หลังจากการตั้งครรภ์ของต่งเอ้อซื่อจวนองค์ชายเก้าก็พลุกพล่านไปด้วยผู้คน
ในเรือนหลัง เนื่องจากต่งเอ้อซื่อกำลังตั้งครรภ์พิธีคารวะเช้าจึงถูกยกเลิกไปโดยปริยาย และการดูแลเรือนหลังก็ตกไปยังหมัวมัวทั้งสี่และเพราะองค์ชายเก้าอิ้นถังยังไม่มีบุตร ทั้งยามนี้ในจวนกลับมีสนมชายาที่ตั้งครรภ์เพียงสองคนเท่านั้นรวมถึงต่งเอ้อซื่อด้วยดังนั้นแม้เด็กยังไม่คลอดออกมาแต่ผู้คนต่างก็พากันให้ความสนใจอย่างมากอนาคตจะเป็อย่างไรก็ขึ้นอยู่กับว่าเด็กเป็ชายหรือหญิง หากเป็ชายไม่ว่าจะเกิดกับหว่านซีหรือต่งเอ้อซื่อก็ล้วนแต่เป็ข่าวที่น่ายินดีทั้งสิ้น
ตอนนี้เป็เวลากว่าครึ่งเดือนแล้วที่ต่งเอ้อซื่อตั้งครรภ์ และทุกคนที่ควรมาเยี่ยมก็มาหมดแล้วตามปกติแล้วต่งเอ้อซื่อจะต้องให้ความสำคัญต่อการบำรุงครรภ์แต่น่าเสียดายที่นางชื่นชอบการได้เป็คนสำคัญและไม่ชอบอยู่เฉยเมื่อได้รับการยืนยันว่าตั้งครรภ์เรือนหลักก็ได้รับแขกคับคั่งมากมายเดินเข้าออกไม่หยุดหย่อนไม่ว่าจะมาชมดอกไม้หรือดื่มชากล่าวอย่างสั้นๆ คือบรรดาสตรีบรรดาศักดิ์ทั้งหลายไม่ว่าจะเป็พระชายาขององค์ชายองค์อื่นหรือฮูหยินสกุลขุนนางต่างก็มาเยี่ยมเยียนนางไม่หยุดหย่อน
หว่านซีถือนมหนึ่งถ้วย ดื่มทีละนิด ดื่มมาครึ่งวันก็ดื่มไปได้แค่ครึ่งถ้วยนางหันหน้าไปมองที่ฝนตกปรอยๆ นอกหน้าต่าง นางพูดอย่างหมดความอดทน "ข้าเกรงว่าฝนจะตกไม่หยุดในเร็วๆ นี้”
ทิงจู๋ที่ยืนอยู่ข้างๆ ยื่นชามนมให้สาวใช้ที่อยู่ถัดออกไปและนวดขาให้หว่านซีเบาๆ อย่างระมัดระวัง “นายหญิง้าอะไรอีกหรือไม่เ้าคะ”
“ไม่มีแล้ว”หว่านซีพยุงเอวตนเองเอาไว้แล้วยืนขึ้นช้าๆทารกในครรภ์ของนางตัวใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ และการเคลื่อนไหวของนางก็ช้าลงเรื่อยๆแม้นางยืนกรานที่จะเดินเล่นทุกวัน แต่ยิ่งนานก็ยิ่งลำบากมากขึ้น
เมื่อเห็นความไม่สบายตัวของหว่านซี อิ้นถังก็รู้สึกเป็ทุกข์ตามไปด้วยเขามักจะรวบรวมตำรับยาบำรุงที่เป็ประโยชน์ต่อสตรีมีครรภ์และให้ทิงฉินกับคนอื่นๆทำเป็อาหารบำรุงหว่านซีอย่างต่อเนื่อง แต่ถึงแม้ว่าจะบำรุงมากเพียงใดก็ได้ผลลัพธ์เพียงน้อยนิด
หว่านซีที่ต้องอดทนกินอาหารวันละหลายมื้อ เมื่อประกอบกับความไม่สบายกาย อารมณ์ของนางจึงแย่ลงเรื่อยๆ
