ตอนที่ 16 ผลการเรียนตัดสินที่นั่ง
เวลาแต่ละวันผ่านไปอย่างรวดเร็ว…
ฤดูใบไม้ร่วงผ่านพ้นไปแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัวแปรเปลี่ยนเป็ฤดูหนาวที่นำพาความหนาวเย็นมาสู่ทั่วทุกซอกมุม ท้องฟ้าที่อยู่นอกหน้าต่างดูมืดครึ้มลมตะวันตกเฉียงเหนือพัดวูบผ่านกิ่งไม้ที่ใบร่วงโรยจนโล่งเกลี้ยงเกิดเป็เสียงหวีดหวิวพัดให้ต้นไม้ใหญ่น้อยไหวเอนเป็เสียงแซ่กๆ อยู่ท่ามกลางลมหนาว
ลมหนาวจากด้านนอกเบียดแทรกผ่านเข้ามาตามร่องประตูหน้าต่างไม่หยุดแช่แข็งเด็กหนุ่มที่อยู่ใต้ผ้าห่มให้ยิ่งหดตัวเข้าไปข้างในมากขึ้น
ผ่านไปสักพัก เจียงฉือก็ฝืนใจมุดออกมาจากกองผ้าห่มอย่างยากลำบากเขาหยิบเสื้อผ้าที่พอจะต้านทานความหนาวได้ขึ้นมาสวมเกือบทั้งหมด ใบหน้าหล่อดูดีถูกผ้าพันคอพันรอบจนเหลือให้เห็นแค่ดวงตากระจ่างใสคู่หนึ่งนิ้วมือเรียวยาวซุกไว้ในกระเป๋าเสื้อ หลังจากที่ทักทายปู่เสร็จก็เดินมุ่งหน้าไปโรงเรียน
แต่เพราะว่าสวมเสื้อผ้าเยอะชั้นเกินไปจึงทำให้เจียงฉือรู้สึกหนักเล็กน้อย บวกกับที่ตนกำลังเดินอยู่ จึงหอบแฮ่กๆ อย่างเหนื่อยอ่อนเขารั้งผ้าพันคอลงเพื่อสูดอากาศบริสุทธิ์เข้าปอด
ภาพที่กู้ชวนเห็นไกลๆ จากฝั่งตรงข้ามก็คือเด็กชายนั้นสวมเสื้อแจ็กเก็ตกันลมบุฝ้ายสีขาวราวหิมะ ใบหน้าขาวใสถูกลมพัดจนแดงไปหมดมือทั้งสองข้างเท้าเอวพลางสูดลมหายใจเฮือกใหญ่ ดูน่ารักเป็อย่างมาก
“เหนื่อยมากเลยเหรอ” กู้ชวนเดินเข้ามาใกล้ก่อนจะหยุดอยู่ตรงหน้าเจียงฉือ แล้วถามขึ้นอย่างอ่อนโยน ่นี้ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองคนดีมากมีบ่อยครั้งที่กู้ชวนนั้นยิ้มให้เจียงฉือ ความเ็าที่แผ่ออกมาจากร่างก็ลดน้อยลงพอสมควร
“กู้ชวน”
เจียงฉือได้ยินเสียงกู้ชวนก็เงยหน้าขึ้นมาและร้องเรียกชื่อเขาอย่างดีใจ
แต่ในวินาทีต่อมาที่เห็นว่าเด็กหนุ่มสวมเพียงเสื้อโค้ทสีดำเจียงฉือก็อดที่จะขมวดคิ้วไม่ได้
