ตอนที่ 24
เคยชิน
“พี่เมฆ.คนเดียวกับที่เป็นักดาบอันดับหนึ่งหรือเปล่าครับ”ระหว่างทางเดินทางไปนอกเมืองเพื่อเก็บเลเวลกันเสียทีเจก็เอ่ยปากถามออกมาด้วยท่าทีสุดจะสงสัย เมฆจอมดาบอันดับ 1 ที่สร้างชื่อมาแล้วหลายต่อหลายเกมนั้นเป็ผู้มีชื่อเสียงโด่งดังมาตลอดเพียงแต่เขาไม่ค่อยออกสื่อนักทำให้ไม่ค่อยมีคนรู้จักหน้าตาแต่ที่เจสงสัยอย่างนี้เป็เพราะกวีรู้จักทั้งไอดอลอย่างไอช่าแม้แต่พ่อค้าชื่อดังอย่างเรย์ด้วยบางทีอาจจะมีจอมดาบอันดับ 1 ในรายชื่อเพื่อนก็เป็ได้ไม่ใช่หรือไง
“น่าจะผิดคนแล้ว”เมฆตอบเสียงเรียบก่อนจะเดินต่อด้วยท่าทีนิ่งๆ เมฆไม่เคยบอกว่าตนเองเป็นักดาบอันดับ 1ชื่อเ่าั้มีแต่คนอื่นใช้เรียกหาเท่านั้น
“นั่นสินะ เมฆคนนั้นเป็ผู้เล่นที่เล่นคนเดียวตลอดไม่เคยเข้ากิลด์หรือปาร์ตี้ถ้าไม่จำเป็ด้วยสิ”เจยิ้มเจื่อนๆออกมาเมื่อรู้ว่าทักคนผิด ตลอด 5 ปีที่ผ่านมานี้เมฆไม่เคยเข้ากิลด์ไหนอีกเลยนอกจากกิลด์ที่เนตรสร้างในเกมเนเวอร์แลนด์ก่อนจะรู้ว่ากวีหายตัวไปสำหรับเมฆแล้วคนที่เชื่อใจพอจะอยู่ด้วยได้ก็มีแต่กวีเท่านั้น
“ไอช่า มีนเอานี่ไป”กวีพูดพลางยื่นมงกุฎที่ได้มาจากราชินีผึ้งให้ไอช่าและส่งเกราะเงินจากองครักษ์ผึ้งให้มีนของพวกนี้ต้องเลเวลสูงกว่านี้ถึงจะใส่ได้แต่เกราะเบาเพิ่มความเร็วและมงกุฎเพิ่มอัตรารักษาก็เหมาะกับทั้งสองที่สุดแล้วให้เอาไว้ก่อนก็ไม่เสียหาย
“เย้ขอบคุณค่ะ”ไอช่ายิ้มกว้างด้วยท่าทีดีใจก่อนจะรับมงกุฎมาลองสวมดูด้วยท่าทีร่าเริงแต่น่าเสียดายเลเวลของไอช่าเองก็ยังไม่ถึงเลยยังใส่ไม่ได้
“ขอบคุณค่ะ”มีนรับเกราะเงินของผึ้งองครักษ์มาด้วยท่าทียินดีปนๆเกรงใจในกลุ่มนี้คนที่สมควรจะได้เกราะเงินชุดนี้ที่สุดหากไม่ใช่มีนก็คงไม่มีใครแล้วเพราะมีนเป็คนสร้างความเสียหายหลักตอนสู้กับผึ้งองครักษ์ แม้กวีจะพยายามโจมตีใส่จุดอ่อนแต่ความเสียหายที่ทำได้ก็ไม่เท่ากับที่มีนทำแม้แต่น้อย
“จริงสิพอเห็นพี่กวีถือไม้เท้าแบบนี้แล้วค่อยเหมือนนักเวทหน่อยนะ”เจหัวเราะออกมาก่อนจะมองอาวุธใหม่ในมือของกวีตอนนี้กวีเปลี่ยนเป็นักเวทพื้นฐานแล้วเลยเปลี่ยนจากถือดาบมาถือไม้เท้าสั้นที่มีรูปร่างเหมือนไม้เท้าสำหรับพยุงเวลาเดินยังไงยังงั้น
