ฉันเริ่มบรรจงมือทำแผลบนใบหน้าของเขาด้วยความอ่อนโยนตอนนี้ใบหน้าของเราสองคนห่างกันไม่ถึง 10 เิเก็ว่าได้ ความเงียบไม่เกิน 30วินาที ที่ได้ยินเพียงเสียงลมหายใจของเราที่ัักระทบกันบนผิวหน้า
แววตาของเขาที่กำลังมองฉันอย่างไม่ละสายตานั้นดูอ่อนโยนแต่กลับดูพิลึกกว่าทุกครั้งฉันเริ่มทำตัวไม่ถูกอยู่ไม่นิ่ง สายตาลุกลี้ลุกลนถ้าตอนนี้คือการแข่งขันเล่นเกมสบตา ฉันคือผู้แพ้อย่างสิ้นเชิง
“หลบสายตาทำไม” เสียงอ่อนโยนของเขาถามฉันมือข้างหนึ่งของเขาจับที่ปลายคางของฉันเพื่อบังคับให้หันกลับมองสบตาเขาเช่นเดิมอีกครั้ง
“เปล่าสักหน่อย ก็ทำแผลเสร็จเรียบร้อยแล้ว”ฉันตอบเขาแต่ก็พยายามทำทีก้มมองที่กล่องยาเพื่อไม่สบตาเขา
จุ๊บส์* เขาโน้มเข้ามาจูบฉันหนึ่งครั้ง
“ขอบคุณนะครับ”เสียงขอบคุณที่ทำให้ฉันแทบใจหยุดเต้น เขาจะมาไม้ไหนอีก
“คืนนี้นอนค้างกับผมที่บ้านได้หรือเปล่า”คำถามที่ดังจากเสียงสุขุม เขาขยับตัวไปนั่งห่างจากฉันขึ้นนิดหน่อย
“คุณมีอะไรอยากจะพูดหรืออยากจะบอกกับฉันหรือเปล่า”ฉันถามเขาแทนที่จะตอบคำถาม
“ก็มี แล้วคุณล่ะมีอะไรอยากบอกผมบ้างมั้ย” เขายังถามยอกย้อนฉันไม่แ่
“ไม่มี” ฉันตอบเสียงเบาแม้ในใจจะมีเื่ที่อยากบอกกับเขาก็ตามแต่มันไม่จำเป็เพราะเราสองคนไม่ได้เป็อะไรกัน เป็เพียงแค่ คู่นอน ก็เท่านั้นเอง
.ความเงียบ10 นาทีกว่า.
เราสองคนนั่งเงียบอยู่ข้างกันในเวลาดึกแบบนี้กลับไม่มีใครง่วงนอนสักคนฉันนั่งซบแผ่นอกของเขาโดยมีแขนล่ำเต็มด้วยมัดกลับโอบ้าไหล่เอาไว้วิวท้องฟ้ายามดึกดื่นที่มองผ่านหน้าต่างของตัวบ้านออกไปมืดมิดมีแสงดาวที่ริบหรี่แทบมองไม่เห็น
ฉันไม่ชอบท้องฟ้าในเวลานี้เลยมันดูไม่สดใส มันดูเศร้า มันดูเหมือนกำลังจะมีการจากลาเกิดขึ้นหากใครต้องจากกันในห้วงเวลานี้ หัวใจคงจะแลกสลายอยู่เหมือนกัน
“ทำไม ถึงยอมลดตัวลงมาเป็คู่นอนของผมทั้งที่คุณมีโอกาสพบคนที่ดี และให้เกียรติคุณ”เขาถามด้วยน้ำเสียงปกติโทนนิ่งเป็เส้นตรงไร้ความสูงต่ำของเส้นเสียง
“ทำไมอยู่ดีๆ ถึงถามฉันแบบนี้ล่ะ”ฉันยังไม่ตอบคำถามแต่เลือกที่จะถามเขากลับไปด้วยเสียงที่เบาในระดับที่ได้ยิน
[ปกป้อง &แพรวนิด] พูดคุย
ปกป้อง :“ก็แค่อยากรู้ นี่ก็นานมากแล้วนะ ที่คุณยอมลดตัวมาเป็คู่นอนของผม”
แพรวนิด :“ไม่รู้สิ ไม่เคยคิดหาเหตุผล”
ปกป้อง :“ไม่อยากมีคนรักเป็ตัวเป็ตน เหมือนคนปกติทั่วไปบ้างหรือยังไง”
แพรวนิด :“อืม...” ฉันตอบคำถามนี้ไม่ถูกได้แต่ลากเสียงด้วยความกังวลจนเขาต้องเปลี่ยนบทสนทนา
ปกป้อง :“ช่างเถอะ ไม่เป็อะไร คุณไม่จำเป็ที่จะต้องตอบก็ได้ ผมเข้าใจ” เขาบอกว่าเข้าใจแต่เสียงของเขาดูจะสวนทางเข้าใจที่หมายถึง ไม่เข้าใจ หรือเปล่านะปกป้อง
แพรวนิด :“ถ้าอย่างนั้น ฉันขอถามคุณเพียงหนึ่งคำถามที่ฉันอยากรู้คุณจะตอบฉันด้วยความจริงได้หรือไม่” น้ำเสียงแววตาท่าทางของฉันจริงจังกับคำถามที่้าถามมาก
