จนกระทั่งเข้าสู่เย็นวันที่ห้า...มนัสวีตระหนักได้ว่าเวลาเธออยู่ในห้องครัวกว้างขวางนั้นค่อนข้างเป็ส่วนตัวและไม่มีใครเข้ามารบกวน เธอจึงตัดสินใจจูงมือป้อม ๆของเติมเต็มให้เข้ามาอยู่ในครัวด้วยกัน
และนับั้แ่วันที่ห้านั้นเอง...บรรยากาศในห้องครัวที่เคยเงียบเหงาและเต็มไปด้วยความตึงเครียดก็แปรเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
"คุณแม่ครับ เติมเต็มขอช่วยล้างผักอันนี้ได้ไหมครับ?" เสียงเจื้อยแจ้วของเด็กชายตัวน้อยในชุดนักเรียนอนุบาลดังก้องไปทั่วห้องครัวพรีเมียม
มนัสวีอมยิ้มบางๆ ความเหนื่อยล้าที่สะสมมาตลอดทั้งวันแทบจะมลายหายไปสิ้นเมื่อเห็นรอยยิ้มตาหยีของลูกชาย เธอย่อตัวลงสวมผ้ากันเปื้อนผืนเล็กสีเหลืองสดใสให้แกก่อนจะอุ้มเติมเต็มขึ้นนั่งบนเก้าอี้ทรงสูงหน้าอ่างล้างจาน
"ได้สิครับคนเก่งแต่อย่าเปิดน้ำแรงเกินไปนะลูก เดี๋ยวจะเปียกเสื้อนักเรียนหมด"
"รับทราบครับผม!" มือเล็ก ๆเอื้อมไปหยิบผักบลอกโคลีชิ้นโตจุ่มลงในน้ำพลางแกว่งไปมาอย่างสนุกสนานใบหน้าจิ้มลิ้มพองลมแสร้งเอาเข้าปากเคี้ยวตุ้ย ๆ และหัวเราะคิกคักเมื่อละอองน้ำกระเซ็นโดนปลายจมูก
มนัสวีมองภาพนั้นด้วยความสุขล้นอกยามที่เธอต้องต้มอกไก่หรือเคี่ยวซอสสูตรคลีน เติมเต็มก็จะคอยเป็ลูกมือตัวน้อย คอยส่งเสียงเชียร์อยู่ข้าง ๆ
"คุณแม่สู้ๆ อกไก่อร่อยที่สุดในโลก!"
บางทีสองแม่ลูกก็แกล้งเอาแป้งทำขนมมาป้ายแก้มกันจนขาวนวลไปหมดห้องครัวที่เคยเ็าบัดนี้อบอวลไปด้วยกลิ่นอายความรักและเสียงหัวเราะของสองแม่ลูกมนัสวีรู้สึกผ่อนคลายลงไปมากอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน
เย็นวันที่ห้า... ที่แสนแปลกประหลาดหลังจากทำอาหารคลีนเมนูพิเศษเสร็จสรรพ มนัสวีก็จัดแจงประคองถาดอาหารขึ้นไปส่งให้ภูดิศที่ห้องทำงานชั้นบนสุดตามเวลาเดิม โดยให้เติมเต็มนั่งกินไอศกรีมถ้วยโปรดรออยู่กับพี่พนักงานด้านล่างก่อน
หญิงสาวสูดหายใจเข้าลึกๆ เตรียมรับมือกับการจิกกัด หรือจานอาหารที่อาจจะถูกปัดตกพื้นเหมือนอย่างทุกวันที่ผ่านมาเธอวางถาดอาหารลงบนโต๊ะทำงานหรู
"อาหารคลีนเสร็จเรียบร้อยแล้วค่ะพี่ดิศ" แต่กระนั้น... เย็นวันที่ห้านี้ กลับเป็วันที่แปลกประหลาดที่สุด
ภูดิศในชุดสูทพับแขนเสื้อขึ้นเงยหน้าจากกองเอกสาร เขาปรายสายตามองจานอาหารนิ่ง ๆนิ่งเสียจนมนัสวีแอบลุ้นระทึกในใจ แต่ชายหนุ่มกลับไม่ได้เอ่ยปากบ่นว่าไม่อร่อย ไม่ได้แกล้งปัดจานตกและไม่ได้สั่งให้เธอขับรถไปซื้อของกินไกล ๆ อีก
"อืม... ขอบใจ" ภูดิศพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบไร้แววประชดประชัน
"วันนี้เธอเหนื่อยมาทั้งวันแล้วเอาจานวางไว้เถอะ แล้วก็กลับบ้านได้เลย"
มนัสวีกะพริบตาปริบๆ ด้วยความมึนงงและกึ่งไม่เชื่อหูตัวเอง
"คะ?... อ๋อ ค่ะ งั้นมนขอตัวนะคะ"เธอรีบรับคำก่อนที่เขาจะเปลี่ยนใจ หมุนตัวเดินออกจากห้องทำงานไปทันทีด้วยความโล่งอก
คล้อยหลังพ้นร่างของมนัสวีที่เดินปิดประตูห้องออกไป...
