[เย้ เย้ เย้! ซิวโก่วเก่งที่สุดเลย! ศิลาิญญาแปดหมื่นก้อน! ศิลาิญญาแปดหมื่นก้อน!]
เจียงซินดีใจจนตัวสั่นเทิ้ม แทบจะะโขึ้นมาจากอ้อมอกของหลินเยี่ยน ร่างเล็กกลมป้อมของนางดิ้นไปมาด้วยความตื่นเต้นราวกับน้ำเดือดที่กำลังพลุ่งพล่าน จนหลินเยี่ยนเกือบจะอุ้มนางไว้ไม่อยู่ จึงต้องเอ่ยเตือนเสียงเบาว่า "ศิษย์น้องเล็ก เ้าสงบสติอารมณ์หน่อย ระวังจะตกลงไป"
เจียงซินนึกขึ้นได้ว่าศิษย์พี่รองนั้นบอบบางจึงพยายามสะกดความตื่นเต้น นอนนิ่ง ๆ ในอ้อมอกของเขาอย่างว่าง่าย แม้แต่เสียงในใจก็เปลี่ยนเป็เสียงกระซิบที่แ่เบามาก
[ศิษย์พี่รอง พวกเราจะรวยแล้ว! ศิลาิญญาระดับสูงตั้งแปดหมื่นก้อนแน่ะ!]
นางพูดไปก็เริ่มตื่นเต้นขึ้นมาอีกครั้ง แต่เมื่อนึกถึงคำกำชับของหลินเยี่ยน จึงต้องอดทนไว้อีกรอบ ดวงตากลมโตราวกับนิลกลอกไปมา พลางเอามือปิดปาก "ฮิ ฮิ ฮิ" หัวเราะคิกคัก หลินเยี่ยนอดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา และแอบทึ่งในความเก่งกาจของศิษย์น้องเล็ก ที่สามารถยกระดับตบะของสัตว์ประหลาดระดับิญญาก่อกำเนิดตัวนั้นให้ขึ้นไปถึงระดับแปลงเทพได้ในพริบตา
ไม่รู้ว่านางทำได้อย่างไร
ฉู่หลินเฟิงถึงกับรู้สึกอิจฉา เขาทำทีเป็พูดกับหลินเยี่ยน แต่ความจริงแล้วพูดให้เจียงซินได้ยิน "ศิษย์พี่รอง ข้าก็อยากนอนเฉย ๆ แล้วเลื่อนระดับเป็แปลงเทพได้บ้างจัง"
เจียงซินไม่ได้สังเกตเห็นสายตาที่ฉู่หลินเฟิงลอบมองนาง นางเอียงคอครุ่นคิดอย่างจริงจัง
[ศิษย์พี่ห้าก็อยากเป็ซิวโก่วของข้าเหมือนกันเหรอ? ไม่ได้หรอก ข้าเลี้ยงซิวโก่วทึ่ม ๆ สองตัวไม่ไหวหรอก]
ฉู่หลินเฟิงอึ้งกลับสิ่งได้ยิน
หลินเยี่ยนกลั้นยิ้มแล้วส่งกระแสจิตบอกเขาว่า "ศิษย์น้องห้า ตบะระดับแปลงเทพของซิวโก่วตัวนี้ของศิษย์น้องเล็กน่าจะเป็เพียงชั่วคราว พอถึงเวลา ตบะก็จะลดกลับลงมาอยู่ที่ระดับิญญาก่อกำเนิด ตบะที่ได้จากการบำเพ็ญเพียรด้วยตนเองอย่างมั่นคงนั้นดีที่สุด อย่าได้โลภในทางลัดเลย"
เหตุผลนี้ฉู่หลินเฟิงเข้าใจดี แต่เขาก็อดที่จะอิจฉาไม่ได้
คนเราต้องมีความฝันไว้บ้าง เผื่อว่ามันจะเป็จริงขึ้นมาล่ะ?
...
