รุ่งเช้าวันใหม่ เทียนไปโรงพยาบาลเพื่อดูอาการ อาจิ่ว พอถึงทางเข้า มีรปภ.ให้มาเชิญเข้าพบ ผอ. ของโรงพยาบาลแห่งชาติก่อน เทียนเดินตาม ไปถึงหน้าห้องก็มีเสียงเรียกให้ตนเข้าไป
“ สวัสดี หมอเทียน ผมคือผอ.ของโรงพยาบาลที่นี่เรียกผมว่าผอ.เตียงก็ได้ คุณคงสงสัยละซิ ว่าทำไมผมถึงเชิญคุณมาที่นี่ เอาละพูดตรงตรงเลยนะ ผมอยากจะเซ็นสัญญาว่าจ้างคุณให้เป็หมอประจำที่นี้ อัตราเงินเดือนหมอเทียนบอกมาได้เลย” เทียนเริ่มอึกอักพูดไม่ถูกรู้สึกมันกระทันหันเกินไป นี้เรายังต้องเรียนตั้ง 4 ปี กว่าจะจบ ผอ.เตียงคิดอะไรของเค้านะ
" ผอ.ครับผมยังต้องเรียนอีก 4 ปี กว่าจะจบ หนำซ้ำ ใบอนุญาตในรักษาโรค ยังต้องสอบถึง 3 ครั้งนี่ยังไม่ได้สอบซักครั้งเลยและผอ.จะจ้างผมได้ยังไง”
“ไม่ต้องห่วงทั้งสองเื่เลย เื่เรียนผมคุยกับผอ.ที่ซันชายมาเรียบร้อย คุณจะได้ฝึกฝนเรียนรู้ที่นี่ตลอด 4 ปี ทุก 6 เดือน ทางมหาลัยมี สอบ คุณก็ไปสอบตามกำหนด ผมว่าคุณสอบได้อยู่แล้วล่ะ แล้วหลักสูตรหมอ ปี 4 , 5 , 6 เน้นการฝึกฝนตัวเองในการรักษาอยู่แล้ว ไม่ต้องห่วง” ผอ.เตียงพูดสบายสบาย
“แล้ว ม.ซันชายจะยอมหรือ ครับ ที่ผมไม่ต้องเข้าเรียนไปสอบอย่างเดียว” เทียนสงสัย
“ยอมซิ ผมยื่นข้อเสนอ ว่าจะรับนักศึกษาฝึกงาน จำนวน10 คน ของม.ซันชายทุกปีตราบใดที่หมอเทียนยังเป็หมอที่แห่งนี้ อย่างน้อย 4 ปีที่ คุณอยู่ม.ซันชายได้ประโยชน์ แน่นอน” ผอ.กล่าวอย่างมั่นใจเพราะบรรลุข้อตกลงมาแล้ว
“ ส่วนเื่ใบอนุญาต หมอเทียนไม่ต้องห่วงผมเอาคลิปรักษาทั้งหมดของคุณให้ทางกระทรวงการแพทย์ให้พวกเขาดูแล้ว เขาจะออกใบอนุญาตใบแรกให้หมอเทียนวันนี้ เป็ใบอนุญาตสำหรับ กายวิภาคของมนุษย์ สำหรับแพทย์แผนไทย
ส่วนใบที่สอง วันนี้พวกเขาจะมาดูด้วยตัวเอง ว่าวิชาฝังเข็มของคุณ ถ้าผ่านพวกเขาจะออกใบอนุญาตฝังเข็ม สำหรับแพทย์แผนจีน ให้อีก 1 ใบ
เทียนได้ฟังแล้วยืนอึ้ง คาดไม่ถึงว่าผอ. ถึงได้ละเอียดขนาดนี้ ต่อไปตัวเขาเอง
จะได้ไม่ต้องไปเรียนให้เสียเวลาอีกแล้ว และได้เป็หมอรักษาคนไข้ได้ด้วย