บรรยากาศความเคร่งขรึมของผู้บริหารหนุ่มก็มลายหายไปในพริบตา ภูดิศไม่ได้จับส้อมขึ้นมากินอาหารคลีนตรงหน้า ทว่าเขากลับรีบเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์มือถือส่วนตัวที่คว่ำหน้าอยู่ข้างๆ ขึ้นมาเปิดล็อกหน้าจอทันที
บนหน้าจอสมาร์ตโฟนเครื่องหรู...ปรากฏภาพจากแอปพลิเคชันระบบกล้องวงจรปิด (CCTV) ลิงก์ตรงแบบเรียลไทม์จากห้องครัวผู้บริหารที่มนัสวีเพิ่งจากมา!
ภูดิศจดจ้องหน้าจอไม่วางตาในนั้นกำลังฉายภาพย้อนหลัง่ครึ่งชั่วโมงก่อนหน้า...ภาพของมนัสวีที่กำลังหัวเราะร่าหยอกล้ออยู่กับเด็กชายตัวน้อยในชุดอนุบาล ภาพของเติมเต็มที่กำลังเอาแก้มยุ้ย ๆไปฟัดกับแขนของคนเป็แม่ และภาพเด็กน้อยชูมือท่วมหัวโยกไปมาส่งเสียงเชียร์แม่ทำอาหารอย่างสุดกำลัง
ชายหนุ่มจ้องมองดวงตากลมโตสุกใสและรอยยิ้มพิมพ์ใจของเติมเต็มในหน้าจอ... รอยยิ้มและโครงหน้าที่มันถอดแบบมาจากตัวเขาเองไม่มีผิดเพี้ยนยิ่งดู ผล DNA ที่เขาถือครองอยู่ก็ยิ่งตอกย้ำความจริงเด่นชัด
ภูดิศมองคลิปวีดีโอของสองแม่ลูกไปแววตาคมกริบอ่อนแสงลงจนเหลือเพียงความอบอุ่นละมุนละไมอย่างที่ไม่เคยมีใครเห็นมาก่อน ชายหนุ่มหลุดหัวเราะหึๆ ออกมาเบา ๆ ใบหน้าเปื้อนไปด้วยรอยยิ้มกว้างรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความสุขล้นอย่างแท้จริง
"ช่างเจรจาจริง ๆ ตัวแค่นี้..."
ภูดิศพึมพำกับหน้าจอมือถือพลางใช้นิ้วหัวแม่มือลูบไล้ไปที่ใบหน้าเล็ก ๆ ของเติมเต็มผ่านกระจกหน้าจอเบา ๆราวกับอยากจะััตัวจริง ความสุขใจบางอย่างกำลังแผ่ซ่านในอกหนุ่มและเขารู้ดีว่า... นับจากนี้ไปเกมนี้เขาไม่ได้อยากกลั่นแกล้งเธอเพราะความโกรธอีกแล้วแต่เขากำลังมีความสุขกับความลับของสายเืที่กำลังจะเปลี่ยนชีวิตเขาไปตลอดกาล
++++++++++
เย็นวันนั้นหลังจากทำอาหารคลีนเมนูพิเศษที่เธอและเติมเต็มช่วยกันทำอย่างสุดฝีมือเสร็จสิ้นมนัสวีก็แทบหมดแรง ร่างกายที่ตรากตรำั้แ่เช้าตรู่ ทั้งส่งลูก เปิดร้านและเข้าครัว ทำให้ขาของเธอสั่นระริก แทนที่จะดิ่งขึ้นไปพบ ภูดิศ ในทันทีหญิงสาวจึงตัดสินใจแวะพักเหนื่อยที่สวนหย่อมพักผ่อนอันร่มรื่นด้านหลังโรงพยาบาลเพื่อสูดอากาศบริสุทธิ์และจัดระเบียบความคิดที่ยุ่งเหยิง
เธอนั่งลงบนม้านั่งหินอ่อนใต้ร่มไม้ใหญ่หลับตาลงช้า ๆ ปล่อยให้สายลมพัดผ่านผิวแก้มเพื่อบรรเทาความเมื่อยล้า
"อ้าว... คุณมนัสวี มานั่งทำมิวสิกวิดีโออะไรตรงนี้ครับเนี่ย?"
เสียงทักทายร่าเริงอันเป็เอกลักษณ์ดังขึ้น พร้อมกับการปรากฏตัวของพาสกร หรือ พีท ชายหนุ่มอารมณ์ดี ขี้เล่น และเป็กันเองเขาก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มกว้างที่มักจะทำให้คนรอบข้างพลอยยิ้มตามไปด้วยเสมอพีทถือวิสาสะนั่งลงบนม้านั่งตัวเดียวกันแต่เว้นระยะห่างอย่างสุภาพ
"คุณพีท...สวัสดีค่ะ พอดีดิฉันแวะมานั่งพักเหนื่อยสักครู่น่ะค่ะ"หญิงสาวลืมตาขึ้นยิ้มตอบ
"ท่าทางเหนื่อยน่าดูเลยนะครับ งานที่ร้านยุ่งมากเลยใช่ไหม"พีทหาเื่ชวนคุยอย่างสนุกสนานตามประสาคนคุยเก่ง
"แต่ก็นะ...ขนมไทยร้านคุณมนัสวีอร่อยขั้นเทพขนาดนั้น ลูกค้าไม่แน่นก็แปลกแล้วครับรู้ไหมว่าผมแอบไปอุดหนุนบ่อย ๆ ชื่นชมจากใจเลยครับในฐานะคนชอบทำอาหารเหมือนกัน" คำพูดของพีทจุดประกายความสนใจให้มนัสวีทันที