ณ พื้นที่โล่งแจ้งใกล้ๆกับทางเข้าหน้าประตูเมืองแอดลานที่ในตอนนี้นั้นได้มียานขนส่งลำหนึ่งจอดเอาไว้ ที่ภายในยานลำนั้นได้มีชาวเคลันจำนวนหนึ่งอัดแน่นอยู่ที่บนนั้นเพื่อรอนำไปขายยังฟอร์ลอร์น โฮ่ลตลาดมืดอันดับหนึ่งของจักรวาล ในนั้นมีทั้งนักรบผู้พ่ายแพ้ที่ถูกล่ามโซตรวนเอาไว้ ทั้งเหล่าเด็กสาวตัวน้อยที่ไม่รู้เื่อะไรผู้ซึ่งกำลังหวาดกลัวตัวสั่นไปมาอยู่ที่มุมหนึ่งของยาน
“เฮ้ย! อย่าช้าเดินเข้าไปได้แล้ว”
“อย่าเร่งสิ! เขาาเ็อยู่นะ”
“หุบปาก! ถ้าไม่ใช้เพราะอสูรแล้วล่ะก็ฉันคงจะใช้แส้อันนี้ฟาดใส่เเกไปแล้วล่ะ เพราะฉะนั้นไม่ต้องพูดมากแล้วเดินขึ้นไปซะ!”
คารันเซียได้พยุงตัวของเจนัดที่เต็มไปด้วยาแเดินขึ้นไปบนยานลำนั้น หลังจากที่พวกเขาขึ้นยานไปประตูหลังของยานก็ได้ปิดลง
"ชาวเคลันที่จะถูกส่งไปขายที่ฟอร์ลอร์น โฮ่ลขึ้นยานมาครบทุกคนแล้วใช้มั้ย?"
"เอ่อ2000คนตามที่เขียนเอาไว้พอดีแล้วล่ะ"
"ถ้างั้นเตรียมตัวออกยานให้เสร็จภายใน10นาทีก็แล้วกัน"
“โอเค จะตั้งระบบให้เสร็จภายใน10นาทีเลย”
ในขณะที่พวกทหารแห่งอาร์คกำลังนั่งรอการตั้งระบบทิศทางของยานอยู่นั้น ณ ที่ด้านหลังของยานเหล่าเด็กๆชาวเคลันที่เริ่มรู้สึกเป็กังวลขึ้นมาก็ได้เริ่มพูดถามออกมาด้วยความสงสัยกับพวกผู้ใหญ่ที่นั่งอยู่ข้างๆพวกเขา
"นี่ๆ ต่อจากนี้ไปพวกเราจะเป็ยังไงต่องั้นเหรอ?..."
“ไม่เป็ไรหรอก พวกเราจะต้องไม่เป็ไรแน่นอน...”
“พวกเราจะไม่เป็ไรสินะ นี่ๆไม่เป็ไรใช้มั้ย...”
“...อะ...อือ ไม่เป็ไรหรอกจะต้องไม่เป็ไรแน่นอน...”
“จริงๆงั้นเหรอ...”
“...อือจริงสิ...จริงแน่นอน...”
“ถ้างั้นแล้ว….ทำมั้ยคุณถึงร้องไห้กันล่ะ?….”
“ห๊ะ!...นี่น่ะหรอ...มะ...ไม่มีอะไรหรอก ที่นี่มันร้อนเหงื่อมันก็เลยไหล่ออกมาก็แค่นั้นเอง….ไม่ได้ร้องไห้สักหน่อย...”
“งั้นเหรอ ถ้างั้นคงจะร้อนมากๆเลยสินะ เหงื่อถึงออกมาไม่ยอมหยุดเลยแบบนี้น่ะ”
“...นั่นสินะ ไม่ยอมหยุดเลย555...”
“นั่นสินะ555”
ในท่ามกลางเสียงหัวเราะแห้งๆนั้นคารันเซียที่นั่งฟังอยู่ไม่ไกลนักแทนที่เธอจะรู้สึกสบายใจขึ้นแต่เธอนั้นกลับเริ่มรู้สึกเป็กังวลขึ้นมาแทน เธอจึงได้เอื้อมมือเล็กๆคู่นั่นเข้าไปจับที่แขนของเจนัดที่นั่งอยู่ข้างๆเอาไว้ เจนัดที่รู้สึกได้ถึงตัวเธอที่กำลังสั่นอยู่จากมือนั้นตัวเขาจึงได้พยายามพูดให้เธอนั้นใจเย็นลง
"เธอไม่ต้องเป็ห่วงไปหรอก การเดินทางของพวกเราต่อจากนี้ไปมันก็ไม่ได้ต่างไปจากวันเวลาปกติที่พวกเราใช้ชีวิตอยู่ที่นี่กันนักหรอกนะ…”
“แบบนั้นมันก็หมายถึงน่าเป็ห่วงไม่ใช้เหรอ….”
