บทที่ 16 ว่าด้วยเื่ของหน่วย SSA (SEAL Special Ace)
วันถัดมาพี่พราวนี่ให้ฉันกับไคลล์ตามทีมงานวิจัยทีมหนึ่งขับเรือเล็กออกมาเก็บตัวอย่างกลางทะเล ตอนนี้พวกเราอยู่บนเรือที่จอดลอยเท้งเต้งอยู่บนผืนน้ำทะเลอันเวิ้งว้างกว้างใหญ่ แดดส่องแสงแรงกล้ามาก ดีที่เรือที่เราใช้เป็เรือปรับอากาศที่บังลมบังแดดได้และอากาศเย็นสบาย ฉันกับไคลล์ใช้ ‘หุ่นยนต์ดำน้ำแบบควบคุมระยะไกล’ ที่มีขนาดเล็กลงไปเก็บตัวอย่างตามรายการที่ทีมนักวิจัยกำหนดมาให้
ฉันกับไคลล์นั่งทำงานกันอยู่บริเวณมุมหนึ่งของเรือ สวมแว่นตาที่ซิงโครไนซ์กับหุ่นดำน้ำไว้เรียบร้อยแล้ว ภาพใต้ท้องทะเลที่หุ่นเห็นก็จะปรากฏให้เราเห็นผ่านแว่นตานี้ หุ่นมองเห็นอะไร เราก็จะมองเห็นแบบนั้น เราขยับตัวยังไง หุ่นก็จะขยับตัวแบบนั้นตามเรา เหมือนกับว่าเราเข้าไปสิงในหุ่นนั้นไม่มีผิด รายการตัวอย่างสิ่งมีชีวิตที่ต้องเก็บถูกอัพโหลดเข้าสู่ระบบของหุ่นดำน้ำไว้เรียบร้อยแล้ว มันสามารถจับคู่ภาพในระบบของมันกับสิ่งที่มันเห็นใต้ทะเล ถ้าภาพตรงกันหรือคล้ายกันระบบของหุ่นก็จะแจ้งเตือนแล้วให้เราพิจารณาเลือกว่าจะเก็บหรือไม่เก็บ เพราะบางครั้งดูผิวเผินมีลักษณะคล้ายกันก็จริง แต่รายละเอียดเล็ก ๆ บางอย่างไม่ตรงก็มี นี่คือหน้าที่ของคนที่คอนโทรลหุ่นต้องเป็คนพิจารณาดู
ตัวอย่างสิ่งมีชีวิตที่พวกเราต้องเก็บมีทั้งพืชและสัตว์ ซึ่งเป็สิ่งมีชีวิตที่ค่อนข้างหายากและต้องใช้เวลาค่อนข้างนานกว่าจะเจอแต่ละอย่าง หุ่นดำน้ำทำการค้นหาด้วยระบบอัตโนมัติตามที่ถูกตั้งโปรแกรมไว้ให้ค้นหาในลักษณะพื้นที่ที่กำหนดไว้ ทำให้คนคุมหุ่นอย่างฉันมีเวลานั่งว่างจนรู้สึกเบื่อ ๆ จึงชวนไคลล์ที่นั่งอยู่ด้วยกันคุยไปเรื่อยเปื่อย
“คุณเล่าเื่ตอนที่ฝึกอยู่ที่หน่วยเอสเอสเอให้ฟังบ้างสิคะ ทำไมคุณชายตระกูลใหญ่อย่างคุณถึงเลือกจะไปเป็ทหารหน่วยพิเศษที่ต้องลำบากตรากตรำ การฝึกก็หฤโหดมากขนาดนั้นด้วยล่ะคะ อย่าบอกนะว่าเพราะมันท้าทายน่ะ”
ไคลล์หัวเราะก่อนจะตอบว่า “ถ้าฉันบอกว่าใช่ล่ะ”
ฉันหัวเราะให้กับคำตอบของไคลล์แล้วพูดต่อไปว่า “ฉันเชื่อแล้วค่ะว่าคุณเป็พวกชอบความท้าทายในชีวิตตัวจริง”
“ฉันก็แค่อยากจะทดสอบขีดความสามารถของตัวเองว่ามันจะไปสุดได้ถึงแค่ไหนก็เท่านั้นแหละ แต่ยิ่งฉันทดสอบตัวเองไปเรื่อย ๆ ฉันก็ยิ่งเกิดความสงสัยขึ้นมาว่า ที่จริงแล้วมนุษย์เรามีความสามารถไร้ขีดจำกัดรึเปล่านะ”
“ยังไงเหรอคะ”
“ก็เพราะเมื่อฉันไปถึงจุดที่รู้สึกว่าอาจจะสุดได้แค่นี้ แต่ฉันก็ยังสามารถฝืนเค้นพลังตัวเองออกมาจนก้าวข้ามขีดจำกัดนั้นขึ้นไปได้อีกขั้นหนึ่งเสมอเลยยังไงล่ะ”
