.........................
กล้าอยู่ในทิปเดินทางที่แสนทรมานได้สามวัน ก็มาถึงโอตารุ เมืองท่าใหญ่แดนเหนือของญี่ปุ่น และก่อนจะลงจากเรือ เพื่อไปตามทาง เนเมซีอุสก็มอบทุนทรัพย์ให้ใช้
"โชคดีนะ ไอ้หนู อย่าซึ้งในน้ำใจจนร้องไห้ออกมาล่ะ "และนี่คือคำพูดสุดท้ายของเนเมซีอุส ซึ่งกล้าเองก็แทบจะกลั้นน้ำตาไม่อยู่ ไม่ใช่ว่าเขาประทับใจ แต่รู้สึกกลัดกลุ้มในจำนวนเงินที่น้อยนิดมากกว่า
" เฮ้อ......เงินแค่นี้ เพียงพอให้ซื้ออาหารกินได้เพียงมื้อเดียว แล้วเราควรจะทำยังไงต่อไป " กล้ายอมรับว่านี่เป็ครั้งแรกที่ประสบสภาวะเช่นนี้ เพราะถึงฐานะทางบ้านจะไม่ร่ำรวย แต่ก็ไม่เคยอับจนถึงขั้นกลายเป็คนร่อนเร่ เลยมืดแปดด้าน
กล้าคิดหนัก อย่างแรกเลยคือเขาอยากไปพึ่งพามูลนิธิแกรนด์ แต่ที่นั่นตั้งอยู่ในโตเกียว ซึ่งห่างออกไปไกลโข ดังนั้นสิ่งแรกที่ต้องทำก็คือ.......หางาน
" ต้องหาเงิน แล้วเด็กนักเรียนอย่างเราจะทำอะไรได้บ้าง"
กล้านึกทบทวนอยู่หลายตลบ แต่ไม่ว่ามองมุมใด ก็ไร้ทางออก เพราะพูดญี่ปุ่นไม่ได้ แถมความรู้ก็อยู่แค่ชั้น ม.ต้น สิ่งเดียวที่ติดตัวคือ....พละกำลังและความว่องไว ทำให้เขาเกิดไอเดีย
"ใช่แล้ว ต้องสมัครเป็นักสู้ข้างถนน เพราะนอกจากจะได้ฝึกฝีมือ ยังได้เงินใช้อีกต่างหาก ด้วยผู้ที่มีพลังคอสโม่แบบเรา ไม่มีทางแพ้คนธรรมดาแน่ๆ "กล้ากระหยิ่มยิ้มย่อง พร้อมหัวเราะคิกคักอยู่คนเดียว ทว่าปัญหาหนึ่งก็ตามมา นั่นก็คือ........
"แล้วเราจะหาสังเวียนได้ที่ไหน แถวนี้ไม่มีป้ายบอกทางเลยซักนิด "
ด้วยความที่กล้าเป็เพียงเด็กหนุ่มอายุไม่เกิน15 เขาจึงทำได้แค่ถามชาวบ้านแถวนั้นอย่างไร้ความคิด เลยถูกปวงประชาก่นด่า
"ไอ้หนู แกเป็บ้าไปแล้วเหรอ ไม่มีสถานที่แบบนั้นหรอก "
"พ่อหนูป่วยหรือเปล่า ยายพาไปหาหมอได้นะ"
"ไอ้บ้าเอย เอ็งเลิกดูการ์ตูนซักที จะได้อยู่ในโลกแห่งความเป็จริง "
..............................
