ร้านมอดไหม้ไปแล้ว
บ้านเจี้ยนเฉิงที่นอนหลับสนิทยังไม่รู้เรื่องรู้ราวจนกระทั้งคนงานจากร้านตั้งสติได้รีบมาแจ้งข่าวให้คนที่จวนได้รู้
“เถ้าแก่เถ้าแก่ขอรับ” เขาร้องเรียกคนจากหน้าประตูทางเข้าอยู่พักหนึ่งถึงจะมีคนมาเปิดประตูให้
“มีเรื่องอะไรกันหรือไม่ถึงได้มาตอนนี้”คนงานที่จวนที่ได้ยินเสียงจึงเปิดประตูออกมาดูจึงพบว่าเป็นคนงานที่ร้านนั่นเองเขาจึงถามออกมาอย่างสงสัย
“ที่ร้านที่ร้านอาหารไฟไหม้ รีบไปแจ้งเถ้าแก่เร็ว” เขารีบบอกออกไปอย่างเร่งรีบ
“ห๊ะร้านอาหารไฟไหม้ ข้าจะรีบไปแจ้งนายท่านเดี๋ยว”คนงานที่ได้ทราบข่าวก็รีบวิ่งเข้าไปบอกผู้เป็นนายทันที
“นายท่านนายท่านขอรับ” เขารีบร้องเรียกผู้เป็นนายทันที รอไม่นานจิ้นสิงก็ออกมาเปิดประตูจริงๆ ตอนที่คนงานที่ร้านมาร้องเรียกเขาก็เหมือนจะได้ยินเสียงแล้วแต่ไม่แน่ใจว่าใช่จวนตนเองหรือไม่จึงไม่ได้ลงมาดู
“มีอะไรกัน”เขาถามคนงานออกมาอย่างสงสัย
“ที่ร้านอาหารไฟไหม้ขอรับ”คนงานก็รีบบอกเขาออกไปทันทีก่อนจะขอตัวไปเรียกตัวคนงานคนอื่นให้ไปช่วยดับไฟที่ร้านด้วย
“ข้าจะรีบไปเดี๋ยวนี้”เขาที่ทราบข่าวรีบเข้าไปบอกคนอื่นๆ ในเรือนทันทีซึ่งก็ปลุกได้ไม่อยากนักเพราะมีตัวประกาศข่าวในบ้านที่ได้ยินก็ร้องบอกทุกคนทันที
“ไฟไหม้ๆๆๆ”หลันเฟยที่หูดีได้ยินเข้าก็ส่งเสียงร้องบอกทุกคนทันที
“ไฟไหม้ไฟที่ไหนไหม้” ชิงเถาที่ตื่นมาเพราะเสียงของหลันเฟยจึงเอ่ยออกมาด้วยเสียงสะลึมสะลือ
“ไฟไหม้ๆๆ”เจ้าหลันเฟยไม่สามารถให้คำตอบนางได้ นางจึงเดินออกไปเปิดประตูเพื่อถามคนอื่นเผื่อมีใครตื่นน่ะนะ
“พวกเจ้าตื่นแล้วก็ดีที่ร้านอาหารไฟไหม้ รีบไปเตรียมตัวกันเร็วพ่อจะไปเตรียมรถม้ารอ”จิ้นสิงที่แวะปลุกภรรยามาแล้วจึงรีบขึ้นมาปลุกบุตรสาวทั้งสองเขาเห็นพวกนางออกมายืนอยู่ข้างนอกพอดีจึงรีบพูดไป แล้วก็รีบลงไปรอข้างล่างทันทีตอนนี้เขาจะช้าไม่ได้แล้ว
“ร้านไฟไหม้”ชิงเถาที่ทราบข่าวก็รีบเข้าไปผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าบอกเชี่ยนเชี่ยนให้นางนำไปดูก่อน
“เจ้ารีบไปก่อนเลยนะถ้าทำอะไรได้ก็ช่วยข้าด้วย” ชิงเถาเอ่ยขอร้องเชี่ยนเชี่ยนออกมาแล้วรีบลงไปข้างล่างทันที
“มาครบแล้วใช่ไหมเช่นนั้นเรารีบไปกันเถอะ”จิ้นสิงที่เห็นว่าทุกคนมาพร้อมแล้วจึงรีบเร่งม้าให้เร่งรุดวิ่งลากรถออกไปอย่างเร็วกว่าทุกครั้งเป็นอย่างมาก
บนถนนเส้นลงใต้ที่ตอนนี้เต็มไปด้วยผู้คนที่รีบหนีตายออกไปจากร้านค้าบ้านเรือนเพราะกลัวว่าถ้าไฟลุกไหม้ลามไปตนจะออกมาไม่ทัน
