สายฝนโรยบางๆ แต่เช้าตรู่ภายใต้ชายคานอกบ้านหญิงสาวกำลังไล่ดูหน้าสังคมในหนังสือพิมพ์ที่มาส่งหมาด ๆสายตาสะดุดข่าวหนึ่ง อ่านจบม้วนหนังสือพิมพ์ชูว่ากำไต๋เด็ด ๆ ไว้ไม่พลาดแน่
อาบน้ำแต่งตัวเสร็จเธอเข้าครัวรู้สึกทะแม่ง ๆ ที่พี่นุ่นตื่นมานั่งอยู่เช้ากว่าปกติส่วนแม่เหลียวซ้ายก็ค้อนเหลียวขวาก็ค้อนใส่ พี่นุ่นรามือจากแยมโรลรสส้มถามแม่ว่าเมื่อไหร่คุณอ้วนจะมาอีก ลูกคู่เปิดประเด็นส่งให้ แม่ก็ตวัดสายตาไปทางลูกสาว
“มีใครทำอะไรหรือเปล่าพี่อ้วนหายเงียบไป ฮะ ! เ้าจ้า แกออกอิทธิฤทธิ์ใส่พี่เขาใช่ไหม”
“มีใครทำอะไรล่ะ”เธอสบตาเถียง
“ก็แกไม่ไปส่ง...”
ลูกนุ่นตะครุบแขนแม่กลัวเ้าของโทรศัพท์จับได้ว่ามีคนสอดรู้ฟังข้อความ แม่จึงเปลี่ยนเป็โพล่งสั่ง
“เ้าจ้ากินข้าวเสร็จโทร.หาพี่อ้วนด้วย แม่อยากรู้ว่าพี่เขาจะมาอีกเมื่อไหร่”
“โทร.เองสิแม่อยู่บ้านทั้งวันเดี๋ยวจ้าจะไปทำงานแล้ว”
“เอ๊ะแกนี่ยังไง แค่นี้ต้องยักท่าด้วย”
“ไม่ต้องโทร.หรอกร้อยทั้งร้อยเขาทำงานอยู่กรุงเทพฯ นั่นแหละ ไม่มาบ้านเราแล้ว” เสียงบอกมั่นใจ
“สู่รู้พี่อ้วนรายงานแกเหรอไง”
“เปล่า”
แม่ซัดลูกหนึ่งป้าบ“งั้นจะขวางโลกทำไมฮึ !”
“นั่นสิลวดลายอะไรนัก” ลูกคู่ผสมโรง
เ้าตัวทำหูทวนลมไปเปิดตู้กับข้าวไล่เปิดหม้อข้าวยันหม้อแกงใบสุดท้าย...ว่างเปล่า !
“โหดร้ายเกินไปแล้วนะคุณดวงแก้ว”ลูกสาวโอดครวญ
“ฉันจะลงโทษแกหากินเองเถอะ !”
เจอลูกนี้เธอกระแทกเท้าตึงๆ ไป หงุดหงิดที่พักนี้โดนรุมอยู่เรื่อย
ตกเย็นทันทีที่รุ่นน้องเหยียบเบรกห้ามล้อหยุดหน้าบ้าน รุ่นพี่ปรี่มาที่กระบะท่าทางตั้งหลักรอจะต่อความยาวเื่เดิมเมื่อเช้าก็ปะทะกับแม่พอหอมปากหอมคอยกหนึ่งแล้ว เธอคว้าหนังสือพิมพ์ลงจากรถเพื่อยุติเื่รำคาญใจนี้เสียทีพออีกฝ่ายอ้าปากจะพูดก็ชิงยื่นหนังสือพิมพ์ให้ก่อน
“เอ้าอ่านซะจะได้จบ”
พี่นุ่นรับไปดูหน้าข่าวนั้นหนูจ้าจิ้มนิ้วลงกรอบหนึ่งให้อ่าน
ภารินธรสิรินเภตรา กับ เบญจญาภาพิริยณรงค์ กลับจากอังกฤษ ไม่ทันจะฮ็อตให้สาวหนุ่มอื่นคึกคัก ก็ควงคู่มาหวานในงานฉลองแซยิดเ้าสัวบุญรัตน์ ไตรสินไพศาล คุณตาฝ่ายหญิง โดยแม่ ๆ ม.ล. ภาวดีและมาดามดารากรสองเพื่อนเลิฟช่วยกันโรยกลีบกุหลาบให้หนุ่มหล่อสาวสวย-รวย-หรูคู่นี้เดินอย่างสวยงาม!
