เวลานี้ฉินเฉากำลังเข้าสู่ห้วงนิทรา ในฝันนั้นค่อนข้างสับสนเล็กน้อย เขาเห็นตัวเองสวมใส่ชุดดำทั้งตัว ผู้คนรอบข้างมองเขาด้วยสายตาไม่เป็มิตร ในมือ
ถือกระดิ่งแปลก ๆ ก่อนที่เขาจะได้มีโอกาสปล่อยกระดิ่งไป กระบี่ที่ดูล้ำค่าก็หล่นลงมาจากฟากฟ้า แทงทะลุเข้าไปในร่างของเขา
ทันใดนั้นเสียงก่นด่าสาปแช่งก็ดังกึกก้องไปทั้งท้องฟ้า
“หนอยยยย∼∼ไอ้เด็กเวร ถ้าแกยังไม่ยอมจ่ายค่าเช่าเดี๋ยวนี้นะ ฉันจะจับแกโยนออกนอกห้อง” จากนั้น ฉินเฉา ก็เห็นเถ้าแก่เ้าของห้องเช่า วันนี้เขาแต่งกายเข้ามาทวงค่าห้องด้วยสภาพน่าอุจาดตาอย่างที่สุด เขาสวมใส่เพียงเสื้อกล้ามกับกางเกงบ็อกเซอร์เท่านั้น ส่วนในมือ ถือเครื่องดูดฝุ่น กำลังแหวกฝูงคนเข้ามาหาเขา
“มาทวงอะไรวันนี้นะเถ้าแก่ ค่าเช่าของผมมันถึงกำหนดพรุ่งนี้!” ฉินเฉา ะโออกไปด้วยน้ำเสียงกล้า ๆ กลัว ๆ หลังจากนั้นก็รีบทะลึ่งตัวลุกขึ้นนั่ง แล้วในตอนนั้นเองเขาก็พบว่าตนเองไม่ได้อยู่ในห้องอพาร์ทเมนท์ของตัวเอง
แต่ตอนนี้เขานอนอยู่บนเตียงที่ส่งเสียงดังเอี๊ยดอ๊าด ภายในห้องพยาบาล
“เดี๋ยวนะ นี่เรามาอยู่ในโรงพยาบาลได้ยังไง?” ฉินเฉาคิดถึงเหตุการณ์เมื่อคืน เวลานั้นเขาเสมือนกับฮีโร่ผู้ยิ่งใหญ่ก็ไม่ปาน เขายกมือขึ้นมาลูบๆ คลำๆ บริเวณศีรษะของตัวเอง ซึ่งปัจจุบันถูกพันด้วยผ้าพันแผลบาง ๆ จนกระทั่งมือเ้ากรรมเผลอไปแตะตรงแผลเข้าอย่างจัง โอ้ยย! อู้ยยย∼ เขาส่งเสียงครางร้องออกมาด้วยความเ็ป
“ร้องทำไม? หัวของคุณมีเขางอกออกมาหรือไง?” ข้างหน้าของฉินเฉา มีพยาบาลสาวใหญ่ยืนอยู่อายุอานามน่าจะมากกว่า 40 ปี กำลังจ้องมองเขาแล้วก็พูดขึ้นว่า “หัวของคุณไม่ได้เป็อะไรมากมาย พรุ่งนี้ก็อย่าลืมกลับมาเปลี่ยนผ้าพันแผลด้วยล่ะ! ช่วยรีบ ๆ ลงไปจ่ายค่ารักษาข้างล่างได้แล้ว เอ้า...นี่บิลของคุณ”
หลังจากพยาบาลสาวรุ่นเดอะพูดจบ คุณเธอก็วางบิลไว้บนเตียงของฉินเฉา เขารีบหยิบบิลมาดูค่าเสียหายที่ตนเองต้องจ่าย ยอดรวมทั้งหมดมากกว่า 2000 หยวน!