“นายไม่หนาวเหรอ กู้ชวน” เขาเอ่ยถามอย่างเป็ห่วง
ไม่ทันที่เด็กหนุ่มจะตอบ เจียงฉือก็ถอดผ้าพันคอของตัวเองออกเขย่งปลายเท้า แล้วค่อยๆ พันมันให้กับกู้ชวนที่สูงกว่าตนเองกว่าครึ่ง่หัวอย่างนุ่มนวลโดยที่เขานั้นไม่รู้เลยว่า เสื้อคลุมที่อยู่บนตัวของกู้ชวนนั้นอุ่นกว่าของเขาไม่รู้ตั้งกี่เท่า
“ไปกันเถอะ” เจียงฉือผงกศีรษะอย่างพึงพอใจ จากนั้นก็รูดซิปเสื้อของตัวเองขึ้นแล้วเดินมุ่งหน้าไปยังประตูโรงเรียน
กลิ่นสบู่ที่คุ้นเคยลอยฟุ้งราวกับได้ย้อนกลับไปในรุ่งเช้าวันนั้น กู้ชวนมองดูแผ่นหลังเพรียวบางที่อยู่ตรงหน้าด้วยสายตาลึกซึ้งขึ้นก่อนจะเดินตามไปช้าๆ…
ทั้งสองคนมาถึงเช้ามาก ในบริเวณโรงเรียนเงียบสงัดแม้แต่ในชั้นเรียนก็ยังมีคนไม่มากนัก
“เจียงฉือ มานี่เร็ว ฉันมีเื่จะคุยด้วย”เจียงฉือเพิ่งจะก้าวเท้าผ่านประตูห้องก็เห็นหวังฉิงโบกมือให้ตน
ตอนนี้หวังฉิงหลุดพ้นออกมาจากเงามืดของเื่ราวครั้งนั้นได้แล้วเจียงฉือเองก็ได้เล่าเื่ที่เห็นในตรอกให้เธอฟังแล้วเช่นกัน บวกกับครั้งก่อนที่สาวผมแดงคนนั้นบอกเธอว่าสวี่กู้ทำเื่ล้อเล่นแบบนี้กับผู้หญิงมาหลายคนแล้ว ในที่สุดหวังฉิงก็ได้รู้ว่า ที่แท้แล้วสวี่กู้ก็เป็เพียงคนหน้าไหว้หลังหลอกคนหนึ่ง
ด้วยเหตุนี้ ั้แ่นั้นมาสวี่กู้ก็ถูกหวังฉิงขึ้นบัญชีดำว่าเป็ผู้ชายสารเลวจนถึงขนาดที่ว่าทุกครั้งที่เห็นสวี่กู้ หวังฉิงก็จะลากเจียงฉืออ้อมไปทางอื่นแทน และแม้ว่าเธอจะเป็คนที่ี้เีทำการบ้านที่สุดแต่เมื่อเห็นสวี่กู้ เธอก็จะดึงเจียงฉือไปถามคำถามทันที
เจียงฉือนั้นพอเห็นว่าหวังฉิงเป็เช่นนี้อยู่เสมอๆก็ขำจนท้องคัด
ท้องแข็ง และพูดกับเธอว่า “เธอเปลี่ยนปุบปับแบบนี้มันชัดเจนเกินไปแล้วนะ!” จากนั้นหวังฉิงก็เอ่ยกับเขาอย่างโกรธแค้นเต็มอกว่า“สาวน้อยอย่างฉันน่ะเกลียดผู้ชายเลวๆ ที่สุดเลย ยิ่งไม่ต้องพูดถึงผู้ชายที่นอกจากเลวแล้วยังเป็คนหน้าไหว้หลังหลอกแบบเขา!”