อ่านออกเสียงจบรุ่นพี่เงยหน้า“ฉันอ่านข่าวนี้...แล้วไง”
“ไอ้อ้วนไง...”
“ไอ้อ้วนไหน”
“ก็ไอ้อ้วนไง...”
“อ้วนไหนเล่าอ้วนหัวปลาหม้อไฟ ?”
“นี่ไง! ดูซะ” หนูจ้าชี้ภาพใต้เนื้อข่าว
พี่นุ่นเพิ่งสังเกตรูปชายหนุ่มเคียงคู่หญิงสาว“คุณชายอ้วนนี่หว่า เรียกซะเสียเกรด นี่เขา...นามสกุลสิรินเภตรา ?”
“อื้องั้นมั้ง”
“งั้นมั้งอะไรพิกลจริงแก แล้วเบญจญาภา พิริยณรงค์ รู้จักไหม”
“ไม่...”หนูจ้าเม้มปากก่อนขมุบขมิบ “รู้จัก”
รุ่นพี่พิจารณาภาพสาวสวยในชุดราตรีงามหรูกับหนุ่มหล่อในชุดสูทดูเข้ากัน“พิริยณรงค์นี่ตระกูลทูตนี่นา ส่วนไตรสินไพศาล...ไตรสินไพศาล ตระกูลธุรกิจสายการบิน”
“เหรอพี่นุ่นรู้ได้ไง”
“ฉันขาประจำข่าวไฮโซ”
“ทีของจ้าพี่นุ่นไม่รู้จัก”
“ตัวเราติดตามแต่ไฮโซพระนครคุณหนูภูธรตามหัวเมืองอย่างเ้า ข้าหารู้จักไม่”
หนูจ้าบุ้ยปากรุ่นพี่ไล่สายตาทวนข่าว “ส่วนสิรินเภตราเป็ตระกูลบริษัทเรือเดินสมุทรนานาชาติรู้สึกเ้าของจะเป็หม่อมราชวงศ์” พูดพลางชายตายังคนข้าง ๆ “อู้...เ้าจ้าคุณชายอ้วนเลอเลิศขนาดแกกลายเป็หมาวัดได้เลย”
เ้าตัวยิ้มยิงฟันขาว“โอเค จะพยายามเจียมกะลาหัว”
“ว้าววว! ทายาทตระกูลเดินเรือกับเดินอากาศ เข้าใจจับคู่ชะมัด”
“ทีนี้รู้ยังอย่าฟังแม่มาก เขาชิงมาเยี่ยมก่อนตามมารยาทคงกลัวจะน่าเกลียดถ้าเรารู้จากข่าวทีหลังว่าเขากลับจากเมืองนอกแล้วไม่มาทักทายกันบ้าง”
พี่นุ่นเพ่งข่าวอย่างไม่หายข้องใจ
หนูจ้าลอยหน้าพูดอย่างผู้ชนะ“คุณอ้วนไม่มีทางมาอีกหรอก บริษัทอยู่ที่นั่นแฟนเขาก็อยู่ที่นั่น แม่อยู่ไหน”ผลักหนังสือพิมพ์ไปชิดอกคนถือ “เอาให้ดูเลยจะได้เลิกฝันเฟื่องละเมอเื่คุณอ้วนกันซะที เห็นหรือยังว่าเขาระดับไหน”
จากนั้นเ้าตัวหายเข้าไปในห้องส่วนตัวแต่ยังส่งเสียงลอยไปเยาะเย้ยคนข้างนอก
“เพ้อซะเป็ตุเป็ตะ”
เ้าของห้องถอดถุงเท้าทิ้งลงตะกร้า ถอดนาฬิกาข้อมือ ผ่านเครื่องเล่นซีดีก็กดเปิดเพลงน้ำเสียงหวานละไมดังกังวาน
‘ป่านนี้คนดีของฉันอยู่ไหนจากไปไฉนไม่ส่งข่าวเลย
เอาใจฉันไปแห่งไหนเล่าเอยอย่ามัวเฉยเฉลยบอกมา’
เธอหยิบเครื่องใช้เตรียมอาบน้ำยิ้มที่หมู่นี้ตัวเองชอบฟังเพลงเก่าย้อนอดีตในแสงมัวซัวเดินผ่านเตียงโดยไม่ทันสังเกตว่าผ้าคลุมที่กองตะคุ่มข้างหลังไหวยาบ