“บ้าไปแล้ว มันต้องมีอะไรผิดพลาดแน่ ๆ!” ฉินเฉาไม่ได้มีเงินมากมายขนาดนั้น เขารีบวางบิลค่ารักษาพยาบาลลงทันที พร้อมกับร้องะโขึ้นว่า “อะไรของพวกคุณกันเนี่ย ผมแค่ถูกตีหัวแตกไม่เห็นจำเป็ต้องอุลตร้าซง อัลตราซาวด์เลยนี่หว่า! นี่พวกคุณคิดจะขูดเืขูดเนื้อผมใช่ไหม!?”
พยาบาลรุ่นเดอะกลอกตาบนยังเบื่อหน่าย หลังจากนั้นคุณเธอก็พูดว่า “แผลของคุณอาจเกิดผลกระทบอื่น ๆ ที่อาจส่งผลถึงต่อมลูกหมากของคุณได้ ดังนั้นเราจึงต้องตรวจเพื่อความปลอดภัยของคุณ! เอาล่ะ...ทีนี้ก็รีบ ๆ ไปจ่ายค่ารักษาได้แล้ว!”
“ไม่มีเงิน!” ฉินเฉาแอบคิดในใจว่า ‘เงินมากขนาดนี้เราจะมีจ่ายได้ยังไงฟร่ะ แถมตังค์ในกระเป๋าก็มีน้อยกว่า 100 เหรียญ มาดูกันว่าพวกคุณจะทำยังไง’
“หืมมม ไม่มีเงิน? ฉันรู้ล้ะ! ที่แท้ก็แค่พวกกระจอกไร้เงิน!” พยาบาลรุ่นเดอะเท้าสะเอวตวาดเสียงแว้ด ๆ ใส่เขาด้วยความโกรธ “ฉันเห็นพวกกระจอกอย่างคุณมานักต่อนักแล้ว ตกงาน ไร้อาชีพ มาจากบ้านนอก จนกรอบ ไม่มีที่พักเป็หลักเป็แหล่ง ไม่มีแฟน แม้แต่ค่ารักษาพยาบาลก็ยังไม่มีจ่าย ฉันจะบอกให้นะ สภาพของคุณก็ไม่ต่างจากพวกขอทาน ที่กราบกรานขอเศษเงินอยู่ริมถนน! ถ้าคุณไม่จ่ายค่ารักษาวันนี้ อย่าคิดว่าจะเดินออกจากประตูโรงพยาบาลนี้ได้เลย!”
“คุณ!” คำพูดดูถูกเหยียดหยามทำให้ ฉินเฉา สั่นสะท้านไปทั้งร่างด้วยความโกรธ ‘อีป้าปากสุนัข แก่จนจะลงโรงอยู่แล้ว ยังปากดีขนาดนี้อีก สงสัยเข้าวัยทองเมนส์ไม่มาหรือไงวะ คำพูดคำจาแต่ละคำเหมือนหมาหลุดออกมาจากปาก’ ยิ่งกว่านั้นโรงพยาบาลนี้ขูดเืขูดเนื้อจากคนไข้ชัด ๆ ถ้าคนไข้ไม่มีเงินจ่ายค่ารักษา พวกเขาก็จะไม่ยอมให้ออกไปไหน
ขณะพยาบาลรุ่นเดอะ กำลังจับจ้องเขาราวกับจะกินเืกินเนื้ออยู่นั้น ฉับพลันสาวสวยที่มีความงามระดับล้มเมืองก็เดินเข้ามา เสียงที่เคยดังโหวกเหวกอยู่ภายในห้องคนไข้ เงียบกริบลงทันที คนไข้ที่กำลังดื่มน้ำเมื่อเห็นสาวสวยเดินเข้ามา ถึงกับตกตะลึงจนแก้วน้ำตกลงบนเตียง สายตายังคงจับจ้องไปที่สาวงาม โดยไม่สนใจแม้แต่น้อยว่าน้ำจะกระจายหกเลอะเทอะบนเตียง