กล้าเที่ยวตามหาลานประลองนักสู้ใต้ดินเกือบทั้งวัน จนตะวันใกล้ลับขอบฟ้า เขาก็ได้มานั่งจ่อมอยู่บนชิงช้ากลางสวนสาธารณะเล็กๆ พร้อมเหม่อมองดวงอาทิตย์ที่ถูกย้อมด้วยแสงตากผ้าอ้อม ในใจนึกทอดอาลัย
" เฮ้อ......เื่ราวมันยากกว่าที่คิด และไม่ว่าจะอยู่โลกไหนก็ตาม คนอย่างชั้นคงเอาดีไม่ได้ "
เหมือน์บันดาลหรือนรกสาปส่ง เพราะในทันทีที่กล้าเริ่มท้อใจ ก็มีใครบางคนเดินเข้ามา เขาเป็ชายวัยกลางคนร่างผอมสูง ผมสั้นเกรียนติดหนังหัว หน้าตาบ่งบอกว่าเป็ชนชั้นอันธพาล แถมยังใส่สูทดำสไตค์ก๋ากั่น ทางซ้ายและขวาถูกประกบด้วยสองหนุ่มรุ่นร่างใหญ่ที่ใส่เสื้อแขนกุด เพื่อโชว์กล้ามแขนที่แข็งปั๋ง
" เอ๊ะ! พวกนี้คือ......" กล้าตื่นตระหนก เพราะบุคคลที่ปรากฏกาย มีท่าทีไม่น่าไว้ใจ แต่นักเลงสูทดำไม่แยแสสิ่งใด พร้อมเตร่เข้ามาถาม
" เ้าหนู นายใช่มั้ยที่เที่ยวถามผู้คนเกี่ยวกับเื่สังเวียนใต้ดิน "
" เอ่อ ครับ......ละ.....แล้วพวกคุณเป็คะ.....ใคร มะ....มีธุระอะไรกับผมรึเปล่า" กล้าถามเสียงสั่น พร้อมเบือนหน้าหนีไปทางอื่น เพราะไม่กล้าสบตากับอีกฝ่าย
ท่าทางหงอ ราวหมาหงอยของกล้า ทำให้ชายใส่สูทรู้สึกพอใจ จึงเอื้อมมือมาแตะหัวไหล่ พร้อมอธิบายแบบซอฟต์ที่สุด
" พวกชั้นเป็ผู้ดูแลเมืองนี้ และจัดการแข่งขันแบบที่นายตามหา เลยจะถามว่า........นายสนใจจะเข้าร่วมประลองมั้ย"
" ฮ้า......มันง่ายถึงเพียงนี้เลยหรือ "กล้าอ้าปากค้าง แล้วอุทานในใจ เพราะงงที่ทุกอย่างเข้าทางของตัวเอง
"ว่ายังไง น้องชายคิดจะร่วมต่อสู้มั้ยล่ะ เงินดีนะ " ชายสูทดำยิ้มยียวน พร้อมยกผลประโยชน์ขึ้นมาล่อ แน่นอนว่ากล้าไม่มีทางเลือก เพราะถ้าปฏิเสธ ก็คงไม่แคล้วอดตาย ด้วยตอนนี้ไม่มีเงินติดตัวซักแดงเดียว
"ตกลงครับ ผมจะเริ่มสู้ได้เมื่อไหร่ "
" ฮ่า ฮ่า ฮ่า........ไฟแรงจริงๆเลยนะ หนุ่มน้อย ถ้าอย่างงั้น ก็เซ็นสัญญาซะสิ เพราะพวกชั้นเป็นักธุรกิจใหญ่ จึงต้องมีการยืนยันทางเอกสารเป็ลายลักษณ์อักษร" พอชายใส่สูทพูดจบ เขาก็ยื่นแผ่นกระดาษขนาด A4 ให้ ในนั้นเขียนเป็ภาษาญี่ปุ่นที่ติดกันเป็พรืด ใบหน้าอ่อนเยาว์ของเด็กหนุ่มจึงเริ่มยุ่ง
" ว้า......แล้วจะอ่านออกมั้ยเนี่ย ชั้นเป็คนไทยนะ "
เหมือนยากูซ่าในชุดสูทจะอ่านสีหน้าของกล้าออก เขาจึงเสนอตัว พร้อมรอยยิ้ม
"เ้าหนู นายอ่านหนังสือไม่ออกเหรอ ชั้นช่วยอ่านให้ได้นะ "
ทีแรก กล้าจะตอบรับน้ำใจ แต่พอจดจำในสิ่งที่พ่อสอนสั่ง เขาก็ชะงักไปชั่วขณะ หัวสมองแอบขบคิดหาทางออก
" ไม่ เราจะหลงเชื่อใครง่ายๆไม่ได้ เพราะพ่อบอกว่าโลกใบนี้มันโหดร้าย มีทั้งคนชั่วและพวกหลอกลวง "
พอเห็นเด็กหนุ่มนิ่งงัน ยากูซ่าในชุดสูทก็เริ่มของขึ้น จึงตวาดถามเสียงดัง
"ว่าไง ไอ้หนู เอ็งจะให้ข้าช่วยมั้ย จะได้อ่านให้ฟัง และรีบเซ็นชื่อไวๆ "
" เอ๊ะ! เอ่อ.....คะ.....ครับ ได้ครับ " กล้ารีบรับคำด้วยความใ แต่พอยากูซ่าในชุดสูทจะอ้าปาก เด็กหนุ่มก็นึกอะไรขึ้นมาได้
"เดี๋ยวครับ ไม่ทราบว่าคุณมีมือถือให้ผมยืมมั้ย "
" เอ๋.....เ้าหนู นายคิดจะทำอะไร "นักเลงชุดดำสงสัยทันควัน แต่ก็ยื่นมือถือให้
"ก็ไม่มีอะไรมากหรอกครับ ผมแค่จะโหลดแอพแปลภาษา "