และช่วยแม่หาเงินได้อีกด้วยอะไรจะโชคดีปานนั้น
“แล้วผมต้องอย่างไรบ้างครับ” เทียนเอ่ยถาม
“ ไม่มีอะไรมากแค่ต้อง มารักษาคนไข้ 5 วัน พัก 2 วัน เหมือนเรียนหนังสือนั่นแหละ หยุดได้ แต่ต้องแจ้งล่วงหน้า หมอเทียนต้องสอนวิชาที่เรียนรู้ให้คนอื่นเป็วิทยาทานด้วย ทำได้ไหมล่ะ” ผอ.กล่าว
“ เื่นั้นไม่มีปัญหา ว่าแต่ผมจะมีรายได้เท่าไรล่ะ” เทียนถามอย่างอายอาย
“ เดือนละ 2 แสน เป็ขั้นเริ่มต้น นอกเวลางาน พิเศษแล้วแต่ตกลง” ผอ.พูดตามตรง
“ ตกลง เริ่มวันนี้เลยละกัน” เทียนพูด
“ ยินดีต้อนรับหมอเทียนเข้าสู่โรงพยาบาลแห่งชาติซันชาย” ผอ.เอ่ยอย่างมีความสุข
“ เอาล่ะตอนนี้พวกกระทรวงการแพทย์มาแล้ว เดี๋ยวจะให้พยาบาลพากันไปที่เคสแรกของหมอเทียนเลยละกัน” ผอ.พูดจบก็เดินไปสั่งงานให้คนพาไปรักษาอาจิ่วคนแรกทันที
“ สวัสดี อาจิ่ว" เทียนได้เข้ามาในห้องของอาจิ่วซึงมีแม่และพ่อของอาจิ่วและท่านปู่ของอาจิ่ว
“ หมอเทียน ขอบคุณมาก ที่รักษาหลานชายของผมโดยไม่ต้องตัดแขน ผมคุยกับหมอใหญ่ทั้งสองเขาบอกว่าคุณจะรักษาโรคหอบหืด ให้ด้วยจริงหรือ “ ซูิเอ่ยถามในขณะที่ตัวเองก็ยังนั่งรถเข็นอยู่
“ จริงครับ วันนี้ผมมาก็เื่นี้แหละครับ “ เทียนเอ่ยพร้อมเดินไปลูบหัวอาจิ่วเด็กน้อย
" พ่อครับ แม่ครับ นี่พี่หมอ เขาจะรักษาขาของอาจิ่วให้วิ่งได้ด้วยนะครับพ่อ” อาจิ่วบอกพ่อกับแม่
“ จริงหรือคะหมอ" แม่อาจิ่วรีบยกมือไหว้ อาเทียน แต่เทียนรีบไปจับไว้ก่อน บาปตายเลย
" อย่าทำอย่างนี้เลยคับเป็หน้าที่หมออยู่แล้วแต่วันนี้ ผมจะฝังเข็ม รักษาโรคหอบหืดให้หายขาด ก่อนนะครับ พี่เจน ขอเข็มครับ เอาล่ะ ถอดเสื้อก่อนนะ พี่จะรักษาโรคหอบหืดให้หายขาดไปเลยนะ " เทียนบอกอาจิ่ว
เ้าหน้าที่กระทรวงการแพทย์สี่คนทีเข้ามาด้วยเริ่มถ่ายวิดีโอเก็บไว้ ทุกขั้นตอน ทันใดนั้นมีชายหนุ่มวัย27 ปีก็เดินเข้ามาถามว่า" เกิดอะไรขึ้น ถ่ายทำไม "