“ที่รัก ไม่ต้องเป็ห่วงค่ารักษานะคะ เดี๋ยวฉันจะจ่ายให้เอง” จากนั้นสาวสวยก็คว้าบิลจากมือของฉินเฉา กวาดสายตามองไปรอบ ๆ พร้อมกับขมวดคิ้วแล้วพูดว่า “หืม...ที่นี่สกปรกมาก ไม่มีระเบียบ เราไปที่แผนกดูแลความเรียบร้อยกันเถอะ”
พยาบาลรุ่นเดอะปากสุนัขก็ยังอดอึ้งตะลึงไปด้วยไม่ได้ และแล้วสาวสวยก็เดินจากไป ทิ้งไว้แต่ห้องที่เต็มไปด้วยคนโง่
ฉินเฉาเห็นทุกอย่างอย่างชัดเจน ก่อนจะออกจากห้องไปสาวสวยแอบขยิบตาให้กับเขา
ทันใดนั้นหัวใจของฉินเฉาก็รู้สึกอบอุ่น สิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดทำให้เขาอดยิ้มขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ แม่สาวพราวเสน่ห์ผู้มีนามว่า ซูจีคนนี้ช่างมีความสามารถทำให้คนหลงเสน่ห์เธอเสียจริง ๆ
สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้พยาบาลรุ่นเดอะ รู้สึกเจ็บใจอยู่ไม่น้อยแต่ก็ไม่อาจทำอะไรได้ ไม่นานนักซูจีก็กลับมานั่งลงข้าง ๆ เตียงของฉินเฉา จากนั้นก็เริ่มบรรจงปอกเปลือกแอปเปิล
“เงินที่คุณออกให้ก่อน ผมจะคืนให้…” ในที่สุดฉินเฉาก็เอ่ยปากพูด หลังจากจ้องสาวสวยอยู่นาน
“สหาย ฉินเฉา!” ซูจี จ้องมองเขาเขม็ง จากนั้นก็วางแอปเปิลที่หั่นออกมาหนึ่งชิ้นยัดใส่มือของเขา “คุณาเ็จากการต่อสู้ องค์กรพึงพอใจกับผลงานของคุณมาก ฉะนั้นเราจึงจ่ายค่ารักษาให้กับคุณ เราจะปล่อยให้คุณจ่ายค่ารักษาได้ยังไง?”
“เดี๋ยว…ผมรับไม่ได้หรอก แต่ผมจะขอจ่ายคืนทีหลังแล้วกันนะ” อันที่จริงเงิน 2000 หยวน ไม่ใช่เงินน้อย ๆ สำหรับเขาเลย แต่เพราะเขาเป็ลูกผู้ชายคนหนึ่ง จะยอมปล่อยให้ผู้หญิงมาจ่ายค่ารักษาให้กับเขาได้ยังไง เสียฟอร์มตายห่ากันพอดี
“คุณนี่มันช่างดื้อเสียจริง ๆ เอาอย่างนั้นก็ได้ ให้คุณรวยก่อนแล้วค่อยเอาเงินมาคืนฉันก็แล้วกัน” เธอมองฉินเฉาด้วยสายตาซับซ้อน จากนั้นก็ฉีกยิ้มกว้างให้กับเขา “อื้ม...จริงสิ เห็นหมอบอกว่าหัวคุณไม่มีอะไรผิดปกติ คุณสามารถออกจากโรงพยาบาลได้เลย อีกอย่างฉันได้ยินพยาบาลคนเมื่อกี้พูดว่า คุณไม่มีงานทำอยู่ใช่ไหม โชคดีที่พี่สาวของฉันเป็ผู้อำนวยการโรงเรียนกวงหยวน ฉันจะบอกเธอให้หางานให้คุณ แล้วคุณก็ไปทำงานกับพี่ของฉัน ตกลงมั้ย?”
