ถึงวันที่คนตระกูลจ้าวจากเกาะยูจินต้องขึ้นไปแผ่นดินใหญ่เพื่อไว้อาลัยปู่สามที่จากไปด้วยโรคประจำตัว พี่น้องของนายผู้เฒ่าเหรินจากไปหมดบัดนี้เหลือแค่เขากับปู่สี่ ที่เป็น้องชายคนสุดท้องอายุห่างจากอดีตประมุขเหรินสิบปี ปู่สี่ครองตัวเป็โสดมานานและคิดว่าคงไม่มีครอบครัวจนตลอดชีวิต
ตอนนี้นับว่าขั้วอำนาจของตระกูลจ้าวตกอยู่ในกำมือของจ้าวมิ่งป๋ายโดยสมบูรณ์รอวันที่จะตกทอดไปที่ลูกชายของเขาไม่คนใดก็คนหนึ่ง
จ้าวหลันหรูทำหน้าที่ทัพหน้าได้ไม่ขาดตกบกพร่องเธอยืนยันจะให้เหรินซวงอิ๋นไปด้วยให้ได้แม้ว่าเขาจะยังไม่พ้น่เยี่ยมครอบครัวสามีและยังไม่ผ่านพิธีแต่งเข้าตระกูลอย่างเป็ทางการ
แม้ลูกชายและสามีจะคัดค้านว่ามันไม่เหมาะแต่เธอก็ไม่ฟัง ยื่นคำขาดว่าซวงอิ๋นไปฉันก็ไป เขาไม่ไปฉันก็จะอยู่เป็เพื่อนเขาจ้าวหลันหรูเดิมไม่เคยพูดยากและรักษากฎเข้มงวดตลอดพอจะมีหลานสะใภ้ทำไมกลายเป็คนแก่เอาแต่ใจเสียได้ก็ไม่รู้
จ้าวมิ่งป๋ายมองหน้าบิดาพ่อพูดเถอะพ่อเป็สามี จ้าวเถียนอ้ายมองกลับ แกพูดสิวะ แกเป็ประมุขของบ้านสุดท้ายไม่มีใครกล้าจำต้องหอบเอาสะใภ้ที่ยังไม่แต่งเข้าบ้านไปร่วมงานศพของญาติสนิทด้วย เหรินซวงอิ๋นพูดกับคุณย่าสามีเสียงเบา
“ผมไปด้วยจะไม่เหมาะสมหรือเปล่าครับคุณย่าไม่งั้นผมอยู่ที่นี่รอ..”
จ้าวหลันหรูเสียงดัง
“จะอยู่รอที่นี่ได้ยังไงหลานสะใภ้ของย่าทั้งคนไปด้วยกันนี่แหละ ดูซิใครจะกล้าว่า”
พ่อบ้านฉายที่พลาดโอกาสทองลงมือหน้าคล้ำราวกับโดนของแต่ไร้เหตุผลจะรั้งคุณชายเหรินไว้ ขนาดท่านประมุขกับนายผู้เฒ่ายังไม่กล้าเถียงแล้วเขาจะเอาความกล้ามาจากไหน
วันเดินทางเหรินซวงอิ๋นให้ไป๋เหลียงและพยัคฆ์เร้นกายหน่วยสี่ไปด้วยไม่กี่วันมานี้อดีตทหารที่เก่งด้านพิษเปลี่ยนแปลงไปมากทั้งผิวพรรณและใบหน้าที่ขาวอยู่แล้วยังกระจ่างใสได้อีกเสื้อผ้าก็แต่งออกมาเป็ชายสุภาพเรียบร้อยผู้หนึ่งเหมาะกับตัวตนนักศึกษาระดับปริญญาโทที่เหรินซวงอิ๋นวางไว้ให้อ้างอีกว่าเป็เพื่อนของตนอยากจะติดเรือขึ้นฝั่งไปด้วยส่วนไป๋เหลียงอ้างว่าต้องไปส่งเอกสารสำคัญให้เหรินเจียไห่
“คุณชาย/คุณหนู”
เหรินซวงอิ๋นมองทั้งสองแต่ไม่กล่าวคำ
ไป๋เหลียงมือเย็นไปหมดเพราะกลัวความแตกแต่ยังวางท่าเงียบขรึมประดุจทนายมากฝีมือไว้ได้อย่างดี คุณหนูสั่งไว้ก่อนมาว่าห้ามมีพิรุธ ถ้าไม่มั่นใจว่าจะทำได้ คุณหนูจะให้คนอื่นมาแทนเขาหรือจะยอมให้ใครมาแทน คุณหนูเสี่ยงเขาก็ต้องเสี่ยงด้วยต่อให้มีดจ่อคอหอยก็ต้องมา กลัวแค่ไหนก็ต้องก้าวขาให้ออก
ที่ท่าเรือรถตู้อีกคันแล่นมาจอดทุกคนหันไปมอง เหล่าบอดี้การ์ดรุมล้อมไม่แพ้ทางฝั่งพวกเขาน่าจะเป็หนึ่งในสามคุณชายมาถึงแล้ว
ไม่ผิดจากที่คิดชายที่ก้าวลงมาเป็จ้าวจูหลั่น ลูกชายคนรองตระกูลจ้าว ชายหนุ่มผู้มีผิวสีน้ำผึ้งดวงตาไร้ความปรานี ดูแค่นี้ก็รู้ว่ารูปลักษณ์ที่สง่างามแค่ภาพลวงจิตใจที่ซ่อนอยู่ไม่รู้จะดำมืดเพียงใด
“คุณปู่ คุณย่า คุณพ่อ แม่เล็กเอ๋..พี่สะใภ้มาด้วยหรือนี่” สายตาที่มองเหรินซวงอิ๋นเต็มไปด้วยความกะลิ้มกะเหลี่ย
“คุณชายรอง” ว่าที่พี่สะใภ้ทักทายกลับในน้ำเสียงมีความเหินห่างอยู่ในที แต่ไม่ถึงกับเสียมารยาท
คนที่ทนมองไม่ได้ก่อนใครคือจ้าวหลันหรูเธอกดเสียงเรียกหลานชายคนรองอย่างไม่พอใจ
“จูหลั่นอย่าเสียมารยาทกับพี่สะใภ้”หลานชายรีบเก็บสีหน้าและท่าทีไม่สำรวมทันที เหรินซวงอิ๋นยิ้มน้อยๆเขาเลือกทัพหน้าถูกคนจริงๆ คนที่มีอำนาจสูงสุดของตระกูลจ้าวก็คือคุณนายผู้เฒ่า
