แม้ถังหลีจะยืนอยู่ไกลจากถังซุนอยู่พอสมควร แต่นางก็ยังเผลอสูดเอากลิ่นยาปลุกกำหนัดเข้าไปอยู่ดี แม้จะไม่มากแต่มันก็ทำให้ร่างกายของนางมีปฏิกิริยาแปลกๆ เกิดขึ้นแล้ว ถังหลีตั้งใจจะเดินไปในที่ลับตาแล้วเข้าไปนอนแช่น้ำเย็นในมิติ แต่เฟิ่งฮวนกลับตามมาพบนางเสียก่อน
“หลีเอ๋อ เจ้าเป็นอะไรไป ไม่สบายตรงไหนหรือ” เฟิ่งฮวนถามอย่างเป็นห่วง
“พี่รอง ข้าสงสัยว่าข้าคงโดนยาปลุกกำหนัดเข้าแล้วเจ้าค่ะ”
“ยาปลุกกำหนัด?” เฟิ่งฮวนทำหน้าเครียด “ยาปลุกกำหนัดที่เจ้าเคยให้ข้าหามาให้ใช่หรือไม่ แล้วทำไมเป็นเจ้าที่โดนยานั่นเสียเอง เจ้าไม่ได้บอกข้าหรือว่าเจ้าจะพกมันติดตัวไว้ไปแก้แค้นผู้อื่น”
ถังหลีเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นในโรงน้ำชาให้เฟิ่งฮวนฟังอย่างละเอียด “เรื่องมันก็เป็นอย่างที่ข้าเล่าให้ท่านฟังเจ้าค่ะ เพียงแต่ตอนนั้นข้านึกว่าข้าหนีออกมาได้ทัน จนร่างกายข้ารู้สึกแปลกๆ ข้าถึงได้รู้ว่าข้าก็ถูกยาปลุกกำหนัดเล่นงานเหมือนกัน”
“เช่นนั้นข้าจะพาเจ้าไปพักที่โรงเตี๊ยมแถวนี้ก่อน แล้วเดี๋ยวค่อยให้คนไปตามเยี่ยนเฉิงมา” เฟิ่งฮวนรู้ถึงฤทธิ์ยาปลุกกำหนัดชนิดนี้เป็นอย่างดี และวิธีแก้มีแต่น้องเขยคนเดียวเท่านั้นที่จะช่วยน้องสาวได้
“เจ้าค่ะ”
ขณะที่เฟิ่งฮวนกับถังหลียืนอยู่ที่หน้าโรงเตี๊ยม เสี่ยวจิ่วที่บังคับรถม้ามาอย่างเร่งรีบก็มองเห็นคุณชายรองกับคุณหนูแต่ไกลแล้ว พอใกล้ถึงโรงเตี๊ยมเขาจึงจอดรถม้าได้ทัน
“คุณชายรองขอรับ ช่วยคุณชายใหญ่ด้วยขอรับ” เสี่ยวจิ่วรีบลงมาคุกเข่า “เป็นข้าที่ไม่ดูแลคุณชายใหญ่ให้ดีเองขอรับ”
“เจ้าลุกขึ้นก่อนเสี่ยวจิ่ว ตกลงว่าพี่ใหญ่เป็นอะไร”
กู้เยี่ยนเฉิงที่เพิ่งลงจากรถม้าเป็นคนอธิบาย “เสี่ยวจิ่วบอกว่านายอำเภอโจวเชิญพี่ใหญ่ไปทานอาหารมื้อกลางวัน แต่จนถึงตอนนี้พี่ใหญ่ยังไม่ออกมาจากจวนของนายอำเภอเลยขอรับ เสี่ยวจิ่วคิดว่าอาจจะเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นกับพี่ใหญ่”
เฟิ่งฮวนได้ยินว่าพี่ชายตกลงอยู่ในอันตราย เขาจึงรีบสั่งการ “เยี่ยนเฉิง...หลีเอ๋อไม่สบาย เจ้าพานางเข้าไปพักในโรงเตี๊ยมก่อน ข้ากับเสี่ยวจิ่วจะไปที่จวนนายอำเภอ”
“คุณชายรองขอรับ ข้าจะตามท่านไปด้วยขอรับ” ลิ่วจื่อรีบบอก “หากนายอำเภอโจวตั้งใจกักขังคุณชายใหญ่ไว้ ข้าคิดว่าพวกเขาคงไม่ยอมให้ท่านเข้าไปในจวนได้ง่ายๆ แต่ข้ารู้เส้นทางลับที่จะเข้าไปในจวนนั้นได้ขอรับ”