“หืม...ไม่เอา ไม่เอา ผมหางานเองได้…” ฉินเฉารู้สึกอายเล็กน้อย หลังจากช่วยเหลือซูจีจากเหล่าอันธพาลจนได้รับาเ็ เธอก็ตอบแทนเขาด้วยการช่วยจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้ ถึงเขาจะพูดปากแข็งกับเธอไปว่าจะหาเงินมาใช้ แต่อันที่จริงแล้วเขาคงไม่มีปัญญาหาเงินมากมายขนาดนั้นมาคืนให้เธอ
“อะไร ไม่เอา? อย่าลืมสิว่าตอนนี้ฉันเป็เ้าหนี้ของคุณ ถ้าคุณไม่ทำงาน แล้วจะหาเงินจากไหนมาจ่ายคืนฉันเล่า!” ซูจีพูด จากนั้นเธอก็หยิบโทรศัพท์แอปเปิลสีดำ แล้วลุกออกไปโทรศัพท์ข้างนอก
จากนั้น เธอกลับมาแล้วพูดกับฉินเฉา
“ออกจากโรงพยาบาลได้แล้ว แล้วคุณก็รีบไปรายงานตัวที่โรงเรียนกวงหยวนซะ ฉันยังมีธุระบางอย่างที่ต้องทำ พอดีฉันมีแพลนไปเที่ยวจิงหยางเลยไปกับคุณด้วยไม่ได้ พอคุณถึงโรงเรียนแล้ว บอกชื่อของฉันกับคนที่นั่น!”
พอพูดจบสาวน้อยก็หยิบเสื้อโค้ต แล้วรีบวิ่งออกไปทางประตู แต่เธอก็ยังไม่ลืมที่จะหันกลับมาทำหน้าล้อเลียนใส่เขา
“บ๊าย-บาย นะคะ คุณสามีกำมะลอ!”
ขณะที่ถือแกนแอปเปิล ฉินเฉารู้สึกราวกับกำลังฝันไป เขาได้พบสาวสวยโดยบังเอิญ จากนั้นก็ได้ช่วยเหลือเธอจากลูกเศรษฐีหวังเคลม ช่วยเหลือจากเหล่าอันธพาลที่ตามไล่ล่า แล้วปัญหาการว่างงานของเขา ก็ได้รับการคลี่คลาย?
ฉินเฉาแต่งเนื้อแต่งตัวแล้วออกจากโรงพยาบาล เขาไม่ต้องเสียค่ารักษาอะไรเพิ่มเติมอีก ระหว่างทางเขาคิดถึงสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น เดิมทีนับั้แ่เกิดมาเขาก็เป็คนแข็งแรงไม่เคยต้องเข้ารับรักษาในโรงพยาบาล เขามีรูปร่างไม่อ้วนไม่ผอมจัดว่าสมส่วน สูง 175 เซน น้ำหนัก 68 กิโลกรัม
แค่ดูจากระดับความสูงและน้ำหนัก เขาจัดว่าเป็คนดูดีทีเดียว อีกอย่างก็ไม่เคยโชว์สัดส่วนเนื้อตัวที่แท้จริง ขนาดหน้าร้อนเขายังสวมเสื้อเชิ้ตแขนยาวตัวใหญ่ ๆ กางเกงขาสั้น พอหน้าหนาวมา ก็ใส่เสื้อกันหนาว 3 ชั้น ทำให้รูปร่างของฉินเฉาเหมือนกับลูกบอลกลมบ๊อกเลยทีเดียว