ไม่นานรถของจ้าวจ๋ายอิง ลูกชายคนเล็กตระกูลจ้าวก็มาถึงเช่นกันเขาอายุน้อยกว่าพี่คนรองแค่ปีเดียว ทำให้รูปร่างไม่ต่างกันเท่าไหร่แต่ดวงตาและริมฝีปากของจ้าวจ๋ายอิงเหมือนมารดามากกว่าทำให้เขาเป็หลานรักของย่าและปู่ด้วยแม่ของเขาเป็สะใภ้ที่ทั้งสองท่านรักและเลือกมากับมือเห็นหลานคนเล็กก็เหมือนเห็นสะใภ้คนโปรด
“จ๋ายอิง” จ้าวหลันหรูเข้าไปทักหลานชายใบหน้าของเธอเปี่ยมไปด้วยความอารี
“คิดถึงคุณย่าจังพี่ใหญ่ยังมาช้าตามเคยนะครับ แม่เล็กสบายดีนะครับ”จ้าวจ๋ายอิงมีบุคลิกร่าเริงอย่างยิ่ง ั้แ่ลงจากรถก็ไล่ทักคนนั้นคนนี้ไม่ขาดปากไม่ใช่คนที่มาถึงก็ทักทุกคนในประโยคเดียวเหมือนพี่ชายร่วมมารดาและยิ่งห่างไกลกับพี่ใหญ่อย่างจ้าวจิงถิง ที่บางทีก็ไม่ทักใครเลยก็มี
“สบายดีจ๊ะ ลูกสองคนไม่กลับบ้านเลยนะพ่อกับคุณปู่คุณย่าคิดถึง แม่ก็เหมือนกัน”
พอวิกตอเรียเอ่ยปากคุณนายผู้เฒ่าจ้าวก็ขัดถึงลอยๆ “พูดว่าคิดถึงแต่ในใจคงดีใจจนเนื้อเต้นที่ไม่มีใครอยู่ขวางหูขวางตาหล่อน”
“คุณแม่ครับ” ประมุขของบ้านห้ามทัพก่อนที่จะบานปลาย ยังไงซะว่าที่ลูกสะใภ้ยังนับเป็คนนอก เขาอาย
“เรียกแม่ทำไม”
“ผมขอร้อง”ว่าแล้วก็มองไปทางเหรินซวงอิ๋นที่กำลังทำหน้าไม่ถูก จ้าวหลันหรูรู้ตัวถึงยอมสงบศึกเพราะไม่อยากให้หลานสะใภ้มองตนในแง่ร้าย ไม่วายสะบัดหน้าใส่วิกตอเรียคุณนายจ้าวหน้าตึงเล็กน้อยแต่ไม่แสดงอาการใดออกมาอีก
ระหว่างนั้นรถคันสุดท้ายก็เลี้ยวมาจอดจ้าวจิงถิงว่าที่ประมุขตระกูลจ้าวก้าวขาลงมา
เขาสมกับเป็พี่ใหญ่ใบหน้าคมคายได้รูปเต็มไปด้วยลักษณะผู้มีบารมี อกผายไหล่ผึ่ง ขายาวกว่าแขน่ล่างยาวกว่า่บน เป็รูปร่างสมบูรณ์แบบที่บุรุษหนึ่งพึงมีเขาสวมสูทสีดำสุภาพเหมือนพี่น้อง แต่ที่ไหล่มีผ้าคลุมยาวอีกชั้นเหมือนว่าผมจะสั้นกว่าคราวก่อนที่เจอกัน
เหรินอิ๋นซวงมองว่าที่สามีเก็บรายละเอียด วันที่มาบ้านเหรินก็มากับบอดี้การ์ดคนนี้คังข่ายคนสนิทของเขาถูกคุณชายเล็กเหรินมอง ก็ก้มหัวเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัวคุณย่ายิ้มกว้างให้หลานชายคนโต
บรรยากาศตื่นตัวกว่าตอนที่คุณชายทั้งสองมาถึงลูกน้องของฝั่งประมุขยืดหลังตรงโดยอัตโนมัติ ผู้เป็พ่อพอใจอย่างยิ่งนี่แหละสิ่งที่ลูกชายคนโตมีแต่ลูกชายอีกสองคนไม่มี
จ้าวจิงถิงคำนับทักทายผู้ใหญ่ทุกคนทักเขากลับไม่กี่คำ วิกตอเรียพูดกับลูกชายมากกว่าทุกคนจ้าวหลันหรูดึงแขนเหรินซวงอิ๋นแล้วผลักไปหาหลานชายเนียนๆ
“เอาล่ะๆ เดินทางเถอะ ชักช้าจะสายมันเสียมารยาท” ก่อนจะจัดแจงต่อ
“พวกหลานขึ้นเรือลำเล็กนะ ไปถึงแล้วจะได้รับรองปู่สี่ให้ใครไปก็คงไม่เหมาะเท่าหลาน ซวงอิ๋นหลานก็ไปกับพี่เขา จิงถิงแนะนำน้องด้วยเมียแกจะได้ไม่รู้สึกเขิน น้องไม่รู้จักใครเข้าใจไหมย่ากับคนที่เหลือจะไปลำใหญ่ไปลำเล็กไม่ไหวมันเวียนหัว”
บอกแล้วไงทัพหน้าคนนี้ไม่ทำให้ผิดหวังไป๋เหลียงมองตามคุณหนูลงเรือกับคุณชายใหญ่จ้าว ห่วงแสนห่วงหวังว่าคุณชายหน้าโหดจะไม่จับคุณหนูของเขาโยนลงทะเลให้เป็อาหารปลาก่อนขึ้นฝั่งนะ
เรือลำเล็กของตระกูลจ้าวไม่เล็กตามชื่อเลยสักนิดมันเป็สปีดโบ๊ทที่จุคนได้ถึงยี่สิบคนสบายๆ ความเร็วในการแล่นก็เร็วมากเหรินซวงอิ๋นคิดว่าความเร็วนี้เท่ากับ ใช้กำลังภายในของยอดฝีมือช่วยพายเลยทีเดียวโลกใบนี้มีสิ่งอัศจรรย์หลากหลายเหลือเกิน
จ้าวจิงถิงยืนอยู่อีกด้านของเรือมองไปทางว่าที่เ้าสาวของตนยืนรับลมอยู่ เสื้อผ้าของเหรินซวงอิ๋นลู่ลมจนดูไม่ได้แต่เ้าตัวยังยืนปักหลักไม่สะทกสะท้าน
