแม้แต่คนเดียว
เขาถ่ายทอดกำลังภายในให้แต่ละคนจนถึงขีดสุดที่ร่างกายสามารถรองรับได้
เวลาค่อย ๆ ผ่านไป
จนกระทั่งคนสุดท้ายได้รับกำลังภายในเรียบร้อย
ชายหนุ่มถอนหายใจเบา ๆ
เขามองชาวบ้านที่กำลังทดลองใช้พลังภายในของตนเอง ก่อนจะพยักหน้าอย่างพอใจ
แม้เขาจะถ่ายทอดกำลังภายในให้ทุกคนจนถึงขีดจำกัดที่ร่างกายของแต่ละคนสามารถรับได้ แต่สำหรับชายหนุ่มแล้ว พลังที่ถ่ายทอดออกไปยังน้อยนิดจนแทบไม่รู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลง
เขายังคงรู้สึกว่ากำลังภายในในร่างกายของตนแทบไม่ลดลงเลย
“เอาล่ะ”
ชายหนุ่มมองชาวบ้านทั้งกลุ่ม
“ต่อจากนี้ข้าจะสอนวิธีเดินลมปราณให้พวกเ้า”
เขาเริ่มสอนวิธีหายใจ วิธีควบคุมกำลังภายใน รวมถึงท่าทางพื้นฐานในการเคลื่อนไหว
ไม่มีสิ่งใดซับซ้อน
เพราะสิ่งที่เขา้าไม่ใช่การสร้างยอดฝีมือ แต่เป็การทำให้ชาวบ้านเหล่านี้สามารถใช้พลังที่ได้รับได้อย่างถูกต้อง
หลังจากฝึกอยู่หลายชั่วยาม ชายฉกรรจ์คนหนึ่งกำหมัดแล้วชกใส่ต้นไม้ตรงหน้า
ปัง!
เปลือกไม้แตกออกเป็รอย
ชายฉกรรจ์มองหมัดของตัวเองด้วยความตกตะลึง
“ข้าทำได้จริง ๆ…”
คนอื่นต่างทดลองตาม
บางคนยกถังน้ำที่แต่ก่อนต้องใช้สองคนช่วยกันยกได้ด้วยตัวเอง
บางคนเคลื่อนไหวได้คล่องตัวขึ้น
บางคนสามารถออกแรงได้มากกว่าเดิมหลายเท่า
แม้ฝีมือของแต่ละคนจะแตกต่างกัน แต่ทุกคนล้วนแข็งแกร่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ชายหนุ่มมองภาพนั้นแล้วพยักหน้า
“จำเอาไว้”
“พลังที่อยู่ในตัวพวกเ้าไม่ใช่ของเล่น”
“มันมีไว้ปกป้องตัวเอง ครอบครัว และหมู่บ้าน”
ทุกคนพยักหน้าอย่างจริงจัง
ชายหนุ่มจึงกล่าวต่อ
“ฝึกทุกวัน”
“หากค่ายหมาป่าดำกลับมา พวกเ้าก็จะมีพลังพอจะรับมือกับพวกมันได้”
เสียงตอบรับดังขึ้นพร้อมกัน
“ขอรับ!”
ชายหนุ่มพยักหน้า ก่อนสายตาจะเลื่อนไปยังท้ายกลุ่ม
เด็กหนุ่มคนหนึ่งกำลังยืนเงียบ ๆ อยู่ตรงนั้น
ชายหนุ่มจำเขาได้
เป็คนเดียวกับที่เขาสังเกตเห็นเมื่อก่อนหน้านี้
ชายหนุ่มเดินเข้าไปหา
“เ้า”
เด็กหนุ่มเงยหน้าขึ้น
“ขอรับ?”
“ชื่ออะไร?”
เด็กหนุ่มตอบอย่างสุภาพ
“หลี่หยวนขอรับ”
ชายหนุ่มพยักหน้า
“อายุเท่าไร?”
“สิบแปดขอรับ”
“พ่อแม่อยู่ที่ไหน?”
