ภารกิจที่รอคอย
จงลั่วยังคงหลบซ่อนตัวอยู่ จนกระทั่งกลุ่มคนอีกสี่ห้าคน ที่ตามหลังชายนิรนามจากไปแล้วครู่ใหญ่ เขาจึงรีบออกจากที่ซ่อนตรงไปยังพุ่มไม้ในทันที
"พระเ้าช่วย เ้านี่มันฝีมืุ์จริง ๆ เหรอเนี่ย" จงลั่วมองดูร่องรอยเวทมนต์ที่ถูกทิ้งไว้ ลานกว้างที่ไหม้เกรียมตอนนี้พื้นดินบางส่วนได้ถูกหลมอเหลวจนกลายเป็ผลึกแก้ว สะท้อนแสงจันทร์แวววับ แค่คิดถึงอำนาจในการทำลายล้างของมัน จงลั่วก็อดสยิวกายขึ้นมาไม่ได้ แม้จะตื่นใกับสภาพของพื้นดินที่เปลี่ยนไป แต่สองขาของจงลั่วก็ยังคงมุ่งตรงไปยังพุ่มไม้เตี้ย "นี่มันอะไรกันวะเนี่ย" เขามองดูของบางอย่างที่คล้ายกับกองเนื้อของมนุษย์ ซึ่งถูกซุกอยู่ใต้พุ่มไม้ และเมื่อเขาเอามือไปแตะ ก็มีบางสิ่งแวบเข้าในในสมองของจงลั่วในทันที
"เ้าไม่ใช่มนุษย์ ดีจริง ๆ ในที่สุดข้าก็หลุดพ้นจากเงื้อมมือของพวกมันเสียที...ข้าไม่สนว่าเ้าจะอ่อนแอขนาดไหน แต่ในเมื่อเ้าเป็ผู้พบข้า ในตอนที่ไม่ได้ทำพันธะผูกพัน เ้าก็มีสิทธิ์ที่จะข้า" เสียงเงียบไป "เ้า้าจะผูกพันธะกับข้าไหมละเ้าหนู"
"แน่นอน ข้า้า" จงลั่วตอบออกไปในความคิดคำนึง
"ดี ดี" เสียงพูดดูเหมือนจะดังก้องอยู่ในหัวของจงลั่ว ก่อนที่กองเนื้อนั้นจะสลายหายไป และกลายเป็การ์ดหนึ่งแผ่นแทน จงลั่วมองดูแวบหนึ่ง "เขาเห็นเพียงคำว่ามายา" ก่อนจะเก็บมันเข้ากระเป๋า และรีบแจ้นกลับไปที่เนินเขาด้วยความรวดเร็ว
ความเหนื่อยล้า ทำให้ราตรีที่เหลือของจงลั่วผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็ว เขาตื่นขึ้นมาอีกครั้งเมื่อแสงแดดกล้าอาบไล้ไปทั่วทั้งตัวแล้ว จงลั่วจัดแจงภารกิจส่วนตัวจนเสร็จ เวลาก็เข้าใกล้ยามเที่ยงเต็มที เขาจึงลืมเื่ไอเทมที่ได้มาเมื่อคืนจนสนิท ความกังวลเื่กำแพงเลเวลสิบกลับมาอยู่ในหัวสมองเขาอีกครั้ง แต่เมื่อมันยังมาไม่ถึง เขาจึงพยายามสลัดมันออก และมุ่งตรงเข้าไปเก็บเลเวลต่อไป
"วันนี้ละ เราต้องพยายามไปให้ถึงระดับสิบให้ได้" จงลั่วตัดสินใจที่จะตะลุยฝ่าเข้าไปในจุดที่ลึกขึ้น พร้อมเผชิญหน้ากับสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งกว่าวันก่อนมาก เพื่อจะทะลุผ่านระดับสิบไปให้ได้ และลบเงาของฝันร้ายที่กัดกร่อนจิตใจของเขามานานหลายสิบปีออกไป