คิดอะไรของเขากันว่าที่ประมุขสงสัยแล้วก็ด่าตัวเองในใจ จะไปอยากรู้ทำไม
บางทีเหรินซวงอิ๋นอาจจะคิดหาทางเข้าหาเขาอยู่ก็ได้คิดแล้วก็เริ่มรังเกียจคนในสายตา ยิ่งว่าที่เ้าสาวเงียบ ไม่มีทีท่าจะสนใจเขาก็ยิ่งรู้สึกระแวง ก่อนพายุจะมา ทุกอย่างจะนิ่งสนิทเช่นนี้ เขาต้องระวังตัวให้มาก
“คังข่าย”
“ครับคุณชาย”
“ให้โจจับตาดูไว้มีอะไรไม่ชอบมาพากลให้รีบรายงานฉันด่วน”
“ครับ”
สั่งลูกน้องแล้วก็ยังไม่วางใจเผลอทีไรต้องอดไม่ได้ที่จะหันไปมองเหรินซวงอิ๋น คนบ้าอะไรยืนอยู่ได้เป็ชั่วโมงยังไม่เปลี่ยนท่า
ฝั่งเหรินซวงอิ๋นนั้นจ้าวจิงถิงไม่อยู่ในความสนใจของเขา ที่ยืนนิ่งเพราะกำลังควบคุมลมปราณท่ามกลางลมที่แรงเช่นนี้ แสงแดดส่องสว่างกำลังดี เหมาะแก่การฝึกวิชาที่สุดชาติก่อนจวนเหรินอยู่ที่เมืองท่ายามอาจารย์้าเห็นความคืบหน้าในวิชาที่พวกเขาได้ร่ำเรียน ก็มักจะพาออกทะเล
ขณะแสงสีทองกระทบผิวกายซึมสู่ร่างลมปราณที่ไหลเวียนในอวัยวะต่างๆ ก็ชัดขึ้น เขาควบคุมการโคจรของมันอย่างจดจ่อเป็การยืมแรงของแสงอาทิตย์เพื่อย่นระยะการฝึก
พูดง่ายขึ้นมันคือสูตรโกงที่น้อยคนจะล่วงรู้ ยามที่ยืนอยู่หนึ่งชั่วโมง แต่ร่างกายกลับไม่รู้สึกเมื่อยเลยสักนิดกระแสพลังไร้รูปยังวิ่งไปตามแนวกระดูกโอบอุ้มส่วนสำคัญในร่างให้มีพลังกว่าคนทั่วไป ปอดแข็งแรงกว่าปอดคนปรกติหัวใจก็เต้นช้าแต่ว่ากลับสุขภาพดีอย่างมาก
ทั้งตัวเบาสบายขึ้นใบหน้าที่ต้องแดดเป็เวลานานไม่คล้ำลงเลยยิ่งขาวกระจ่างกว่าเดิมหนึ่งเฉดสีคล้ายกับผิวคนไม่เคยต้องแดดแรงยังไงยังงั้น โจถูกสั่งให้เฝ้าว่าที่คุณนายน้อยรู้สึกง่วง เขาหาวจนตาสองข้างแดงไปหมด แทบจะหลับในอยู่แล้วถ้าลูกพี่ไม่มาสะกิดเรียก
“ใกล้ถึงฝั่งแล้ว เตรียมตัว”
“....”
“นี่มึงกล้าหลับเรอะ”คังข่ายจะยกมือสั่งสอน โจตาสว่างทันทีรีบจับแขนลูกพี่ไว้
“ไม่ได้หลับนะครับ พี่อย่ามาใส่ความผมซิ”
“ก็เห็นอยู่ให้มึงเฝ้าคุณชายเหรินดันมาหลับไอ้นี่”
“แหะๆ พี่ก็ คุณชายเหรินยืน..อ่ะไปไหนแล้ว” สองคนมัวแต่เถียงกัน เหรินซวงอิ๋นหายไปตอนไหนไม่รู้ คังข่ายใ “เมื่อกี้ก็ยังอยู่ตรงนั้นนี่หว่า”
“นั่นสิ หรือว่าตกทะเลไปแล้ว”
“หา!!!”
พอได้สติหัวหน้าบอดี้การ์ดก็รีบสั่ง“เร็วเข้ามึงไปดู กูจะไปรายงานคุณชาย”
ว่าแล้วคังข่ายก็หน้าตั้งวิ่งไปรายงานคุณชายของตนโจรีบก้าวไปที่ขอบเรือจุดที่เมื่อครู่คุณชายเหรินยืนอยู่
ยื่นหน้าออกไป เห็นแต่เกลียวคลื่นด้วยลูกน้องคนอื่นตามมาด้วยไม่มากนักเพราะคุณนายผู้เฒ่าอยากให้หลานชายกับหลานสะใภ้มีความเป็ส่วนตัวจะได้ใกล้ชิดกันจุดนี้มีแค่เขายืนเฝ้าอยู่ คุณชายคนนั้นขออย่าเป็อะไรมากเลยนะ
โจรับผิดชอบไม่ไหว
ฝั่งนายใหญ่ในเรือกำลังนั่งลงใจลอยถึงพวกทหารเก่าที่อยากเอามาเป็ลูกน้องแต่เมื่อวานคังข่ายรายงานว่าพวกมันตายไปหมดแล้ว สาเหตุเพราะจมน้ำตายคดียังอยู่ในมือเ้าหน้าที่ พวกนี้ไม่มีญาติพี่น้องคิดว่าคดีคงยากจะคืบหน้าสุดท้ายก็อาจจะตายเปล่า
เฮ้อ..คนตายไปแล้วไม่มีประโยชน์ให้เขาเสียดายพวกมันตายง่ายก็เพราะฝีมือไม่ถึงขั้น ช่างเถอะ
ตึก ตึก ตึกตึก เสียงฝีเท้าก้าวมาเร็วๆเขาหันไปมองพบว่าเป็คังข่าย สีหน้าไม่ดีเท่าไหร่
จ้าวจิงถิงลุกจากเก้าอี้หันมามองที่หางเรือราวกับรู้เหรินซวงอิ๋นไม่อยู่ ยังคิดไม่เสร็จลูกน้องก็รายงาน
“คุณชายยย คุณชายเหรินตกน้ำครับ”
“หา” ยืนยังไงให้ตกน้ำหรือว่าเป็แผนการให้เขาะโลงไปช่วย?
