“นายน้อยครับ ตื่นได้แล้วครับ…นายน้อยครับ…นายน้อยดูดซับผลปราณเสร็จเรียบร้อยแล้วนะครับ”
“อืมมมม”
ในขณะที่เ้ากำลังดูดซับพลังปราณอยู่เขาก็เผลอหลับตาลงและพลอยหลับไปก่ อนที่จะตื่นขึ้นมาอีกทีหลังจากที่ฮ่าฮ่ามาปลุกเขาพร้อมกับแก้วน้ำที่ฮ่าฮ่ายื่นมาให้เขาไว้อย่างมึนงง
ด้วยความงัวเงียที่เ้ามีเขาก็กระดกแก้วน้ำนั้นดื่มลงคอของตัวเองไปอย่างสดชื่น ก่อนที่ความสดชื่นที่เขาได้รับจะช่วยทำให้เขาหายจากอาการงัวเงียขึ้นเล็กน้อยและพบกับรอยยิ้มของฮ่าฮ่าที่กำลังยิ้มให้กับเขาอยู่
“จริงๆ น้ำนั้นผมเตรียมไว้ให้นายน้อยล้างหน้านะครับ แต่ถ้านายน้อยกระหายน้ำก็ไม่เป็ไรหรอกครับ…รีบลุกได้แล้วครับเดี๋ยวผมจะฝึกวิชาใหม่ให้”
“อ่ะ…อืม”
ไม่ทันที่เ้าจะได้มีเวลาสงสัยว่าน้ำที่ตัวเองดื่มไปสะอาดหรือเปล่า เขาก็ถูกฮ่าฮ่าจูงมือให้ลุกขึ้นก่อนที่จะพาไปยังลานกวางใกล้ๆ เขา ที่อยู่ห่างจากเตียงนอนและโต๊ะนั่งที่เตรียมกันมาไม่มากนัก
เมื่อเดินมาถึงลาน ฮ่าฮ่าก็หยิบผ้ายันต์อัญเชิญออกมาพร้อมกับสลายมันไปให้เหลือแต่กลุ่มก้อนพลังปราณลอยอยู่
เขาได้รวบรวมพลังปราณเ่าั้ไว้ที่มือของตัวเองก่อนที่จะชูมันขึ้นเหนือหัวและวาดแขนของตัวเองไปข้างหน้า
“ปึงงง”
ทันทีที่มือของฮ่าฮ่าสะบัดลงพร้อมกับพลังปราณที่หายไป อุ้งมือแมวขนาดั์เท่ากับตัวเขาเอง ก็กระแทกลงที่พื้นจนเกิดเป็รอยยุบพร้อมกับแรงสั่นะเืที่เกิดขึ้น จนทำให้เ้าสะดุ้งมองมันอย่างใจนลืมความมึนงงที่มีไปทั้งหมด
“นั่นมันอะไรน่ะ”
“วิชาใหม่ของนายหน่อยครับ”
“แต่ฉันเห็นว่านายไม่ได้ใช้วิชาอะไรเลยนิ แค่นายสะบัดมือ อยู่ดีๆก็มีอุ้งมือของพยัคฆ์ลงมาโจมตีแล้ว”
เมื่อเห็นว่านายน้อยของตนเองเริ่มสนใจวิชาที่เขาใช้ออกมา ฮ่าฮ่าก็ได้หยิบผ้ายันต์อัญเชิญออกมาอีกหนึ่งอัน แล้วเปลี่ยนให้มันเป็ก้อนพลังปราณที่เขาทำก่อนหน้านี้
เพียงการสะบัดมือไปมาพร้อมกับพลังปราณ อยู่ดีๆอุ้งมือแมวขนาดั์ก็โผล่ออกมาอีกครั้งและร่ายรำไปบนอากาศตามมือของฮ่าฮ่าที่ชี้ไป
ฮ่าฮ่าได้กำหมัดของตัวเองและทำท่าต่อยไปข้างหน้า เพียงการขยับของฮ่าฮ่าอุ้งมือแมวขนาดั์นั้นก็พุ่งลงโจมตีจุดเดียวกับที่หมัดของฮ่าฮ่าเล็งไปแทบจะทันที เสมือนมันคือหมัดของเขาเอง