แต่ปัจจุบัน ฉินเฉา รู้สึกได้ถึงการเปลี่ยนแปลงบางอย่างที่เกิดขึ้นกับร่างกายของตนเองเล็กน้อย เขาหายสายตาสั้น ยิ่งกว่านั้นร่างกายของเขาดูแข็งแรงกำยำขึ้น มันดูต่างจากชายที่เพิ่งเรียนจบมาหมาด ๆ
เขาแอบสงสัยว่า เป็เพราะพลังของก้อนอิฐหรือไม่ วิธีทำให้เขาเป็แบบนี้? ฉินเฉาครุ่นคิด
“แม่จ๋า ๆ ดูนั่น ๆ นั่นมันมัมมี่เดินได้” สาวน้อยสวมชุดโลลิต้าสีชมพูมือข้างหนึ่งกำลังจับมือผู้เป็แม่ ส่วนมืออีกข้างก็ชี้นิ้วมาทางฉินเฉา แล้วพูดด้วยเสียงเล็ก ๆ น่ารักของเด็กน้อย
“ชู่ว∼ อย่าพูดจาเหลวไหลสิลูก!” ในฐานะผู้ใหญ่เธอต้องเอ็ดลูกเล็กน้อย หลังจากนั้นผู้เป็แม่ก็คว้ามือลูกสาวเดินออกไปอย่างเร่งรีบ ก่อนไปเธอได้ชี้มือมาทางฉินเฉาแล้วพูดว่า “จำไว้นะคราวหน้าหนูต้องพูดเพราะ ๆ เรียกเขาว่าคุณลุงมัมมี่รู้ไหมจ๊ะ”
“เข้าใจแล้วค่ะคุณแม่ คุณลุงมัมมี่” สาวน้อยโลลิช่างไร้เดียงสา เธอรีบเปลี่ยนคำสรรพนามในการเรียกทันที
เมื่อได้ยินบทสนทนาของแม่ลูกทั้งสอง ฉินเฉาก็แทบน้ำตาไหลกับคำสรรพนามที่เธอมอบให้ เขาเอามือมาแตะััผ้าก๊อซที่พันรอบหัว แล้วเดินไปตามถนนอย่างขมขื่น ทันใดนั้นเสียงริงโทนจากมือถือของเขาก็ดังขึ้น
“นายท่าน คุณหลานโทรมา คุณหลานโทรมา…” ช่างเป็เสียงริงโทนที่แสนครีเอท ในเวลานี้เสียงมือถือยังคงดังลั่นอย่างต่อเนื่อง! นี่คือลำโพงที่ ‘ผลิตในจีน’ อย่างประณีต! ผู้คนทั่วทั้งถนนได้ยินเสียงมัน เวลานี้ผู้คนเริ่มหันมาจับจ้องฉินเฉาอย่างสนใจ
ฉินเฉารีบหยิบมือถือขึ้นมาอย่างลนลาน เบอร์ที่แสดงบนหน้าปัดมือถือเป็เบอร์ที่เขาไม่รู้จักมาก่อน เขาคาดว่ามันจะต้องเป็เบอร์เ้าของห้องเช่า ที่โทรมาทวงเงินค่าเช่าเป็แน่
“โถ่∼เถ้าแก่ ขอเวลาผมอีก 2 วันได้มั้ย? ถ้าเถ้าแก่บังคับผมมาก ๆ คอยดูนะผมจะฆ่าตัวตายในบ้านของคุณ!”
“น่ะ…นี่ คุณฉินเฉาใช่ไหมคะ?” แทนที่จะกลายเป็เสียงของเถ้าแก่หน้าเื ใครจะไปคิดว่าจะมีเสียงหวานเจี๊ยบของผู้หญิงดังออกมาจากมือถือ ฉินเฉาเริ่มตื่นตระหนกกับคำพูดของตนเองก่อนหน้านี้ ไอ้บ้าเอ๊ย ดันพูดอะไรออกไปวะเนี่ย! โชคดีมักมาติด ๆ กัน อีกทั้งยังมาจากสาวสวยถึง 2 คน ั้แ่เมื่อไหร่กันที่โชคเข้าข้างเขาอย่างนี้?