“ตกได้ยังไง”
คังข่ายส่ายหน้า “ไม่ทราบครับทำยังไงดีคุณชาย”
เสียงตวาดลั่น “สั่งหยุดเรือสิวะ”
คังข่ายไม่ต้องสั่งซ้ำลูกน้องที่ทำหน้าที่ขับเรือก็ได้ยินแล้วเครื่องยนต์เรือดับสนิท สปีดโบ๊ทลำใหญ่ลอยเคว้งอยู่กลางมหาสมุทรคนบนเรือแทบทุกคนร้อนใจกันไปคนละแบบ คังข่ายะโถาม
“โจเห็นอะไรบ้าง”
“ไม่เห็นเลยครับ ให้ลงไปดูไหมครับ”
คังข่ายหันมารอคำสั่งผู้เป็นายจ้าวจิงถิงหงุดหงิดแต่ไม่ลงไปดูสักหน่อยก็คงไม่ได้ ต่อให้อยากให้ตายแค่ไหนก็ต้องช่วย
“ลงไปดู”
สิ้นเสียงสั่งของเ้านายลูกน้องสามคนถอดสูทและรองเท้าหนัง กระโจนลงน้ำ เสียงดังตูม ตามมาสามเสียงจังหวะนั้นคนที่กำลังตามหาตัวก็เดินขึ้นมาจากบริเวณท้องเรือ
“หยุดเรือทำไม” เหรินซวงอิ๋นถามใบหน้างุ่นงงเล็กน้อย จ้าวจิงถิงหันไปมองลูกน้อง คังข่ายก้มหน้าลงอย่างไวหัวยังอยู่ไหม หัวยังอยู่ไหมกู
โจที่เป็คนกระโตกกระตากคนแรกพอเห็นคุณชายเหรินก็มีสีหน้าราวเห็นผี ไม่ได้กลัวผีแต่กลัวพี่ข่ายกับเ้านายเอาเื่
แต่เื่มันไม่ง่ายขนาดนั้นจะยอมรับว่าพวกเขาคิดอะไรเกินเหตุมันก็คงจะเสียฟอร์ม จ้าวจิงถิงกระแอมก่อนจะตอบ “ให้พวกมัน ฝึกดำน้ำ”
ให้ลูกน้องฝึกตอนนี้?
เหรินซวงอิ๋นว่าเขายิ้มๆ“คุณชายจ้าวช่างเข้มงวดเสียจริง ในเวลาเร่งรีบยังไม่ลืมฝึกฝนลูกน้อง น่านับถือ”คังข่ายถอยหลังออกมาจากบริเวณนั้นโดยไม่เงยหน้าขึ้นมองทำให้ไม่ได้เห็นสีหน้าอยากฆ่าคนของเ้านาย
การเดินทางสะดุดเล็กน้อยก็ได้เวลาไปต่อคราวนี้จ้าวจิงถิงสาบานในใจต่อให้เห็นใครตกน้ำต่อหน้าก็จะไม่หยุดเรือช่วยเด็ดขาด!!!
ถึงฝั่งมีรถมารอรับอยู่แล้วคนที่มารับคือปู่สี่ ที่ยังดูไม่แก่เลยสักนิดพอยืนเทียบกับจ้าวจิงถิงก็เหมือนแค่หลานกับลุงเท่านั้น
“ปู่สี่”
“จิงถิง แล้วนั่นมากับใคร จ๋ายอิง?”จ้าวจิงถิงเคารพปู่คนนี้ยิ่งกว่าพ่อแท้ๆเพราะตอนเขายังเด็กต้องมาเรียนบนแผ่นดินใหญ่ ก็ได้ปู่คนนี้คอยดูแลเอาใจใส่ที่ถูกถามเกรงว่าไม่ใช่ไม่รู้
แต่ปู่อยากจะแซวเขามากกว่าปู่สี่เคยบ่นให้เขาพาว่าที่เ้าสาวมาหา แต่เขาไม่คิดจะทำ เ้าสาวปลอมๆจะสำคัญพอให้พาไปรู้จักปู่สี่ได้อย่างไร
กล่าวถึงปู่สี่ เคยเป็เ้าของโรงงิ้วอารมณ์ศิลปิน รักสนุก ตอนนี้โรงงิ้วปิดตัวลงแล้ว ปู่สี่ทำตัวเป็คนแก่กว่าวัย นั่งๆ นอน ๆ ไปวัน ๆ วันดีคืนดีก็ลุกมาแต่งงิ้วเต็มยศ ร้องอยู่ในลานบ้านตอนตีสองเดือนร้อนเพื่อนคิดว่าผีหลอก ย้ายหนีไปหลายครอบครัวแล้ว
“ปู่ถามเื่ที่รู้อยู่แล้วทำไมกันนี่คือปู่สี่ของฉัน”
เขาหันไปแนะนำปู่แต่ไม่เอ่ยถึงชื่ออีกฝ่ายสักคำ แสดงออกชัดเจนว่าไม่เต็มใจจะแนะนำเท่าไหร่เหรินซวงอิ๋นประสานมือโค้งคำนับท่วงท่าของเขาน่ามองจนปู่สี่ลืมเื่จะพูดแกล้งหลานชายไปเลย
“ผมเหรินซวงอิ๋น อนาคตจะแต่งกับถิงถิงครับ”
ดอกโมโหในใจคุณชายใหญ่จ้าวบานสะพรั่งเขามองเหรินซวงอิ๋นเป็มดตัวเล็กที่อยากจะบี้ให้ตายเสียตอนนี้มีสิทธิ์อะไรมาเรียกเขาเช่นนั้น
“ถิงถิง? ฮาๆ น่าสนใจ น่าสนใจเรียกเขาเช่นนั้นหรือ”
เหรินซวงอิ๋นหน้าตาย “ครับคุณย่าบอกว่าผมกับเขาควรจะสนิทสนมกันให้มาก ผมจึงเรียกชื่อเล่นเขาไม่เหมาะสมหรือเปล่าครับ หวังว่าปู่เล็กจะไม่ถือสา” เห็นเขาดูตื่นใปู่สี่โบกไม้โบกมือ