“สุดยอดไปเลย นี่คือวิชาที่จะสอนฉันอย่างงั้นเหรอ”
“ใช่แล้วครับนายน้อย…ปกติแล้วนายน้อยโตมากับวัฒนธรรมที่นี่ นายน้อยอาจจะชินกับการที่ต้องะโแหกปากร้องเรียกใช้ชื่อวิชาออกมา…ถึงในสายตาผมมันจะดูน่าอายไปหน่อย แต่ผมก็จะเคารพวัฒนธรรมของนายน้อยนะครับ”
“นายหยุดทำท่ากั้นหัวเราะเดี๋ยวนี้นะ…รีบอธิบายมาเลยว่าทำไมนายถึงใช้มันได้โดยที่ไม่ต้องเรียกชื่อวิชากัน”
“จริงๆ ผมอยากให้นายน้อยสนใจที่วิชา มากกว่าการใช้มันแบบไม่แหกปากชื่อวิชานะครับ เพราะถึงผมจะบอกวิธีที่ไม่ต้องพูดชื่อวิชาไป นายน้อยก็คงทำไม่ได้อยู่ดี”
“บอกมาเดี๋ยวนี้นะะะะ”
เ้าที่เห็นว่าผู้ช่วยฝึกฝนของตัวเองยังคงลีลาในการที่จะสอนเขาอยู่ ก็หมดความอดทนของตัวเอง ถึงกับขนาดะโเกาะไปที่ตัวของฮ่าฮ่าและเขย่าใบหน้าเขาด้วยความโกรธเคือง
“ใจเย็นๆ สิครับนายน้อย…ยังไงผมก็สอนนายน้อยอยู่แล้วน่า”
เมื่อเ้าได้ยินคำพูดจริงจังที่ออกมาจากปากของฮ่าฮ่าอารมณ์ที่พลุ่งพล่านของเขาก็เย็นลง ก่อนที่ชายหนุ่มผู้ช่วยฝึกฝนจะอุ้มตัวของเ้าแล้ววางลงที่ข้างๆ เขา
“ผมต้องบอกนายน้อยอย่างนี้ก่อนนะครับว่า สมัยก่อนฝีมือการวาดรูปของพวกเซียนต่างๆ ที่บ้าการต่อสู้มันแย่มาก เขาเลยต้องวาดรูปท่วงท่าวิชาของตัวเองพร้อมกับชื่อวิชาเพื่อช่วยเสริมในการจินตนาการของผู้ใช้
เผ่าพันธุ์ของเราน่ะ สามารถใช้ปราณออกมาได้ตามจินตนาการและความสามารถของพลังปราณที่มี เพราะฉะนั้นชื่อวิชาเลยจำเป็ในการช่วยเพื่อควบคุมพลังปราณให้ออกมาในรูปแบบที่ตัวเรา้า แต่สำหรับคนที่สามารถใช้พลังปราณได้ตามใจนึก ก็จะเป็ผู้คนที่สามารถคิดวิชาขึ้นมาเพื่อถ่ายทอดให้กับคนรุ่นหลังได้ยังไงล่ะครับ”
“เดี๋ยวก่อน เดี๋ยวก่อน นี่นายจะบอกว่านายมีความสามารถถึงขนาดคิดค้นวิชาเองได้เลยอย่างงั้นหรอ”
“อ้อ…ก็แน่นอนอยู่แล้วสิครับนายน้อย ผมเพิ่งทำไปให้ดูเมื่อกี้ไง ผมน่ะเป็อัจฉริยะที่ไร้พลังปราณ แต่ถ้าผมใช้พลังปราณของตัวเองได้ละก็ ป่านนี้ผมคงเป็ยอดเซียนที่ไหนสักที่แล้ว คงไม่ต้องมารับใช้นายน้อยหรอกครับ”
“คนขี้โม้อย่างนายเนี่ยนะ?”