หลังจากตั้งครรภ์ อารมณ์ของสตรีก็จะเริ่มผันผวนหว่านซีเองพยายามระงับอารมณ์ขุ่นเคืองทุกครั้งที่รู้ตัวแต่ั้แ่ต่งเอ้อซื่อตั้งครรภ์คนในเรือนหลังก็พลุ่งพล่านไปมามากขึ้นยิ่งทำให้นางรู้สึกหวั่นไหวกลัวว่าทุกอย่างจะเป็ไปตามที่เคยเป็ในชาติก่อนในใจกังวลเกี่ยวกับเื่ของอิ้นถัง ทว่าไม่รู้จะทำอย่างไรต่อไปดียิ่งคิดนางยิ่งไม่สามารถทนเห็นท่าทางนิ่งเฉยของเขาได้ทำให้ทุกครั้งที่เห็นเขานางก็รู้สึกโมโหทุกครั้งที่รู้สึกกดดันก็เอ่ยปากอย่างไม่ยับยั้งชั่งใจหรือประชดประชันอยู่เสมอ
โชคดีที่อิ้นถังรู้ว่าการมีอารมณ์ร้ายคือปฏิกิริยาทั่วไปของหญิงตั้งครรภ์และไม่ใส่ใจเื่นี้ทั้งยังเกลี้ยกล่อมนางอย่างอดทน ทำให้หว่านซีรู้สึกละอายใจทุกครั้งแต่ก็ไม่สามารถหยุดตัวเองได้เสียที
นางพูดบางอย่างไม่ได้ ทั้งยังไม่สามารถเก็บทุกอย่างไว้ในใจได้เช่นกันยังดีที่อิ้นถังไม่ถือสามิเช่นนั้นบรรดาบ่าวรับใช้ในเรือนชิงอี้คงต้องกังวลว่านายของพวกเขาจะเสียความโปรดปรานเร็วๆนี้แล้ว
“นายหญิงให้ข้าหาหนังสือมาให้ท่านอ่านแก้เบื่อดีหรือไม่เ้าคะ”
“เอาสิ”หว่านซีพยักหน้าระงับความหงุดหงิดที่อธิบายไม่ได้ในใจของนาง
หนังสือในเรือนของหว่านซีล้วนส่งมาจากอิ้นถังล้วนแต่หลากหลายแปลกใหม่น่าสนใจทั้งนั้น ทว่า่หลังหว่านซีอารมณ์ไม่ค่อยดีจึงไม่ได้หยิบมาอ่านบ่อยนัก
ในห้องหนังสือ อิ้นถังมองอิ้นเอ๋อที่กำลังกินขนมอบจานแล้วจานเล่าพลางส่ายศีรษะ
นับั้แ่ที่เขาและอิ้นซื่อกลายเป็คนแปลกหน้าอิ้นถังก็มุ่งความสนใจไปที่การค้าของตนเอง เบื้องหน้าดูเหมือนว่าเขาจะไม่สนใจเื่ความขัดแย้งในอดีตแต่ที่จริงแล้วเขาไม่เปิดโอกาสให้ใครเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยได้อีกง่ายๆ
รัชทายาทไร้ความสามารถ บรรดาองค์ชายต่างก็เคลื่อนไหวอย่างลับๆทุกอย่างดูกำลังใกล้ถึงจุดแตกหักแต่เขาก็รู้ดีว่าการเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ไม่ใช่เื่ที่จะทำได้ในชั่วข้ามคืนและไม่ว่าอนาคตจะเป็อย่างไร เขาก็ต้องมีความสามารถที่จะปกป้องตัวเอง
ว่ากันว่ามีเงินจะปลุกผีขึ้นมาโม่แป้งให้ก็ยังได้[1] ทว่าตะปูเก่าถอนออกแล้ว ตอกตะปูใหม่ลงไปก็เป็เื่ยาก[2] หาก้าวางคนใหม่ลงไปแทนก็จะต้องวางแผนให้ดี
“พี่เก้าท่านวางใจให้ข้าจัดการการค้านี้จริงหรือ” อิ้นเอ๋อเช็ดปากก่อนเอ่ยถามอย่างกังวล
"ไม่มีอะไรยุ่งยากเสียหน่อย เ้าแค่รอรับเงินไปสำหรับคนก่อนหน้านี้ที่อยู่ภายใต้คำสั่งของพี่แปด เ้าก็ไม่ต้องไปยุ่งกับคนพวกนั้น"อิ้นถังเงยหน้าขึ้นจากบัญชีพลางพูดเตือน
สำหรับอิ้นเอ๋อนั้น อิ้นถังเห็นเขาเป็น้องชายแท้ๆพวกเขาสองคนเติบโตมาด้วยกันั้แ่ยังเล็ก อิ้นเอ๋อคอยช่วยเหลือเขามาตลอดนอกจากจะพาอิ้นเอ๋อออกไปหาเงิน แล้วยังจะพาเขาไปทำอะไรได้อีกเล่า!