“เช่นนั้นเจ้าก็รีบพาข้าไป” เฟิ่งฮวนไม่ได้ติดใจสงสัย เพราะตอนที่กู้เยี่ยนเฉิงบอกว่าจะรับลิ่วจื่อมาเป็นผู้ติดตาม กู้เยี่ยนเฉิงก็ได้เล่าอดีตของลิ่วจื่อให้ทุกคนฟังหมดแล้ว และเขาก็เคยไปสอบถามเรื่องของลิ่วจื่อจากหลงเป่ามาแล้วเช่นกัน ทั้งยังเคยส่งคนให้ไปสืบประวัติของลิ่วจื่อมาอีก จนพบว่าลิ่วจื่อไม่มีปัญหา “เสี่ยวจิ่ว เจ้าไปบอกเส้าหย่วนให้เขานำตัวหลงเป่ากับผลการสอบปากคำหลงเป่าไปส่งที่เมืองหลวง และให้เขาขอกำลังกลับมาด้วย อีกไม่นานเราจะจัดการกับตระกูลโจว”
เมื่อทุกคนแยกย้ายกันไปหมดแล้ว กู้เยี่ยนเฉิงจึงพาถังหลีเข้าพักที่โรงเตี๊ยม
“เจ้านอนพักอยู่ที่นี่ก่อน ข้าจะไปเชิญท่านหมอ”
ถังหลีส่ายหน้าแล้วจับมือกู้เยี่ยนเฉิงไว้แน่นก่อนที่จะดึงสามีเข้ามาหาตนเองอย่างแรง “ท่านหมอช่วยข้าไม่ได้ มีแต่เจ้าที่ช่วยข้าได้”
กู้เยี่ยนเฉิงถามเสียงเครียด “เจ้าถูกวางยาปลุกกำหนัดหรือ?”
“เป็นยาปลุกกำหนัดที่พี่รองให้ข้าไว้วันนั้น ข้าตั้งใจจะใช้มันกับโจวม่านหรู แต่ข้าเผลอสูดกลิ่นมันเข้าไปนิดหน่อย” ถังหลีโน้มใบหน้าสามีเข้ามาจุมพิตอย่างดูดดื่ม “เยี่ยนเฉิง ข้าทรมานเหลือเกิน”
กู้เยี่ยนเฉิงก็รู้ฤทธิ์ของยาปลุกกำหนัดชนิดนี้เหมือนกัน เพราะตอนที่พี่รองนำยาชนิดนี้มาให้ภรรยา เขาก็อยู่ที่นั่นด้วย “ข้าจะช่วยเจ้าถอนพิษเอง แต่ครั้งหน้าเจ้าต้องไม่ยุ่งกับยาบ้าๆ นี้อีก”
จากนั้นสามีภรรยาจึงช่วยกันถอนพิษไปจนถึงเย็น
ณ จวนนายอำเภอโจว
“เจ้าจัดการกับบุรุษเหล่านั้นเรียบร้อยแล้วใช่หรือไม่” นายอำเภอโจวถามลูกชาย
“ข้าแค่จับพวกเขาไปขังไว้ในคุกใต้ดินขอรับ” โจวเหวินฉิงตอบ
“เจ้ายังจะเก็บพวกมันไว้ทำไมอีก ทำไมไม่ฆ่ามันทิ้งเสีย มันย่ำยีพี่สาวของเจ้านะ” โจวฮูหยินร้องไห้เสียงดัง “หากพวกมันนำเรื่องนี้ไปเล่าต่อ ชื่อเสียงของหรูเอ๋อจะเป็นอย่างไร”
“ท่านแม่! คนตั้งสิบเอ็ดคนนะขอรับ ข้าฆ่าพวกเขาไม่ได้หรอก”
“สิบเอ็ดคนแล้วอย่างไร ต่อให้เป็นร้อยคนเจ้าก็ต้องปิดปากพวกมันให้หมด”
“คิดจะปิดปากก็คงไม่ทันแล้วขอรับ วันนี้มีชาวบ้านไม่น้อยที่เห็นพี่หญิงกับบุรุษทั้งสิบเอ็ดคนกำลัง...เอ่อ...” โจวเหวินฉิงที่มีนิสัยรักสนุกและชมชอบกับเรื่องพรรค์นั้นเป็นอย่างมาก แต่เมื่อนึกถึงภาพพี่สาวกับบุรุษเหล่านั้นโรมรันพันตูกันอยู่ เขากลับอยากจะอาเจียนออกมาเสียอย่างนั้น ทำไมเรื่องที่เขาเคยชอบกลับทำให้เขารู้สึกคลื่นไส้ เวลานี้เขาไม่มั่นใจด้วยซ้ำว่าเขายังสามารถขึ้นเตียงกับสตรีได้อยู่หรือเปล่า