เมื่อเห็นแววตาของเ้าที่มองมาที่เขาเหมือนการดูถูกและไม่อยากจะเชื่อว่าเขาเป็อัจฉริยะแห่งปราณจริงๆฮ่าฮ่าก็ได้ผายมือให้เ้าลองใช้วิชาโดยที่ไม่ต้องะโชื่อวิชาออกมาเหมือนกับเขา
เ้าที่เห็นท่าทีเชื้อเชิญของฮ่าฮ่าให้ลองใช้วิชาแบบไม่ต้องพูดชื่อ เหมือนที่เขาทำดูเ้าก็เพ่งสมาธิไปที่พลังปราณของตน และพยายามจะใช้วิชาของเขาออกมา
แต่ไม่ว่าเ้าจะเพ่งสมาธิไปที่การใช้พลังปราณขนาดไหนก็แล้วแต่ มันก็มีแค่พลังปราณที่ลอยออกมาจากร่างกายของเขาและไม่ได้มีรูปแบบวิชาอะไรออกมาเลย ยิ่งเขาหันไปเห็นรอยยิ้มของฮ่าฮ่าที่กำลังหัวเราะเยาะความพยายามของเขา เ้าก็ยิ่งพยายามลองเพ่งสมาธิของตัวเองอีกครั้งหนึ่งและพยายามจินตนาการเหมือนที่ชายหนุ่มบอก….แต่มันก็ไม่เป็ผล
“นายหลอกฉันใช่ไหม มันคงไม่ใช้แค่จินตนาการอย่างที่นายบอกแน่ๆเลย”
ฮ่าฮ่าที่เห็นว่านายน้อยของตนเองพยายามโยนความผิดมาให้เขา พร้อมกับความเขินอาย เขาก็ยิ่งยิ้มเยาะเย้ยไปที่นายน้อยของตนเองก่อนที่จะทำมือควักผ้ายันต์ออกมา
แต่เมื่อเขาควานหาผ้ายันต์ที่เสื้อของตัวเองและไม่เจอมัน เขาก็เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าผ้ายันต์ที่แอบดึงพลังปราณของเ้ามาใช้มันหมดไปแล้ว
ฮ่าฮ่าเลยตัดสินใจดึงพลังปราณจากนายน้อยออกมาโดยตรง ก่อนที่จะใช้พลังปราณธาตุดินที่น้อยนิดนั้นเปลี่ยนให้เป็ดินแกะสลักรูปร่างของเ้า ที่มีรายละเอียดครบถ้วนแม้กระทั่งเสื้อผ้าที่สวมใส่อยู่
“อะไรกัน! นี้นายควบคุมปราณได้อย่างใจนึกขนาดนี้เลยหรอ”
“หยุดพูดได้แล้วเด็กน้อยยย…เห็นขนาดนี้แล้วยังไม่กราบข้าเป็อาจารย์อีก”
ทันทีที่เ้ามองไปที่รูปปั้นดินที่คล้ายกับตัวเอง สายตาของเขาก็เปลี่ยนไปเป็สายตาที่มองไปที่ผู้ช่วยฝึกฝนของตนอย่างนับถือ และสายตานั้นฮ่าฮ่าก็เข้าใจมันได้อย่างดี
เ้าที่เห็นท่าทีของฮ่าฮ่าในตอนนี้ประหนึ่งเซียนขั้นสูงสุดที่ใครๆ ก็ล้วนแล้วแต่อยากจะฝากเป็ศิษย์ และเซียนผู้นั้นก็กำลังยืนผงาดพาดเผยอยู่ข้างหน้าของตน
ด้วยเสียงที่ดูน่าเกรงขามที่ฮ่าฮ่าส่งออกมา มันก็ทำให้ขาของเ้าอ่อนแรงและคุกเข่าลงต่อหน้าของฮ่าฮ่า ที่ตอนนี้เขาชั่งดูยิ่งใหญ่เหลือเกิน