ปกป้อง :“ถามมาสิ” เขาหันหน้ามาฝั่งข้างเพื่อมองหน้าฉันหลังพูดจบ
แพรวนิด :“เพราะอะไรคุณถึงไม่อยากใช้สถานะอื่นกับฉันนอกเหนือจากการเป็แค่คู่นอน”ฉันถามเขาด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและก็หันกลับไปมองหน้าเขาเช่นกันเราสองคนมองสบตากันเมื่อคำถามนั้นของฉันถามจบลงไป เขาเงียบไปเพียงอึดใจก่อนจะยิ้มให้ฉันเพียงเล็กน้อย
“เห้อออ หื้มม”เขาถอนหายใจไปยกใหญ่ก่อนจะยิ้มบางผสมกับหัวเราะตลกปนความเศร้า
“เพราะว่าผมไม่คู่ควรกับลูกสาวเ้าของร้านขายทองแถมยังเป็เ้าของตลาดหลายแห่งในเมืองนี้ยังไงล่ะ”เขาตอบด้วยเสียงที่ชัดเจนฟังชัดทุกถ้อยคำฉันถึงกับอึ้งใจหล่นไปอยู่ตาตุ่มเมื่อได้ฟังคำตอบจากปากของเขา
ความจริงแล้วร้านทองคำรูปพรรณที่ฉันบอกว่าตัวเองเป็พนักงานVIPคือร้านของพ่อและแม่ฉันเองครอบครัวฉันทำธุรกิจร้านขายทองคำมีสาขาในต่างเมืองอีกหลายสาขาที่เป็ของครอบครัวรวมถึงแผงตลาดที่เปิดให้เช่าอีกหลายแห่งในเมืองนี้
ฉันไม่เคยบอกเื่นี้กับเขาและไม่มีใครรู้เท่าไหร่ เพราะฉันหลังจากเรียนจบชั้นประถมฉันก็เข้าเรียนโรงเรียนประจำก่อนจะไปเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัยที่เมืองอื่น
“คุณ คุณรู้ได้ยังไง”ฉันถามเขาด้วยเสียงใพร้อมขยับตัวออกจากอ้อมแขนของเขา
“มันไม่ใช่เื่ยากเลยนะคุณคิดว่าผมจะเชื่อสนิทใจว่าคุณเป็เด็กเลี้ยงของเสี่ยอย่างที่คุณบอกเหรอ”
“ฉันขอโทษ ฉันไม่ได้ตั้งใจที่โกหกแต่ฉันก็ไม่มีเหตุผลที่ดีพอมาอธิบาย”เสียงของฉันเริ่มเศร้าเพราะรู้สึกถึงความผิดที่ได้โกหก
“ไม่เป็ไร ผมเข้าใจ”เขาพูดเสียงปกติจนน่าแปลกใจ แถมยังโอบดึงตัวฉันเข้าไปกอดไว้เหมือนเดิม
“เข้าไปนอนในห้องกันดีกว่าอีกไม่กี่ชั่วโมงก็จะเช้าแล้ว” เขาชวนฉันให้เข้านอนเพราะจริงแบบที่เขาบอกตอนนี้ดึกมากแล้วอีกไม่กี่ชั่วโมงก็จะเป็การเริ่มต้นวันใหม่
เขาไม่จู่โจมฉันเหมือนกับทุกคืนนอกจากจะนอนกอดฉันเท่านั้นตอนนี้ฉันอยู่ในอ้อมกอดของเขาบนเตียงนอนที่ฉันแทบจะผูกพันด้วยระยะเวลาเกือบหนึ่งปี
เปลือกตาสองข้างของฉันเริ่มขยับปิดลงช้าเรื่อยๆแม้บางอย่างจะยังค้างในใจแต่ทุกครั้งที่ฉันอยู่ในอ้อมอกของเขาฉันรู้สึกว่านี่คือพื้นที่ปลอดภัยไม่ว่าจะเข้านอนด้วยความเหนื่อยเพียงใดฉันก็หลับสนิททุกคืนที่มีเขา
แทบคิดไม่ออกเลยว่าหากวันหนึ่งเื่ของเราสองคนเดินทางมาถึงตอนจบฉันจะรับความจริงเื่นั้นได้หรือไม่ เื่จริงที่ว่าฉันและเขาเราไม่ได้รักกัน
“เลิกคิดมาแล้วนอนได้แล้ว”เสียงกระซิบของเขาพูดพร้อมจูบหน้าผากของฉันอย่างอ่อนโยน
เห็นมั้ยล่ะ ทำเหมือนฟีลแฟนอยู่บ่อยๆใครจะไปต้านทานไหว ฉันเองก็เพียงผู้หญิงธรรมดาที่หัวใจมีความรู้สึกคนหนึ่งเหมือนกันนะ
“รู้แล้ว”ฉันตอบเขากลับไปเสียงกระซิบและไม่ลืมที่จะจูบใต้คางของเขากลับไปจุ๊บส์ ทีหนึ่ง
***