อีกด้านหนึ่ง เมื่อเห็นส้านหงเซียวถูกอุ้งเท้าสุนัขกดไว้จนขยับเขยื้อนไม่ได้ เสวียนจิ่วเซียนจวินก็ดีใจจนแทบจะตบมือร้องออกมา "ท่านเต้าจวินช่างปรีชายิ่งนัก! ฏผู้นี้มีความผิดมหันต์ไม่อาจให้อภัย! ขอท่านเต้าจวินโปรดกำจัดคนชั่วผู้นี้แทน์ด้วยเถิด! หอการค้าเค่อซื่ออวิ๋นไหลจะตอบแทนอย่างงามแน่นอน!"
[ว้าว ๆ ๆ จะกำจัดทิ้งแล้วนะ ซิวโก่วรีบจัดการเขาเลย!]
ในระดับหนึ่ง ซิวโก่วกับเจียงซินเรียกได้ว่าใจตรงกัน มันไม่ได้ยินเสียงในใจของเจียงซิน แต่รู้สึกว่าเสวียนจิ่วเซียนจวินส่งเสียงหนวกหู จึงยกอุ้งเท้าตบเขาจนล้มคว่ำลงกับพื้น
ส้านหงเซียวที่เพิ่งโผล่หัวออกมาจากเศษซากดาดฟ้าเรือเห็นเหตุการณ์นี้ ก็ะเิเสียงหัวเราะแหลมสูงออกมา "ฮ่าฮ่าฮ่า... สมน้ำหน้า! เ้า"
ยังไม่ทันขาดคำ เขาก็ถูกซิวโก่วกดกลับลงไปในเศษซากดาดฟ้าอีกครั้ง จนพูดไม่ออกแม้แต่คำเดียว ส่วนซิวโก่วส่ายหางอย่างลำพองใจ เชิดหัวขึ้นสูง ท่าทางภูมิใจสุด ๆ
[ศิษย์พี่รอง พวกเราไปมัดพวกเขาไว้กันเถอะ จะปล่อยให้ศิลาิญญาที่ได้มาแล้วหลุดมือไปไม่ได้!]
เจียงซินดิ้นแขนขาอยากจะออกไป พร้อมกับส่งเสียงอ้อแอ้ ผู้บำเพ็ญระดับิญญาก่อกำเนิดสองคนที่รับผิดชอบดูแลเรือซึ่งหลบอยู่ใกล้ ๆ เมื่อได้ยินเสียงร้องของทารก ก็นึกถึงฉู่หลินเฟิงที่อุ้มเด็กอยู่ จึงรีบตามเสียงมาหา พวกเขาเคยเห็นรูปวาดของฉู่หลินเฟิง จึงจำเขาได้ทันทีท่ามกลางซากปรักหักพัง และรีบวิ่งเข้าไปหา "คุณชายน้อย เหตุใดท่านยังอยู่ที่นี่? ตรงนี้อันตราย!"
"ข้ารู้ ข้ากำลังรอรับเงินรางวัลต่างหาก"
ฉู่หลินเฟิงชี้ไปยังส้านหงเซียวที่นอนคว่ำหน้าอยู่บนดาดฟ้าและถูกซิวโก่วกดไว้อย่างแ่า ในหัวของเขาคิดเพียงว่าหลังจากได้รับเงินรางวัลแล้วจะกินอาหารเลิศรสอะไรดี
ตับั ไข่หงส์ ข้ากินจนเบื่อแล้ว อยากกินอาหารบ้าน ๆ บ้าง
ผู้บำเพ็ญระดับิญญาก่อกำเนิดทั้งสองเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าส้านหงเซียวถูกตั้งค่าหัว จึงรู้สึกเลื่อมใสในความทะเยอทะยานของฉู่หลินเฟิง "ท่าน... ควบคุมเขาได้หรือขอรับ?"
