หลังจากกลับจากนอกเมือง แค่ย่างเท้าเข้าประตูวังหลวงทหารรีบวิ่งมารายงานองค์ชายโจวเยี่ยนจื่อทันทีว่ามีเื่ร้ายเกิดขึ้น องค์รัชทายาทผู้เป็พี่ชายถูกคนร้ายลอบสังหารขณะออกไปล่าสัตว์ตามประเพณี ตอนนี้าเ็สาหัส ยังไม่รู้เป็ตาย
โจวเยี่ยนจื่อบอกเขาให้รีบกลับตำหนักฉินอ๋องส่วนตนเองจะเข้าวังไปดูอาการองค์รัชทายาท ฟ่านหนิงเหอใไม่คิดว่าจะเกิดเหตุร้ายแรงเช่นนี้ขึ้น ได้แต่ควบม้ากลับตามคำสั่งของโจวเยี่ยนจื่อ
ในวังหลวงฮองเฮาผู้เป็มารดากำลังร้องไห้ปริ่มจะขาดใจใกล้ ๆ เตียงบรรทมองค์รัชทายาทที่าเ็สาหัสนอนหายใจรวยรินให้หมอหลวงดูอาการ าแถือว่าสาหัสธนูยิงเข้าโดนจุดสำคัญ
"เสด็จแม่..พี่ใหญ่เป็อย่างไรบ้าง" โจวเยี่ยนจื่อรีบวิ่งเข้ามาเพื่อดูอาการพี่ชายถามมารดาด้วยความเป็ห่วง
"เยี่ยนจื่อ..พี่ชายเ้าเขา..เขา"
"เสด็จแม่ท่านใจเย็น ๆ นะ"
ในที่สุดหมอหลวงก็หมดทางยื้อชีวิตองค์รัชทายาทไว้ ได้แต่ส่ายหน้าด้วยหมดหนทางรักษาเยียวยา ฮองเฮาที่ร้องไห้คร่ำครวญอยู่ั้แ่คราแรก บัดนี้ถึงกับเป็ลมล้มพับจนโจวเยี่ยนจื่อต้องรับร่างนางเอาไว้ แล้วเรียกหมอหลวงให้ดูอาการ
ข่าวการสิ้นพระชนม์กระทันหันขององค์รัชทายาทสะท้านะเืไปทั้งแผ่นดิน ด้วยเหตุที่สิ้นพระชนม์นั้นมาจากการลอบสังหาร และยังจับตัวร้ายมาลงโทษไม่ได้ เพราะคนร้ายที่ซุ่มอยู่ในป่าและเป็คนยิงธนูสังหารดอกนั้นเข้าหน้าอกองค์รัชทายาท ได้อันตรธานหายไปอย่างไร้ร่องรอย แม้แต่ทหารองครักษ์ที่ติดตามยังไม่สามารถสังเกตเห็น
ฟ่านหนิงเหอเห็นโจวจินเยว่ที่เทียวเข้าเทียวออกในวังหลวงวุ่นวายไปหมดมาแล้วเจ็ดวันหลังจากองค์รัชทายาทสิ้นพระชนม์ลง ทั้งหน้านิ่วคิ้วขมวดทั้งแววตาที่เศร้าหมอง จากที่ไม่ค่อยเห็นรอยยิ้มของท่านอ๋องอยู่แล้ว บัดนี้แทบจะเงียบขรึมลงอีกเป็สิบเท่า เพราะในวังมีเื่วุ่นวายมากมาย ทั้งเื่การสืบหาตัวคนร้าย ทั้งเื่การจัดงานพระบรมศพ และที่สำคัญเหล่าขุนนางต่างกดดันฮ่องเต้ให้แต่งตั้งองค์รัชทายาทองค์ใหม่
"เ้าไม่ต้องตามข้าเข้าวัง เ้าห้ามออกไปไหนเด็ดขาดเข้าใจหรือไม่"