“พี่เก้าตัดสินใจเื่พี่แปดแล้วจริงๆ หรือ” แม้ว่าอิ้นเอ๋อจะดูเหมือนเป็คนหุนหันพลันแล่นและโง่เขลาแต่จริงๆ แล้วเขารู้ดีกว่าใครว่า สำหรับตำแหน่งนั้นแล้วไม่ว่าจะมีหรือไม่มีคำพูดของมารดา อิ้นเอ๋อก็ไม่คิดที่จะแย่งชิงมันั้แ่ต้น
ที่เขาเข้ามามีส่วนร่วมในปัญหาของอิ้นถัง ก็เพราะว่าอิ้นถังจริงใจต่อเขาส่วนเื่พี่แปด เขาไม่อาจออกปากวิพากษ์วิจารณ์เพียงอยากจะพูดว่าพี่แปดนั้นภาพลักษณ์ดีมากมากเสียจนผู้คนต่างไม่อาจแยกออกได้ว่าดีจริงหรือแค่แสร้งกระทำ
"ไม่ต้องห่วง! ข้าไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวอีกแล้วแต่อย่างน้อยก็ยังพอจับปลาในน้ำขุ่น[3]ได้"อิ้นถังพูดอย่างจริงจัง
"เช่นนั้นก็ดี"อิ้นเอ๋อพยักหน้าอย่างจริงจัง
พูดตามตรงแล้วพี่น้องในราชวงศ์หากไม่เข้าแย่งชิงอำนาจก็ยังพออยู่ร่วมกันอย่างอิสระได้แต่เงื่อนไขในการทำเช่นนั้น พวกเขาแต่ละคนต้องมีความสามารถในการปกป้องตัวเอง
"เอาล่ะ รอเรือกลับมา ข้าจะเรียกหาเ้าและพี่ห้าอีกครั้ง"เห็นเขาเป็เช่นนี้อิ้นถังก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยเตือน "ข้าทางนี้ไม่เป็ไร เ้านั่นล่ะที่ต้องระวังตัวให้ดี สกุลหนิวกู่ลู่ไม่ได้เรียบง่ายเหมือนที่เ้าคิด”
"พี่เก้าอย่ากังวล!พวกนั้นไม่สนความคิดของพวกเราอยู่แล้ว"อิ้นเอ๋อก็จับตาดูการกระทำของสกุลหนิวกู่ลู่ซึ่งเป็ตระกูลฝั่งมารดาของตนเองอยู่ตลอดเช่นกัน
“รู้เช่นนั้นก็ดี"
อิ้นถังพักกินอาหารกลางวันกับอิ้นเอ๋อ สองพี่น้องคุยกันครู่หนึ่งก่อนที่อิ้นถังจะส่งเขาออกจากจวนและเดินกลับไปยังเรือนชั้นในเดิมอิ้นถัง้าไปเยี่ยมต่งเอ้อซื่อแต่ระหว่างทางกลับเห็นสตรีหลายคนเดินเข้าออกเรือนหลักตลอดเวลาคิ้วของอิ้นถังพลันขมวดแน่น ก่อนจะหันหลังกลับไปที่เรือนชิงอี้
สำหรับต่งเอ้อซื่อ แม้ว่าอิ้นถังจะไม่มีความรักระหว่างชายและหญิงให้นางทว่าเขาก็ยังให้ความเคารพหญิงงามฐานะชายาเอก แต่ตอนนี้ทุกการเคลื่อนไหวของต่งเอ้อซื่อกำลังท้าทายความอดทนของเขา
การตั้งครรภ์เป็เื่น่ายินดีและควรแก่การเฉลิมฉลองแต่นี่ก็ผ่านมากว่าครึ่งเดือนแล้ว แต่ยังคงมีผู้คนไปมาหาสู่ไม่ขาดสายทำให้อดที่จะกังวลไม่ได้ เขาเองไม่้าทำให้เื่บานปลายเกินไปจึงทำได้เพียงให้หลินชูจิ่วส่งข่าวบอกทุกคนว่าั้แ่พรุ่งนี้เป็ต้นไป จวนองค์ชายเก้าจะปิดประตูไม่ต้อนรับแขก
หว่านซีเห็นอิ้นถังเดินเข้ามาด้วยใบหน้าที่มืดมน ก็คิดว่าเขาโกรธที่เมื่อวานนางเอ่ยวาจารุนแรงไปเล็กน้อยนางหลุบตามองไปที่ฝ่ามือใหญ่ของชายหนุ่ม เห็นรอยฟันจางๆ ยังคงปรากฏอยู่บนนั้นสีหน้าของนางพลันฉายแววรู้สึกผิดขึ้นมาทันที
“องค์ชาย..."