“มันไม่ใช่เื่ง่าย ๆ เลยนะคะ ไม่ใช่ทุกคนหรอกค่ะที่จะทำได้แบบคุณ”
“ก็เพราะคนส่วนใหญ่ยอมแพ้ง่าย ๆ ยังไงล่ะ ชอบคิดว่าตัวเองมาได้แค่นี้ เป็ได้เท่านี้ มันก็เลยหยุดได้แค่นั้น ที่จริงแล้วถ้าเรามีความมุ่งมั่นพยายามที่มากพอ ฉันคิดว่าอะไรที่ดูเหมือนเป็ไปไม่ได้ก็เป็ไปได้ทั้งนั้นแหละ ดูอย่างเทคโนโลยีเป็ตัวอย่างก็ได้ คนในยุคโบราณใครจะไปคิดว่ามนุษย์เราจะสามารถบินบนท้องฟ้าได้เร็วยิ่งกว่านกเสียอีก หรือคุยกับคนอื่นที่อยู่อีกซีกโลกนึงได้แบบเห็นหน้าค่าตากันจริง ๆ ได้”
“ก็จริงของคุณค่ะ คุณเองก็คงต้องผ่านเื่ที่ทรหดอดทนมามากเลยสินะคะ อยากรู้จริง ๆ ว่าที่หน่วยเอสเอสเอซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็หน่วยทหารพิเศษที่แข็งแกร่งที่สุดหน่วยนึงของโลกเค้าฝึกโหดกันขนาดไหน เค้ารับผู้หญิงมั้ยคะ”
“เธออยากสมัครเข้าร่วมเหรอ แต่หน่วยนี้เค้ารับเฉพาะผู้ชายน่ะ ผู้หญิงต้องไปสมัครหน่วยอื่น” ไคลล์ตอบ “การฝึกจะเป็อะไรที่เธอคาดคิดไม่ถึงเลยล่ะ มันจะทำให้เธอรู้สึกอยากจะยอมแพ้ล้มเลิกกลางคันอยู่บ่อย ๆ ปกติเค้าจะเปิดรับสมัครจำนวนจำกัดในทุกสองปีและรับเฉพาะประชากรระดับเอสคลาสเท่านั้น แล้วแต่ละรุ่นก็จะมีแค่ไม่ถึงสามสิบเปอร์เซ็นต์เท่านั้นแหละที่จะผ่านด่านการฝึกไปได้”
“สมกับที่เป็ทหารหน่วยพิเศษเลื่องชื่อระดับโลกจริง ๆ ค่ะ อย่างนี้ในเมื่อคุณเป็ทหารสังกัดหน่วยนี้แล้ว คุณไม่ต้องทำงานอะไรเหรอคะ ถึงได้ทำเหมือนตัวเองว่างจนต้องมาเป็คีปเปอร์ฆ่าเวลาอยู่ที่นี่ เอ๊ะ…ไม่ใช่ว่าที่คุณทำอยู่ตอนนี้ก็คือภารกิจที่คุณได้รับจากหน่วยมาหรอกนะ แอบมาสอดแนมพวกเรา”
ไคลล์หัวเราะ “คิดมากไปไกลแล้วเธอ ภารกิจของหน่วยเราส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับการก่อการร้ายที่จะทำลายความมั่นคงระดับโลกนะ เดอะนอร์ดูจะห่างไกลจากเื่ก่อการร้ายไปไกลอยู่นะ แต่ถ้าเดอะนอร์มีความลับแฝงเร้นอะไรอยู่เื้ัจริงก็คงเป็หน่วยพิเศษหน่วยอื่นที่แฝงตัวเข้ามามากกว่า” ไคลล์อธิบาย ฉันได้แต่นึกในใจว่า
‘ก็ตอนนี้ในองค์กรมีคนกำลังแอบวิจัยเื่อาวุธชีวภาพที่สามารถทำลายล้างโลกได้อยู่ไงล่ะ แบบนี้เรียกว่าเกี่ยวข้องกับกาทำลายความมั่นคงระดับโลกได้มั้ยล่ะ’
ไคลล์ยังเล่าต่อไปว่า “ส่วนทีมของฉันได้รับอภิสิทธิ์ให้มีอิสรภาพที่จะอยู่ที่ไหนก็ได้บนโลกใบนี้ แล้วสามารถเลือกที่จะรับหรือไม่รับภารกิจที่ส่งมาก็ได้ นอกจากว่ามันคืองานสำคัญที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แล้วหัวหน้าสั่งการเฉพาะเจาะจงมา”
“น่าอิจฉาจังเลยนะคะ คนที่แข็งแกร่งทั้งร่างกายและจิตใจแบบคุณเนี่ย”