“เท่านี้ก็ไม่ต้องกินแรงคนอื่นแล้ว”กวีหัวเราะออกมาพลางเปิดหน้าต่างสกิลขึ้นมาดูในที่สุดกวีก็มีสกิลโจมตีเสียทีแม้ทุกสกิลจะอยู่ที่เลเวล 1 ก็ตามโดยจอมเวทนั้นจะมีสกิลต่างไปจากของอาชีพอื่นๆที่จะมีสกิล 10 สกิลเป็หลัก โดยจอมเวทนั้นจะได้สกิลติดตัวอย่างฟื้นฟูพลังเวทที่ทำให้อัตราการฟื้นคืนของพลังเวทเพิ่มขึ้น และ ศึกษาหาความรู้ที่จะช่วยเพิ่มค่า ปัญญา ให้กับผู้เล่นโดยนอกจากสกิลติดตัวเหล่านี้แล้วผู้เล่นสายจอมเวทสามารถเลือกได้ว่าจะเรียนเวทมนตร์สายไหนเพราะขั้นต่อไปของนักเวทฝึกหัดที่นิยมเล่นกันคือจอมเวทมนตร์ธาตุต่าง ๆโดยเงื่อนไขการเปลี่ยนอาชีพพวกนี้จะต้องพัฒนาสกิลธาตุใดธาตุหนึ่งให้ถึงขั้น5 ซึ่งการจะทำแบบนั้นก็ต้องใช้เวทมนตร์ขั้น 1 ให้เลเวล 10 ก่อนถึงจะสามารถปลดล็อกเวทมนตร์ขั้นที่2 ของธาตุนั้น ๆได้ โดยนักเวทส่วนใหญ่จะเลือกใช้ 2 ธาตุเพื่อป้องกันการเจอศัตรูที่ทนทานต่อธาตุหลักที่ตนเล่น
“ว่าแต่พี่กวีเลือกเวทมนตร์อะไรมาเหรอครับเห็นเขาบอกว่าในโรงเรียนสอนเวทมนตร์มีให้เลือกแค่สี่ธาตุนี่ครับ”เจถามพลางเลิกคิ้วสงสัย
“ก็เรียนมาทั้งหมดนั่นล่ะ”กวีตอบพลางเดินต่อด้วยท่าทีสบายๆ อาชีพลับที่กวีเลือกคือมหาปราชญ์ เป็อาชีพที่ต้องเรียนเวทมนตร์ธาตุขั้น 5ไม่ต่ำกว่า 7 ธาตุ ลำพังเวทมนตร์ที่ให้เรียนฟรีจากที่เปลี่ยนอาชีพมีเพียง 4ธาตุเท่านั้น การจะหาเวทมนตร์ธาตุอื่น ๆมาเรียนนั้นก็ต้องไปหาตามเควสหรือจากมอนสเตอร์เอาซึ่งเื่นี้ยากเสียยิ่งกว่าการเก็บขั้นของสกิลเสียอีก
“หวา...เป็ผมคงปวดหัวน่าดูเวลาใช้สกิลต้องอ่านบทร่ายในใจด้วยนี่ครับ”เจว่าพลางส่ายหัวไปมาทันทีที่้าใช้สกิลตัวผู้เล่นสายอาชีพอื่นก็เพียงนึกในหัวว่า้าใช้สกิลไหนพอออกท่าทางสกิลก็จะทำงานทันทีแต่นักเวทนั้นพอเริ่มใช้สกิลก็จะมีตัวอักษรให้อ่านในหัว พออ่านจบก็ใช้สกิลออกมาได้แถมยิ่งสกิลขั้นสูงก็ยิ่งมีบทร่ายที่ยาวเพราะฉะนั้นความเร็วในการร่ายของแต่ละคนก็ขึ้นอยู่กับความเร็วในการนึกบทเวทด้วยเช่นกัน
“ไม่เห็นยากเลยพอจำได้ก็ร่ายได้เร็วขึ้นแล้ว”ไอช่าตอบพลางโบกคทาด้ามยาวในมือไปมาทางไอช่าเองก็เปลี่ยนอาชีพเป็นักบวชฝึกหัดแล้วเช่นกันโดยพื้นฐานแล้วการใช้สกิลของนักบวชและนักเวทไม่ต่างกันนัก
“ไม่ไหวหรอกแบบนั้นปวดหัวจะตาย”มายด์ว่าพลางทำปากเบ้ส่ายหน้าตามเจไปอีกคน
“มีนก็ไม่น่าจะไหวนะ”มีนตอบด้วยท่าทีโล่งอกไม่นึกเลยว่าสายเวทต้องทำแบบนี้ด้วยนี่ถ้าเธอเผลอคล้อยตามท็อปจนเล่นอาชีพนักบวชจริง ๆต้องแย่แน่ ๆ
“คนเราก็มีอะไรถนัดแตกต่างกันทำอันที่ถนัดนั่นล่ะดีแล้ว”กวียิ้มออกด้วยท่าทีสบาย ๆสำหรับเขาแล้วเื่การอ่านบทเวทเป็เื่สบายอยู่แล้ว
“แล้ว...นายรู้สึกยังไงกับเกมโลกเสมือนจริงบ้าง”เมฆที่เดินเงียบมาพักใหญ่ถามออกมาด้วยท่าทีนิ่งๆเช่นเดิม