“โอ้ย ไฟไหม้รีบดับไฟเร็ว มันจะไหม้ไปหมดแล้ว”เสียงร้องของหญิงชราที่นั่งแหมบอยู่กับพื้นร้องตะโกนบอกให้อีกหลายคนที่กำลังเร่งมือยกน้ำมาดับไฟไฟที่ตอนนี้กำลังไหม้อยู่ที่ชั้นสองของร้านแล้วมันมีแนวโน้มว่าจะลุกลามไปร้านข้างๆ พวกเขาจึงเปลี่ยนมารดน้ำร้านข้างๆให้เปียกเพื่อกันไฟแทน
“เถ้าแก่มีใครไปตามเถ้าแก่หรือยัง”คนงานผู้หนึ่งที่พึ่งได้ยินเข้าแล้วรีบมาจากเรือนพักคนงานที่อยู่ไม่ไกลตะโกนร้องถามออกมา
“มีแล้วตอนนี้รีบช่วยกันดับไฟต่อเถอะ”หานตงตอบออกไปแล้วรีบเร่งให้ทุกคนเร่งมือให้มากขึ้นอีกเพราะยังเหลืออีกร้านให้พวกเขาได้ป้องกันไว้ถึงร้านอาหารจะมอดไหม้ไปเกือบจะหมดแล้วแต่ยังเหลือความหวังกับอีกร้านที่ยังไม่โดนไฟไหม้
“ไปๆพวกเราเร่งมือเร็ว ถ้าไม่รีบร้านข้างๆ ก็คงไม่เหลือ” “ดับไฟเร็ววววว” “เจ้าหน้าที่มาแล้วท่านช่วยพวกเราด้วยนะเจ้าคะ” ชาวบ้านร้องตะโกนแข่งกันเต็มไปหมด ทั้งเสียงเด็กเสียงคนแก่ที่เริ่มบ่อน้ำตาแตกร้องไห้หวาดกลัวไปหลายคนแล้ว
“เถ้าแก่เถ้าแก่มาแล้ว” เสียงคนงานจากร้านร้องขึ้นเมื่อเห็นเจ้านายตนมาถึง
“เถ้าแก่”หานตงที่เห็นพวกเขาจึงรีบเดินเข้ามาหาทันที
“ตอนนี้สถานการณ์เป็นเช่นไรบ้าง”จิ้นสิงถามออกมาอย่างเคร่งเครียดสายตาเขาที่มองไปยังเพลิงไฟลุกโหมอยู่ด้านหน้านั้นช่างอธิบายได้ยากจริงๆตอนนี้แสงไฟจากกองเพลิงทำให้บริเวณรอบๆ สว่างมากขึ้น เขามองเห็นได้อย่างชัดเจนว่าร้านของเขานั้นไม่เหลือเค้าเดิมให้นึกถึงเลย
“ข้าช่างไม่เอาไหนทำได้เพียงรีบดับไฟก่อนที่มันจะลุกลามออกไปที่ร้านอื่นต่อขอรับ”หานตงเอ่ยตอบออกไปด้วยเสียงเศร้าสร้อย เขาที่นอนเฝ้าแท้ๆแต่ก็ปล่อยให้เกิดไฟไหม้ครั้งนี้ได้
“ไม่ใช่ความผิดของเจ้ารีบไปดับไฟเถอะ ดับไฟให้ได้ก่อนที่จะมีลมมาให้มันพัดไปมากกว่านี้” จิ้นสิงตอบเขาไปก่อนจะรีบรุดไปช่วยคนอื่นดับไฟอย่างรีบเร่ง
ผ่านไปอีกหนึ่งเค่อหลังจากนั้นเหตุการณ์ไฟไหม้ก็สงบลงด้วยความร่วมมือจากหลายฝ่ายทั้งชาวบ้านในพื้นที่ และทางการที่ได้รับแจ้งก็รีบเข้ามาช่วยเหลือทันที
“ขอบคุณมากขอรับ/เจ้าค่ะ”ครอบครัวเจี้ยนเฉิงที่เห็นว่าไฟได้มอดดับลงไปสนิทแล้วก็ได้หันมาก้มหัวไปรอบๆ ทิศเพื่อขอบคุณผู้มาช่วยเหลือในครั้งนี้ ถ้าขาดพวกเขาไปล่ะก็กิจการของครอบครัวพวกเขาคงได้หายไปหมดแล้ว
“ไม่เป็นไรๆ” “เพื่อบ้านกันช่วยเหลือกัน” “เสียใจกับพวกเจ้าด้วยนะ”และอีกหลายคำพูดที่เอ่ยกับพวกเขาอย่างเห็นอกเห็นใจ เรื่องเช่นนี้ไม่น่าเกิดขึ้นเลยทั้งๆ ที่กิจการค้าขายกำลังไปได้ด้วยดีแท้ๆ แต่กลับเกิดเหตุเช่นนี้ขึ้นเสียได้
