บทที่ 6 ขอเป็ศิษย์ตี้เทียน
เมื่อได้ยินคำพูดของเซียวอวิ๋น ทุกคนในวิหารรวมถึงตี้เทียนและประมุขสำนักศักดิ์สิทธิ์ฮุ่นตุ้นต่างสะดุ้งและมองเซียวอวิ๋นด้วยความตกตะลึง
บรรพชนอัสนีก็มองเซียวอวิ๋นด้วยความใและกล่าวเสียงดังว่า "บุตรเทวะ เ้ากำลังพูดอะไร เ้ารู้หรือไม่ว่าสถานะบุตรเทวะนั้นหมายถึงอะไร มันหมายถึงการสืบทอดที่แข็งแกร่งที่สุดของสำนักศักดิ์สิทธิ์ฮุ่นตุ้นของพวกข้า เ้าจะได้รับการบ่มเพาะอย่างดีที่สุดจากสำนักของพวกข้า แต่เ้ากลับจะสละมันทิ้งหรือ"
บรรพชนะก็กล่าวเสียงทุ้มว่า "บุตรเทวะ ข้าขอให้เ้าพิจารณาให้ดี ด้วยสถานะบุตรเทวะ เ้าจะได้รับทรัพยากรในการฝึกฝนมากที่สุดจากสำนักศักดิ์สิทธิ์ฮุ่นตุ้นของพวกข้า แต่หากเ้าสละสถานะนี้ เ้าก็จะเป็เพียงศิษย์ผู้าุโสูงสุด ซึ่งได้รับการปฏิบัติด้อยกว่าบุตรเทวะมาก"
"บุตรเทวะ ข้าขอให้เ้าพิจารณาให้ดี อย่าได้หุนหันพลันแล่น" ประมุขสำนักศักดิ์สิทธิ์ฮุ่นตุ้นที่อยู่ข้าง ๆ ก็เตือนด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
"บุตรเทวะ..." ตี้เทียนไม่รู้จะกล่าวอะไรดี เขาเพียง้าให้บุตรเทวะฝึกฝนคัมภีร์ฮุ่นตุ้นเพื่อสร้างกายาฮุ่นตุ้น แต่การสละสถานะบุตรเทวะนั้นเป็การจ่ายราคาที่แพงเกินไป
นั่นคือบุตรเทวะนะ!
สถานะที่ศิษย์มากมายปรารถนา!
มีแต่คนเขลาเท่านั้นที่จะสละตำแหน่งนี้
เซียวอวิ๋นถอนหายใจในใจ เขาก็ไม่อยากสละสถานะบุตรเทวะเช่นกัน แต่เพื่อโอกาสในการรู้แจ้งสิบครั้งนั้น เขาจำต้องเลือกที่จะสละ
คิดแล้วเซียวอวิ๋นจึงกล่าวด้วยสีหน้าเด็ดเดี่ยวว่า "ท่านผู้าุโทั้งหลาย ข้ายินดีที่จะสละตำแหน่งบุตรเทวะ หากข้าสามารถฝึกฝนคัมภีร์ฮุ่นตุ้นและสร้างกายาฮุ่นตุ้นได้ ไม่นานข้าก็จะกลับมาเป็บุตรเทวะอีกครั้ง ในทางกลับกัน หากข้าไม่สามารถสร้างกายาฮุ่นตุ้นได้ ข้าก็ไม่มีคุณสมบัติที่จะเป็บุตรเทวะ"
ทุกคนที่ได้ยินต่างตกตะลึง
พวกเขาถูกความกล้าหาญของเซียวอวิ๋นทำให้ตะลึงงัน
การสละตำแหน่งบุตรเทวะแล้วกลับมาเป็บุตรเทวะอีกครั้ง ต้องใช้ความกล้าหาญและความมุ่งมั่นมากเพียงใด บางทีแม้แต่ทั่วหล้านี้ ก็คงหาคนเช่นนี้ไม่ได้
บรรดาบรรพชนในห้องโถงต่างมองเซียวอวิ๋นด้วยความชื่นชมโดยไม่รู้ตัว แม้แต่ผู้าุโเ่าั้ก็มองเซียวอวิ๋นด้วยสายตาชื่นชมและยกย่อง
หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง ผู้าุโท่านหนึ่งก็กล่าวช้า ๆ ว่า "เมื่อบุตรเทวะมีความกล้าหาญและความมุ่งมั่นเช่นนี้ พวกข้าจะไม่สนับสนุนได้อย่างไร ก็ให้เป็ไปตามคำขอของบุตรเทวะเถิด!"
