หม่าจิ้งซิ่นรู้ความนัยจากสายตาที่มารดาส่งมาเขาส่งยิ้มประจบไปให้ขันทีชรา เอ่ยด้วยท่าทางนอบน้อมว่า“เฉากงกงกล่าวหนักเกินไปแล้ว ข้าไหนเลยจะไม่รู้ว่า่นี้ต้องปฏิบัติตัวเช่นใดท่านแม่เพียงแค่ลงโทษคนเล็กน้อยเท่านั้นเอง จากนั้นก็จะขับไล่พวกนางออกไปจากจวนไม่ได้มีเจตนาจะสังหารบ่าวรับใช้สองนางนี้แน่นอน”
แม้จะเห็นสายตาที่มองมาอย่างไม่เชื่อของอีกฝ่ายแต่หม่าจิ้งซิ่นก็หาได้สนใจไม่เขาแค่ทำคำพูดของตัวเองให้เป็จริงเสียก็สิ้นเื่กับบุตรสาวผู้นี้เขาคิดว่าส่งนางออกไปอยู่นอกจวนจะเป็การดีที่สุดหากยังอยู่ที่นี่ต่อไป สักวันคงได้ถูกท่านแม่สังหารทิ้งจริงๆ เป็แน่ยามมีเื่ร้ายเกิดขึ้นกับคนในจวนท่านแม่มักจะโทษว่าเป็ความผิดของเด็กน้อยเสมอเมื่อสบโอกาสเขาจึงไม่รอช้ากล่าวสิ่งที่คิดกระทำมาตลอดออกไปทันที
“หากไม่คิดสังหารก็ดีแล้วข้าเพียงแค่เตือนด้วยความหวังดีไม่อยากให้ตระกูลหม่าทำเื่ที่ขัดต่อพระราชเสาวนีย์ของไทเฮา”เฉากวงละความสนใจจากเื่นี้แล้วเอ่ยจุดประสงค์การมาของตน“วันนี้ที่ข้ามาเยือนจวนสกุลหม่านั้นเพราะฝ่าามีรับสั่งให้ใต้เท้าเข้าเฝ้าเร่งด่วน”
“เช่นนั้นท่านรอข้าไปเปลี่ยนชุดสักครู่”กล่าวจบหม่าจิ้งซิ่นก็กลับไปยังเรือนพักทันทีเพื่อผลัดเปลี่ยนเป็ชุดขุนนางสำหรับเข้าเฝ้าฮ่องเต้
คล้อยหลังบุตรชายและเฉากงกงหลี่หลิงฟางตวัดสายตามองหม่าอวิ๋นเซียงอย่างแค้นเคืองเหตุใดยามที่นางคิดสังหารเด็กนี่ต้องมีเื่ทำให้ไม่สำเร็จไปเสียทุกทีเมื่อครั้งที่อีกฝ่ายยังเป็เพียงทารกก็เพราะบุตรชายขัดขวางในครั้งนี้ก็ถูกขันทีของฝ่าาห้ามปรามไว้อีก ช่างเป็เด็กที่ตายยากตายเย็นเสียจริง!
“โยนพวกมันออกไปให้พ้นอย่าให้กลับมาเหยียบจวนสกุลหม่าอีกตลอดชีวิต”
สิ้นคำสั่งจากฮูหยินผู้เฒ่าบ่าวรับใช้ก็ทำตามประกาศิตนั้นทันทีพวกนางหิ้วปีกถางรั่วเหวยที่สลบไสลไปแล้วไว้ก่อนจะลากออกไป สาวใช้อีกสองนางก็จับแขนเล็กของหม่าอวิ๋นเซียงแล้วลากไปยังเรือนจื่อเถิงเช่นกัน
หญิงชรามองตามหลังเด็กน้อยไปอย่างครุ่นคิดถึงจะขับไล่คนออกจากจวนไปได้แต่การที่จะปล่อยให้ทั้งสองเร่ร่อนไปทั่วนั้นสักวันผู้คนต้องรู้แน่ว่านางเป็คนสกุลหม่า มิสู้ส่งไปอยู่ในเขตแดนของตนไม่ดีกว่าหรือที่แห่งนั้นทั้งห่างไกลและกันดารซ้ำยังมีคอยจับตาดูให้อีกด้วยเมื่อคิดใคร่ครวญดีแล้วจึงสั่งให้พ่อบ้านหลิวจัดการหาคนส่งหม่าอวิ๋นเซียงไปยังที่ดินรกร้างของตระกูลหลี่ยังเมืองหนานโฉว
“เก็บของ แล้วไสหัวไปจากที่นี่เสีย”สาวใช้วัยกลางคนผู้หนึ่งกล่าวอย่างดุดันทันทีที่โยนร่างเล็กลงบนพื้นดินหน้าเรือนจื่อเถิง