“อย่ามาอิจฉาฉันเลย เธอเองก็สามารถเป็คนที่แข็งแกร่งแบบที่เธออยากเป็ได้ แค่หาเหตุผลของตัวเองให้เจอว่าเธอ้าแข็งแกร่งขึ้นเพื่ออะไร แล้วใช้มันเป็แรงผลักดันสร้างความแข็งแกร่งให้ตัวเองขึ้นมาให้ได้”
“ตอนนี้ฉันเองก็มีเหตุผลที่ตัวเองต้องแข็งแกร่งให้มากขึ้นกว่าเดิมแล้วเหมือนกันค่ะ ถ้าเป็ก่อนหน้านี้อะไรที่ฉันไม่สนใจจะทำก็คงปล่อยผ่านมันไป โฟกัสเฉพาะสิ่งที่อยากจะทำก็พอ แต่เพราะตอนนี้เื่ที่ฉันตัดสินใจจะทำมันทำให้ฉันอยากที่จะแข็งแกร่งขึ้นมาในทุก ๆ ด้านเท่าที่ฉันจะทำได้ แล้วเื่ที่ฉันไร้สามารถที่สุดก็คือทักษะการต่อสู้นี่แหละค่ะ ซึ่งฉันคิดว่ามันจำเป็สำหรับอนาคตของฉันมาก”
“ฉันถามได้มั้ยว่าเื่ที่เธอตัดสินใจจะทำมันคืออะไรเหรอ”
“ฉันลงสมัครว่าที่ผู้นำเดอะนอร์รุ่นต่อไปไว้แล้วค่ะ”
“จริงเหรอเนี่ย! ว้าว…ยินดีด้วย”
“ฉันยังไม่ได้รับเลือกเลยค่ะ คุณจะยินดีกับฉันทำไม” ฉันหัวเราะ
ไคลล์หัวเราะตอบ “ก็ฉันรู้สึกว่าเธอต้องได้รับเลือกแน่ ๆ ไงล่ะ ว่าแต่มันทำให้เธอถึงขึ้นคิดอยากสมัครเข้าร่วมหน่วยซีลสเปลเชียลเอซเลยเหรอ ถึงได้ถามฉันว่าเค้ารับผู้หญิงรึเปล่าน่ะ”
“เปล่าหรอกค่ะ ฉันก็แค่อยากรู้เลยถามดูเฉย ๆ ไม่เคยคิดอยากจะเป็ทหารหน่วยพิเศษเลยค่ะ ตอนนี้แค่เริ่มสนใจเื่ทักษะการต่อสู้ขึ้นมาน่ะค่ะ”
“อ่อ ถ้างั้นเอางี้…ฉันจะเป็คนสอนทักษะการต่อสู้ให้เธอเอง โอเคมั้ย”
“อะไรนะคะ! คุณจะสอนทักษะการต่อสู้ให้ฉันเหรอ” ฉันดึงแว่นตาขึ้นอย่างใ หันมองไคลล์เพื่อให้เค้ายืนยันว่าฉันฟังไม่ผิด
“ยินดีด้วย เธอกำลังจะได้เป็ลูกศิษย์คนแรกของไคลล์ เดอแวนเดลคนนี้เลยนะ”
“เดี๋ยวนะคะ คุณจะสอนฉันเหรอ?” ฉันถามย้ำ ก่อนจะรีบปฏิเสธ “อย่าเลยดีกว่าค่ะ”
ไคลล์ดึงแว่นตาขึ้น หันมามองฉัน “ทำไมล่ะ เธอคิดว่าฉันไม่เก่งพอ ไม่ดีพอที่จะสอนเธอได้เหรอ”
“ไม่ใช่อย่างนั้นค่ะ ฉันแค่เกรงใจคุณ มันเหมือนเด็กอนุบาลที่จะให้อาจารย์ระดับด็อกเตอร์มาสอนยังไงอย่างนั้นเลยค่ะ”
“แหม…เธอก็เปรียบเทียบซะเกินไป” ไคลล์หัวเราะ “ฉันเห็นว่ายังไงเราก็ต้องทำงานร่วมกันอยู่แล้ว เลยถือโอกาสนี้สอนให้เธอมันก็สะดวกดีไม่ใช่เหรอ อีกอย่างคนเก่ง ๆ แบบฉัน ใช่ว่าเธอจะหามาช่วยสอนให้ได้ง่าย ๆ นะใช่มั้ยล่ะ”
“เอ่อ…ก็ใช่ค่ะ”
“โอเค งั้นตกลงตามนี้ ฉันจะเป็คนสอนทักษะการต่อสู้ให้เธอเอง” พูดจบ ไคลล์ก็ดึงแว่นตาลงกลับไปทำงานต่อ
“เอ่อ…” ฉันได้แต่อ้ำอึ้งเกาหัวอย่างงง ๆ ก่อนจะตัดสินใจตกปากรับคำไป “ก็ได้ค่ะ ขอบคุณนะคะ” มีคนระดับเขายื่นมือเข้ามาช่วยสอนให้ ถือว่าพระเ้ามอบโอกาสอันล้ำค่าให้กับฉันก็แล้วกัน ฉันไม่ควรจะปฏิเสธนี่เนอะ
----------------------------------
ตอนหน้า สัตว์ร้ายบุก! ได้เวลานางเอกโชว์พาว!