จนทำให้เ้าแทบจะลืมความไม่พอใจที่ชายหนุ่มเคยทำให้ไปจนหมด และพร้อมที่จะกราบเขาเป็อาจารย์อย่างใจจริง
แต่ในขณะที่เ้ากำลังจะโค้งหัวถึงพื้นเพื่อกราบชายตรงหน้าเป็อาจารย์ ภาพต่างๆ ั้แ่เจอชายหนุ่มก็ผุดขึ้นมาในหัวของเขา พร้อมกับคำพูดนาทีที่เขาเคยบอกว่าเป็ผู้ช่วยฝึกฝนของตนก็เด่นชัดขึ้นมา
เมื่อเ้าเริ่มรู้สึกแปลกๆ เขาเลยเงยหน้าขึ้นไปมองที่ชายหนุ่มพร้อมกับเอียงคอด้วยความสงสัย ก่อนที่จะถามคำถามของเขาออกไป
“เอ่อคือ…ถ้าผมไม่กราบคุณเป็อาจารย์ คุณจะไม่สอนให้ผมหรอครับ ก็เห็นก่อนหน้านี้คุณเล่าว่ามันเป็หน้าที่ของคุณที่จะเป็ผู้ช่วยฝึกฝนให้กับผม…”
เ้าไม่คิดเลยว่าความขี้สงสัยของเขา มันจะทำให้ชายหนุ่มตรงหน้าถลึงตามองเขาอย่างไม่พอใจ จนทำให้ตัวเขาเองยังรู้สึกกลัว
แต่เมื่อเหงื่อเม็ดแล้วเม็ดเล่าเริ่มไหลลงมาจากหน้าผากของชายหนุ่มผู้ฝึกฝนตรงหน้าตน มันก็ยิ่งทำให้เ้ารู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่างของฮ่าฮ่า ก่อนที่ชายตรงหน้าจะส่งเสียงที่เข้มขรึมของเขาออกมาออีกครั่ง
“ถ้าไม่กราบข้าเป็อาจารย์อย่างนั้นเหรอ…หึ…ผมก็ต้องสอนวิชาใหม่ให้นายน้อยอยู่แล้วสิครับ มันเป็หน้าที่ของผมนี่น่า”
“ว่าแล้ว ว่าแล้ว ว่าแล้ว ว่าแล้ว…เกือบกราบคนแบบนี้ไปซะแล้ว”
“นายน้อยอย่าเพิ่งดิ้นพล่านด้วยความดีใจเลยครับ มาเถอะ เดี๋ยวผมจะเริ่มสอนวิชาใหม่ให้”
ฮ่าฮ่าไม่ได้รอให้เ้าที่กำลังโมโหที่โดนหลอกได้ตั้งตัวเลย เมื่อเขาถูกจับได้ว่าจ้องจะเอาเปรียบเด็กหนุ่ม เขาก็รีบเปลี่ยนเื่และเริ่มสอนวิชาใหม่ให้กับนายน้อยของตน
“ก่อนอื่นเลยนะครับนายน้อย นายน้อยต้องจำท่าที่ผมใช้ให้ดีนะครับ จำทุกรายละเอียดของมันไว้ และเราจะมาตั้งชื่อวิชาของมันกัน เพื่อช่วยในการจินตนาการของนายน้อย”
“ได้ ฉันพร้อมแล้ว นายบอกชื่อที่นายคิดไว้มาได้เลยฉันจะลองใช้มันดู”
“ได้ครับนายน้อยนายน้อยเตรียมพลังปราณของตัวเองไว้เลยนะครับ และหลับตาจินตนาการถึงท่าที่ผมใช้ไปด้วย”