“ทำไมพี่สาวของเจ้าถึงไปอยู่กับบุรุษมากมายเช่นนั้นได้” นายอำเภอโจวถามลูกชาย
“เอ่อ...คือ...” โจวเหวินฉิงไม่กล้าตอบ เขารับปากพี่หญิงไว้แล้วว่าเขาจะไม่พูดเรื่องที่พี่หญิงไปหลงรักชายที่มีภรรยาแล้ว
“ถ้าเจ้าไม่พูดความจริง ข้าจะโบยเจ้าเดี๋ยวนี้” นายอำเภอโจวเหวี่ยงแส้ที่อยู่ในมือออกทันที ปลายแส้กระทบพื้นซึ่งอยู่ไม่ไกลจากจุดที่โจวเหวินฉิงยืนอยู่มากนัก
โจวเหวินฉิงไม่เคยเห็นบิดาโกรธเท่านี้มาก่อน และแส้ที่บิดาถืออยู่นั้นเขาเคยเห็นมันมาก่อนแล้ว ตอนนั้นบิดาใช้แส้เส้นนั้นเฆี่ยนบ่าวที่ทรยศตระกูลโจว ผิวหนังของบ่าวผู้นั้นหลุดติดออกมากับแส้ เป็นภาพที่น่ากลัวมาก โจวเหวินฉิงจึงรีบพูด “พี่หญิงหลงรักบัณฑิตยากจนผู้หนึ่ง แต่บัณฑิตผู้นั้นมีภรรยาอยู่แล้ว พี่หญิงจึงคิดที่จะทำลายชื่อเสียงของหญิงผู้นั้นเพื่อให้บัณฑิตหย่ากับภรรยาของเขาในข้อหาคบชู้ จากนั้นพี่หญิงก็จะแต่งงานกับบัณฑิตผู้นั้นขอรับ”
“แล้วมันเกี่ยวกับเรื่องที่หรูเอ๋อถูกบุรุษพวกนั้นย่ำยีอย่างไร”
“พี่หญิงให้คนไปหลอกสตรีนางนั้นไปที่โรงน้ำชา เพื่อจะให้บุรุษเหล่านั้นย่ำยี แต่ไม่คิดว่าพี่หญิงจะถูกเล่นงานเสียเองขอรับ”
“เหลวไหลสิ้นดี!” นายอำเภอโจวเหวี่ยงแส้ในมือไปอีกหลายครั้ง เสียงแส้กระทบพื้นชวนให้รู้สึกหวาดกลัวเป็นอย่างมาก แม้แต่โจวฮูหยินยังเอามือปิดปากเพราะกลัวเสียงร้องไห้ของตนจะสร้างความรำคาญให้สามี “บุรุษจะมีสามภรรยาสี่อนุก็ไม่ใช่เรื่องแปลก ในเมื่อบัณฑิตคนนั้นเป็นแค่บัณฑิตยากจน ทำไมนางไม่เสนอเงินหรือตำแหน่งใดๆ ให้เขาเพื่อแลกกับการให้เขาไปหย่าภรรยา หรือไม่ก็หาวิธีให้ภรรยาของเขาเปลี่ยนสถานะไปเป็นอนุก็สิ้นเรื่องแล้ว แต่นี่นางกลับเอาตัวเองเข้าไปอยู่ในสถานการณ์อันตราย เกิดเรื่องอัปยศขึ้นแล้วจะโทษใคร”
โจวเหวินฉิงบอกกับบิดาอย่างไม่ค่อยมั่นใจ “แต่ว่าท่านพ่อ ข้าได้ตรวจสอบและพบความผิดปกติบางอย่างขอรับ”
“เจ้าตรวจสอบแล้วพบอะไร”
“ข้าคิดว่าพี่หญิงกับบุรุษเหล่านั้นถูกวางยาปลุกกำหนัดขอรับ”
“หรูเอ๋อถูกวางยาปลุกกำหนัดอย่างนั้นหรือ?” เพลิงโทสะของนายอำเภอโจวสูงขึ้นอีกครั้ง “มันเป็นผู้ใด?”