“มันก็จริงอย่างที่เธอว่าล่ะนะ...แต่ว่าเธอนั้นไม่ต้องเป็กังวลไปหรอกน่ะ”
“ไม่กังวลได้ยังไงกัน! ก็พวกเราอาจจะต้องแยกจากกันก็ได้...ถ้าเกิดเป็แบบนั้นฉันน่ะขอยอมตายซะยังจะดีกว่าเลย...”
“ใยเด็กบ้า! พูดอะไรของเธอน่ะ ไม่ว่าจะเป็ยังไงข้าก็ไม่ทิ้งตัวเ้าไปหรอก”
“จะ...จริงงั้นเหรอ?...”
“เอ่อ! ขอสัญญาเลยไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตามข้าก็จะปกป้องตัวเ้าเอาไว้ให้ได้!”
“งั้นเหรอ...ได้ยินแบบนั้นฉันก็สบายใจแล้วล่ะ”
คารัสเซียได้โน้มตัวเข้าไปกอดเจนัดเอาไว้ ส่วนเจนัดนั้นก็ได้ยื่นแขนอีกข้างเข้ามากอดตัวเธอเอาไว้แน่ ทั้งสองคนได้กอดกันแน่นท่ามกลางยานที่เริ่มขยับไปมา
ในขณะเดียวกันที่ด้านหน้าของยานในห้องควบคุมพวกทหารแห่งอาร์คนั้นก็ได้ตั้งระบบทิศทางของยานเสร็จสิ้นแล้ว พวกเขานั้นได้สตาร์ทเครื่องยนต์ของยานเตรียมพร้อมที่จะขึ้นบิน แต่ว่าในขณะที่พวกเขานั้นกำลังจะนำยานขึ้นหนึ่งในทหารของอาร์คก็ได้หันไปเห็นบางสิ่งที่ด้านหน้าของยานที่กำลังเดินเข้ามาทางนี้
"หือ? ดูนั่นสิเหมือนว่าจะมีใครบางคนกำลังเดินเข้ามาทางนี้อยู่นะ"
“หือ...ไหนดูสิ นั่นมัน...เฮ้ย! แย่แล้วรีบนำยายขึ้นเดี๋ยวนี้เลย เร็วเข้า!”
“เอ๊ะ! ทำมั้ยต้องรีบร้อนขนาดนั้นด้วยล่ะ”
“ถามอะไรบ้าๆ นั่นมันอสูรแห่งอาร์คนะ เขาไม่รู้เื่ที่พวกเรากำลังทำอยู่ในตอนนี้ ถ้าเขามาที่นี่ก็หมายความว่าตัวเขานั้นรู้เื่แล้วยังไงล่ะ ดูจากที่เขาปฏิบัติกับเ้าพวกนั้นแล้วล่ะก็จะต้องไม่พอใจกับสิ่งที่พวกเรากำลังทำอยู่ในตอนนี้แน่ เพราะงั้นถึงต้องรีบหนีไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุดยังไงล่ะ!”
“พะ...พอจะเข้าใจขึ้นมาซะแล้วสิ ถ้างั้นจะรีบออกยานเดียวนี้แหละ!”
คนขับยานที่รู้เช่นนั้นจึงได้บังคับยานให้บินขึ้นในทันที ตึ้ง! เสียงที่เหมือนกับว่ามีอะไรบางอย่างเข้ามากระแทกเข้ากับลำตัวยานจนยานนั้นไม่สามารถที่จะพุ่งขึ้นฟ้าไปได้ทำได้แต่ลอยอยู่เหนือพื้นเท่านั้น
“เป็อะไรไป! ทำมั้ยยานถึงไม่ยอมพุ่งขึ้นไปสักทีล่ะ”
“ไม่รู้สิ! แต่ดูเหมือนว่ายานจะไปติดกับอะไรบางอย่างอยู่ทำให้มันบินขึ้นไปไม่ได้น่ะ...”
“ติดอะไรบางอย่างอยู่งั้นเหรอ?”