“แปลกใหม่ดีแถมระบบสังคมก็เปลี่ยนไปด้วย”กวีตอบพลางมองไปรอบ ๆตัว ผู้เล่นเยอะขึ้นมากกลุ่มเป้าหมายเปลี่ยนไป และคุณค่าต่าง ๆของไอเทมก็เป็ที่ยอมรับหากเป็สมัยก่อนคงไม่มีใครวิ่งมาสมัครเข้ากิลด์อย่างที่เจทำหรอก
“แต่....โครงสร้างก็ไม่ได้เปลี่ยนไปมาก”กวีหยิบเอาน้ำผึ้งหมอกม่วงออกมาถือก่อนจะดื่มมันเข้าไปจนหมดในพริบตา แม้จะเป็น้ำผึ้งเข้มข้นแต่พอดื่มเข้าไปแล้วกลับรู้สึกคล่องคอกว่าที่คิดแถมยังไม่หวานเกินไปให้ความรู้สึกเหมือนมีกลิ่นดอกไม้จาง ๆอีกด้วย
.
.
เปรี้ยง!! เปรี้ยง!!
ดาบในมือของมีนตรงเข้าเล่นงานด้วงั์มอนสเตอร์เลเวล12 อย่างรวดเร็วและรุนแรง แถมครั้งนี้เธอยังมีสกิลของนักดาบให้ใช้แล้วด้วยทำให้ความเสียหายที่เธอสร้างรุนแรงขึ้นมากจนทำให้มอนสเตอร์เลเวล12 เท่า ๆกับทหารตัวหนอนโดนฆ่าตายอย่างง่ายดาย
“คิดว่าไง”กวีถามขณะเริ่มร่ายเวทมนตร์ออกมาแต่ถึงจะร่ายเวทอยู่กวีกลับหันมาคุยกับเมฆหน้าตาเฉย แถมเวทมนตร์ที่กวีร่ายยังไม่หายไปอีกต่างหาก
“ยังใช้ไม่ได้”เมฆตอบออกมาอย่างไร้เยื่อใยแม้ในสายตาคนทั่วไป มีนจะดูเก่งมากก็ตามแต่สำหรับมืออาชีพแล้วมีนยังอ่อนเกินไป
“ไม่ได้ถามว่าเก่งหรือเปล่าหมายถึงสอนได้ไหม”กวีถามออกไปด้วยท่าทีเหนื่อยใจ เื่ฝีมือของมีนอยู่ระดับไหนกวีรู้อยู่แล้ว
ฉึก!!
เวทมนตร์ธาตุดินหอกศิลาแทงขึ้นมาจากพื้นด้านหลังด้วงั์อย่างรวดเร็วแต่ไม่ทราบเพราะกวีเล็งพลาดหรือไม่คุ้นชินกับเวทมนตร์แบบบังคับทิศทางเองแบบนี้หอกดินเลยพุ่งขึ้นมาแทงอากาศเปล่าๆแทน
“สอนได้”เมฆตอบด้วยท่าทีนิ่ง ๆก่อนจะจับดาบเดินเข้าไปโจมตีด้วงั์ด้วยสกิลที่ตนเองมีการใช้สกิลนั้นไม่ใช่แค่ต้องต่อเนื่อง แต่ต้องจัดเรียงสกิลให้ถูกต้องตามสถานการณ์อย่างเ้าด้วงั์ที่เป็เป้าหมายตอนนี้ใช้สกิลแค่ 3 สกิลหลักก็ฆ่ามันได้อย่างรวดเร็วแล้วไม่ต้องใช้ทุกสกิลอย่างที่มีนทำเลย
“หายากนะเนี่ยที่พี่เมฆจะสอนคนอื่น”ไอช่าทำท่าทีใขณะใช้ไม้เท้าของตัวเองทุบด้วงั์แทนที่จะยืนรออยู่ข้างหลังเสียอย่างนั้นแต่ถึงจะทุบไปแล้วเวทมนตร์สนับสนุนที่เธอร่ายอยู่ก็ไม่หายไปไหนพริบตาต่อมาเวทมนตร์เพิ่มพลังโจมตีก็ถูกร่ายออกมาให้มีนเป็ที่เรียบร้อย
“กวีบอกให้สอนก็สอนแค่นั้นเอง”เมฆตอบด้วยท่าทีนิ่งเฉยอย่างมากต่อให้อีกฝ่ายเป็คนไม่ได้เื่แค่ไหนแต่ถ้ากวีบอกให้สอนเมฆก็จะสอน
“เอาแต่ทำตามคำสั่งพี่กวีอีกแล้วแบบนี้ไงพี่เนตรเลยโกรธเอาบ่อย ๆ”ไอช่าว่าพลางแอบหัวเราะออกมา
เปรี้ยง!!