หม่าอวิ๋นเซียงมองร่างสิ้นสติของแม่นมถางก่อนหันไปอ้อนวอนสตรีเบื้องหน้า“ท่านป้า พวกท่านอย่าเพิ่งไล่ข้าออกไปเลยนะแม่นมของข้าเจ็บหนักถึงเพียงนี้จะออกจากจวนไปได้อย่างไรพวกท่านไม่กลัวว่าจะถูกผู้อื่นครหาว่าใจจืดใจดำกับคนเจ็บหรอกหรือ”
“พวกเ้านายบ่าวจะอยู่หรือตายแล้วมันเกี่ยวอันใดกับข้ากัน”สาวใช้คนเดิมถามด้วยน้ำเสียงเยาะหยัน นางไม่เห็นประโยชน์อันใดจากการช่วยคุณหนูใหญ่เลยสักนิด
หม่าอวิ๋นเซียงสูดหายใจเข้าเฮือกใหญ่เพื่อรวบรวมความกล้าสะกดกลั้นน้ำตาไว้ไม่ให้ไหลออกมา ั้แ่เกิดมานางไม่เคยข่มขู่ผู้ใดมาก่อนแต่ครั้งนี้หากไม่ทำเกรงว่าคงต้องสูญเสียถางรั่วเหวยไปตลอดกาลเป็แน่
“พวกเ้าคงไม่รู้ว่าแม่นมถางรู้จักสนิทสนมกับหลงจู๊ร้านเฉียงเว่ยคนผู้นั้นรู้เื่ของข้าเป็อย่างดี หากว่าวันนี้พวกเ้าโยนข้าออกไปจากจวน เขาคงไม่พอใจจนนำเื่นี้ไปเล่าให้ผู้อื่นฟังแน่นอน”
นางเคยได้ยินมาว่าหลงจู๊ผู้นั้นชอบพอแม่นมถางอยู่มากเลยทีเดียวเคยทาบทามให้หญิงสาวไปเป็ฮูหยินของเขานางเคยถามพี่อาเจียวว่ารักใคร่ชอบพอเป็อย่างไรอีกฝ่ายตอบว่าเป็ความรู้สึกที่อยากปกป้องดูแลคนสำคัญ และจะไม่ยอมให้ผู้ใดมารังแกคนคนนั้นเด็ดขาดเช่นนี้แล้วนางสามารถนำชื่อของหลงจู๊ร้านเฉียงเว่ยมาแอบอ้างได้ใช่หรือไม่หากเขารู้ว่าแม่นมถางถูกทำร้ายคงไม่อยู่เฉยเป็แน่
สาวใช้เ่าั้มองหน้ากันอย่าง้าปรึกษาผู้ใดก็รู้ว่าร้านเฉียงเว่ยเป็ร้านแพรพรรณขึ้นชื่อของเมืองหลวงบรรดาภรรยาและบุตรีขุนนางชั้นสูงในเมืองต่างมาใช้บริการจากร้านนี้หากเื่การมีอยู่ของคุณหนูใหญ่ถูกแพร่งพรายออกไปเกรงว่าผู้คนต้องตราหน้าตระกูลหม่าเป็แน่แล้วพวกนางเป็เพียงบ่าวไพร่ยังคิดว่าจะอยู่กันได้อย่างสงบสุขอีกหรือทว่าเื่ขับไล่สองคนนี้เป็คำสั่งของฮูหยินผู้เฒ่าถ้าพวกนางไม่ทำตามคงเป็ตนที่จะถูกลงโทษเสียเอง
เมื่อเห็นว่าสาวใช้เ่าั้เริ่มลังเลหม่าอวิ๋นเซียงจึงพูดหว่านล้อมอีกครั้ง“ฮูหยินผู้เฒ่าบอกให้ไล่ข้าออกไป แต่ไม่ได้หมายความว่าต้องเป็วันนี้เสียหน่อยข้าขอเวลาเพียงสามวันเท่านั้นแล้วจะจากไปเงียบๆไม่ทำให้พวกเ้าต้องเดือดร้อนแน่นอน พวกเ้าก็เห็นว่าข้าวของในเรือนยังไม่ได้เก็บหนำซ้ำแม่นมถางก็ยังไม่ได้สติ แต่หากจะให้ข้าไปจริงๆความลำบากคงตกไปอยู่ที่พวกเ้าแล้วล่ะ”
หลังจากใคร่ครวญตามวาจาของเด็กน้อยก็เห็นจะจริงดังที่นางกล่าวมา สาวใช้เ่าั้กำชับเพียงว่าให้อยู่กันเงียบๆห้ามออกจากเรือน พอครบสาววันก็แอบออกจากจวนไปเสีย