เมื่อเ้าได้ยินคำแนะนำของฮ่าฮ่าเขาก็หลับตาลงพร้อมกับเรียกพลังปราณในร่างกายออกมาและจินตนาการถึงทุกท่วงท่าที่ฮ่าฮ่าแสดงให้ตนเห็น
“ดีครับนายน้อยเตรียมพลังปราณไว้อย่างนั้นแหละ…นายน้อยรอพูดตามผมและใช้วิชาออกไปได้เลยนะครับ”
เมื่อฮ่าฮ่าเห็นท่าทีที่เตรียมพร้อมของเ้า เสียงของฮ่าฮ่าก็เริ่มจริงจังขึ้นมา พร้อมกับรอให้เด็กหนุ่มข้างหน้าตนพยักหน้าตอบรับให้กับเขา
และเมื่อเ้าพยักหน้าตอบรับออกมาฮ่าฮ่าก็เตรียมบอกชื่อวิชากับเ้าไป
“ร่างสถิตหมัดเมาเหมียว”
“ร่างสถิตหมัดเมาเหมียวววววววว”
ทันทีที่ได้ยินชื่อวิชาจากชายหนุ่ม เ้าก็รีบใช้มันออกไปทันทีพร้อมกับลืมตามาดูผลงานของตน…แต่ภาพตรงหน้ากลับเป็เพียงแค่พลังปราณของเขาที่ลอยออกไปคล้ายกับชายหนุ่มแต่กลับไม่มีรูปร่างและพลังเลย
เมื่อเ้าลองขยับมือของตัวเองเหมือนที่ชายหนุ่มเคยใช้ พลังปราณก็ได้ขยับไปตามมือของเขาเช่นกัน ก่อนที่เพียงการขยับไม่กี่ครั้งของเ้ามันก็ทำให้พลังปราณสลายหายไป
“ทำไมมันไม่เห็นเหมือนของนายล่ะ”
“ทำครั้งแรกมันก็ไม่สำเร็จอยู่แล้วละครับ นายน้อยต้องลองจินตนาการถึงท่าทีผมใช้ดีๆ สิครับแล้วก็ใช้ชื่อวิชาในการช่วยสั่งการพลังปราณ…ลองอีกทีครับ”
“ร่างสถิตหมัดเมาเหมียววววว”
“ร่างสถิตหมัดเมาเหมียวววววววว”
“ร่างสถิตหมัดเมาเหมียว”
ถึงแม้ว่าฮ่าฮ่าจะมั่นใจในวิธีการฝึกฝนของตัวเองขนาดไหน แต่ทุกการใช้วิชาใหม่ของเ้ามันกลับไม่ได้ดีขึ้นเลย
การฝึกวิชาของเ้ายังคงดำเนินไปเรื่อยๆ จนพระอาทิตย์ตกจ นฟ้าเริ่มมืดขึ้นเรื่อยๆ จนมืดสนิท เ้าก็ยังไม่สามารถใช้วิชาออกมาได้เหมือนกับฮ่าฮ่าจนพลังปราณของเขาใกล้จะหมดลง
“นายน้อยครับหยุดก่อนครับ”
“ทำไมล่ะ ฉันว่าฉันยังใช้ได้อีกทีหนึ่งนะ”
“เก็บไว้ก่อนครับนายน้อย เดี๋ยวผมจะขอแบ่งปราณมาหน่อยหนึ่ง และใช้มันให้นายน้อยดูอีกครั้งหนึ่งนะครับ”
เมื่อเห็นว่าการฝึกของนายน้อยตนเองไม่ได้พัฒนาขึ้นเลย ฮ่าๆ ก็ได้แบ่งพลังปราณที่เหลือเพียงน้อยนิดของเด็กหนุ่มออกมา และแสดงมันให้เขาดูอีกทีหนึ่งจนพลังปราณกลายเป็รูปแบบของอุ้งมือแมวขนาดเล็กแต่ส่องแสงสว่างยามค่ำคืนจนเห็นรายละเอียดของมันได้ชัดเจน