ทหารแห่งอาร์ครายนั้นได้ยื่นหน้าออกไปนอกหน้าต่างเพื่อดูว่าสิ่งที่ติดยานอยู่นั้นคืออะไรและสิ่งที่ตัวเขาเห็นอยู่นั้นนั่นก็คือด้านล่างของตัวยานที่ถูกล่ามด้วยโซ่เหล็กเอาไว้ทำให้ยานนั้นไม่สามารถที่จะบินขึ้นไปได้
“อะไรกัน? โซ่นี่มันมาจากไหนกัน”
ตัวเขาได้มองไปยังปลายทางของโซ่เหล็กนั้นและสิ่งที่ตัวเขาเห็นอยู่นั่นก็คือยูโตะที่กำลังใช้มือทั้งสองข้างของตนดึงโซ่ที่ล่ามยานลำนั้นอยู่ทำให้ยานนั้นไม่สามารถที่จะบินขึ้นไปได้สูงมากไปกว่านี้แล้ว
“เฮ้อ~ให้ตายสิต้องมาออกแรงโดยเปล่าประโยชน์จนได้ แต่ว่าของแค่นี้มันก็ไม่เท่าไหร่หรอกน่า!”
ยูโตะได้ออกแรงดึงโซ่ในมือทุ่มยานลำนั้นลงสู่พื้น ตึ้ง! ยานที่ลอยอยู้ได้กระแทกลงเข้ากับพื้นอย่างแรงจนยานนั้นหยุดนิ่งไป
“อะ...โอ๊ยเจ็บชะมัดเลย...”
“โย่ว~! ดูเหมือนว่าตัวข้าจะมาทันสินะ”
ยูโตะได้เปิดประตูห้องควบคุมของยานออกมาแล้วเดินเข้าไปในนั้นพร้อมกับดาบในมือขวาของตน
“อะ...อสูรแห่งอาร์ค...”
“ใครเป็อสูรกันฮะ! ใครที่ไม่อยากจะโดนหันเป็ชิ้นๆก็ไสหัวไปจากที่นี่ซะ!”
“ครับ!...”
เหล่าทหารแห่งอาร์คที่พอได้ยินแบบนั้นพวกเขาจึงได้รีบวิ้งหนีออกไปในทันที
“เฮ้อ~ให้ตายสิ บางครั้งฉายานี้มันก็มีประโยชน์เหมือนกันแฮะ”
ยูโตะได้เดินไปยังแผงควบคุมแล้วพิมพ์พิกัดของดวงดาวเข้าไปในระบบควบคุมอัตโนมัติของยานลำนี้
“เอาล่ะทีนี้ก็เหลือแค่...”
ยูโตะได้เดินออกมาจากห้องควบคุมของยานแล้วไปยังที่ประตูหลังของยาน ตัวเขาที่ไปถึงได้กดปุ่มเปิดประตูบานนั้นออกมา พอประตูได้เปิดออกมาสิ่งที่ตัวเขาเห็นอยู่ภายในนั้นก็คือชาวเคลันที่กำลังมองมาที่ตัวเขาด้วยแววตาที่ไม่อยากที่จะเชื่อในสายตาของตนเอง
“อสูร...ไม่สิยูโตะทำมั้ยตัวเ้าถึงมาอยู่ที่ตรงนี้กัน”
“อะไรกันตัวข้าก็แค่มาทำลายในสิ่งที่ตัวข้าไม่ชอบก็เท่านั้นเอง”
“แต่ถ้าเ้าทำแบบนี้ ตัวเ้าจะเดือดร้อนเอาได้ไม่ใช้หรอ...”
“ไร้สาระ! คิดว่าจะมีใครสามารถจัดการกับตัวข้าได้อย่างงั้นเหรอ”
“ก็ไม่คิดว่ามีหรอกนะ...”
“นั่นสิตัวข้าก็ว่างั้นแหละ”
พอยูโตะพูดจบตัวเขาก็ได้ใช้ดาบในมือฟันเข้าไปที่โซ่ตรวนที่พันธนาการมือของเจนัดเอาไว้จนมันนั้นหลุดออกมาปลดปล่อยตัวเขาให้เป็อิสระอีกครั้ง พอเจนัดได้รับอิสระมาตัวเขาก็ได้แก้โซ่ตรวนให้กับคนอื่นๆในทันที
“ฉันได้ใส่พิกัดให้ยานลำนี้ไปลงจอดยังที่ปลอดภัยแล้ว ถึงมันจะเป็ดวงดาวที่อันตรายอยู่บาง แต่ถ้าเป็พวกนายแล้วล่ะก็ไม่หน้าที่จะมีปัญหาอะไรที่จะอาศัยอยู่ที่นั่นหรอก”
“เดี๋ยวก่อนนะ จะบอกให้พวกเราไปอาศัยอยู่ที่นั้นงั้นเหรอ”
“อือใช้แล้ว ถ้าเป็ที่นั้นแล้วล่ะก็รับรองได้ว่าจะไม่มีใครหาพวกนายเจออีกได้อย่างแน่นอน เพราะงั้นไปอยู่ที่นั่นแหละดีที่สุดแล้ว”
“แต่ว่าถ้าพวกเราหนีไปแล้วล่ะก็ ชาวเคลันคนอื่นๆก็ต้องโดนกดขี่ต่อไปทั้งๆแบบนี้ จะยอมให้มันเป็แบบนั้นไม่ได้...”