หลี่หยวนเงียบไปครู่หนึ่ง
ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงเรียบ
“ไม่มีแล้วขอรับ”
“ข้าเป็เด็กกำพร้า”
ชายหนุ่มไม่ได้ถามเื่นั้นต่อ
เขามองหลี่หยวนอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนยื่นมือออกไป
“ส่งมือมา”
หลี่หยวนทำตามทันที
ชายหนุ่มจับข้อมือของเขา ตรวจชีพจรอย่างละเอียด
จากนั้นจึงถ่ายทอดกำลังภายในเพียงเล็กน้อยเข้าไปสำรวจเส้นลมปราณ
สีหน้าของชายหนุ่มค่อย ๆ เปลี่ยนไป
ร่างกายของเด็กหนุ่มคนนี้ดีกว่าชาวบ้านทั่วไปอย่างชัดเจน
กระดูกดี
เส้นเอ็นแข็งแรง
เส้นลมปราณเปิดรับพลังได้ดี
และที่สำคัญ…
ร่างกายยังมีศักยภาพเหลืออยู่อีกมาก
ชายหนุ่มปล่อยมือ
“ไม่เลว”
หลี่หยวนถามอย่างระมัดระวัง
“ข้าฝึกยุทธ์ได้หรือไม่ขอรับ?”
“ได้”
คำตอบนั้นทำให้ดวงตาของหลี่หยวนมีประกายขึ้นเล็กน้อย
ชายหนุ่มมองเขา
“เ้ามีพื้นฐานดีกว่าคนอื่นในหมู่บ้าน”
หลี่หยวนกำหมัดแน่นอย่างตื่นเต้น
ชายหนุ่มกลับพูดต่อ
“แต่ข้ายังไม่คิดจะถ่ายทอดกำลังภายในให้เ้าจนถึงขีดสุด”
หลี่หยวนชะงัก
“เพราะเหตุใดขอรับ?”
“เพราะข้ายังไม่รู้จักเ้า”
ชายหนุ่มตอบตรง ๆ
“ก่อนที่จะมอบวิชาให้ใคร ข้าต้องรู้เสียก่อนว่าคนผู้นั้นมีนิสัยอย่างไร”
“มีจิตใจเช่นไร”
“และเมื่อมีพลังอยู่ในมือแล้ว เขาจะใช้มันทำอะไร”
หลี่หยวนก้มหน้าครุ่นคิด ก่อนตอบอย่างหนักแน่น
“ข้าเข้าใจขอรับ”
ชายหนุ่มมองเขาอยู่ครู่หนึ่ง
ก่อนยิ้มบาง ๆ
“ดี”
“ข้าจะรับเ้าเป็ศิษย์”
หลี่หยวนเงยหน้าขึ้นทันที
“จริงหรือขอรับ?”
“จริง”
ชายหนุ่มพยักหน้า
“แต่ตอนนี้เ้าจะได้เพียงพื้นฐานเท่านั้น”
“ส่วนวิชาที่ลึกกว่านั้น…”
เขาหยุดเล็กน้อย
“รอให้ข้ารู้จักเ้ามากกว่านี้เสียก่อน”
หลี่หยวนก้มลงคำนับ
“ขอรับ อาจารย์”
ชายหนุ่มชะงักเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำเรียกนั้น
ก่อนยิ้มออกมา
“คืนนี้พักผ่อนให้ดี”
“พรุ่งนี้เช้าเตรียมตัวให้พร้อม”
หลี่หยวนเงยหน้าขึ้น
“เราจะออกเดินทางหรือขอรับ?”
“ใช่”
ชายหนุ่มมองถนนที่ทอดยาวออกไปนอกหมู่บ้าน
“ข้าไม่ได้คิดจะอยู่ที่นี่ตลอดไป”
หลี่หยวนตอบโดยไม่ลังเล
“ถ้าเช่นนั้น ข้าจะไปกับอาจารย์”
ชายหนุ่มหันกลับมามอง
“แน่ใจหรือ?”
“แน่ใจขอรับ”
“ไม่เสียใจ?”
หลี่หยวนส่ายหน้า
“ข้าไม่มีอะไรต้องเป็ห่วงที่นี่แล้ว”
ชายหนุ่มมองเขาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนพยักหน้า
“ถ้าอย่างนั้นก็เตรียมตัว”
“พรุ่งนี้เราออกเดินทางกัน”
“ขอรับ อาจารย์”
หลี่หยวนคำนับอีกครั้ง
ชายหนุ่มหันกลับไปมองชาวบ้านที่กำลังฝึกกำลังภายในอยู่ในลานกว้าง
คนเหล่านี้ไม่ใช่ศิษย์ของเขา
แต่ต่อจากวันนี้ พวกเขาก็มีพลังมากพอที่จะปกป้องหมู่บ้านแห่งนี้ด้วยตัวเอง
ส่วนเด็กหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างกาย…
เขายังต้องใช้เวลาเรียนรู้ว่าเป็คนเช่นไร
ก่อนจะมอบวิชาที่แท้จริงให้กับเขา