" ฮ้า.......แกอ่านภาษาญี่ปุ่นที่เป็ชาติบ้านเกิดไม่ออก แล้วจะไปอ่านภาษาประเทศอื่นได้ยังไง "ยากูซ่าโวยดัง พร้อมจ้องมองกล้าที่กำลังกุลีกุจอโหลดแอพที่้า
ด้วยความที่กล้าเป็หนุ่มไอทีที่เชี่ยวชาญ จึงดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว โดยถ่ายภาพหนังสัญญาลงเครื่อง แล้วให้โปรแกรมที่โหลดมาคำนวณต่อ ไม่นาน เขาก็เปลี่ยนข้อความในรูปให้กลายเป็ภาษาไทย
" อ้อ......แบบนี้นี่เอง อืม.....ใช่แล้ว แต่เงื่อนไขน่ากลัวชะมัด "กล้าทวนข้อความในสัญญาอยู่หลายเที่ยว เพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาด จึงพบว่าทางฝ่ายผู้จัดนั้นจ่ายค่าตอบแทนค่อนข้างหนัก ประมาณว่าชนะทีเดียว อยู่สบายเป็อาทิตย์ แต่พวกเขาจะไม่รับผิดชอบใดๆในเื่ค่ารักษาพยาบาล หรือแม้แต่การตายของผู้เข้าแข่ง
" เหวอ......การแข่งแบบนี้มีตายด้วยหรือ" กล้าอ่านถึง่ท้าย ก็ใจนฉี่แทบเล็ด แต่มาเฟียชุดดำไม่เฉลียว พร้อมเตร่มามองข้อความที่ถูกแปลในมือถือ
" เอ๋.....นี่แกอ่านภาษาต่างประเทศออกด้วยหรือ แล้วนี่เป็ของชาติใด ทำไมมันตัวอักษรถึงได้เว้าโค้งสวยงามแบบนี้"
" เอ่อ.....นะ....นี่คือภาษาไทยครับ" กล้าตอบตะกุกตะกัก คล้ายคนติดอ่าง เพราะยังหวาดกลัวเงื่อนไขหฤโหดในข้อสัญญา
" เฮ้ย.....ไอ้หนู เอ็งอำข้าแล้ว แกอ่านภาษาญี่ปุ่นไม่ออก แล้วจะไปอ่านภาษาไทยได้ยังไงล่ะวะ และประเทศที่ว่านี่ใช่สถานที่ที่มีทะเลสวย หาดใส บาร์เหล้าเยอะๆรึเปล่าฟะ" มาเฟียร่างสูงตวาดใส่ เพราะไม่เชื่อเด็กหนุ่ม ทว่าเขาไม่ตอบกลับ เนื่องจากแอบเคืองอยู่หน่อยๆ
" ชิ.....ประเทศของผมไม่ได้มีแค่บาร์เหล้า แหล่งอบายมุขซักหน่อย มันยังมีดีอีกเยอะ ว่าแต่เราจะแนะนำที่ไหนกันนะ "ถึงตรงนี้ กล้าเริ่มสับสน เพราะเขาเองก็ยอมรับความจริงว่าถิ่นกำเนิดเดิมนั้นแย่กว่าญี่ปุ่นหลายด้าน เอาง่ายๆ แค่เื่คอร์รัปชั่นและการปกครองแบบละเมิดสิทธิมนุษยชน ก็มีมากกว่าแดนซากูระอยู่หลายเท่าตัว
แต่ไม่ทันที่กล้าจะหาคำตอบที่เหมาะสมได้ นักเลงประจำเมืองก็เริ่มหมดความอดทน และหันมาสนใจในประเด็นเดิม
"เื่นั้นช่างมันก่อนเถอะ ว่าแต่เอ็งจะเซ็นชื่อได้หรือยัง "
" คะ.....ครับ ตกลงครับ "เด็กหนุ่มรีบรับคำแบบกล้าๆกลัวๆ
ระหว่างที่มาเฟียสูทดำเจรจากับกล้า ลิ่วล้อกล้ามโตที่ติดตาม ก็เริ่มนินทาให้เพื่อนอีกคนฟัง
" เฮ้ย! ลูกพี่คิดยังไง ถึงเอาคนแบบนั้นมาร่วมประลอง ดูหน่วยก้านของมันดิ ตัวก็เล็ก แถมเตี้ยอีกต่างหาก ที่สำคัญ โคตรจะเด็กเลย อายุถึง 15รึเปล่าเนี่ย "
ทว่าสหายที่มาด้วย กลับส่ายหน้า แล้วต่อว่าเพื่อนร่วมวิชาชีพ
"ไอ้ง่าวเอย เอ็งจะรู้ไปอะไร ที่ลูกพี่กล่อมมันลงประลอง เพราะ้าหาเหยื่อให้นายน้อยเชือดในคืนนี้"
" อ้อ......อย่างนี้นี่เอง เข้าใจแหละ น่าสงสารมันเหมือนกันเนอะ " ชายกล้ามโตเริ่มตามทัน
" ถือซะว่าเป็กรรมเก่าของมันก็แล้วกัน ถึงได้โชคร้ายมาเจอนายน้อย "เพื่อนคู่หูที่ดูฉลาดกว่า เริ่มจุดบุหรี่สูบ สายตาที่มองกล้า ฉายแววโศกเล็กน้อย
สามารถติดตามงานเขียน ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจJalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ
https://www.facebook.com/jalando.darksidewriter.version2