เ้าหน้าที่กระทรวงการแพทย์ กล่าวว่า” เนื่องจากหมอเทียนมีความประสงค์ที่จะได้รับใบอนุญาตฝังเข็ม การแพทย์แผนจีน ทางกระทรวงจึงอยากมาเห็นกับตาว่าเขารักษาได้จริง เพราะนอกจากมีหมอใหญ่เซ็นรับรองแล้ว ยังเหลือขั้นตอนที่พวกเราเ้าหน้าจะขอดูเคสที่ยากที่สุด และเข้าไฟล์ไว้เป็หลักฐานด้วยหวังว่าท่านซู และคุณชายจะเห็นชอบด้วย”
“ จะให้หลานชายของตระซูของเราเป็หนูทดลองให้เขานะหรือ ไม่มีทาง ปู่จะยอมหรึอ พ่อ แม่ เขาไม่เคยรักษานี่เป็ครั้งแรกของคุณหมอ ใช่หรือเปล่า “ ซูจ้าง หันไปถามเทียนอย่างตรงตรง
“ ก็..ใช่ “ เทียนพูดตามตรงคำพูดนี้ทำให้ บ้านสกุลซูถึงกับตะลึง
“ นี่หมอเทียน ลูกชายฉันไม่ใช่หนูลองยานะ” ซูเจียงผู้เป็พ่อพูดมาด้วยความโกรธ ส่วนแม่อาจิ่ว ก็มองด้วยสายตาสับสน
ซูินั้นยิ่งแล้วใหญ่หน้าเป็กาละมังเลย
” ท่านหมอเทียนเชิญ “ ซูิไล่เที่ยนด้วยความโมโห เลยลืมไปว่าใครเป็คนรักษาอาจิ่ว
" นี่เป็สิทธิของพวกคุณอยู่แล้วงั้นผมขอตัวก่อนล่ะ ไปนะอาจิ่ว หากมีวาสนา อาจได้เจอกันอีก” เทียนกล่าวจบ
อาจิ่วทำท่าเหมือนจะร้องไห้ เขาไม่รู้ว่าทำไม ที่พี่ กับปู่ และพ่อแม่ ไม่ให้พี่หมอรักษา ได้แต่ทำหน้าเศร้าได้อย่างเดียว พี่ชายซูจ้างเดินเข้ามาลูบหัวน้องชายแล้วบอกว่า
" ไม่ต้องห่วง พี่จะหาหมอที่เก่ง มารักษาขา และ หอบหืดของเธอเอง”
“ แต่อาจิ่วเชื่อใจพี่หมอเทียนที่สุด" อาจิ่วพูดเสร็จก็ล้มตัวลงนอนร้องไห้ในผ้าห่ม สร้างความเวทนาให้พ่อ แม่ และปู่เป็อย่างยิ่ง..
หลังจากนั้นเทียนก็ไปรักษาคนไข้อีกคนที่รอรับการรักษาวิธีฝังเข็ม มีคนไข้เดินไม่ได้มา 10 ปี เพราะเกิดอาการเส้นเืในสมองแตก พิการเดินไม่ได้ หลังจากหมอเทียนใช้วิธีฝังเข็ม แล้วปล่อยพลังปราณบริสุทธิ์เข้าไปในเข็ม ทำให้พลังปราณบริสุทธิ์เหล่านี้ได้เข้าไปไหลเวียนในเส้นเื บวกกับการฝังเข็มได้เปิด จุดพลังปราณ ซึ่งปกติจุดลมปราณในมนุษย์มี 349 จุด แต่ส่วนใหญ่เปิดใช้แค่ไม่ถึง 200 จุด