นี่เป็คำสั่งที่โจวยินเยว่สั่งเขาทุกครั้งก่อนออกจากตำหนัก เขาทำได้เพียงพยักหน้ารับ ตอนนี้เขาแทบจะเหมือนคนถูกกักบริเวณอยู่แล้ว จึงตัดสินใจแอบติดต่อฮุ่ยิเพื่อนัดพบกันคืนนี้ ณ โรงเตี้ยมเล็ก ๆ แห่งหนึ่งในตลาดจะได้สืบข่าวคราวที่เกิดขึ้น เพราะฮุ่ยิได้ติดตามโจวเหิงเยว่เข้าวังตลอดและได้ตามสืบเื่ต่าง ๆ ตามที่จิ้นอ๋องสั่ง
โรงเตี้ยมเล็ก ๆ ในตลาดใกล้วังหลวง
ฟ่านหนิงเหอเดินเข้าไปในโรงเตี้ยม เขานั่งหลบมุมไม่สะดุดตาผู้คน สั่งสุราและสั่งอาหารอีกสองอย่าง เพื่อนั่งรอฮุ่ยิมาตามนัด
"ฮุ่ยิข้าอยู่นี่"
"หนิงเทียนเ้ารอนานมั้ย"
"เ้ามาก็ดีแล้ว...รีบเล่าเื่ราวให้ข้าฟังทั้งหมดเดี๋ยวนี้เลยนะ"
ฮุ่ยิที่มีสีหน้ากังวลเริ่มเล่าถึงเื่ที่เขารับรู้มา ตอนนี้ในวังมีข่าวแพร่ะสะพัดไปทั่ว หลังจากองค์รัชทายาทถูกปลงพระชนม์ว่าเป็ฝีมือของฉินอ๋อง เพราะ้าดันตัวเองขึ้นเป็โอรส์ เป็ผู้ครองบัลลังก์คนต่อไป จนตอนนี้เหล่าขุนนางในราชสำนักต่างแบ่งออกเป็สองฝ่าย ฝ่ายหนึ่งอยู่ข้างฉินอ๋องโจวจินเยว่ที่เป็องค์ชายรอง อีกฝ่ายที่เป็ขุนนางอำนาจเก่าของฮองเฮาก็พยายามทำทุกทางเพื่อให้องค์ชายสี่ที่เป็เืเนื้อเชื้อไขของฮองเฮาขึ้นเป็ไท่จื่อให้จงได้ ตอนนี้ในวังเกิดาแย่งชิงอำนาจเกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
"เ้าว่าอะไรนะ..ฉินอ๋องถูกกล่าวหาว่าลอบปลงพระชนม์องค์รัชทายาท"
"ใช่...จิ้นอ๋องผู้เป็น้องชายถึงกับกุมขมับ และกำลังหาหลักฐานเพื่อลบล้างข้อกล่าวหานี้"
ฟ่านหนิงเหอถึงกับคิ้วขมวดเข้าหากัน ด้วยเขาอยู่กับฉินอ๋องมาสักพัก เขาไม่เชื่อเด็ดขาดว่าโจวจินเยว่จะเป็คนบ้าอำนาจอยากครองบัลลังก์เป็ฮ่องเต้ถึงขนาดลงมือสังหารพี่ชายของตนเอง แล้วมันเกิดเื่อะไรขึ้นกันแน่ ตอนนี้เื่ราวมันบานปลายใหญ่โตจนเกินที่เขาจะคาดเดาได้เสียแล้ว
"แล้วเื่ที่จิ้นอ๋องให้เ้าไปสืบล่ะไปถึงแล้ว"
"ความเคลื่อนไหวขององค์ชายสี่ถือว่าปกติมากที่ผ่านมาแทบจะไม่มีอะไรน่าสังสัยเลย ก็อยู่แค่ในวังและออกไปข้างนอกกับเ้าแค่ครั้งเดียว นอกนั้น
ก็ไม่ได้ติดต่อใครเป็พิเศษ"
"อ๋อ..ข้าเข้าใจแล้ว"
หลังจากคุยกันสักพัก ฮุ่ยิก็ขอตัวกลับเพราะเขาต้องไปดูแลตำหนักจิ้นอ๋องตามคำสั่ง เนื่องจาก่นี้สถานการณ์ภายในวังไม่สู้ดี เขาไม่อยากให้เกิดเื่ขึ้นกับตำหนักจิ้นอ๋องอีก