…
เจียงฉือเห็นเธอมองตนด้วยสีหน้าเป็กังวลก็เลยนั่งประจำที่และส่งสัญญาณให้เธอพูดต่อ
“นายไม่มีมือถือก็เลยไม่รู้ละสิว่า เมื่อวานครูประจำชั้นบอกในกลุ่มว่าสองอาทิตย์หลังจากนี้จะมีการจัดการสอบร่วมสามโรงเรียน จากนั้นก็มีการประเมิน โรงเรียนไหนชนะก็จะได้รับเงินบริจาคของสวี่กรุ๊ปดังนั้นเพื่อเป็การจูงใจนักเรียน พวกครูก็เลยตัดสินใจว่าจะให้นักเรียนที่สอบได้คะแนนดีมีสิทธิ์ในการเลือกเพื่อนร่วมโต๊ะดูท่าทางพวกเราคงไม่ได้นั่งโต๊ะเดียวกันแล้วละ” หวังฉิงพูดอย่างกลัดกลุ้ม
เจียงฉือที่ตั้งใจฟังอย่างละเอียดจนจบก็อดไม่ได้ที่จะอยากปรบมือให้กำลังใจแด่เหล่าคู่รักที่ต้องทนรับความทุกข์ทรมานจากความคิดถึงในทุกๆวันพวกนั้น
หลังจากนั้น หวังฉิงยังเตือนเขาด้วยสีหน้าเป็ห่วงเป็ใยอีกว่า
“อีกอย่าง ผลการเรียนของสวี่กู้นั้น นายเองก็รู้…”
ได้ฟังคำพูดของหวังฉิงเจียงฉือก็ทำหน้างงผลการเรียนของเขาดีแล้วเกี่ยวอะไรกับตนกัน
หวังฉิงมองเขาที่ไม่รู้เื่อะไรเลยแล้วอธิบาย “จากประสบการณ์ที่ฉันอ่านนิยายบอยเลิฟมานานมาก บวกกับที่ฉันแอบสังเกตมาสักพักใหญ่ๆสวี่กู้…อาจจะ…สนใจนาย ฉันรู้ว่านายอาจจะทำใจยอมรับไม่ได้แต่ว่า…เอ่อ…ความรักน่ะไม่มีแบ่งเพศหรอกนะ”
“จะเป็ไปได้ยังไง!”เจียงฉือได้ฟังคำพูดจับคู่ผิดฝาผิดตัวของหวังฉิงก็โบกมือเป็ระวิง รีบปฏิเสธทันทีสายตาชำเลืองมองไปทางเด็กหนุ่มที่อยู่มุมห้องอย่างหวาดหวั่น เมื่อเห็นกู้ชวนยังหลับอยู่ก็วางใจลง
“พวกเธอกำลังคุยเื่อะไรกันอยู่เหรอ ดูน่าสนุกจัง”เด็กหนุ่มชุดขาวที่พกพารอยยิ้มมาจากหน้าประตูเดินเข้ามาหาทั้งคู่ ก่อนจะขัดจังหวะการสนทนาของทั้งสองคน
พอเจียงฉือกับหวังฉิงเห็นดังนั้นก็ปิดปากทันทีก่อนจะก้มหน้าก้มตาทำการบ้านของแต่ละคนไป สวี่กู้เห็นทั้งสองคนเมินตนเองก็ไม่ได้โกรธอะไรเขาเคาะโต๊ะของเด็กหนุ่มแล้วเอ่ยหยอกล้อว่า “ยินดีต้อนรับนายกำลังจะกลายมาเป็เพื่อนร่วมโต๊ะคนใหม่ของฉัน!”
เจียงฉือได้ฟังคำพูดของเขามือที่กำลังเขียนหนังสืออยู่ก็ชะงักไปทันที หัวคิ้วขมวดกันแน่น สวี่กู้เก็บปฏิกิริยาทั้งหมดของเด็กหนุ่มเอาไว้ด้วยสายตาก่อนที่เขาก็กลับไปยังที่นั่งของตนเองอย่างพึงพอใจ
ทว่าบทสนทนาเมื่อครู่นี้ก็อยู่ในหูของกู้ชวนทั้งหมดโดยไม่ขาดไปแม้แต่นิดเดียวชายหนุ่มที่เดิมทีหลับอยู่นั้นลืมตาขึ้น ความเ็าในสายตาของเขาคมปลาบราวกับใบมีด…
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/2950e7d742c903d7a687d9b0ce2dfde8