‘รู้ไหมคิดถึงเธอเป็ที่หนึ่งยังซึ้งคำมั่นก่อนเธอจากลา
จับมือฉันไว้เธอให้สัญญาจะกลับมาขอเวลาให้รอคอย’
เพลงนี้ดังสมัยพี่นุ่นยังเด็กรุ่นพี่ฟังเพลงหลากหลายเหมือนที่อ่านหนังสือนานาประเภทแม้ภายนอกจะไร้มาดผู้ทรงภูมิแต่พี่นุ่นมองสิ่งรอบตัวในแบบที่ทำให้เธอสนุกตามหรือไม่ก็ได้คิดไปด้วยเสมอ
‘แต่จากฉันวันนั้นจนห่างกันนับปี
เธอคนดีกลับหายลับตาไม่มีข่าวคราว
ฉันจึงเศร้าวิญญาน้ำตาฉันไหลร่วงริน’
ตอนให้ยืมซีดีแผ่นนี้มาพี่นุ่นตั้งข้อสังเกตว่าเพลงในยุคนั้นความรักลอยเด่นเป็ดวงแก้วใสถึงจะไม่ทุกเพลงแต่น้ำเสียงโน้มเอียงไปทางนั้น อย่างเช่นเพลงนี้เนื้อร้องซึ้งเศร้าตัดพ้อคนที่ห่างหายแม้อาจผิดหวังเจ็บช้ำแต่ไม่เคืองแค้นหรือโทษความรักความรักยังสว่างเรืองรองไม่มัวหมอง
‘หากแม้ลมหายใจยังไม่สิ้นโปรดถวิลถึงฉันช่วยส่งข่าวมา
ว่าจะลาลับกันหรือมั่นในสัญญาเพียงส่งข่าวมาฉันคงเข้าใจ’
เธอนึกเพลินไม่รู้ตัวว่าผืนผ้าบนเตียงพะเยิบพะยาบขึ้นอีกร่นลงแล้วมีศีรษะโผล่พ้นชายผ้า คนใต้ผ้าห่มลืมตาปรอย ๆ เอียงคอไปเห็นรำไร ๆ ว่าเป็ต้นคอนวลบางของหญิงสาวกำลังรวบผมประบ่าขึ้นผูก...ไรผมอ่อนระผิวเนื้อเนียนละมุนเแลรางเลือนเขาหันศีรษะกลอกตาลอย มึนงงว่าตัวเองอยู่ที่ไหนสุดท้ายสายตามาหยุดที่ด้านหลังร่างคุ้น ๆ ตา เธอกำลังปลดตะขอ ดึงกางเกงยีนรูดลงสะโพกสู่ปลายเท้า
เขากะพริบตาถี่ไล่อาการพร่าลาย...นี่เป็ในฝันหรือความจริง
หญิงสาวแกะกระดุมบนของเสื้อเชิ้ตขาวพอให้ดึงออกทางศีรษะสะดวกชายเสื้อระต้นขา รั้งขึ้นบั้นเอว แผ่นหลัง ...
คราวนี้คนบนเตียงตาเบิ่งค้างหนูจ้า !!!
ชายเสื้อไล้ถึงหัวไหล่มนหัวใจเขาเต้นโครมครามเหงื่อแตกเต็มหลัง หายมึนหายตาลายรีบหงายหน้าจ้องเพดานตั้งสติได้ก็พลิกตัวหันหลังหลับตามิดเหมือนไม่ได้ตื่นขึ้นมาเสียงขยับตัวคงเตือนเ้าของห้องให้รู้ว่าไม่ได้อยู่ลำพัง
จริงดังคิดเ้าตัวสะดุ้งวับลนลานดึงเสื้อที่กำลังจะพ้นกายคืนกลับ สะบัดหน้าไปทางที่มาของเสียงเห็นเงาตะคุ่ม ๆ คล้ายมีบางสิ่งขดใต้ผ้าห่ม
ฟ้าสลัวลงสู่ย่ำค่ำ...