ลูกไฟที่ปล่อยจากไม้เท้าของกวีกระแทกใส่ร่างของด้วงั์อย่างแม่นยำก่อนจะส่งร่างของมันปลิวไปกระแทกหอกศิลาที่กวีร่ายเอาไว้ก่อนหน้านี้เข้าอย่างจังทำให้ด้วงั์ได้รับความเสียหายหนักในทีเดียวเลยก็ว่าได้
“..........”เื่ที่กวีกับมีนหลบเก่งนั้นเจรู้อยู่แก่ใจดีหรอกแต่พอมาเจอไอช่ากับเมฆเข้าไปทำเอาเขาไม่ทราบเลยว่าปกติคนเราต้องหลบเก่งขนาดนี้หรือเปล่าระหว่างพูดคุยเล่นกันไปทั้ง 3 คนก็หลบการโจมตีแถมโจมตีสวนไปได้สบายแถมคนที่ต้องร่ายเวทอย่างกวีกับไอช่าก็ยังพูดกันปร๋ออย่างกับกำลังพูดคุยกันปกติเลยเล่นเอาตัวแทงค์อย่างเจไม่ทราบจะทำอะไรดี
“เจช่วยมายด์หน่อยได้ไหม”ระหว่างกำลังคิดว่าตนควรไปฆ่าด้วงั์คนเดียวดีหรือไม่มายด์ก็เดินเข้ามาสะกิดบอกให้เจไปช่วยเธอหน่อย ท่าทางมายด์จะสู้ด้วงั์คนเดียวไม่ไหวถึงจะมีสกิลแล้วก็ตาม
“ได้สิ”เจยิ้มออกมาด้วยท่าทียินดีอย่างน้อยก็ได้ทำงานในฐานะแทงค์เสียทีนับว่าคราวนี้มายด์ทำให้เจรู้สึกสบายใจขึ้นมาหน่อยเลยก็ว่าได้
“ว๊าย”ระหว่างใช้สกิลโจมตีอยู่นั้นอยู่ ๆมายด์ก็ลื่นล้มเพราะคุมสกิลพลาดทำให้เธอล้มลงนั่งกับพื้นโดยไม่ได้ตั้งใจ แต่พอเห็นว่าเจมองอยู่มายด์ก็แลบลิ้นออกมาด้วยท่าทีน่ารักน่าเอ็นดูก่อนจะลุกขึ้นเริ่มโจมตีอีกครั้งแม้จะฆ่าได้ช้าแต่อย่างน้อยก็ทำให้เจรู้สึกว่าอย่างน้อยก็ยังมีคนอื่นที่เป็คนธรรมดาในปาร์ตี้บ้าง....
ไม่... คิดแบบนั้นถูกแล้วงั้นเหรอนี่เจดีใจเพราะมีคนอื่นฝีมือธรรมดาเหมือนตัวเองงั้นเหรอ ไม่ถูกต้องแบบนี้ก็เท่ากับเจเป็ตัวถ่วงของปาร์ตี้เลยไม่ใช่หรือไง คราวก่อนยังมี เก่ง กับไบรท์ แถมกวียังเล่นสายไม่ตรงอีกด้วยทำให้เจพอจะแสดงฝีมือออกมาได้แต่ในปาร์ตี้ตอนนี้ หากเจไม่ไล่ตามคนอื่น ๆให้ทันจะไหวงั้นเหรอ
“พี่กวี เราไปล่ามอนสเตอร์เลเวลสูงกว่านี้กันเถอะครับ”หลังจากมายด์ฆ่าด้วงั์ตัวแรกลงได้เจก็ตัดสินใจเดินเข้าไปขอเปลี่ยนที่ล่ากับกวีตรง ๆ หากเป็มอนสเตอร์เลเวลสูง ๆที่ต้องล่าด้วยกันแทงค์อย่างเจก็จะได้ฝึกฝนไปด้วย อย่างน้อยก็ต้องเป็แทงค์ที่คนในปาร์ตี้นี้พอใจ