ดังนั้นการฝังเข็มของหมอเทียน เป็ผลักดันพลังปราณที่บริสุทธิ์ไร้รูปร่างส่งเข้าไป ทำให้ลมปราณมนุษย์เปิดจนถึง 230-240 จุดทำให้คนไข้รู้สดชื่นกระฉับกระเฉงเหมือนจะรู้สึกเป็หนุ่มสาวอีกครั้ง ชายคนนี้อายุ 60 ปี นังรถเข็นมา 10 ปีพอเปิดจุดลมปราณเข้าไปเข้าค่อยค่อยลุกขึ้นยืนได้ในทันที แม้จะลองพยายามลุกขึ้นและให้คนช่วยพยุง ทำให้เดินได้เพียง 3-4 ก้าว แต่ก็ทำให้เขามีความสุขใจ
“ ขอบคุณมากคุณหมอ พระคุณนี้ผมจะไม่ลืมเลย” คนไข้กล่าวด้วยความซาบซึ้งใจ
“ เอาล่ะ รออีกซัก 6 ชั่งโมงคนไข้จะเดินได้อีกซัก 5-10 เก้าแต่อย่ารีบร้อน ทำกายภาพบำบัดอีก ไม่เกิน 30 วันคุณก็จะเดินเหมือนเดิมแล้วอย่างห่วงหมอไปก่อนนะ” เทียนกล่าวจบก็เดินไปรักษาห้องอื่นต่อ
เ้าหน้าที่กระทรวงการแพทย์ อ้าปากหวอ รีบเดินตามหมอเทียนต่อทันที คนที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 ที่ 5 ก็เป็เหมือนกันส่วนใหญ่แล้วเป็คนแก่อายุมาเป็เืไม่หล่อเลี้ยงสมอง ซะส่วนใหญ่
ดังนั้นแทบทุกเคส ก็หายได้เหมือนกันหมด 3-4 วันผ่านไปญาติคนไข้ได้แอบถ่ายคลิปการรักษาของหมอเทียนไปลงยูทูป
ผลปรากฏว่าคนแห่เข้ามาชมหลายล้านคน
และวันที่ 4 เป็ต้นมาโรงพยาบาลแห่งชาติเริ่มเกิดจลาจล คนแห่กันมารักษากันเริ่มเป็พัน และเป็หมื่น เดือดร้อนไปถึงตำรวจ และรปภ.ต้องมาจัดระเบียบในโรงพยาบาลกันใหม่หมด ผอ.เรียกประชุม หมอทั้งหมด
“ ทำยังไงล่ะที่นี้ คนมากันเป็หมื่นทุกวัน และไม่ยอมไปจนกว่าจะได้รับการรักษา”
ผอ.ปวดหัวอย่างยิ่ง “ไม่รู้หรือไงว่าห้ามถ่ายคลิปการรักษาในโรงพยาบาล”
“ แล้วหมอเทียนจะทำยังไง มีแต่คนจะให้หมดเทียนฝังเข็มอยู่คนเดียว”
“ ให้หมอเทียนหยุดก่อนดีไหม เื่เงียบแล้วค่อยให้เขามารักษาใหม่”
“ ใช่ วิธีนี้น่าจะดีที่สุด”
ในที่สุด หมอเทียนก็ได้พักไม่ต้องไปโรงพยาบาล ไม่ต้องเรียนหนังสือ อยู่กับแม่และน้องสาวที่บ้าน 1 เดือนตามคำแนะนำของผอ.เตียง ทางโรงพยาบาลไปประกาศ ว่าหมอเทียน ไปศึกษาเพิ่มเติมที่เมืองจีนอีก 2 ปีถึงจะกลับค่อยมาหาใหม่
มีบางคนไม่เชื่อรอเฝ้าอยู่ 7 วัน 7 คืนก็มี หลังจากนั้นคนก็เริ่มซาลง แต่คนที่เหนื่อยคือ รองผอ. และผอ.