“ไม่ๆ เหมาะสม เหมาะสมมากเขาน่ะมักจะชอบทำตัวเป็ก้อนหิน แข็งแกร่งแต่ไร้จิตใจปู่คิดทุกวันว่าจะหาใครมาแต่งกับเขา เ้าสาวที่ไหนจะทนเขาได้เกินสามเดือน”
เหรินซวงอิ๋นขบขันตามที่ปู่สี่พูดเขาเองก็คิดเหมือนกันเลย
จ้าวจิงถิงทนกับสภาพดอกไม้พิโรธเบ่งบานแทบไม่ไหวเหรินซวงอิ๋นกำลังกวนประสาทเขา สามเดือนนานไป แต่งเสร็จแล้วไม่เกินสามวันหากเ้าหมอนี่ไม่วิ่งแจ้นกลับบ้านอย่ามาเรียกเขาว่าคุณชายใหญ่จ้าว
“ไปนั่งรถที่ศาลาเถอะ ตรงนี้ร้อนเอ๋..ทำไมลูกน้องหลานตัวเปียกล่ะ เล่นน้ำมาเหรอพ่อหนุ่ม”
จ้าวจิงถิงรู้สึกปวดหัวจี๊ดๆส่วนลูกน้องที่ตัวเปียกก็ไม่รู้ควรตอบผู้เฒ่ายังไงคังข่ายก้าวขึ้นมารับสถานการณ์แทน คนที่โกหกพูดสองครั้งมักจะไม่เหมือนเก่าก่อนหน้าคุณชายใหญ่ว่าให้พวกเขาลงไปฝึก แต่ตอนนี้มันจวนตัวคังข่ายคิดไม่ทันเขาจึงตอบปู่สี่ไปอีกอย่าง
“ละ..ลื่นตกเรือครับ”
พอได้ฟังเหรินซวงอิ๋นก็เลิกคิ้วมองคังข่ายเหงื่อแตก คุณชายใหญ่ท่าทีสงบ ถึงในใจจะดำมืดแค่ไหนก็ตาม
“อ้าว..งั้นรึ”ปู่สี่หันมามองหลานชายเล็กน้อย พอเห็นว่าไม่ใช่เื่ใหญ่ก็ยิ้มออกมาอีกครั้งพาหลานสะใภ้ที่ยิ่งคุยก็ยิ่งถูกคอไปหาที่นั่งคุยให้เป็เื่เป็ราวทิ้งจ้าวจิงถิงให้ยืนนิ่งเป็หินก้อนใหญ่ประดับศาลา
เมื่อเรือใหญ่เทียบท่าไป๋เหลียงกับอีกคนที่อ้างว่าเป็เพื่อนกับเหรินซวงอิ๋นแยกตัวออกไปก่อนหน้านี้บอกว่ามาดูที่บนทางเกาะ เพราะสนใจจะย้ายมาอยู่ไม่มีใครสงสัยในตัวตนของอดีตนายทหาร การอาศัยเรือจ้าวขึ้นฝั่งจึงง่ายกว่าที่คิด
คนที่เหลือก็มุ่งหน้าไปร่วมพิธีศพที่เป็พิธีเรียบง่าย ปู่สามถูกฝังใต้ทำเลสงบในสุสานแห่งหนึ่งบรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้าของบรรดาลูกหลานที่สนิท ท่านผู้เฒ่าจ้าวเองไม่สนิทกับน้องชายคนนี้เท่าไหร่ในอดีตยังเคยแย่งชิงตำแหน่งประมุขตระกูลกันด้วยซ้ำ ที่มาก็เพราะต้องมาแต่จะให้ตีหน้าเศร้า ร่ำไห้ด้วยก็ดูจะปลอมเกินไปจึงทำได้เพียงเรียบเฉยไม่แสดงอารมณ์
เช่นเดียวกับคนอื่นในครอบครัวเหรินซวงอิ๋นเองก็คุ้นชินกับการเข้าสังคมเช่นนี้ เขาไม่ประหม่าเลยสักนิดแผ่นหลังของเขาตั้งตรงสูงสง่า เป็ชายที่น่ามองคนหนึ่งบรรดาญาติหญิงสายนอกลอบเสียดาย ว่าที่คุณนายของตระกูลหล่อเหล่าเช่นนี้ไม่น่าเสียดายได้อย่างไรเล่า
“จิงถิงเดินทางเป็ยังไงบ้าง”จ้าวหลันหรูได้โอกาสก็ถามหลานสะใภ้ เธอเห็นหลานชายกับเหรินซวงอิ๋นยังดูไม่สนิทกันเท่าไหร่นึกกังวลว่างานแต่งจะล่ม ไม่ก็อยู่กันไม่รอด ย่อมไม่เป็การดี
“เรียบร้อยดีครับ”
“หิวหรือยัง รอเดี๋ยวพิธีก็เสร็จแล้ว”
คุณย่าใส่ใจเขามากจนคุณชายเล็กจ้าวอดมองมาทางเขาไม่ได้ สายตาที่ดูซุกซนของเด็กหนุ่มกลอกไปมา ถ้าเดาไม่ผิดเหรินซวงอิ๋นคิดว่าคุณชายคนนี้ไม่ซับซ้อนและอันตรายเท่าพี่ชายอีกสองคน
“ไม่ครับก่อนมาทานของว่างที่ป้าจูทำไว้เยอะ ตอนนี้ยังอิ่มอยู่เลย” พอเห็นเขาลูบท้องอวดคุณย่าก็ยิ้มเอ็นดู
“คุณย่าขา”เสียงหวานของสาวน้อยคนหนึ่งดึงความสนใจของทั้งคู่ จ้าวหลันหรูกลับใช้สายตาเฉยเมยมองไปทางหลานสาว?คนนั้น
“หรูหรูเธอเองหรือ”
“หนูเองค่ะ คุณย่าร้อนหรือเปล่าหรูหรูพัดให้ดีไหมคะ” จ้าวหลันหรูไม่ชอบหลานสาวคนนี้เพราะพ่อแม่ของเธอจงใจตั้งชื่อให้คล้ายกับจ้าวหลันหรู มันเป็ความรู้สึกไม่ถูกชะตา