อิ้นถังเงยหน้าขึ้นและมองไปยังสตรีที่กำลังทำท่าเหมือนพยายามจะออดอ้อนก่อนััได้ถึงความสิ้นหวังของนาง จึงยื่นมือขึ้นลูบใบหน้านวลเนียนแ่เบากล่าวพลางหัวเราะ “ว่ามาเถิด เ้าทำอะไรผิดอีกแล้ว”
หากไม่ใช่เพราะต่งเอ้อซื่อตั้งครรภ์ อิ้นถังคงไม่ยอมจบเื่นี้ง่ายๆ เป็แน่
หว่านซีจับฝ่ามือใหญ่ของอิ้นถัง จ้องมองที่รอยฟันบนมือของเขาด้วยแววตาอึดอัดใจน้ำเสียงนั้นฉายแววประจบ "ไม่นะเพคะ หม่อมฉันเชื่อฟังมาตลอด เพียงแค่...”
"แค่อะไร..." อิ้นถังมองหว่านซีที่กำลังหวาดวิตกด้วยแววตาขบขันเขาเดาความรู้สึกผิดของนางออกั้แ่ที่เห็นว่านางจ้องมือเขาแล้ว
นับั้แ่หว่านซีตั้งครรภ์เขามักจะปรึกษาหมอหลวงเพื่อทำความเข้าใจสภาวะอารมณ์ของหญิงตั้งครรภ์ดังนั้นเขาจึงรู้สาเหตุที่ทำให้หว่านซีมีอารมณ์ผันผวนเช่นนี้และเนื่องจากเขาเตรียมพร้อมมานานแล้ว แม้ว่าหว่านซีจะอวดฟันและกรงเล็บของนางแต่ในสายตาของอิ้นถังมีแต่จะทำให้นางดูน่ารักมากยิ่งขึ้น
เมื่อเห็นสีหน้าไม่สบายใจของนาง อิ้นถังก็บีบมือนางแล้วพูดด้วยรอยยิ้ม "ช่างเถอะ ข้าไม่โทษเ้า”
หว่านซีพลันใช้มือโอบใบหน้าเขาพร้อมกับพรมจูบไม่หยุด“องค์ชายดีที่สุด”
อิ้นถังมองไปที่นางผู้ซึ่งกล้าหาญมากขึ้นเรื่อยๆ ด้วยสีหน้าขบขันในใจกลับรู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้ยิ่งนานวันก็ยิ่งเอาแต่ใจ อารมณ์ก็ยิ่งรุนแรงขึ้น“ข้าจะโทษเ้าได้อย่างไรกัน”
“องค์ชายเป็นบุรุษผู้กล้าจะมาคิดเล็กคิดน้อยกับหม่อมฉันได้อย่างไร หม่อมฉันเป็นเพียงสตรีตัวเล็กๆคนหนึ่งเท่านั้น อีกอย่างในท้องหม่อมฉันก็ยังมีเจ้าตัวร้ายอยู่คนหนึ่งด้วย!”หว่านซีแอ่นท้องตนเองเล็กน้อยพร้อมกับยิ้มให้อิ้นถังอย่างมีชัยเห็นท่าทีมั่นใจเปี่ยมล้นของนางแล้ว อิ้นถังก็รวบตัวนางเข้ามาในอ้อมแขนประคองใบหน้าเล็กๆ นั้นไว้ในฝ่ามือทั้งสองข้าง ก่อนก้มลงผนึกริมฝีปากนางและกัดลงไปโดยแรง
“องค์ชายหม่อมฉันผิดไปแล้ว ยกโทษให้หม่อมฉันด้วย” นางที่ถูกปล้นลมหายใจตาพร่ามัวด้วยไอน้ำทำได้เพียงขอความเมตตาด้วยน้ำเสียงเจือสะอื้น
เห็นดวงหน้าแดงเรื่อและดวงตาชุ่มชื้นราวกับอาบน้ำค้างยามเช้าของนางแล้วอิ้นถังก็เม้มริมฝีปาก หากเขาไม่คิดสงสารเด็กในครรภ์ ก็คงลงโทษนางไปแล้วอย่างแน่นอน