ผลึกอสูรระดับเอฟ ที่หล่นมาถูกใช้แทบจะทันที เขาไล่ล่าสัตว์อสูรอย่างบ้าคลั่ง ยิ่งความคิดเื่กำแพงเลเวลสิบกดดันจิตใจ เขายิ่งโจมตีหนักขึ้น ก้าวเท้าไวขึ้น สมาธิสูงขึ้น และในที่สุดจุดสิ้นสุดก็มาถึง
"ระดับ 10" จงลั่วยืนหอบหายใจหนัก อยู่ท่ามกลางซากของหมีขนแดง สัตว์อสูรระดับ E ที่เขาเพิ่งจะสังหารไป แม้จะได้าแหลายแห่ง แต่ตอนนี้เขาหาได้สนใจ จงลั่วจ้องมองดูหน้าต่างสถานะตัวนิ่งค้าง
สัตว์อสูรจงลั่ว
ระดับ 10 (เต็ม)
อาชีพ สัตว์อสูรระดับต่ำ
Sp 10/10
ทักษะติดตัว
- กลืนกิน
- ต้านทานพิษระดับทั่วไป (17/100)
-เพิ่มความไวระดับต่ำ (3/10)
-ทักษะการสังเกต (9/10)
-รับแรงกระแทก (5/10)
ทักษะเรียกใช้
-เกราะละอองพิษ Sp 1(ระยะเวลา 1 นาที)
(ทำให้ผู้จู่โจมติดสถานะ เหน็บชา ช้า พิษ 25% ในระดับเดียวกัน และมีโอกาสเกิดสถานะหยุดนิ่ง 10 % ผลของทักษะลดลงตามความแข็งแกร่งของคู่ต่อสู้)
-ภารกิจ-
เต็ม...เต็ม...เต็ม คำว่าเต็มที่ด้านหลังเลเวล 10 ทำให้จงลั่วยืนนิ่งอยู่พักใหญ่ แต่เมื่อเรียกสติกลับมาได้ และทดลองเรียกคำสั่งภารกิจที่เพิ่มขึ้นมา ทุกอย่างก็กลับกลายจากหน้ามือเป็หลังมือในพริบตา
-ภารกิจ เลื่อนระดับ-
ลอกคราบอสูร - เ้าสัตว์อสูรชั้นต่ำ ผู้ซึ่งตะเกียกตะกาย เพื่อให้พ้นจากปลักตม ความอ่อนแอของเ้าแสดงออกทางสายตา ทางิญญา และแม้กระทั่งิั เปลือกนอกอันอ่อนแอ ไม่อาจรับพลังที่เพิ่มมากขึ้น หากเ้าอยากที่จะไต่ให้สูงส่งกว่านี้ เ้าจงอาบเืของสัตว์อสูรระดับ D ในคืนที่ไร้แสงจันทร์ และเอื้อนเอ่ยกวีแห่งรัตติกาลบทที่หนึ่ง เืและเนื้อที่สูงส่งจะชำระร่างที่อ่อนแอ ความมืดมิดที่เงียบงันจะเติมเต็มพลังที่เหือดแห้ง และบทกวีจะขับกล่อมจิติญญาให้เปล่งประกาย แล้วเ้าจะสมความปรารถนา
"สังหารอสูรระดับ D ดูจากฝีมือเราในตอนนี้คงจะลำบากอย่างยิ่ง และมีความเป็ไปได้ที่อาจจะไม่สำเร็จ เราคงต้องหาทางเพิ่มพลังของตัวเองก่อน" จงลั่วคิดพลางนึกย้อนไปถึงอสูรระดับF และ E ที่เขาได้สู้มา และพบว่ามีความแตกต่างของระดับพลัง ของสัตว์อสูรค่อนข้างมากในระดับ E อย่างหมีขนแดง นั้นทำให้จงลั่วได้รับาเ็พอสมควร ไหนจะต้องใช้ผลึกอสูรในการฟื้นพลังระหว่างต่อสู้อีก แต่ถ้าเทียบกับสัตว์อสูรระดับ F นั้นเขาต่อสู้อย่างสบาย ๆ โดยแทบจะไม่โดนโจมตีเลย เมื่อคิดดูแล้วสัตว์อสูรระดับ D น่าจะเป็งานยากสำหรับเขาในตอนนี้