ผู้คนทั้งหลายได้ยินดังนั้น ครั้งนี้จึงไม่มีผู้ใดคัดค้านอีก
หลังจากนั้น เหล่าร่างกระดูกโบราณและบรรพชนต่างพากันถอนหายใจแล้วหันหลังจากไป
ในวิหารเหลือเพียงประมุขสำนักศักดิ์สิทธิ์ฮุ่นตุ้น ตี้เทียน และเซียวอวิ๋นสามคนเท่านั้น
ประมุขสำนักศักดิ์สิทธิ์ฮุ่นตุ้นมองเซียวอวิ๋นด้วยสายตาซับซ้อน จากนั้นก็ถอนหายใจเบา ๆ แล้วกล่าวว่า "บุตร… เอ่อ… เซียวอวิ๋น เมื่อนี่คือการเลือกของเ้า พวกข้าก็จะเคารพการตัดสินใจของเ้า นับจากวันนี้เป็ต้นไป เ้าก็คือศิษย์ของผู้าุโสูงสุดตี้เทียน มีสถานะเทียบเท่ากับบรรดาศิษย์ของผู้าุโสูงสุดคนอื่น ๆ"
"ขอบพระคุณท่านประมุขสำนัก!" เซียวอวิ๋นคำนับอย่างนอบน้อม
ประมุขสำนักศักดิ์สิทธิ์ฮุ่นตุ้นพยักหน้า แล้วหันหลังจากไป
"ศิษย์เซียวอวิ๋น คารวะท่านอาจารย์!" เซียวอวิ๋นคำนับตี้เทียนอย่างนอบน้อม
ตี้เทียนยิ้มขื่นพลางกล่าวว่า "ไม่คิดว่าเ้าจะยอมสละตำแหน่งบุตรเทวะ พูดไปแล้ว เป็ความผิดของข้าที่ทำร้ายเ้า"
"ท่านอาจารย์ไม่จำเป็ต้องคิดเช่นนั้น เป็ข้าเองที่ยืนกรานจะฝึกฝนคัมภีร์ฮุ่นตุ้น ไม่เกี่ยวกับท่านอาจารย์" เซียวอวิ๋นกล่าวอย่างจริงจัง
ตี้เทียนได้ยินดังนั้นก็รู้สึกซาบซึ้ง จากนั้นจึงกล่าวเสียงทุ้มว่า "เมื่อเป็เช่นนั้น ข้าขอสัญญากับเ้าว่า ใน่อายุขัยที่เหลืออีกเพียงร้อยปีของข้า ข้าจะทุ่มเทสั่งสอนเ้าอย่างสุดความสามารถ ไม่มีการปิดบังใด ๆ ทั้งสิ้น"
เซียวอวิ๋นได้ยินดังนั้นก็ตกตะลึง ร้องอย่างใว่า "ท่านอาจารย์ เหตุใดท่านจึงเหลืออายุขัยเพียงร้อยปีเท่านั้น?"
บัดซบ! ข้าเพิ่งจะมาเป็ศิษย์ แต่ท่านกำลังจะตาย แล้วเมื่อท่านตายไป ข้าจะไปพึ่งผู้ใดเป็ที่พักพิงล่ะ
เซียวอวิ๋นรู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้งในใจ หากรู้เช่นนี้แต่แรก เมื่อครู่เขาคงไม่ยอมสละตำแหน่งบุตรเทวะ
อนิจจา ระบบบ้านี่ช่างทำร้ายคนเสียจริง
"ศิษย์อาจยังไม่รู้ พวกข้าที่อยู่ในขอบเขตเหนือสามัญนั้น มีอายุขัยเพียงหนึ่งพันปีเท่านั้น ปีนี้ข้าอายุเก้าร้อยปีแล้ว ดังนั้นจึงเหลืออายุขัยอีกเพียงร้อยปีเท่านั้น" ตี้เทียนถอนหายใจ
เซียวอวิ๋นขมวดคิ้วกล่าวว่า "แล้วท่านอาจารย์จะเพิ่มอายุขัยได้อย่างไร"
ตี้เทียนส่ายหน้าตอบว่า "มีเพียงการทะลวงขีดจำกัด ก้าวเข้าสู่ขอบเขตนภาเท่านั้น จึงจะเพิ่มอายุขัยได้ถึงสองพันปี ทว่าข้าฝึกฝนคัมภีร์ฮุ่นตุ้น ทุกขั้นตอนของการก้าวหน้านั้นยากลำบากมาก ดังนั้นคงยากที่จะก้าวข้ามไปสู่ขอบเขตนภาได้"
เมื่อได้ยินดังนั้น เซียวอวิ๋นก็เข้าใจทันที จึงถามว่า "ท่านอาจารย์ ข้าไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับการฝึกฝน ขอถามว่าผู้ฝึกตนมีระดับขั้นอะไรบ้าง"
"ฮ่า ๆ ในฐานะที่เป็อาจารย์ของเ้า ข้าย่อมต้องบอกเ้าแน่นอน แต่ยามนี้พวกเราออกจากที่นี่ก่อน แล้วไปยังถ้ำของข้า"
เมื่อตี้เทียนกล่าวจบ ก็เรียกเมฆาขาวล่องลอยมาพาเซียวอวิ๋นบินออกไป
ระหว่างทาง ตี้เทียนค่อย ๆ กล่าวว่า "พวกเราผู้ฝึกตนมีทั้งหมดสิบสี่ขั้น เรียงจากต่ำไปสูง ได้แก่ หลอมกายา รวมปราณ สะพานเทพ คูหา์ หลอมิญญา ตื่นรู้ จิตหลุดพ้น นิพพาน เหนือสามัญ นภา ปราชญ์ศักดิ์สิทธิ์ มหาปราชญ์ศักดิ์สิทธิ์ จักรพรรดิ มหาจักรพรรดิ"
เมื่อได้ยินดังนั้น เซียวอวิ๋นก็รู้สึกตะลึงงัน
ระดับขั้นมากมายเหลือเกิน ไม่แปลกเลยที่อาจารย์ของข้าฝึกฝนมานานหลายปี ก็ยังมาถึงเพียงขอบเขตเหนือสามัญเท่านั้น
...