“ไอ้เ้าบ้า! ลองมองไปที่ด้านหลังของแกดูก่อนสิ”
“ด้านหลังงั้นเหรอ?”
เจนัดได้หันกลับไปมองที่ด้านหลังของตนและที่ตรงนั้นตัวเขาก็ได้เห็นเหล่าเด็กๆที่กำลังร้องไห้อยู่โดยที่มีพวกผู้ใหญ่นั้นค่อยปลอบพวกเขาอยู่ที่ข้างๆ ยังไม่พอยังมีคารันเซียที่กำลังมองมาที่ตัวเขาด้วยใบหน้าที่มีนํ้าตาไหล่ออกมามากมาย
“นายจะเลือกอะไรล่ะ ต่อสู้เพื่อปกป้องทุกคนแล้วตายไปแบบโง่ๆหลังจากนั้นก็ปล่อยให้คนที่ตนรักต้องอยู่ต่ออย่างเ็ปกับหนีไปในตอนนี้แล้วมีชีวิตอยู่ต่อกับคนที่ตนรักอย่างเจ็บใจน่ะ เอาล่ะเชิญเลือกเส้นทางของตนเองได้เลย!”
“ระ...เื่นั่นน่ะ...”
“เอาเถอะนายจะเลือกแบบไหนมันก็ไม่เกี่ยวกับตัวข้าอยู่ดีนั่นแหละนะ”
เจนัดได้หยุดคิดไปคู่นึ่งก่อนที่จะเริ่มพูดทางเลือกของตัวเขาออกมา
“อือ...เข้าใจแล้วพวกเราจะหนีไปจากดาวดวงนี้ แต่ว่าพวกเรานั้นจะต้องกลับมาอย่างแน่นอน กลับมาเพื่อปลดปล่อยชาวเครันทุกคนให้เป็อิสระจากการปกครองที่กดขี่พวกเราแบบนี้ยังไงล่ะ!”
หลังจากที่ตัวเขานั้นพูดจบเจนัดก็ได้ชูมือขึ้นฟ้าประกาศก้องให้ทุกคนนั้นได้รับรู้ถึงคำปณิธานที่พวกเขานั้นจะเชื่อมั่นมันไปต่อจากนี้
“โอ้!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!”
หลังจากที่สิ้นสุดเสียงของเจนัดชาวเคลันทุกนายที่ถูกจับเอาไว้ก็ได้ะโโห่ร้องออกมาอย่างพร้อมเพียงให้กับคำปณิธานของตัวเขา
หลังจากนั้นเจนัดกับนักรบชาวเคลันกลุ่มหนึ่งก็ได้เข้าไปยังห้องควบคุมของยานแล้วทำให้มันทำงานขึ้นมาอีกครั้งเพื่อที่จะไปจากที่นี่
“ยูโตะ! ข้าขอขอบคุณตัวเ้าจริงๆบุญคุณในครั้งนี้นั้นพวกเราจะไม่มีวันลืมเลย”
“หึ! ไร้สาระน่าบุญคุณอะไรนั่นน่ะ ตัวข้าไม่้าหรอก”
“ตะ...แต่ว่า...”
“ตัวข้าแค่ทำในสิ่งที่อยากที่จะทำเท่านั้น เพราะงั้นบุญคุณอะไรนั่นไม่้าหรอก”
“งั้นเหรอ....”
“ที่สำคัญกว่านั้น นายน่ะอย่าลืมทำให้ใยนั่นมีความสุขด้วยก็แล้วกัน”
“ใยนั้นหมายถึง?...”