ฉู่หลินเฟิงเพิ่งตระหนักว่านี่เป็ปัญหาใหญ่ จึงรีบสั่งการพวกเขา "รีบนำเรือเหาะิญญาไปจอดที่เมืองที่ใกล้ที่สุด ย้ายผู้โดยสารบนเรือ และให้ข้าไปรับเงินรางวัลนำจับของส้านหงเซียวด้วย"
"แต่เรือเหาะิญญาไม่สามารถขับเคลื่อนได้แล้ว อีกทั้งยังมีแนวโน้มที่จะร่วงหล่นลงมา ปรมาจารย์ค่ายกลต้องใช้ความพยายามอย่างมากถึงจะประคองไว้ได้ขอรับ อีกทั้งพวกเรายังหลุดออกจากเส้นทางเมฆาปกติ ตอนนี้หลงอยู่ในทะเลเมฆ ไม่รู้เลยว่าอยู่ที่ไหน"
ผู้บำเพ็ญระดับิญญาก่อกำเนิดมองไปยังทะเลเมฆหนาทึบสีขาวโพลนรอบตัวด้วยความร้อนใจ ทะเลเมฆเหล่านี้สามารถปิดกั้นััศักดิ์สิทธิ์ได้ในระดับหนึ่ง และรบกวนประสาทััของผู้บำเพ็ญ ต่อให้เป็ท่านเต้าจวินระดับแปลงเทพอยู่ที่นี่ ก็ไม่สามารถรับประกันได้ว่าจะหาทางออกเจอ และหากถูกอสูรเมฆาที่ซ่อนอยู่ในทะเลเมฆพบเข้า เรือเหาะิญญาลำนี้คงยื้อไว้ได้ไม่นาน
ฉู่หลินเฟิงและหลินเยี่ยนสบตากัน แล้วก้มลงมองเจียงซินพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย ทว่าในหัวของเจียงซินมีแต่เื่ศิลาิญญาระดับสูงแปดหมื่นก้อน นางกำลังร้องเพลงอย่างมีความสุข
[ข้าอยู่บนเรือเหาะิญญา... เก็บเงินได้แปดหมื่น... ส่งเขาให้ท่านลุงมือปราบ... ท่านลุงรับตัวคน... พยักหน้าให้ข้า... ข้าดีใจจึงพูดออกไปว่า... คราวหน้าจะมาใหม่! ลา ลา ลา ลา...]
ศิษย์น้องเล็กเลิกร้องเพลงเถอะ ศิลาิญญาระดับสูงแปดหมื่นก้อนนี้ พวกเราอาจมีชีวิตได้หาแต่ไม่มีชีวิตได้ใช้!
เจียงซินมีความสุขเหลือเกิน นางหลับตาแล้วส่ายหัวไปมา ดำดิ่งอยู่ในโลกของตัวเองจนถอนตัวไม่ขึ้น หวังพึ่งนางไม่ได้ หลินเยี่ยนจึงส่งเจียงซินให้ฉู่หลินเฟิงอุ้ม "อย่าเพิ่งลนลาน ให้ข้าคำนวณดวงชะตาดูสักครั้ง"
เขาหยิบเหรียญอีแปะและกระดองเต่าออกมา ตั้งดวง คำนวณ และทำนายอย่างรวดเร็ว ความหวังสุดท้ายในใจพังทลายลง สีหน้าของเขาเคร่งขรึม "อสูรเมฆาจำนวนมากกำลังจะบุกมา"
คำพูดนี้ราวกับเป็คำประกาศชะตากรรม
ทันใดนั้น สายฟ้าฟาดลงบนม่านพลังของเรือเหาะิญญา ม่านพลังที่ห่อหุ้มเรือราวกับฟองอากาศพลันเกิดระลอกคลื่นแผ่กระจายออกไป หยดฝนตกลงมาดังเปรี้ยงปร้าง ทะเลเมฆที่เคยสงบเงียบเมื่อครู่พลันกลายเป็สีดำสนิท และเกิดพายุฝนกระหน่ำอย่างบ้าคลั่ง สายฟ้าฟาดผ่าท้องฟ้า ราวกับใยแมงมุมที่ถักทอละเอียดแผ่กระจายไปทั่วทั้งทะเลเมฆ
ในวินาทีที่ทะเลเมฆถูกแสงสว่างส่องถึง อสูรเมฆาหน้าตาน่าเกลียดน่ากลัวนับไม่ถ้วนก็มุดออกมาจากทะเลเมฆ พวกมันเกาะอยู่บนม่านพลังของเรือเหาะิญญาราวกับิญญาร้าย จ้องมองผู้บำเพ็ญในเรือด้วยความหิวโหย
ฉู่หลินเฟิงขนลุกซู่ รีบชักกระบี่ออกมาปกป้องหลินเยี่ยนและเจียงซินไว้เบื้องหน้า ส่วนผู้บำเพ็ญระดับิญญาก่อกำเนิดสองคนที่ดูแลเรือมาหลายปี เพิ่งเคยเจอสถานการณ์เช่นนี้เป็ครั้งแรก ต่างก็รู้สึกเสียวสันหลังวาบ ทั้งสองรีบกวาดสายตามองอสูรเมฆาที่ปรากฏตัว ยิ่งมองก็ยิ่งใจหาย
"ไม่นับอสูรเมฆาระดับสร้างรากฐาน ยังมีระดับแก่นทองคำอีกยี่สิบสามตัว ระดับิญญาก่อกำเนิดห้าตัว ระดับแปลงเทพสามตัว..."