“ชะ... ใช่ครับ ผมคือฉินเฉา”
“สวัสดีค่ะ ฉันชื่อฉินหลิง เป็เลขาของผู้อำนวยการซูเฟยจาก กวงหยวนสถาบันเศรษฐศาสตร์ระหว่างประเทศ ถ้าคุณมาถึงโรงเรียนของเราตอนบ่าย ๆ เราจะให้คู่มือ และ ระเบียบการทำงานให้กับคุณค่ะ”
โดยไม่ให้โอกาสฉินเฉาได้พูดอะไร เธอก็รีบวางสายไปซะดื้อ ๆ ฉินเฉา ทำได้แค่เพียงเออออแล้วก็กลับมานั่งสลดหดหู่ใจอยู่ลำพัง ‘เห้อออ∼ น้ำเสียงของเลขาช่างทรงอำนาจเสียจริง ๆ บางทีเธออาจเมนส์มาทุกวัน! หรือไม่เธอก็มีสามีไร้สมรรถภาพ’
อย่างไรก็ช่าง เพราะตอนนี้ปัญหาเื่งานของเขาได้รับการแก้ไขแล้ว ชายหนุ่มมองลงมาที่มือถือของตัวเอง ตอนนี้เป็เวลาเที่ยงแล้ว ผู้หญิงที่ชื่อ ฉินหลิง บอกว่าเจอกันตอนบ่าย ยังมีเวลาอีกมาก แต่เป็เพราะว่างานมันสำคัญกับเขามาก ฉะนั้นคงจะดีกว่าถ้าเขาจะไม่ไปสายั้แ่ครั้งแรก
สถาบันกวงหยวนอยู่ไกลจากที่พักอาศัยของเขา อยู่ประมาณมากกว่า 10 บล็อกถนน ฉินเฉาหยิบโน้ตสีเขียวในกระเป๋าตังค์ เขาไม่คิดจะนั่งรถไป แต่ตั้งใจจะเดินไปด้วยเพราะเห็นว่าเวลายังเหลือมากกว่าชั่วโมง
หลังจากเขาเดินไปได้ 2 บล็อกถนน เขาเห็นสาวน้อยท่าทางสดใสยืนอยู่กลางถนน สำคัญยิ่งไปกว่านั้นคือตอนนี้ไฟสัญญาณดันเป็สีเขียว ซึ่งไม่ใช่สัญญาณรถหยุด
สาวน้อยกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ราวกับว่ากำลังมองหาใครสักคน ทันใดนั้นเองก็มีรถสปอร์ตสีแดงสด พุ่งทะยานออกมาจากกลุ่มของซูเปอร์คาร์ด้วยความเร็วสูง
รถสปอร์ตคันนั้นวิ่งมาด้วยความเร็วสูง เปิดเพลงเฮฟวี่เมทัลอย่างดังสนั่น
สาวน้อยไม่ทันได้ตอบสนองใด ๆ มือของเธอยังคงกำโทรศัพท์ ดูเหมือนเวลานี้จะมีสายเรียกเข้า ซึ่งเป็จังหวะเดียวกับรถสปอร์ตกำลังแผดเสียงคำรามฮ้อทะยานพุ่งเข้าหาเธอ
่เวลาคอขาดบาดตายแบบนี้ฉินเฉาไม่มีเวลาให้คิด ทุกวินาทีมีชีวิตเป็เดิมพัน ทันใดนั้นพลังภายในกายของเขาก็พลุ่งพล่าน แล้วเขาก็พุ่งทะยานไปกลางถนนด้วยระดับความเร็วน่าเหลือเชื่ออย่างที่สุด ความเร็วของเขาเหมือนกับสายลมที่พัดผ่าน เพียงบัดดลเขาก็มาปรากฏอยู่ข้าง ๆ กายของสาวน้อย