หม่าอวิ๋นเซียงพรูลมหายใจออกมาอย่างโล่งอกนางมองร่างที่มีแต่าแของถางรั่วเหว่ยอย่างปวดใจ สาวใช้กลุ่มนั้นช่างใจดำนักทิ้งแม่นมถางให้นอนบนพื้นดินหน้าเรือนไม่คิดจะพาคนเจ็บเข้าเรือนเลยสักนิดร่างเล็กลุกขึ้นแล้ววิ่งไปยังคอกม้าอย่างไม่นำพาต่ออาการาเ็ของตนแม้เข่าทั้งสองข้างเจ็บจนแทบจะก้าวเท้าไม่ออก แต่ก็กัดฟันวิ่งไปขอความช่วยเหลือ
ฟั่นถงเห็นเด็กหญิงวิ่งตรงมาหาเขาอย่างทุลักทุเลก็รีบเข้าไปหาสายตาจับจ้องใบหน้าบวมช้ำเืของนาง ดวงหน้าที่ปูดบวมนั้นคงเจ็บไม่น้อย เขาไม่หลบยามเห็นมือเล็กเอื้อมมาจับชายอาภรณ์ของตนไว้
“ช่วยข้าด้วย เร็วเข้า”หม่าอวิ๋นเซียงจับชายแขนเสื้อของคนเลี้ยงม้าไว้มั่น พยายามออกแรงดึงให้เขาตามมาเมื่อเห็นอีกฝ่ายไม่ขัดขืนก็พาให้ใจชื้นขึ้นมาหลายส่วน
ฟั่นถงเดินตามร่างเล็กไปเงียบๆพอมาถึงเรือนจื่อเถิงจึงรู้ความ้าของนางได้ทันทีแม้จะได้ยินมาบ้างว่าวันนี้มีการลงโทษบ่าวรับใช้ในจวนแต่ไม่คิดเลยว่าจะเป็สองคนนี้ ชายหนุ่มช้อนอุ้มถางรั่วเหวยเข้ามาไว้ในอ้อมแขนแล้วเดินเข้าเรือนไป
หม่าอวิ๋นเซียงวิ่งไปยังหีบใส่ผ้านางเปิดมันออกแล้วรื้อหาบางอย่างเพียงไม่นานก็ได้ของที่้า “พี่ชายคนเลี้ยงม้าช่วยไปตามหมอให้ข้าได้หรือไม่” กล่าวพลางยื่นถุงเงินไปให้
ฟั่นถงมองเงินถุงเล็กในมือของเด็กน้อยแวบเดียวก่อนจะหันหลังเดินออกจากเรือนไป
ขอบตาของหม่าอวิ๋นเซียงร้อนผ่าวขึ้นมาอีกครั้งเข่าทั้งสองข้างเจ็บจนแทบจะยืนไม่ไหวอยู่แล้วแต่เมื่อมองเห็นร่างที่มีแต่าแของคนบนเตียงจึงตัดสินใจไปตามหมอด้วยตัวเองนางเดินกะเผลกออกจากเรือนไปอย่างไร้เรี่ยวแรง มือกำไม้ซึ่งใช้ต่างไม้เท้าไว้แน่นเพื่อพยุงไม่ให้ล้มลงไปแต่ว่านางเดินยังไม่ทันพ้นประตูเรือนด้วยซ้ำกลับมีเสียงเอ่ยทักขึ้นมาเสียก่อน
“คุณหนูจะไปไหนหรือขอรับเหตุใดไม่นั่งรอในเรือน”ฟั่นถงที่กลับมาพร้อมกับอ่างน้ำและผ้าสะอาดเอ่ยถามอย่างอดไม่ได้
“ไปตามหมอ” หม่าอวิ๋นเซียงตอบทั้งที่ยังมึนงงเมื่อครู่เขาจากไปแล้วมิใช่หรือ?
“เดี๋ยวข้าน้อยไปตามให้เองขอรับคุณหนูเข้าไปนั่งรอด้านในเถิด” ไม่เอ่ยเปล่าเขาพยุงเด็กหญิงเข้าไปในเรือนจากนั้นยื่นผ้าที่ชุบน้ำอุ่นบิดหมาดไปให้“ใช้ประคบแก้มและเข่ารอนะขอรับ เดี๋ยวหมอมาค่อยให้ตรวจดูอาการอีกที”
มือเล็กเอื้อมไปรับผ้าอุ่นๆนั้นมาอย่างว่าง่ายแล้วใช้ประคบแก้มตามที่เขาบอกั์ตาหงส์มองตามแผ่นหลังของชายหนุ่มไปจนลับสายตานางหวังว่าเขาจะสามารถพาหมอมารักษาแม่นมถางได้ทันท่วงที