"เจียวเจียว หากเ้ายังยั่วยวนข้าเช่นนี้อีกเมื่อคลอดแล้วเ้าจะทำอย่างไรต่อไป ได้คิดเอาไว้แล้วหรือยัง"พูดจบแล้วอิ้นถังก็ยื่นมือออกไปช่วยนางจัดแต่งผมและเสื้อผ้า จากนั้นจึงหยิบหนังสือที่วางอยู่ข้างๆมาเริ่มสอนหนังสือให้ลูก
หว่านซีอิงแอบบุรุษผู้นั้นด้วยแดงระเรื่อน้ำเสียงทุ้มต่ำมีเสน่ห์ชวนให้ผู้คนรู้สึกสบายใจและอบอุ่นแต่ชายคนนี้ก็คือคนที่ทำตัวไม่เหมาะสมกลางวันแสกๆแล้วยังตำหนินางว่ายั่วยวนอีกด้วย ขณะบ่นว่าเขาอยู่ในใจอย่างดุเดือดนางก็เผลอเงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่ายกลับเห็นว่าดวงตาหงส์คู่นั้นกำลังจ้องมองนางด้วยแววตาเจือความเ้าเล่ห์ริมฝีปากยกยิ้มเลือนราง ทำให้นางหยุดคิดทันควัน
คนผู้นี้ร้ายกาจนัก ใครจะสามารถซ่อนความคิดจากเขาได้อีก
"ซน" อิ้นถังเหยียดนิ้วดีดหน้าผากนวลเนียนของนางพลางส่ายศีรษะ
ที่เรือนหลักถ้วยชาในมือของต่งเอ้อซื่อตกลงพื้นทันทีที่ได้ยินอิ่นหมัวมัวรายงานนางมองอิ่นหมัวมัวด้วยสีหน้าไม่เชื่อ
“หมัวมัวรู้หรือไม่ว่าองค์ชายหมายความว่าอย่างไรกัน” นางแทบไม่เชื่อหูตัวเององค์ชายกำลังบอกให้นางปิดประตูห้ามรับแขก
นี่หมายความว่าอย่างไร
องค์ชายกลัวว่านางจะขโมยความโดดเด่นของหวันเหยียนซื่อหรือ
“พระชายาองค์ชายคงอยากให้ท่านพักผ่อนบำรุงครรภ์อย่างสบายใจเพคะ”เห็นใบหน้าซีดเผือดของต่งเอ้อซื่อแล้วอิ่นหมัวมัวอดไม่ได้ที่จะปลอบโยน
“อย่างนั้นหรือ แต่ข้าว่าเป็เพราะนางแพศยาหวันเหยียนซื่อผู้นั้นต่างหาก!”ต่งเอ้อซื่อลุกขึ้นยืนกะทันหันก่อนกรีดร้องออกมาอาจเป็เพราะนางยืนเร็วเกินไปหรือใช้อารมณ์มากเกินไป แต่เพียงชั่วครู่เดียวใบหน้าของนางก็เริ่มบิดเบี้ยวด้วยความเ็ปจนต้องงอตัวเพื่อจับท้องเอาไว้แน่น
"พระชายา!" อิ่นหมัวมัวและตงกูกูรีบตามหมอหลวงมาทันควันทั้งเรือนหลังพลันเกิดความโกลาหลวุ่นวาย
อิ้นถังได้ยินว่าต่งเอ้อซื่อเกิดเจ็บครรภ์ขึ้นมาก็ขมวดคิ้วแน่นเอ่ยปลอบใจหว่านซีอยู่สองสามคำก่อนจะพาหลินชูจิ่วไปยังเรือนหลักอย่างรวดเร็ว
"นางเป็อย่างไรบ้าง" เมื่อเดินไปได้ครึ่งทางก็พบกับหมอหลวงอิ้นถังจึงโบกมือให้ข้ามพิธีการและเอ่ยถามโดยตรง