ซึ่งเป็่ขณะเดียวกับรถสปอร์ตพุ่งเข้ามาใกล้ จิตใต้สำนึกสั่งให้ฉินเฉายกมือขึ้น เขาจะต้องปกป้องเด็กน้อยโดยหยุดรถสปอร์ตคันนี้ให้ได้ ชั่วอึดใจนั้นเองพลังปราณทมิฬโคจรไหลแล่นมาสู่บริเวณแขนของเขา ยามนี้เขารู้สึกว่าแขนเขากำลังสั่นะเื ฉับพลันก็มีเกล็ดน้ำแข็งสีดำซ้อนกันเป็ชั้น ๆ ปรากฏบนแขนของเขา ปัจจุบันแขนของเขาดูราวกับสัตว์ประหลาดก็มิปาน พลังนี้สามารถทำให้เขาหยุดรถได้สำเร็จ
ชั่วพริบตานั้นก็บังเกิดเสียงดัง โครมมมม!!! ด้านหน้ารถสปอร์ตทั้งหมดยุบลง การเคลื่อนตัวด้วยความเร็วสูงหยุดลงทันที ท้ายรถกระดกขึ้นจากนั้นก็พับงอมาด้านหน้าเป็รูปตัววี ด้วยอัดแรงกระแทก อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นดึงดูดความสนใจจากฝูงชนที่อยู่รอบด้านทันที
แม้รถสปอร์ตจะอยู่ในสภาพปัจจุบัน เสียงเพลงเฮฟวี่เมทัลก็ยังคงดังสนั่นออกมาจากตัวรถ เสียงเบสที่ทุ้มแน่นทำให้หัวใจของคนโดยรอบเต้นไม่เป็จังหวะ
จากนั้นไม่นานก็มีวัยรุ่นกลิ่นเหล้าฟุ้งปีนออกมาจากตัวรถ ลงมานอนแผ่อยู่หน้ารถ แล้วทันใดนั้นเขาก็ตวัดกำปั้นอัดเข้ามาหาฉินเฉา
“ไอ้เวรเอ๊ย! พวกแกเดินไม่ดูตาม้าตาเรือบ้างเลยเหรอไงวะ!?”
“แก!” ฉินเฉาที่ถูกพวกที่เมาแล้วขับต่อยเข้า เริ่มขมวดคิ้วด้วยความโกรธ สายตาจับจ้องไปยังเด็กหนุ่มคนนั้น แต่แล้วฝ่ายตรงข้ามก็พ่นคำสบถด่าทอออกมาอย่างมันปาก
“บัดซบ! แกรู้ไหมว่าพ่อฉันเป็ใคร! จะบอกให้ พ่อฉันคือ หลี่ฝูหมินนะโว้ย!”
“แล้วไงวะไอ้หนอนผักบุ้ง พ่อของฉันคือหลี่ซื่อิ่โว้ย!” ฉินเฉาเถียงออกไปด้วยความโกรธ แอบคิดว่า ‘ไอ้บ้านี่มันเมาจนพูดไม่รู้เื่?’ การประเมินของ ฉินเฉา คาดว่าชายคนนี้ยังไม่เห็นสภาพซากรถของตัวเองว่ามันพังยับเยินขนาดไหน ถ้าเห็นเมื่อไหร่มันคงได้ร้องไห้ฟ้องพ่อมันแน่
“หนีเร็วเข้า!” ขณะฉินเฉากำลังครุ่นคิดเกี่ยวกับเื่นี้ นักเรียนสาวที่อยู่ข้าง ๆ เขาก็ได้สติขึ้นมา จากนั้นก็รีบคว้ามือของเขาแล้ววิ่งออกไปจากจุดที่เกิดเหตุทันที ซึ่งเป็ขณะเดียวกับฝูงชนได้เข้ามามุงดูชายขี้เมากำลังก่นด่า
ขณะที่สาวน้อยกระชากมือฉินเฉาวิ่งออกมานั้น ภายในหูของเขาได้ยินเสียงของชายที่เมาร้องะโด่าแบบไม่หยุด เขายิ้มออกมาด้วยความรู้สึกเบิกบานใจ
“ไสหัวไปให้พ้นทางเลยไอ้พวกบ้า! รู้มั้ยว่าพ่อฉันเป็ใคร? พ่อฉันคือ หลี่ฝูหมิน!”
ปล. (TL: หลี่ซื่อิ่ = จักรพรรดิที่มีชื่อเสียงในราชวงศ์ถัง)
จบตอน #