ยิ่งหลานห่างๆคนนี้มองจ้าวจิงถิงด้วยสายตามีความหมาย เธอก็ยิ่งไม่ชอบใจดังนั้นเจอกันทีไรก็มักจะอยากหลบให้พ้น ๆ
"ไม่ต้อง ขอบใจเธอมาก”
“งั้นหนูไปถามพี่ชายใหญ่ดีกว่า”
“หยุด” จ้าวหลันหรูจับแขนเด็กสาวไว้ดึงพัดออกจากมือเธอ แล้วส่งให้เหรินซวงอิ๋น
“ซวงอิ๋นไปพัดให้พี่เขาหน่อยหน้าแดงไปหมดคงจะร้อน” ทั้งหรูหรูและเหรินซวงอิ๋นต่างไม่พอใจคนหนึ่งอยากทำแทบตายไม่ได้ทำ อีกคนไม่อยากทำดันต้องไปทำ
“ไปเถอะ” จ้าวหลันหรูพยักหน้าไล่อีกรอบว่าที่เ้าสาวจำต้องเดินไปทางว่าที่เ้าบ่าวส่วนหลานสาวที่คิดอะไรไม่เข้าท่าก็ยืนขบเขี้ยวเคี้ยวฟันอยู่ในใจ
จ้าวหลันหรูหันมามองสายตาของเธอไม่มีความเอ็นดูเหลืออยู่เลย หรูหรูก้มหน้าหลบสายตา
“คุณย่า ทำไมมองหนูอย่างนั้นล่ะคะ”
“เธอคิดอะไร อย่านึกว่าคนอื่นไม่รู้อย่าว่าแต่เป็ไปไม่ได้เลย ให้พูดว่าทุเรศยังไม่มากเกินด้วยซ้ำ หยุดความคิดนั้นซะไม่เช่นนั้นแม้แต่แซ่จ้าว เธอก็ไม่สมควรใช้”
หรูหรูน้ำตาคลออยากจะโวยวายแต่ทำไม่ได้ตอนนี้ ไหล่ของเธอสั่นเล็กน้อยตอนถอยออกไปคิดว่าน่าจะร้องไห้แล้ว คุณนายผู้เฒ่าจ้าวไม่สนใจแม้แต่จะมองส่งเธอ
ในใจของจ้าวหลันหรูแล้วลูกหลานที่ทำตัวไม่เหมาะสม ให้ตัดทิ้งก็ไม่ใช่เื่หนักหนาแต่อย่างใด
ห่างออกไปไม่กี่แถวเหรินซวงอิ๋นก้าวขึ้นไปยืนข้างจ้าวจิงถิง อีกฝ่ายหันมามองเขาแต่ไม่ได้ถอยหนีเพราะถอยไม่ได้ มีญาติคนอื่นยืนอยู่ใกล้กัน
“มีอะไร”
เหรินซวงอิ๋นขยับปาก แทบไม่ออกเสียง “คุณย่าให้ผมมา”
จ้าวจิงถิงขมวดคิ้วสงสัยแต่แล้วว่าที่เ้าสาวก็ยกพัดในมือขึ้นพัดให้เขาแรงพัดจากฝีมือผู้ฝึกปราณแม้จะออกแรงไม่มาก แต่ก็สร้างสายลมเย็นได้ คนถูกดูแลไม่อยากจะยอมรับว่าตนเย็นสบายขึ้น
ญาติทั้งหลายมองด้วยสายตาอยากรู้อยากเห็นในใจไม่รู้ว่าใครคิดอะไรอยู่บ้าง
ปู่สี่เห็นทางสบายก็ถอยหลังมายืนข้างหลานชายรับอานิสงส์แล้วก็ไม่ลืมเอ่ยปากชม “เมียแกใช้ได้ทีเดียว แรงดีแบบนี้ ต้องได้ลูกชายแน่”
“ปู่ ผมกับเขายังไม่แต่งงานกันเลย”
“ไอหย๋า ไม่แต่งวันนี้อีกไม่กี่วันก็แต่งไม่ใช่รึไง”
“ปู่”
“ทำไม ฉันพูดความจริงนะเว้ย”
จ้าวจิงถิงเผยสีหน้าไม่น่าดูส่วนเหรินซวงอิ๋นทำเป็ไม่ได้ยิน ออกแรงพัดขึ้นอีก เพื่อให้ลมไปถึงปู่สี่ผู้าุโถึงกับยกนิ้วให้ ‘เยี่ยมมากหลานสะใภ้’
ส่งปู่สามลงสุสานแล้วตระกูลจ้าวก็มีทานข้าวร่วมกัน พูดคุยเป็มารยาท เสร็จก็แยกย้ายเหรินซวงอิ๋นมองไม่ออกว่าในบรรดาคนที่ทำท่าว่าโศกเศร้าแท้จริงแล้วมีกี่มากน้อยที่แสดงออกจากใจจริง
ก็ไม่แปลกตระกูลจ้าวเป็ตระกูลใหญ่ลูกหลานนับเป็ร้อยๆ คน คนตายไม่ใช่ประมุข แต่ว่าเป็ลูกพ่อแม่เดียวกับประมุขคนปัจจุบันบางคนก็มาร่วมพิธีแค่อยากอ้างความเป็สายเืเข้าตีสนิทผู้เป็ใหญ่ในตระกูลเท่านั้น
ขากลับไป๋เหลียงมารอที่ท่าเรือแล้วพอเห็นคุณหนูก็ตบอกโล่งใจ เขาติดต่อคุณหนูไม่ได้เลยั้แ่แยกกันโชคดีที่ส่งคนไปเรียบร้อยไม่มีปัญหาห้องวิจัยที่เหรินซวงอิ๋นซื้อต่อจากนักวิทยาศาสตร์กลุ่มหนึ่งเดิมพวกเขาวิจัยเื่พลังงาน แต่ขาดงบสนับสนุน ทำให้ต้องยุบโครงการและขายทุกอย่างเพื่อความอยู่รอด