ฟ่านหนิงเหอนั่งดื่มเหล้าอีกนิดหน่อย คิดอะไรสักพักก็ลุกขึ้นจากโต๊ะเพื่อจะเดินทางกลับ แต่สายตาดันเหลือบไปเห็นคุณหนูไป๋ลี่หรู กำลังเดินขึ้นไปชั้นสองของโรงเตี้ยม และหายเข้าไปในห้องห้องหนึ่ง ด้วยสัญชาตญาณเขาคิดว่าต้องมีเื่อะไรแน่ เพราะปกติคุณหนูแห่งจวนเสนาบดีซ้ายจะไม่เข้าโรงเตี้ยมเล็ก ๆ ธรรมดาแบบนี้ แถมไม่มีคนติดตามย่อมเป็เื่ที่ผิดปกติอย่างมาก จนเก็บความสงสัยนี้ไว้เพียงในใจไม่ได้อีกต่อไป
เขาเดินไปด้านหลังโรงเตี้ยม มองซ้ายมองขวาเมื่อเห็นว่าปลอดคนจึงแอบปีนขึ้นไปบนหลังคาแล้วเดินให้เท้าเบาที่สุดเพื่อตรงไปยังตำแหน่งห้องที่คุณหนูไป๋ลี่หรูเปิดประตูเข้าไป ก่อนจะนั่งลงเลื่อนกระเบื้องแผ่นหนึ่งให้เป็รูเล็ก ๆ อย่างเบามือเพื่อให้สามารถมองเข้าไปในห้องนั้นได้ ภาพที่เขาเห็นตรงหน้าทำให้เขาถึงกับต้องเอามือมาอุดปากตัวเองไว้
คุณหนูไป๋ลี่หรูกับองค์ชายโจวเยี่ยนจื่อกำลังจูบกันอย่างดูดดื่ม ทั้งคู่แสดงความรักต่อกันอย่างเปิดเผย กอดรัดฟัดเหวี่ยงกันบนเตียง จนอาภรณ์ที่สวมบนร่างกายหลุดรุ่ย มือของโจวเยี่ยนจื่อขยุ้มขยำไปยังปทุมถันสองเต้าเต่งตึงอย่างเมามัน ในขณะที่คุณหนูไป๋ลี่หรูคนงามก็ครางเสียงหวานออกมาอย่างรัญจวนปานจะขาดใจ ก่อนที่เห็นภาพเลยเถิดไปมากกว่านี้ ซึ่งไม่ต้องเดาให้ยาก เขาก็รู้ได้ว่าต่อจากนั้นทั้งคู่จะทำอะไรกันบ้าง ฟ่านหนิงเหอพยายามบังคับมือตัวเองไม่ให้สั่นเพื่อเลื่อนกระเบื้องแผ่นนั้นให้ปิดลงเหมือนเดิม เขาถึงกับต้องยกมือตัวเองขึ้นมากัดไว้เพื่อไม่ให้ส่งเสียงและเพื่อยืนยันว่าตนเองไม่ได้เมาหรือฝันไป ภาพที่ปรากฎตรงหน้าเขาเมื่อสักครู่ล้วนเป็เื่จริง
เขารีบกลับมาถึงตำหนักฉินอ๋องอย่างเข้าไปนั่งในห้องนอนตนเอง เขาลืมแม้แต่การจุดเทียนหรือโคมไฟเพื่อให้มีแสงสว่างในห้อง นั่งคิดทบทวนเื่ราวที่เกิดขึ้นทั้งหมด คุณหนูไป๋ลี่หรูคนงามเพียบพร้อมผู้ได้รับการสั่งสอนมาอย่างดีเยี่ยงสตรีชั้นสูงเพื่อเป้าหมายแต่งเข้าเป็ชายาของเชื้อพระวงศ์ชั้นสูง เป็ถึงคู่หมายของฉินอ๋อง โจวจินเยว่ แต่ไปมีสัมพันธ์สวาทลึกซึ้งกับองค์ชายโจวเยี่ยนจื่อผู้เป็น้องชายลับหลัง โจวจินเยว่ถูกกล่าวหาว่าเป็ผู้วางแผนลอบสังหารองค์รัชทายาทผู้เป็พี่ชายเพื่อขึ้นครองบัลลังก์ั จิ้นอ๋อง โจวเหิงเยว่กำลังหาทางสืบหาความจริงเื่นี้อย่างขมัก
เขม้น
นี่มันเื่บ้าอะไรกันแน่?