เงื่อนไขต่อมา คือการสังหาร และอาบเืมันใต้คืนที่ไร้แสงจันทร์ เงื่อนไขนี้ไม่น่าจะเป็ปัญหา เพราะน่าจะหมายถึงคืนเดือนมืด เงื่อนไขนี้น่าจะเป็การจำกัดด้านเวลาเสียมากกว่า เพราะมันจะทำให้เราจะมีโอกาสในการทำภารกิจนี้แค่เดือนละครั้งเดียวเท่านั้น
ส่วนเงื่อนไขสุดท้าย..."มันคืออะไรวะ บทกวีแห่งรัตติกาล บทที่หนึ่ง แต่เอาเถอะยังไงเราก็ต้องแกร่งกว่าตอนนี้ก่อน การเพิ่มพลังจึงมีความจำเป็ ส่วนเื่บทกวีเราคงต้องเข้าไปหาข้อมูลในเมืองอวาเรส" จงลั่วมองไปยังเมืองของมนุษย์ ซึ่งเขารู้ดีว่าด้วยสภาพแปลกประหลาดของตัวเองในตอนนี้ คงไม่สามารถเดินดุ่ม ๆ เข้าไปในเมืองได้แน่ ๆ หากจำเป็จริง ๆ ก็คงต้องลอบเข้าไปยังห้องสมุดกลางของอวาเรส
"ดูท่าแล้ว การเพิ่มความแข็งแก่รง คงจะเป็เื่ง่ายที่สุดในตอนนี้สินะ"
หน้าต่างสถานะถูกเปิดออก จงลั่วมองดูทักษะต่าง ๆ ที่เขาได้รับจากการกินผลึกอสูร
- ต้านทานพิษระดับทั่วไป (17/100): ต้านทานพิษทุกชนิด 10 %
-ทักษะการสังเกตขั้นกลาง (2/100) : เพิ่มความสามารถในการมองเห็นและได้ยินเป็รอบทิศ ระยะ 3 เมตร
-เพิ่มความไวระดับต่ำ (3/10): เพิ่มความว่องไว 1 %
-รับแรงกระแทก (5/10) : ลดแรงโจมตีกายภาพ 5 %
ทักษะเรียกใช้
-เกราะละอองพิษ Sp 1(ระยะเวลา 1 นาที) (1/10)
(ทำให้ผู้จู่โจมติดสถานะ เหน็บชา ช้า พิษ 25% ในระดับเดียวกัน และลดลงตามความแข็งแกร่งของคู่ต่อสู้)
ตอนนี้เขายังไม่มีทักษะที่ใช้ในการโจมตีเลย แม้ตอนนี้เขาจะมีระดับสิบ แต่จงลั่วก็ไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองแข็งแกร่งขึ้น เพราะมีแค่ร่างกายที่ดูเหมือนจะอึดขึ้น เหนื่อยยากขึ้น ความคล่องตัวและว่องไวที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย ส่วนพลังในการโจมตีแทบจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงเลย แรงจู่โจมสังหารหลัก ๆ ก็มาจากมีดสั้นฝึกหัด แต่ที่เพิ่มขึ้นมาก็เห็นจะเป็ค่าพลังพิเศษที่จำเป็ในการเรียกใช้ทักษะ แต่ตอนนี้ทักษะเรียกใช้ มีเพียงทักษะละอองพิษ ที่ถือเป็ทักษะป้องกัน หรือช่วยในการหลบหนีเสียมากกว่า ส่วนทักษะติดตัวอื่น ๆ ก็ไม่ได้ช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งสักเท่าไหร่ ดังนั้นงานแรกที่จงลั่วคิดไว้ในตอนนี้ ก็คือต้องตามล่าผลึกอสูรที่ช่วยให้เขาได้ทักษะโจมตี และเพิ่มความแข็งแกร่งของร่างกายด้วยทักษะติดตัว