ตอนนี้จึงเป็กองบัญชาการของพยัคฆ์เร้นกายหน่วยที่สี่โดยสมบูรณ์ ภายนอกยังคงจดทะเบียนในนามศูนย์วิจัยพลังงานอิสระแต่ความจริงได้เปลี่ยนเป็การวิจัยพิษ และสร้างอาวุธลับ
จ้าวจิงถิงอ้างว่ามีเื่ต้องจัดการยังกลับพร้อมทุกคนไม่ได้ความจริงเขาแค่อยากหลบหน้าว่าที่เ้าสาว ไม่อยากเห็นอีกฝ่ายเท่านั้นคนที่เหลือขึ้นเรือกลับเกาะยูจิน
คังข่ายไม่คิดว่าเ้านายที่ไม่เคยกลัวใครของเขาจะมีวันนี้วันที่อยากหลบหน้าใคร ถึงกับทำให้ตัวเองลำบากเขาคิดว่าบางทีอาจมีงานที่ตนไม่ทราบก็ได้ จึงตัดสินใจถาม
“คุณชายเรามีงานที่ไหนอีกหรือครับ”
คุณชายใหญ่จ้าวมองลูกน้องแววตาดุดันคังข่ายเกาลำคอ เลือกที่จะไม่อยากรู้แล้ว พาลแล้วมาลงที่เขาสินะหัวหน้าบอดี้การ์ดหันไปสั่งคนขับรถ
“ไปเซฟเฮ้าส์ที่ใกล้ที่สุด”
คนขับรับคำสั่ง “ครับคุณคัง”
ระหว่างเดินทางคังข่ายและโจได้แต่นั่งตัวลีบคุณชายหงุดหงิดมาก ถึงมากที่สุดพวกเขาอยู่กับคุณชายมานานทำไมจะจับความรู้สึกไม่ได้เพียงแต่ถึงตอนนี้ก็ยังไม่อยากจะเชื่อว่าคุณชายแค่อยากหลบหน้าคุณชายเหรินถึงไม่กลับพร้อมคนอื่น
จริงหรือ?
ก็ไม่อยากจะพูดหรอกนะ แต่ว่าถ้าจริงทำแบบนี้มันไม่ต่างจากกลัวเลยสักนิด
คืนสุดท้ายของการเยี่ยมครอบครัวว่าที่สามีเหรินซวงอิ๋นนอนไม่หลับอดีตพ่อบ้านใหญ่พบว่านี่ไม่ใช่อาอาการนอนไม่หลับทั่วไปอย่างแน่นอนหากคนทั่วไปนอนไม่หลับก็แค่ขบคิดเื่นั้นเื่นี้ไปเรื่อยแต่ว่าในหัวของเขาไม่มีเื่ใดเลย ขนาดพยายามหาสาเหตุที่ตนนอนไม่หลับยังรู้สึกว่าช่างยากเย็น
ั์ตาสองข้างกระจ่าง ในหัวกลับพร่ามัวมันคืออาการของผู้ถูกพิษ หน้าอกของเขากระเพื่อมถี่ ลมหายใจหอบกระชั้นลุ่มร้อนในทรวงอก เหงื่อผุดออกมาตามข้อพับอาการที่ชัดสุดคือส่วนนั้นของร่างกายแข็งขืนขึ้นมาโดยไร้สาเหตุ
พิษปลุกกำหนัด!!
ประคองสติที่เริ่มเลอะเลือนตะกายลงจากเตียงหนีบขาทั้งสองข้างเข้าหากัน อยากขจัดอารมณ์ที่อยู่เหนือเหตุผลนี้ให้หมดไป “จะตามใจตัวเองไม่ได้”บอกตัวเองแล้วฟาดแขนกับขอบเตียงอย่างแรง ความเ็ปทำให้สติคืนมาบางส่วนพรุ่งนี้มันต้องบวมแดงอย่างแน่นอน
ในชีวิตก่อนก็เคยเจอฤทธิ์ของพิษนี้เพียงแต่ครั้งนั้นไม่รุนแรงเท่านี้เหรินซวงอิ๋นรีบพาตัวเองเข้าไปอยู่ในที่ปลอดภัยก่อน ตอนนี้คงต้องพึ่งห้องน้ำมันมิดชิดและยากต่อการจู่โจมจากใครก็ตามที่วางยาอัปรีย์นี้เมื่อแน่ใจว่าล็อกประตูดีแล้ว ก็เข้าไปยืนใต้ฝักบัวเปิดน้ำให้ไหลลงมา
ศีรษะชาวาบเมื่อถูกน้ำเย็นแขนข้างที่ฟาดกับเตียงเมื่อครู่ปวดหนึบ แต่เขาไม่สนใจ นั่งลงช้าๆขัดสมาธิเดินลมปราณพิสดาร วิชานี้ตกทอดมาจากท่านปู่ของเขา
สถานะพ่อบ้านมีสิทธิ์เรียนวิชาติดตัวพ่อบ้านบางจวนยังมีวรยุทธ์สูงส่งกว่าเ้านายก็มีให้เห็นอยู่บ่อยครั้งเช่นเหรินซวงอิ๋น ที่พื้นฐานกระดูกดีมาก
อาจารย์ที่สอนวรยุทธ์ให้คุณชายจึงอยากสอนเขาด้วย การมีศิษย์เก่งกาจเป็ผลงานที่อาจารย์ใฝ่ฝันและผู้เป็อาจารย์ก็ไม่ผิดหวัง เขาฝีมือรุดหน้ากว่าบรรดาคุณชายหลายขุม
กลับมาที่วิชาปราณพิสดารเป็การควบคุมของเหลวในร่างกาย เช่นเื น้ำเหลือง หรืออื่นๆ รวมถึงสิ่งแปลกปลอมเช่นพิษ วิชานี้ต้องฝึกั้แ่เด็ก ฝึกสำเร็จจะสามารถขจัดพิษที่ตนได้รับเข้าร่างทั้งยังช่วยในการชำระเืหรือของเสียในร่างออกทางเหงื่อผิวพรรณจะอ่อนเยาว์อยู่เสมอ ร่องรอยตามวัยแทบจะไม่มี