ทันใดนั้น ทะเลเมฆสีดำสนิทก็แยกออกเป็ช่องว่าง ราวกับท้องฟ้าถูกฉีกขาด อสูรเมฆาที่มีรูปลักษณ์ประหลาดและดุร้ายตัวหนึ่งมุดออกมา ทำเอาผู้บำเพ็ญระดับิญญาก่อกำเนิดสองคนกรีดร้องด้วยความใ "ระดับแปลงเทพ!"
อสูรเมฆาตัวนี้มีร่างกายมหึมา ขนาดเกือบจะเท่ากับเรือเหาะิญญา มันมีขาเจ็ดแปดข้างซึ่งแต่ละข้างไม่เหมือนกันเลย บางข้างเหมือนขาหมาป่า บางข้างเหมือนกรงเล็บัห้าเล็บ บางข้างเป็กรงเล็บเหยี่ยว และบางข้างเป็มืุ์ มันสะบัดตัว เพียงแค่ยืดเส้นยืดสายอย่างสบายอารมณ์ พลังิญญาที่แผ่ออกมาก็กระแทกจนม่านพลังของเรือเหาะิญญาแตกละเอียดทันที ในชั่วพริบตา อสูรเมฆาที่เกาะอยู่บนม่านพลังก็พุ่งทะลักเข้ามาทั้งหมด
"เตรียมรับมือ!" ฉู่หลินเฟิงะโก้อง พร้อมกับเป็คนแรกที่ชูกระบี่พุ่งเข้าใส่
เด็กหนุ่มร่ายรำกระบี่ราวกับัเหิน เมื่อต้องปะทะกับอสูรเมฆาระดับแก่นทองคำเ่าั้เขาก็ไม่เป็รองเลยแม้แต่น้อย พร้อมกับปกป้องศิษย์พี่และศิษย์น้องที่อยู่ด้านหลังอย่างแ่า ส่วนซิวโก่วใแทบสิ้นสติ มันทิ้งเสวียนจิ่วเซียนจวินและส้านหงเซียวที่อยู่ใต้เท้า แล้วรีบวิ่งหางจุกตูดกลับมาหาเจียงซิน พยายามเอาตัวถูไถมือของนาง เพื่อจะมุดกลับเข้าไปในฝ่ามือของเจียงซินให้ได้
เจียงซินที่ดำดิ่งอยู่ในโลกของตัวเองแม้จะถูกรบกวนก็ไม่ได้โกรธ นางลูบหัวซิวโก่วอย่างมีความสุข ในใจเปลี่ยนเพลงร้องใหม่แล้วฮัมเพลงเสียงอ้อแอ้ "อี ไอ อี ไอ... อี ไอ ยา โอ้ โฮ..."
[ขอให้เ้ามั่งมี... ขอให้เ้าโดดเด่น...]
เมื่อได้ยินเสียงเพลงที่ไร้ทำนองของนาง ซิวโก่วก็ลนลานจนขาพับสั่นระริก
บรรพบุรุษน้อย เลิกร้องเพลงเถอะ ระดับแปลงเทพของจริงมาแล้ว รีบให้ข้ามุดกลับเข้าบ้านหมาของข้าเร็วเข้า!