“จะใครอีกล่ะก็คารันเซียไง เธอเป็แฟนของนายไม่ใช้เหรอ”
“หือ! ไม่ใช้สักหน่อยเธอเป็ลูกสาวของข้าต่างหากล่ะ ส่วนภรรยาของข้านั้นป่วยตายไปนานมากแล้วล่ะ”
“อ้าว! เป็แบบนั้นงั้นเหรอ”
ยูโตะได้แสดงท่าทางที่ใออกมาอย่างชัดเจน
“ก็ใช้น่ะสิ! ที่ใน่ะน่าจะเป็ทางนี้มากกว่า คิดยังไงถึงมองว่าเด็กขนาดนั้นจะมาเป็แฟนของข้าได้กันล่ะเนี่ย”
“อือ...ก็นั่นสินะ….”
(โธ่เว้ย! นี่ตัวข้าคิดผิดไปงั้นเหรอ ให้ตายสิเพราะว่าใช้ความชอบส่วนตัวตัดสินในสิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้าก็เลยคาดการณ์ผิดไปสินะ คราวหน้าจะต้องระวังให้มากกว่านี้ซะแล้วสิ...)
ในขณะที่ยูโตะกำลังคิดถึงความผิดพลาดของตนเองอยู่นั้นชาวเคลันคนหนึ่งก็ได้พูดออกมาจากภายในห้องควบคุมของยาน
“ยานพร้อมขึ้นแล้วครับ”
“งั้นเหรอ ถ้างั้นคราวนี้คงต้องจากลากันจริงๆแล้วสินะ”
“นั่นสินะ”
“ถ้างั้นล่าก่อนอากิละ ยูโตะสหายของพวกเาาวเคลัน!”
เจนัดได้เดินขึ้นยานไปแล้วประตูก็ได้ปิดลง ยานที่บรรจุชาวเคลันทั้ง2000คนก็ได้บินขึ้นสู่ฟากฟ้าไป แต่ก่อนที่ยานนั้นจะขึ้นสูงจนมองไม่เห็นคารันเซียก็ได้ชะโงกหน้าออกมาจากหน้าต่างของยานแล้วะโออกมาด้วยความร่าเริงให้กับยูโตะที่กำลังเฝ้ามองพวกเขาอยู่ที่บนพื้นดินของโอ่เล็นได้รับรู้
“ขอบคุณมากค่ะ~~~แล้วเจอกันใหม่นะคะ~~~~!”
หลังจากคำพูดที่แสนจะธรรมดานั้นสิ้นสุดลงยานก็ได้บินขึ้นสู่อวกาศพุ่งเข้าสู่ประตูวาร์ปที่สร้างขึ้นมาแล้วหายวับไปจากดาวดวงนี้ มุ่งหน้าไปสู่จุดหมายของพวกเขา
“เฮ้อ~ให้ตายสิจบไปอีกเื่หนึ่งแล้วสินะ เอาล่ะที่นี่ก็เหลือเพียงแค่เื่นี้เท่านั้นสินะ”
ยูโตะได้หันหลังกลับมาพบว่าในตอนนี้ตัวเขานั้นได้ถูกล้อมเอาไว้ด้วยนักรบชาวอาลันกับทหารแห่งอาร์ครวมกันนับ100คนที่ต่างพากันเล็งอาวุธของตนเองมาที่ตัวเขาจากทุกทิศทาง และในท่ามกลางคนเ่าั้วีวแลนก็ได้เดินเข้ามาหาตัวเขาแบบตัวเปล่าไร้ซึ่งอาวุธใดๆ
“นายคงรู้ใช้มั้ยว่าจะต้องเจอกับอะไรต่อจากนี้น่ะ แล้วจะเอาไงล่ะคิดที่จะสู้กันสักหน่อยมั้ยล่ะ”
“เฮ้อ~ให้ตายสิจริงๆได้ออกกำลังกายสักหน่อยก็น่าจะดีอยู่หรอกนะ”
ยูโตะได้ชูดาบในมือขึ้นสู่ฟ้า ทุกคนที่เห็นแบบนั้นจึงได้หันอาวุธของตนเข้าใส่ยูโตะที่อยู่ตรงกลางของวงล้อมอย่างร้อนรนและลนลาน
“แต่ว่าถ้าทำแบบนั้น มันคงเสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์เพราะงั้นขอยอมแพ้ก็แล้วกัน”
ยูโตะได้วางดาบในมือลงแล้วยอมแพ้ต่อวีวแลนที่อยู่ตรงหน้า
หลังจากนั้นตัวเขาก็ได้ถูกส่งตัวเข้าไปคุมขังในห้องขังบนยานแม่ของอาร์ค ที่กำลังจะเดินทางพายูโตะไปคุมขังยังเรือนจำอวกาศที่อาร์คนั้นเป็ผู้ดูแลอยู่