เพราะผู้ใหญ่ระดับสูงบางคน ต้องมาที่รพ.กลางดึก รองผอ.ต้องส่งคนไปรับหมอเทียนให้มาฝังเข็ม ผู้ใหญ่ หลาย 10 คน พวกเขารู้สึกดีเป็อย่างมากที่ผู้ใหญ่ ที่บ้านนั้นเดินได้กันทุกหลังจากฝังเข็มไปแล้ว หมอเทียนก็ได้ค่ารักษาพิเศษจากระดับผู้นำและเ้าของกิจการใหญ่โต ได้เงินมาเกือบ 30 ล้าน
" เรามีเงินแล้ว แม่ไม่ต้องขอเงินจากกงสีอีกแล้ว" เทียนบอกแม่ แม่รู้สึกดีที่เป็หมอรักษาคนแล้วมีเงินไม่ลำบากอีกต่อไป ผอ.ให้อยู่บ้านไปอีก 3 เดือน เพราะกลัวว่าจะมีเหตุการณ์จลาจล เกิดขึ้นอีก แต่ก็ยังรับจ๊อบผู้ใหญ่ และนักธุรกิจที่้าให้หมอเทียน รักษาต่อไป
บ้านตระกูลซู ซูจ้างคุกเข่าต่อหน้าท่านปู่ ซูเจียงพูดขึ้นก่อน
" เห็นไหมเ้าตัวดีเป็ไงแกไปดูถูกหมอเทวดาเทียน เป็ไงตอนนี้ จะตามให้มารักษาน้องแก และคุณปู่โอกาสที่จะเดินได้เป็ไงหมดกัน เห็นไหนบรรพบุรุษตระกูลเฉิน มาเยี่ยมบ้านเรา อายุมากกว่าคุณปู่ แก เกือบ20 ปี เดินไม่ได้มาเกือบ 30 ปีตอนนี้เป็ไง เดินเข้ามาหาท่านปู่โดยไม่มีใครพยุงเลย เฮ้อ เป็เพราะแกไปดูถูกท่านหมอเทียนแล้วตอนนี้หายไป 3 เดือนแล้วจะทำยังไงดี “
" แม่ไม่ต้องร้องไห้พี่หมอสัญญาจะรักษาอาจิ่ว ให้หาย ให้อาจึ่วเตะฟุดบอลได้พี่หมอต้องมารักษาอาจิ่วแน่นอน แม่ไม่ต้องห่วง” อาจิ่วปลอบแม่ ทำให้แม่อาจิ๋วยิ่งร้องไห้หนักไปอีก
“ หากฉันเจอเขาอีกครั้งคงต้องขอโทษเขาอย่างจริงจัง แน่นอน เฮ้อฉันแก่ไปแล้วจริง อย่าไปโทษอาจ้างเลย ฉันเองก็มีส่วนผิด หากฉันคิดดีดี เชื่อ ที่ผอ. ทั้งรองผอ.ทั้งหมอใหญ่ทั้งสอง เื่คงไม่เป็ยังงี้ อาเจียง อาจ้างแกสองคนไปหาผอ.โรงพยาบาล ขอให้เขาช่วยติดต่อหมอเทียนให้หน่อยเขาต้องรู้แน่นอน ฉันพร้อมจะยกน้ำชาขอโทษ ขอให้เขามารักษาอาจิ่วต่อเถอะ ส่วนฉันไม่ต้องก็ได้” สิ้นคำท่านปู่ ซูจางและซูเจียงรับปากแล้วไปหาผอ.ที่โรงพยาบาลทันที
" ผมเตือนพวกคุณแล้วเห็นไหมล่ะ ดูถูกใครไม่ดูถูกไปดูถูหมอเทียน นี้พวกคุณรู้ไหมตอนนี้ท่านรัฐมนตรี กระทรวงการแพทย์ ยังต้องมาหาผมด้วยดัวเองให้ผมพาไปตามหมอเทียน ช่วยรักษาแม่ของเขา และตอนนีแม่ของท่านรัฐมนตรีเดินปร๋อเลย ท่านดีใจสุด บอกจะแต่งตั้งผมเป็ที่ปรึกษาด้วยแน่ะ แต่พวกคุณ...