เ้ารีบอาศัยจังหวะนี้ จดจำทุกรูปลักษณ์ของมันไว้พร้อมกับท่วงท่าสะบัดมือของชายหนุ่ม ที่ทำให้มันลอยไปมาตามมือของเขา ก่อนที่จะสลายหายไปเองเพราะพลังปราณที่น้อยนิด
“ครั้งนี้คุณหนูลองตั้งชื่อวิชาเองนะครับ เผื่อมันจะช่วยในการจินตนาการได้มากกว่านี้”
“ดะ…ได้”
เมื่อเ้าได้ยินว่าเขาต้องลองตั้งชื่อเองเขาก็หลับตาจินตนาการถึงวิชาที่ชายหนุ่มใช่อยู่นาน ก่อนที่ภาพจินตนาการของเขามันจะเริ่มเด่นชัดขึ้นมาเรื่อยๆ จนอุ้งมือที่เขาเพิ่งเห็นไป ไปประทับเข้ากับอุ้งมือวิชาประจำตัวของตัวเองที่เขาฝึกมาั้แ่เด็ก อย่างมหาพยัคฆ์ขู่ขวัญ
อุ้งมือที่แสดงออกมามันช่างคล้ายคลึงกลับมาหาพยัคฆ์ของเขาเหลือเกิน จนทำให้จินตนาการของทั้งสองอย่างรวมเข้าด้วยกันและทำให้เ้าเพ้อพูดชื่อวิชาที่เขาคิดอย่างไม่ถี่ถ้วนออกมา
“หมัดมหาพยัคฆ์เหมียว”
เพียงแค่เปลี่ยนชื่อวิชาพลังปราณสุดท้ายของเ้าก็สามารถสร้างรูปร่างอุ้งมือแมวของฮ่าฮ่าขึ้นมาได้ถึงแม้จะมีขนาดเล็กกว่ามากก็ตาม แต่มันก็เพียงพอที่จะสร้างความตื่นเต้นให้กับชายหนุ่มจนรีบะโต่อยหมัดของตัวเองลงที่พื้นเพื่อดูผลลัพธ์ของพลังปราณตัวเองที่พุ่งตะปบลงแตะพื้นเช่นหมัดของเขาและสร้างหลุมเล็กๆ ให้เกิดขึ้นบนพื้นดิน
ก่อนที่เมื่อพลังปราณของเขาหมดลงร่างกายของเขาก็หมดแรงล้มลงกับพื้นพร้อมกับรอยยิ้มแห่งความสำเร็จของตนเอง
ใช่แล้ว ฮ่าฮ่าเข้าใจผิดมาตลอด วิธีการฝึกฝนที่ผู้เชี่ยวชาญพลังปราณอย่างเขาใช้มันไม่ได้ผิดพลาดเลย แต่เพราะเป็ความเข้าใจผิดต่างหาก ในที่สุดฮ่าฮ่าก็รู้ตัวว่านายน้อยของตนเองไม่รู้ว่าแมวคืออะไรและ เมื่อพูดชื่อวิชาที่เขาไม่เข้าใจความหมายออกมา ก็ไม่สามารถที่จะใช้มันออกมาได้ เพราะในหัวของเ้ากลับจำว่าวิชาแมวประจำตระกูลที่ตนใช้ คือมหาพยัคฆ์ของเขา
เพียงเพราะเื่ง่ายๆ แค่นี้ทำให้เขาเสียเวลาไปถึงครึ่งวัน มันก็ทำให้ฮาฮาต้องนึกหัวเราะออกมาในใจก่อนที่จะมองชายหนุ่มไปด้วยรอยยิ้มถึงความใสซื่อของเขา โดยที่ไม่ได้คิดเลยว่าการตั้งชื่อของเขาเองอาจเป็ปัญหาหรือเปล่า