“ถังซุนขอรับ บนเสื้อผ้าของเขามีกลิ่นของยาปลุกกำหนัดรุนแรงที่สุด”
“แล้วถังซุนผู้นี้เป็นใคร”
โจวเหวินฉิงกลืนน้ำลายไปอีกก้อนใหญ่ “เขาเป็นสหายที่เคยเรียนอยู่ชั้นเรียนเดียวกับข้าขอรับ”
“แล้วสหายของเจ้ากับหรูเอ๋อไปรู้จักและสนิทสนมกันได้อย่างไร” นายอำเภอโจวตวาดลูกชาย “เจ้ารีบพูดออกมาให้หมดทีเดียว อย่าให้ข้าต้องโมโหแล้วโบยเจ้าจนเนื้อหลุด”
โจวเหวินฉิงจึงเล่าถึงแผนการและข้อเสนอที่โจวม่านหรูบอกให้เขาไปติดต่อกับถังซุนให้บิดาฟังอย่างละเอียด
“ไปพาตัวถังซุนมาให้ข้าเดี๋ยวนี้” นายอำเภอโจวตะโกนขึ้น
“เดี๋ยวก่อนเจ้าค่ะท่านพี่” โจวฮูหยินพูดขึ้น “อย่างไรถังซุนผู้นั้นก็ถูกขังอยู่ในคุกใต้ดิน ตอนนี้เรามาแก้ไขเรื่องสำคัญก่อนไม่ดีกว่าหรือเจ้าคะ”
“เรื่องสำคัญอะไร” นายอำเภอโจวถามภรรยาเสียงเข้ม
เมื่อเห็นว่าสามีเริ่มโมโหขึ้นมาอีกครั้งแล้ว โจวฮูหยินจึงรีบพูด “ตอนนี้ท่านให้คุณชายเฟิ่งรออยู่ที่ห้องหนังสือไม่ใช่หรือเจ้าคะ อีกอย่างฤทธิ์ยาปลุกกำหนัดของหรูเอ๋อก็ยังไม่คลาย”
“จริงสิท่านพ่อ ทำไมเราไม่ใช้โอกาสนี้ทำให้คุณชายเฟิ่งกับพี่สาว...” โจวเหวินฉิงไม่พูดประโยคหลังแต่หันไปยิ้มให้บิดาแทน
นายอำเภอโจวเกือบลืมไปเสียสนิทว่าเขายังให้เฟิ่งเฮ่ารออยู่ที่ห้องหนังสือ วันนี้เขาเชิญเฟิ่งเฮ่ามาทานอาหารกลางวัน หลังจากนั้นเขาก็เชิญเฟิ่งเฮ่าไปที่ห้องหนังสือเพื่อหารือเกี่ยวกับกิจการเดินเรือ ถึงแม้ตระกูลหลูที่เป็นตระกูลของพ่อตาจะมีฐานะร่ำรวย แต่พ่อค้าในอำเภอเสียนหู่เล็กๆ แห่งนี้จะเทียบเท่ากับตระกูลเฟิ่งแห่งเมืองหลวงได้อย่างไร หากกิจการเดินเรือของพ่อตาสามารถทำให้ตระกูลเฟิ่งมาร่วมมือได้ กิจการดังกล่าวก็จะมีความมั่นคงมากขึ้น แต่ไม่นึกว่าเขากับเฟิ่งเฮ่าเพิ่งคุยกันได้ไม่นาน ภรรยาก็ให้คนไปแจ้งเขาว่าเกิดเรื่องขึ้นกับลูกสาว เขาจึงทิ้งให้เฟิ่งเฮ่านั่งรอเขาอยู่ที่ห้องหนังสือมาจนถึงตอนนี้