เจอหมอก่อนใคร เขารักษาลูกชายของคุณได้อย่างง่ายดายคุณไม่รู้สึกเฉลียวใจอะไรเลยหรือไง ขนาดพวกเราหัวหงอกทั้ง 4 คนเตือนพวกคุณ ไปขอโทษหมอเทียนซะ จะได้ให้เขามารักษาทั้งลูกชาย และ พ่อของคุณ พวกคุณยังไม่ไปเลยแล้วที่นี้จะทำยังไง ล่ะ” ท่านผอ. บ่นยาวเลย
“ พวกเราผิดไปแล้วจริง ผมอยากจะคุกเข่าขอโทษท่านหมอขอให้คุณอาเตียงได้โปรดช่วยด้วยเถอะครับ” ซูจ้างสำนึกผิดอยากขอโทษจริงจริง
“พี่เตียง พวกเราสำนึกผิดแล้วจริงจริง นี่คุณพ่อเอ่ยปากเองว่าจะยกน้ำชาขอโทษคุณหมอ ขอให้พี่ช่วยด้วยเถอะ” ซูเจียง พูดแล้วเหมือนจะร้องไห้
“ เอาล่ะ ความจริงหมอเทียนได้สั่งผมไว้แล้วว่าภายใน 3 เดือนถ้าพวกคุณมา ห้ามไม่ให้ติดต่อเขาไป แสดงว่าเขาไม่ได้คิดจะโกรธแค้นอะไรพวกคุณหรอกเพียงอยากจะสั่งสอนพวกคุณเล็กน้อยเท่านั้น นี้ก็จะครบ กำหนดแล้ว ผมจะติดต่อให้เดี๋ยวนี้เลย “ พอได้ยินผอ.พูดเช่นนี้ ทั้งสองคนพ่อลูกเหมือนยกูเาออกจากอกเลย
“ ฮัลโหล หมอเทียนนะครับ นี่ผอ.พูด พวกตะกูลซู จะขอให้ไปช่วยรักษาอาจิ่วน่ะ หมอเทียน ว่าอย่างไร"
" อ้อได้ ให้เขาไปรับหมอเทียน ที่บ้านเลยนะ ได้ผมจะจัดการเดี๋ยวนี้ เอาล่ะหมอเทียนอนุญาตแล้ว พวกคุณไปรับเขาตามที่อยู่นี้เลย เอานี่เบอร์โทรหมอเทียน “ ผอ.พุดจบ พ่อลูกคู่นี้ก็รีบไปรับหมอเทียนทันที
พอไปถึงที่หมาย ซูเจียงเริ่มสงสัย ว่าสถานที่นี่มันคุ้นคุ้นยังไงไม่รู้ เลยรีบเข้าเคาะประตูบ้าน ที่หมอเทียนอยู่
“ อ้าวพวกคุณมาแล้ว หรึอ เข้ามาในบ้านก่อนซิ ผมขอไปเตรียมเครื่องมือแพทย์แปบหนึ่ง “ เทียนพูดจบแล้วเดินขึ้นไปบนบ้านหยิบเข็มและอุปกรณ์ที่จำเป็ ซูเจียงมองไปรอบรอบ ก็ หญิงสาวคนหนึ่งเดินถือน้ำมาเสิร์ฟ
“ พี่ใหญ่”
“ สะใภ้สี่” เสียงพูดพร้อมกัน
“ พี่ใหญ่มายังไงนี่” แม่เทียนถามอย่างใ
“ ฉันมาหาหาหมอเทียนน่ะ “ ซูเจียงพูดอย่างส่งสัยอะไรบางอย่าง
“ อ้อ ลูกเทียนนั่นเอง อาเทียนรีบลงมา ลุงใหญ่ของลูกมาหาแน่ะ” ซูเจียงกับ ซูจ้างฟังจบ นั่งตัวแข็งทื่อ พูดอะไรไม่ออก
“ นี่ นี่ หมอเทียน เป็ลูกของเธอหรือ น้องสะใภ้สี่"
“ ใช่ เขาก็เป็หลานของพี่ใหญ่ จำเขาไม่ได้หรือ” เปรี้ยง เหมือนฟ้าฟาดโดนหัวซูเจียง กับซูจ้างพร้อมกันทันที...