ภายนอกห้องแม่แก้วกำลังหิ้วถุงยาเข้าบ้านเจอลูกนุ่นก็ดิ่งไปหา
“ตื่นแล้วเหรอเราหนูจ้ากลับมาหรือยัง แม่มีทีเด็ดรับรองต้องมีคนหน้าหงาย”
“อะไรคะ”ลูกนุ่นเสียงอ่อย
“พี่อ้วนจ้ะที่เ้าจ้าว่าไม่มา ๆ มันป่วนขวางโลกไปงั้นเอง พี่เขาจะมาทำงานที่ใต้นี่แหละ”เสียงแม่ปลาบปลื้ม
คนฟังตาปริบ ๆขัดเสียงอ่อน “แม่รู้หรือเปล่า คุณตาของคุณอ้วนเป็ประธานบริษัทเรือเดินสมุทร”
“รู้สิพ่อหนูจ้าเล่าให้ฟัง คุณแม่ตาอ้วนมาเจอคุณอู๋เพราะตามพ่อมาตรวจเรือที่ภูเก็ต”
“อย่างงั้น...เขาจะมาบริหารโรงแรมที่นี่เหรอ”เสียงติงยิ่งอ่อย
“อ๊ามาสิจ๊ะ”
“แต่...เทียบกับอาณาจักรหมื่นล้านคือมัน... แล้วยังจะ เอ้อ...” ลูกคู่ใจเสาะไม่กล้าเฉลยเลยส่งหนังสือพิมพ์ให้ช้า ๆ“แม่ลองดูนี่...ก่อนไหม”
คู่หูต่างวัยมองหน้าขณะยื่นมือรับ“อะไรเรา เอ้อ ๆ อ้า ๆ” ทันใดนั้นประตูเปิดผ่าง สองคนหันปุบพร้อมกันหนูจ้าวิ่งสวมกางเกงตุปัดตุเป๋หน้าตื่นเหมือนหนีไฟออกมาเซตัดหน้าคนยื่นกับคนรับหนังสือพิมพ์กระเจิงไปคนละทาง เลิ่กลั่กชี้ไปห้องตัวเอง
“แม่ตัวอะไรไม่รู้อยู่ในห้องจ้า !”
“ไหน...”แม่จะไปดูแต่แล้วชะงัก “อ้อ ตายจริง พี่อ้วนไงลูก !”
“ฮะ!!!?” หนูจ้าตาเหลือก
ลูกนุ่นรีบซ่อนหนังสือพิมพ์ไว้ข้างหลังแม่หมุนขวับกลับ
“ไหน...นุ่นมีอะไรจะให้แม่ดู”
“ข่าวไร้สาระน่ะแม่”
“พี่อ้วนจะมาทำงานที่โรงแรมนี่ล่ะ”แม่บอกลูกสาว
ลูกนุ่นปล่อยหนังสือพิมพ์หลุดปุบจากมือตวัดเท้าดีดกระเด็นไปไกล ๆ แม่แก้วประกาศหน้าบานเป็กระด้ง
“ว่าที่คู่หมั้นอยู่ที่ไหนตาอ้วนก็อยากอยู่ที่นั่น”
“ฮูเร!” สองคนที่คอยเชียร์ตบฝ่ามือกันอย่างสะใจ
“พี่อ้วนโดนละอองฝนมาเพิ่งไปซื้อยาให้เนี่ย”
แม่ชูถุงยาแกว่งไกวตรงใบหน้าคนยืนตัวแข็งชี้นิ้วค้างราวจะสะกดจิตให้เชื่อว่า มัน-คือ-ความ-จริงจากนั้นเดินลอยชายไปพร้อมหัวร่อร่าว่าถึงทีของฉันบ้าง
ลูกคู่ไม่รอช้าเก็บหนังสือพิมพ์โฉบมาตบใส่อกรุ่นน้อง
“เอ้า! เอาคืนไป”
เ้าตัวกุมหนังสือพิมพ์คาอกอึ้งงันมองประตูห้องตัวเองที่วิ่งเตลิดออกมา
เวลาเดียวกันคนอีกฟากบานประตูค่อยๆ ลืมตา เสียงข้างนอกสงบลงแล้ว เขาดูนาฬิกาบนโต๊ะข้างหัวนอนบ่นพึมพำว่าน้องกลับบ้านซะค่ำเลย ถัดไปเป็รูปถ่ายในกรอบตั้งโต๊ะ เห็นเค้าราง ๆว่ารูปลุงจ่าง - เ้าสัวเจี้ยนกับภรรยา – ลุงจ่างคู่กับพ่อเขา วางเรียงลดหลั่นเราหรือส่งรูปมาให้ตั้งเยอะน่าจะวางติดห้องไว้บ้าง นึกพลางพลิกนอนตะแคงแปลกใจที่ตุ๊กตารูปสัตว์ไม่ห่างจากข้างหมอนเหมือนมองสวนมา และค่อย ๆขยับเขยื้อนได้เอง
ฟ้าผ่าเปรี้ยง !สายฟ้าแลบปลาบ พลันปรากฏดวงตาวาววาบ ๆ ในมุมมืด
เขาสะดุ้งตลบผ้าห่มคลุมโปงนั่นมันตัว...อิกัวน่า !!