ภายในสำนักศักดิ์สิทธิ์ฮุ่นตุ้นมีทิวทัศน์งดงาม ในฐานะผู้าุโสูงสุด ที่ตั้งยอดเขาของตี้เทียนย่อมยิ่งใหญ่อลังการ
ที่นี่มีน้ำตกสูงสามพันจั้งไหลลงมา มีวิหกหายากนับหมื่นชนิด ยอดเขามากมายอาบไล้ด้วยแสงตะวันสีทอง ปราณเซียนลอยล่อง แสดงถึงบรรยากาศอันสูงส่งของเซียน
บนยอดเขาที่เต็มไปด้วยปราณิญญาและทิวทัศน์งดงาม ตี้เทียนและเซียวอวิ๋นลงจากเมฆาขาว
"ศิษย์รัก ที่นี่คือยอดเขาตี้ หรือก็คือถ้ำฝึกฝนของอาจารย์เอง ต่อไปเ้าจงฝึกฝนอยู่ที่นี่เถิด" ตี้เทียนแนะนำ
เซียวอวิ๋นมองไปข้างหน้า ยอดเขานี้ใหญ่โตนัก มีตำหนักงดงามหลายหลัง เห็นได้ชัดถึงความรุ่งเรืองในกาลก่อน
แต่แปลกตรงที่ยามนี้ภายในตำหนักเหล่านี้ดูเหมือนจะร้างผู้คน ทำให้ทั้งยอดเขาดูเงียบสงัด ไร้ชีวิตชีวา
ทว่าเซียวอวิ๋นมิได้ถามอะไรมาก แต่เดินตามตี้เทียนไปยังตำหนักที่ใหญ่ที่สุดอย่างว่าง่าย
"ตำหนักนี้มีชื่อว่าตำหนักเทียน เป็ตำหนักที่งดงามที่สุด หรูหราที่สุด และใหญ่ที่สุดบนยอดเขาแห่งนี้"
"ที่นี่เคยเป็ที่พำนักของข้า บัดนี้ข้าจะมอบมันให้เ้า" ตี้เทียนกล่าวขณะพาเซียวอวิ๋นเข้าสู่ตำหนัก
เซียวอวิ๋นรีบตอบว่า "ศิษย์มิกล้ารบกวนท่านอาจารย์เช่นนั้น!"
ตี้เทียนโบกมือพลางหัวเราะ "ข้าไม่ได้อยู่ที่นี่มานานแล้ว บัดนี้ข้าพำนักอยู่ริมแม่น้ำเพื่อศึกษามหาเต๋า ที่นี่ร้างผู้คนมานาน เหมาะให้เ้าอยู่อาศัย"
เซียวอวิ๋นได้ยินดังนั้นก็ไม่ปฏิเสธอีก
ในตอนนั้น ชายชราผมขาวผู้หนึ่งก็เดินเข้ามาด้านหน้า คำนับทั้งสองคนอย่างนอบน้อม "คารวะนายท่าน คารวะนายน้อย"
ตี้เทียนชี้ไปที่ชายชราผมขาวตรงหน้า แนะนำให้เซียวอวิ๋นว่า "นี่คือผู้ติดตามของข้า เ้าเรียกเขาว่าลุงฝูได้ ให้เขาพาเ้าไปทำความคุ้นเคยกับยอดเขาตี้ก่อน รอถึงยามราตรีที่พลังดวงดาวเข้มข้น ข้าจะถ่ายทอดคัมภีร์ฮุ่นตุ้นให้เ้า เพื่อช่วยให้เ้าก้าวเข้าสู่หนทางแห่งการฝึกตน"
"ขอรับท่านอาจารย์!" เซียวอวิ๋นพยักหน้า จากนั้นก็มองส่งตี้เทียนจากไป