“ทูลองค์ชาย เด็กในครรภ์ปลอดภัยแล้ว แต่ว่าครรภ์ของพระชายายังไม่มั่นคงประกอบกับร่างกายที่เหนื่อยล้าจึงต้องใส่ใจกับการพักผ่อนให้มากๆ พ่ะย่ะค่ะ” หมอหลวงตอบพร้อมค้อมกายคำนับ
อิ้นถังสีหน้ามืดทะมึน เขาสั่งให้หลินชูจิ่วส่งหมอหลวงออกไปในขณะที่ตนเองเดินไปที่เรือนหลักก่อนเข้าไปยังห้องด้านในทอดสายตาดูต่งเอ้อซื่อที่นอนหลับไปแล้วด้วยสีหน้าซีดเซียว ไม่เพียงไม่รู้สึกสงสารแต่ยังเต็มไปด้วยความเบื่อหน่าย
สตรีตั้งครรภ์เหมือนกัน หวันเหยียนซื่อสามารถสงบสติอารมณ์เพื่อเลี้ยงลูกในครรภ์ได้แต่ต่งเอ้อซื่อไม่สนใจทารกในครรภ์ของนาง ยังลุกขึ้นมาแต่งกายสวยหรูทำโน่นทำนี่ทรมานร่างกายจนกระทบครรภ์เพียงเพื่อความสุขชั่วขณะไม่มีหัวใจของความเป็แม่เลยสักนิด
อิ้นถังยืนอยู่หน้าเตียง มือทั้งคู่ไพล่หลังพลางมองไปยังอิ่นหมัวมัวและตงกูกูด้วยสายตาเยือกเย็นเจือแววสังหารทำให้อิ่นหมัวมัวและตงกูกูที่ตื่นตระหนกอยู่แล้วใกลัวมากยิ่งขึ้น
“เกิดอะไรขึ้น"
อิ่นหมัวมัวและตงกูกูอยากช่วยต่งเอ้อซื่อปกปิดจริงๆทว่าอิ้นถังกลับแผ่รังสีน่าหวาดหวั่นเกินไปต่างพากันลังเลเล็กน้อยก่อนที่จะเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ก่อนจะพูดพวกนางเปลี่ยนแปลงคำพูดเล็กน้อยให้มันกลายเป็อุบัติเหตุมากกว่าการกระทำของต่งเอ้อซื่อเอง
"ดี ดีจริงๆ แค่เื่แบบนี้ก็ทำให้วุ่นวายใหญ่โตช่างเหนือความคาดหมายของข้าเสียจริงๆ" อิ้นถังหัวเราะเสียงเย็นเขาสั่งให้หลินชู่จิ่วปิดเรือนหลักทันทีและบอกให้ต่งเอ้อซื่อดูแลครรภ์ให้ดีก่อนจะเดินออกไป
สตรีคนอื่นที่เหลือไม่รู้เหตุผลที่แท้จริงพวกนางคิดแต่เพียงว่าที่อิ้นถังทำเช่นนี้เพราะให้ความสำคัญกับบุตรในครรภ์ของต่งเอ้อซื่อสร้างความริษยาให้ทุกคนเป็อย่างมากไม่รู้ว่ามีผ้าเช็ดหน้าที่ถูกฉีกทิ้งเพราะความคับแค้นใจไปกี่ผืน
[1] สำนวนมีความหมายว่า เพียงแค่มีเงิน จะทำอะไรก็เป็ไปได้ทั้งนั้น
[2] เปรียบเทียบว่า เปลี่ยนคนที่ทำงานอยู่นานแล้วเป็คนใหม่ถือเป็เื่ยากเพราะคนที่อยู่เดิมมักจะมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับคนอื่นๆและมีข้อมูลความรู้เกี่ยวกับเื่ที่ตนเองทำอยู่เป็อย่างดี
[3] ฉวยโอกาสใน่ที่ชุลมุน