“ข้าเถ้าแก่ร้านต้องขอบคุณพวกท่านอย่างมากที่ได้ร่วมเหลือเหลือร้านของข้าในวันนี้วันหน้าหากพวกท่านเดือดร้อนข้าก็จะเข้าช่วยโดยไม่อิดออด”จิ้นสิงเอ่ยขึ้นกับทุกคนด้วยเสียงหนักแน่นเสียงหนักแน่นของเขาที่ปิดทับเสียงอ่อนล้าเสียใจเอาไว้ไม่ได้ดีนัก
“ท่านคงเป็นเถ้าแก่ร้านข้าจากกองสืบสวนจะมาเข้ามาดูแลและตรวจสอบเหตุการณ์นี้ขอรับ” บุรุษวัยยี่สิบต้นๆ เดินเข้ามาหาจิ้นสิงแล้วเอ่ยเจตนาของเขาออกมาทันทีเขาที่ทำงานมาหลายปี รู้ดีว่าเหตุแบบนี้ต้องมิชอบมาพากลอย่างแน่นอนต้องมีการสืบสวนคดีให้รู้ความจริงด้วยตัวเขาเองนั้นกระหายการสืบสวนเป็นอย่างมากจึงต้องรีบเข้ามาเป็นเจ้าของคดีนี้ให้ได้
“ขอบคุณท่านขอรับอย่างไรข้าต้องฝากท่านดูแลด้วย” จิ้นสิงเอ่ยออกมาอย่างอ่อนใจแต่ก็ใจชื้นขึ้นมาได้แล้วที่อย่างน้อยทางการก็รีบเข้ามาสืบคดีให้กระจ่างแจ้ง
“เป็นหน้าที่ของข้าอย่างไรข้าต้องขอความร่วมมือกับพวกท่านด้วย” เขาเอ่ยออกมาอย่างแน่วแน่และหันไปยิ้มอ่อนๆทักทายคนอื่นที่เหลือที่ยืนอยู่ใกล้ๆ
“ไม่มีปัญหาขอรับ”จิ้นสิงตอบออกมาอย่างยินดี
“ขอรับไว้ตอนเช้าข้าจะเข้ามาตรวจสอบใหม่ วันนี้คงต้องขอตัวลา” เขาบอกออกมาแล้วขอตัวไปพูดคุยกับลูกน้องที่ยืนอยู่รอบๆที่เกิดเหตุแล้วสั่งการให้คนของเขากลับไปพักผ่อนเหลืออยู่ไม่กี่คนที่อยู่เฝ้าที่นี่ต่อ
“เช่นนั้นพวกเจ้าก็กลับไปพักเถอะอยู่ต่อคงทำอะไรไม่ได้แล้ว พรุ่งนี้ค่อยมากันแต่เช้า” จิ้นสิงหันมาบอกคนอื่นๆให้กลับจวน
“แล้วท่านพี่ล่ะเจ้าคะ”นางลี่จูถามออกมาเมื่อสามีนางบอกเพียงพวกตนกลับไปพัก
“ข้าจะอยู่ที่นี่จนถึงเช้ากลัวว่าจะเกิดอันใดขึ้นอีก” จิ้นสิงตอบออกไปอย่างไม่ไว้วางใจเวลานี้เขานอนไม่หลับแล้ว
“เช่นนั้นข้าก็จะอยู่กับท่านพี่เจ้าค่ะ”นางลี่จูเอ่ยบอกออกมา นางก็ห่วงที่ร้านเช่นกัน
“ไม่ต้องหรอกพวกเจ้ากลับไปพักผ่อนเถอะ พรุ่งนี้ค่อยมากันใหม่”
“แต่ว่า”นางจะไม่ยอม ไม่อยากปล่อยให้สามีอยู่ดูแลเพียงลำพัง
“ข้าอยู่กับคนงานอีกหลายคนพวกเจ้ากลับไปพักที่จวนเถอะ” เขาก็ไม่ยอมเช่นกัน
“ข้าจะอยู่เป็นเพื่อนท่านพ่อเองขอรับพวกท่านกลับไปพักเถอะ” เยว่สือเอ่ยออกมาอีกคนอย่างไรเขาก็เป็นผู้ชายอยู่ด้วยอีกคนคงไม่เป็นไร
“เอาเช่นนั้นก็ได้พวกท่านอยู่ที่นี่ก็พักกันด้วย ไม่ใช่ยืนเฝ้าที่นี่ทั้งคืน” นางลี่จูเอ่ยบอกก่อนจะเตรียมตัวกลับพร้อมกับคนงานที่จะกลับจวนในรถม้าอีกคัน