ปู่ของเขาเล่าว่าหลายคนทุ่มเทฝึกเพื่อความงดงามของร่างกายและยังเรียกมันว่าวิชาะ แต่น่าเสียดายฝึกไม่สำเร็จทำให้ผิวเหี่ยวก่อนวัยกลายเป็ผีในร่างคนก็เยอะ
ตอนอยู่บนเรือกับจ้าวจิงถิงเขาลองโคจรปราณแล้วยังพอทำได้ตอนนี้เลยลองรื้อวิชามาช่วยตัวเองจากปัญหานี้ดู
โชคดีที่เหรินซวงอิ๋นในชาติก่อนฝึกสำเร็จเขารีบลงมือเพื่อขจัดยาปลุกกำหนัดออกจากตัวคิดไม่ถึงว่าวิชาจากชาติก่อนจะยังติดมาด้วยได้ ประเสริฐเหลือเกิน
รวบรวมลมปราณได้ไม่นาน ก็พะอืดพะอมเขาเร่งรีดลมปราณต่อเนื่องจากปลายเท้า ขึ้นมาถึงลำคอ ร่างกายปั่นป่วนโงนเงนไปมานั่งในท่าบังคับแทบไม่ไหว
นอกกายเย็นเฉียบแต่ในกายร้อนดั่งไฟธาตุของเขากำลังถูกปรับให้สมดุล
เปลืองแรงไปมากกว่าจะต่อสู้กับความอยากในตัณหาและด้วยร่างนี้ไม่เคยฝึกวิชา จึงไม่รวดเร็วเท่าร่างเดิม เขาสาบานต่อตัวเองหากรอดภัยครั้งนี้ไป จะต้องหมั่นฝึกฝนให้มาก ไม่กล้าละเลยอีกแล้ว
ราวครึ่งชั่วโมงบางอย่างที่แปลกปลอมถูกเขารีดเค้นออกมา เหรินซวงอิ๋นโก่งคอ พ่นโลหิตคำโตของเหลวที่ควรมีสีแดงกลับมีสีดำสนิทเป็ฟอง ชวนขนพองสยองเกล้ากลิ่นเหม็นคาวคลุ้งไปทั้งสถานที่คับแคบ แต่ความ้าเริ่มลดลงส่วนนั้นที่แข็งตัวตอนถูกปลุกปั่นราคะก็เริ่มอ่อนด้วยเช่นกัน
ชายหนุ่มยกหลังมือเช็ดมุมปากปาดสิ่งที่เปื้อนออกจากใบหน้า ลุกขึ้นช้าๆ ชำระล้างทุกสิ่ง
ไม่นานก็คงเหลือแค่น้ำเจิ่งบนพื้นกระเบื้องเขาถอดชุดนอนที่เปียกกองไว้บนพื้น ปรับลมหายใจให้ปรกติได้แล้วในร่างไม่มีพิษตกค้าง หรืออาจจะมีแต่ทำอะไรเขาไม่ได้รอแค่ถูกขับออกตามวิธีธรรมชาติเท่านั้น
จะว่าโชคดีก็ได้พิษปลุกกำหนัดไม่ใช่พิษคร่าชีวิต และขับออกง่าย เพียงแค่ผู้ถูกพิษมีจิตใจเข้มแข็งไม่แพ้ให้ความ้าที่มากขึ้นเรื่อยๆ ก็จะรอดพ้นจากมัน
ฟังดูเหมือนง่ายแต่ที่จริงก็ยากเอาการพิษขับออกง่ายแต่ความ้าเื่เพศ เป็พื้นฐานของปุถุชนคนธรรมดาสามัญที่ยังมีกิเลสยากนักจะหักห้ามใจ
“คุณชายคะ คุณชายอยู่ในห้องน้ำหรือเปล่าคะ หยาหยาเองค่ะ” เหรินซวงอิ๋นหันไปมองประตูเขาต้องหาตัวคนทำก่อน จะได้รู้ว่าใครสั่งมา ทำแบบนี้้าสิ่งใด
“หยาหยา” เสียงของเขาสั่นพร่าราวกับว่าควบคุมตัวเองไม่ได้ สาวใช้ะโเสียงยั่วยวนว่าเธอนอนไม่หลับเลยมาดูว่าคุณชาย้าอะไรหรือไม่
เมื่อเปิดประตูห้องน้ำออกไปสาวใช้เห็นเขาสองแก้มก็เห่อร้อน คุณชายเปลือยกายเนื้อตัวเปียกปอนความเป็ชายขนาดกำลังพอดีไม่เล็กเกินไป แต่ไม่ใหญ่จนน่ากลัว รูปร่างของเขาไม่มีกล้ามเนื้อกำยำแต่ก็สมส่วน งดงามน่าัั
“คุณ..คุณชาย”เธอเขินอายก้มหน้าไม่กล้าสบตาเขาเหรินซวงอิ๋นสั่งให้เธอเอาชุดมาเปลี่ยนให้เขาหน่อย กระซิบใส่หูเธอไปว่า “เร็วเข้าผมหนาว”
หยาหยายังไม่มั่นใจว่ายาออกฤทธิ์เต็มที่หรือยังจึงไม่กล้าออกตัวแรง กลัวจะเป็เื่ใหญ่ ถูกจับได้เธอคงไม่ได้ผุดไม่ได้เกิดจึงรีบไปเอาชุดนอนใหม่มาให้เขา ตลอดเวลาก็ไม่ลืมก้มหน้าก้มตาด้วย
เหรินซวงอิ๋นยืนให้เธอแต่งตัวให้จนกระทั่งติดกระดุมเสื้อ เขาจับมือเธอไว้แน่นจ้องเธอเหมือนจ้องเหยื่อที่กลืนลงท้องได้ ด้วยสายตาหิวโหยสุดประมาณ