แต่รอยยิ้มของฮ่าฮ่อาก็อยู่ได้ไม่นาน ประสบการณ์ชีวิตที่ผ่านมาของเขาทำให้เขารู้ว่าคนคนหนึ่งจะเติบโตได้ไวที่สุดก็ต่อเมื่อมีแรงจูงใจที่แข็งแกร่ง แต่นายน้อยของตนกลับไม่มีมันเลย
ด้วยความที่เขาเป็เด็กที่พ่อแม่ตายไปั้แ่เด็กและใช้ชีวิตเป็คนรับใช้มาตลอดถึงแม้ว่าเขาจะโดนทรมานขนาดไหนก็แล้วแต่ แต่ภาพการทารุณคนใช้มันก็ไม่ได้เกิดขึ้นแต่เพียงกับเขา จนเขามองว่ามันเป็เื่ปกติไปแล้ว และไม่ได้รู้สึกโกรธแค้นมากนักแค่เพียงอยากหลุดพ้นจากมันเฉยๆ
ฮ่าฮ่าที่นั่งคิดไม่ตกอยู่นานถึงวิธีที่จะเพิ่มแรงจูงใจให้กับนายน้อยของตนเอง ก็ตัดสินใจที่จะใช้วิธีที่สิ้นคิดที่สุดขึ้นมาและก้มไปอุ้มนายน้อยของตนไปนอนที่เตียงก่อนที่จะใช้ริมฝีปากของเขาจ่ออยู่ข้างๆ หูของเ้า…และคิดจะสะกดจิตเขาให้เกิดความเคียดแค้นในฝันขึ้นมา ด้วยวิธีอย่างการพูดกรอกหูให้เก็บไปฝัน
“ซีซวนเป็คนไม่ดี ต้องแก้แค้นซีซวน ซีซวนเคยทำร้ายนายน้อย ต้องล้างแขนซีซวน ซีซวนมันกวนตีนต้องเอาซีซวน มหาพยัคฆ์คือแมว ชีวิตซีซวนมันน่าอิจฉาต้องทำลายซีซวน ฟางเซียนมันตบผู้มีพระคุณต้องตบซีซวน ต้องเชื่อฟังฮ่าฮ่า ซีซวนมันไร้เหตุผลต้องเก่งกว่าซีซวน ซีซวนมันเคยพยายามจะฆ่านายน้อยต้องกำจัดซีซวน….”
“ซีซวนนายจะทำร้ายฉันทำไม เราเคยเป็เพื่อนกันนะ…อะไรนะถึงฉันจะเอาคืนนายแต่ฉันก็มีความสามารถไม่มากพออย่างงั้นหรอ…พอแล้วหยุดทำร้ายฉันได้แล้ว…ก็ได้ฉันจะแก้แค้นนาย ในสักวันฉันจะแก้แค้นนายให้ได้”
เมื่อฮ่าฮ่าเห็นเ้าละเมอถึงฝันร้ายที่เขาฝันขึ้นมา มันสร้างรอยยิ้มชอบใจให้กับชายหนุ่มที่อุตส่าห์นั่งกรอกหูนายน้อยของเขาทั่งคืน และเขาก็ไม่มีความคิดที่จะปลุกนายน้อยให้ตื่นจากฝันอยู่ในหัวของเขาเลย จนกระทั่งเ้าสะดุ้งตื่นขึ้นมาเองพร้อมกับพระอาทิตย์ที่กำลังขึ้นพอดี
“เป็อะไรหรือเปล่าครับนายน้อย เหงื่อแตกเต็มไปหมดเลย”
“ฮ่าฮ่า”
เมื่อเ้าตื่นขึ้นมาและเห็นผู้ช่วยฝึกฝนของตัวเองยืนอยู่เขาก็มองไปที่รอบๆ ตัวของตนเองจนรู้ตัวว่าภาพการทารุณกรรมที่เกิดจากซีซวนที่เขาเห็น มันเป็เพียงแค่ความฝันก่อนที่เ้าจะใช้น้ำจากแก้วน้ำล้างหน้าของตนเอง พร้อมกับรอยยิ้มของผู้ช่วยