หนิงเทียนไปหยุดสายตาเข้ากับชายผู้หนึ่ง คล้ายเป็นสัญชาตญาณว่าบุรุษฉกรรจ์หนวดเครายาว หน้าและตัวดำกลืนเป็นสีเดียว สวมใส่ชุดหนังสัตว์ห่อหุ้มด้วยเพชรนิลจินดามากมายเหมือนผู้สูงศักดิ์คือตัวหัวหน้ายิ่งพิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้ว ความร่ำรวยที่เห็นเป็นเพียงเปลือกนอก แท้จริงแล้วคนผู้นี้เป็นเพียงโจรป่า หากแต่อาจมีฐานะสูงกว่าโจรธรรมดาทั่วไป
และหาได้มีแต่ฝ่ายหนิงเทียนที่มองออกไปด้านนอก กองทัพผู้มาเยือนก็ได้ปรายสายตามองเข้ามาด้านในเช่นกัน
“ลูกพี่ ข้างในยังมีอีกคนหนึ่ง” เสียงของชายฉกรรจ์ผู้หนึ่งดังขึ้น ทำให้สายตานับร้อยๆคู่ถูกย้ายจากเชลยศึกที่จับมาได้ จ้องมองผ่านเข้าไปด้านในเป็นทางเดียว
หนิงเทียนยกยิ้มแห้งๆให้กับสถานการณ์ตรงหน้า หากเลือกได้มันเองก็ไม่ต้องการยุ่งเกี่ยวกับความวุ่นวายที่กำลังเกิดขึ้น มันได้แต่โทษสุรานมม้าตรงหน้าที่รั้งดึงให้มันอยู่ ทำให้ไม่สามารถหลีกหนีจากเหตุการณ์ตรงหน้าได้ทันท่วงที
ปังงง!!!! ประตูไม้ถูกแรงกระแทกอันมหาศาลทำลาย จากนั้นเงาของชายฉกรรจ์ร่างใหญ่ รูปร่างอ้วนท่วม ใบหน้าใหญ่ หูกาง เปลือยกายท่อนบน ด้วยรูปลักษณ์และพละกำลังที่แสดงออกมาเพียงหนึ่งหมัดก็สามารถบ่นขยี้แผ่นไม้ใหญ่ให้กลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยได้ในพริบตา
“ฉีเต๋อ เจ้าอย่าลงมือหนักไปละ รู้ใช่ไหม พวกเรายังต้องการแรงงานอีกมาก” ชายร่างผอมที่อยู่ข้างกายหัวหน้าใหญ่ตะโกนออกมาด้วยรอยยิ้ม
สายตาของชายฉกรรจ์จำนวนมากมองไปที่ตัวของหนิงเทียนด้วยความเวทนา ผู้ใดที่ต้องปะทะกับฉีเต๋อ คนผู้นั้นไม่เคยมีสภาพครบสามสิบสองสักราย
ขณะที่สองเท้าของฉีเต๋อก้าวเดินเข้าหาหนิงเทียน บุรุษหนุ่มผู้เคยนั่งเคียงโต๊ะ ร้องตะโกนออกมา “พี่ชาย เจ้านั้นคือ จอมหมัดฉีเต๋อ แห่งกองโจรหุบเขา อย่าได้ปะทะกับมันตรงๆ”
ยังไม่ทันสิ้นเสียงกล่าวดี หนึ่งกำปั้นถูกทุบลงไปที่ศีรษะของบุรุษหนุ่มอย่างแรง ปังง!!!!พร้อมกันนั้นหนึ่งในลูกน้องโจรได้กระชับคมดาบ กดไปที่ลำคอของอีกฝ่ายจนเผยให้เห็นเลือดสีแดงสด อีกทั้งมันยังขู่คำรามด้วยน้ำเสียงดุร้าย “เชื่อหรือไม่ หากเจ้าสอดปากเข้ายุ่งอีกครั้ง ดาบนี้จะตัดคอของเจ้าอย่างแน่นอน”
อีกฝ่ายได้แต่กลืนน้ำลายเงียบเสียง แต่ถึงกระนั้นคำเตือนของบุรุษหนุ่ม ทำให้หนิงเทียนรู้ถึงที่มาที่ไปของคนกลุ่มนี้ได้เล็กน้อย หากแต่เมื่อนึกคิดยังไงก็ไม่สามารถจนจำชื่อของ กองโจรหุบเขาได้เลย ความทรงจำในชีวิตก่อนของมัน มดปลวกพวกนี้ไม่ได้อยู่ในสารระบบความคิดเลยแม้แต่น้อย
แต่ทว่า ล่วงเวลาผ่านไปเพียงสามสิบปี คนเหล่านี้กลับคิดหันคมดาบและหมายจับตัวมันเป็นเชลยศึก แม่ทัพสวรรค์ถูกโจรภูเขาจับตัว หากเรื่องนี้เผยแพร่ออกไปคงเป็นเรื่องน่าขันอยู่ไม่น้อย
หนิงเทียนได้แต่ยกยิ้มและหัวเราะอยู่ในใจ สายตาของมันเหลือบมองไปยังโต๊ะข้างๆ ที่มีสุรานมม้าวางอยู่ ชายหนุ่มหาได้สนใจอีกฝ่ายที่กำลังย่ำเท้าเข้าหา มันได้เอื้อมมือหยิบไหสุราและยกดื่มอีกครั้ง
การกระทำของหนิงเทียนเรียกเสียงหัวเราะจากฝูงโจรกระหึ่ม ฮะฮะฮาฮ่าฮ่าๆ ฮะฮะฮาฮ่าฮ่าๆ
“เจ้านั้นต้องการดื่มสุราก่อนตายหรืออย่างไร??” “คิดใช้สุราเพื่อมอบความกล้าจะได้ต่อกรกับฉีเต๋องั้นสินะ โง่เขลาจริงๆ” น้ำเสียงของชายร่างผอมเย้ยเยาะอย่างขบขัน
ชายฉกรรจ์ผู้เป็นหัวหน้าใหญ่กล่าวด้วยเสียงเรียบ “รีบๆจัดการ พวกเรายังมีธุระที่ต้องทำให้ฉินอยู่อีก”
เป็นเวลาเดียวกับที่ฉีเต๋อมาหยุดเท้าลงตรงหน้าของหนิงเทียน มือขวากดลงไปที่โต๊ะพร้อมกันนั้นใช้มือข้างซ้ายกวาดไหสุราจนตกแตก เพล้งงงง!!!!! เศษกระเบื้องจำนวนมากแตกกระจายลงบนพื้น จากนั้น ฉีเต๋อขู่คำรามด้วยเสียงดังก้อง “คนโง่ยังรู้จักสถานการณ์ว่าควรทำเช่นไร ข้าจะให้เวลาเจ้าเพียงสามลมหายใจ ลุกขึ้นและตามพวกข้าไป”
หนิงเทียนส่งยิ้มให้กับอีกฝ่าย สายตามองสุราที่กำลังเจิ่งนองบนพื้นด้วยความเสียดาย ก่อนจะกล่าวตอบอีกฝ่ายไปว่า “จะให้ข้าตามไป?? ก็ได้ แต่ช่วยจ่ายค่าเหล้าให้หน่อยสิ ข้าไม่ได้เป็นพวกกินแล้วชักดาบ”
ได้ยินเช่นนั้นใบหน้าของฉีเต๋อแข็งค้าง นอกจากอีกฝ่ายจะไม่หวาดกลัวต่อมันแล้ว ยังกล้าต่อปากกล่าวตอบกลับมาอย่างไม่สะทกสะท้านอีก ด้วยตัวมันคือ จอมโจรผู้โหดเหี้ยม สมญาจอมหมัด ฉีเต๋อ ชายผู้มอบความหวาดกลัวให้แก่ผู้คนในแทบทุ่งหญ้า เพียงแค่กล่าวชื่อของฉีเต๋อแม้แต่อาชาของทุ่งหญ้ายังต้องหวาดกลัว
“เอามันเลย เอามันเลยโว้ยยย...ฉีเต๋อ”“จัดการใช้หมัดของเจ้าเลาะฟันของมันออกมาให้หมด”“ข้าละชอบจริงๆพวกปากดี กลบปากมันด้วยเลือดไปเลย”
ชายชราผู้ถูกจองจำด้วยคมดาบที่ลำคอส่ายศีรษะเบาๆ “เจ้านั้นไม่รอดแน่ จอมหมัด ฉีเต๋อ เป็นผู้ฝึกฝนพลังวัตรและพลังกายควบคู่กัน แม้ทั้งสองสายจะอยู่ในขั้น2 แต่ความแข็งแกร่งของมันเทียบได้กับผู้ฝึกยุทธขั้น3”
ท่ามกลางเสียงโห่ร้องยั่วยุของพวกเดียวกันที่ดังตามหลังไม่ขาดสาย เส้นเลือดแห่งความโกรธปูดขึ้นตรงหน้าผาก มัดกล้ามขยายขนาดพร้อมทำการโจมตี จากนั้นความต้องการสังหารของฉีเต๋อส่งผ่านอากาศ ก่อนจะปล่อยหมัดขวาตรงที่อัดแน่นด้วยความกระหายเลือดออกไปเป็นเส้นตรง
มันเป็นเวลาเดียวกันกับที่หนิงเทียนสะบัดมือขวาในแนวทแยง นิ้วทั้งห้ากางออกรับหมัดของฉีเต๋อ
ปังงงงงงง!!!! การปะทะก่อเกิดสายลมกรรโชกแรงก่อนจะหยุดลงด้วยภาพที่ไม่น่าเชื่อ พลังหมัดของฉีเต๋อถูกรับไว้โดยชายแปลกหน้าได้อย่างน่าอัศจรรย์
เมื่อฉีเต๋อเห็นหมัดของตัวเองถูกหยุดเอาไว้ได้ เส้นเลือดสีแดงผุดขึ้นในดวงตา มันเตรียมวาดแขนซ้ายเป็นวงกลมเข้าใส่อีกฝ่ายด้วยโทสะทั้งหมด
“หยุด!!!!” เสียงหนักแน่นของชายฉกรรจ์ดังห้าม
ฉีเต๋อรีบย้ายสายตามองไปที่หัวหน้าด้วยความผิดหวัง หากแต่เป็นคำสั่งมันเองก็ไม่สามารถทำอะไรได้อีก ฉีเต๋อรั้งดึงมือของตัวเองกลับคืนมาทิ้งไว้เพียงสายตาอาฆาตต่อหนิงเทียน
ในเวลานี้สายตาของหนิงเทียนย้ายไปยังผู้ออกคำสั่ง ดูเหมือนว่าทุกคนในที่นี้ จะมีเพียงชายผู้นี้เพียงคนเดียวที่รู้ถึงสถานการณ์ได้เป็นอย่างดี
จากนั้นเป็นอีกฝ่ายที่เปิดฉากกล่าวออกมา “เจ้าเป็นใคร??”
ได้ยินเช่นนั้น หนิงเทียนกล่าวตอบด้วยรอยยิ้ม “คนพเนจร สถานะของข้าตอนนี้อะนะ”
ดวงตาของอีกฝ่ายหรี่แคบ หัวหน้าของกองโจรหุบเขานาม หูหลี่ไป๋ สมญา หมาป่าขาว หนึ่งในความสามารถพิเศษของมันคือจมูกที่ดมกลิ่นได้ผิดมนุษย์มนา และเวลานี้มันก็ไม่ได้กลิ่นคำลวงใดออกมาจากอีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อย สายตาของหูหลี่ไป๋จับจ้องไปที่หนิงเทียนอยู่หลายลมหายใจ ก่อนกล่าว “ในเมื่อเจ้าเป็นพวกร่อนเร่พเนจร ไม่สู้มาร่วมเสพย์ความสุขกับกองโจรหุบเขาของข้าให้สุขสบายดีกว่าหรือ น้อยคนนักที่สามารถรับหมัดของฉีเต๋อได้ด้วยมือข้างเดียว และตัวข้าหูหลี่ไป๋ก็เป็นผู้นิยมชมชอบในผู้มีความสามารถ ดังนั้นเจ้าจงมาเป็นลูกน้องของข้า”
ได้ยินดังนั้นหนิงเทียนกล่าวตอบด้วยรอยยิ้ม “แล้วถ้าข้าตอบว่าไม่สนใจละ??”
หูหลี่ไป๋หัวเราะในลำคอ “หึหึ สิ่งที่ข้าต้องการ หากข้าไม่ได้มา ผู้อื่นก็ต้องไม่ได้ด้วยเช่นกัน” สิ้นเสียงกล่าวของหัวหน้ากองโจร เสียงคมศัสตราถูกยกขึ้นมากระชับ มุมปากของฉีเต๋อฉีกยิ้มกว้างมันเตรียมพร้อมที่จะต่อสู้ รอแค่เพียงคำสั่งจากหัวหน้า ฝูงโจรมากกว่าหนึ่งร้อยชีวิตจะพุ่งตัวเข้าไปฉีกกระชากร่างของหนิงเทียนจากทุกทิศทุกทาง
เห็นภาพตรงหน้า หนิงเทียนถอนลมหายใจยาว “เฮ้ออ...ลูกหลานพวกนี้ใช้ไม่ได้เลยจริงๆ เอาแต่ใจตัวเองชะมัดยาก”สิ้นเสียงกล่าว สายตาของมันหดแคบจ้องมองไปยังตัวของผู้เป็นหัวหน้า “จับโจรคงต้องจับที่หัวหน้าสินะ”......