“แต่คุณชายเฟิ่งยังมีสติสัมปชัญญะครบถ้วน คิดจะหลอกลวงเขานั้นคงไม่ง่าย” แม้นายอำเภอโจวจะเริ่มหวั่นไหวกับความคิดของภรรยาและบุตรชาย แต่อีกใจหนึ่งเขาก็ยังไม่อยากล่วงเกินเฟิ่งเฮ่า เพราะเขายังสืบไม่พบเลยว่าเฟิ่งเฮ่ามีผู้ใดหนุนหลัง ลำพังแค่ตระกูลพ่อค้าคงไม่สามารถยืนหยัดอยู่ในเมืองหลวงได้อย่างมั่นคงเช่นนี้
“พี่หญิงยังถูกวางยาปลุกกำหนัดได้ แล้วทำไมเราไม่ใช่แผนการเดียวกันนี้กับคุณชายเฟิ่งเล่าขอรับ”
“ขออภัยที่ทำให้เจ้าต้องรอนาน พอดีมีงานด่วนเข้ามา ข้าจึงเสียเวลาจัดการกับงานทางนั้นก่อน” นายอำเภอโจวเดินยิ้มเข้ามา
แม้ในใจเฟิ่งเฮ่าจะรู้สึกโกรธ แต่เขาก็พยายามข่มอารมณ์ไว้ วันนี้เขาได้ข้อมูลเกี่ยวกับตระกูลหลูและกิจการเดินเรือไปไม่น้อย คิดว่าข้อมูลเหล่านี้คงพอที่จะทำให้น้องรองจัดการกับนายอำเภอโจวได้ “ข้าเข้าใจขอรับใต้เท้าโจว ท่านคนเดียวต้องดูแลประชาชนทั้งอำเภอ งานยุ่งก็ถือเป็นเรื่องปกติขอรับ”
“ขอบใจที่คุณชายเข้าใจ” นายอำเภอโจวรินน้ำชาให้เฟิ่งเฮ่า “ดื่มชาสักหน่อย ชานี้มีสรรพคุณช่วยให้ผ่อนคลาย”
“ขอบคุณขอรับ” เฟิ่งเฮ่าไม่ได้ระวังตัวเพราะไม่คิดว่าจะมีคนวางแผนร้าย เขาจึงยกน้ำชาขึ้นมาดื่ม
นายอำเภอโจวแอบยิ้มกริ่ม “เรามาพูดถึงกิจการเดินเรือกันต่อดีหรือไม่”
เฟิ่งเฮ่าเริ่มรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ ร่างกายของเขาเริ่มร้อน “ข้ารู้สึกไม่ค่อยสบาย เอาไว้วันหลังข้าจะมาพบท่านใหม่ วันนี้ข้าคงต้องขอตัวก่อนขอรับ”
“จะรีบไปไหนเล่า” นายอำเภอโจวลุกจากที่นั่งแล้วฉุดแขนเฟิ่งเฮ่าไว้ “หากไม่สบายก็ไปนอนพักที่ห้องรับรองก่อนได้ จวนของข้ามีห้องรับรองมากมาย”
“ไม่เป็นไรขอรับ” เฟิ่งเฮ่าพยายามสะบัดมือแต่ก็ไม่มีเรี่ยวแรง ยิ่งเห็นรอยยิ้มแปลกๆ ของนายอำเภอโจว “ท่านใส่อะไรในน้ำชาถ้วยนั้น!”
“ไม่ใช่ของอันตราย แต่เป็นของที่จะทำให้เจ้ามีความสุข”
สติของเฟิ่งเฮ่าเริ่มเลือนรางไปทุกที เขาจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าใครเป็นคนมาพยุงเขาไปนอนบนเตียง มารู้สึกตัวอีกทีก็มีร่างกายอ่อนนุ่มเข้ามาพัวพัน เขาพยายามผลักคนคนนั้นออกไปแต่ก็ไร้เรี่ยวแรง