ฝนพรมจาง ๆ ทั่วท้องฟ้า หญิงสาวมองละอองฝนในอากาศอยู่ชายคาหลังบ้านต้องหลบหามุมสงบเพราะทนแม่กับพี่นุ่นผลัดเวียนมาทับถมไม่ไหว หลังผลออกมาว่าคุณอ้วนจะทำงานที่ภูเก็ตตอนเธอเลียบชายคาข้างตัวบ้านมาผ่านหน้าต่างครัวเห็นแม่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ทำข้าวต้มให้คนไข้ ตรงหน้าต่างห้องกลางกองหนุนก็กำลังดิ้นพราดๆ อย่างสาสมใจ พอสบตาเธอ เ้าแม่ซีดีร้องเพลงล้อทันควัน
‘เมฆดูสวยงามเมื่อยามมองฟ้า ฟ้าดูกว้างใหญ่เหมือนเก่า
สองพี่น้องเดินไปน้องตามพี่ชาย จับมือจูงน้องไป
มองฟ้าอันกว้างใหญ่ฟ้าคงไกลไป ขี่คอพี่สูงเอน’
นักเขียนบทคงเคลิบเคลิ้มว่าเขากับเธอต้องน่ารักกันแบบในเพลง
ใช่อย่างนั้นที่ไหนล่ะ...
วันนั้นฟ้าร้องครั่นครืนฝนตั้งท่าจะลงเม็ดพี่ชายคุดคู้หลบในซอกตึกแถวน้องฉุดเท่าไหร่ไม่ยอมลุกจึงให้พี่ขี่หลังกลับบ้านกลางฝนตกปรอย ๆ เขากลัวเสียงฟ้าร้องฟ้าผ่าต้องปิดตาแต่คงรู้ว่าน้องแบกหนักจนเดินโยกเยกเลยเปลี่ยนเป็ฝ่ายเอาน้องขึ้นหลังแทนคนขี่หลังช่วยปิดหูปิดตาคนแบก พากย์บอกพี่ชายที่เดินเฉียงจวนพาตกขอบทาง
“ซ้ายๆ ๆ ชิดซ้าย ระวังรถคว่ำหัวทิ่มนะลูกพี่ ฝนตกถนนลื่น”
“พี่แบกหนักอยู่นะตัวเองเล่นสนุกอยู่ได้”
“ของจ้าเป็กระเป๋ารถของพี่อ้วนเป็คนขับ ไปเลยลูกพี่...ไปเล้ยย”
วันต่อมาเด็กชายนอนซมมีผ้าชุบน้ำแปะหน้าผากฟื้นไข้ลืมตาปรือขึ้นมาก็สะดุ้ง เด็กหญิงนั่งกอดอกขัดสมาธิเฝ้าเหมือนมีผีเด็กสิงอยู่ปลายเตียง
คุณชายกระหม่อมบางเอ๊ยโดนละอองฝนก็ไม่สบาย
หญิงสาวแหงนมองฟ้าฉ่ำฝนเสียงฝนชะหลังคาประสานจังหวะน้ำตกปะทะดิน ฟ้าร้องะเืสลับนาน ๆ ทีละอองฝนกระเซ็นใส่จนตัวเย็นซ่าน สองมือซุกกระเป๋าเสื้อข้างเอว ั้แ่จำความได้เธอโตมากับฝน...เขาด้วยที่นี่บางทีอากาศสดใสอยู่ดี ๆ ก้อนเมฆดำทะมึนก็เคลื่อนตัวมา
แพ้ฝนกลัวฟ้าร้องฟ้าผ่าอยู่กรุงเทพฯ ก็ดีแล้ว
เธอยื่นมือไปรองรับน้ำไหลเป็ทางจากชายคา
ที่นั่นฝนตกน้อยกว่าที่นี่มาก
สายน้ำขาดเป็เม็ด...เม็ดตกกระทบปลายนิ้ว ผิวเนื้อกำซาบััฉ่ำชื่น แล้วจู่ ๆ ร้อนซู่ไปทั้งตัวภาพเขานอนอยู่ในห้องเธอวาบขึ้นมา
ตกลงเขาเห็นไม่เห็นกันละนี่...
----------------
*รอสัญญา ขับร้องโดย จุฑามาศ อิสสรานุกฤต
**พี่ชายที่แสนดี คำร้องโดย ประภาส ชลศรานนท์ ทำนองโดย พนเทพ สุวรรณะบุณย์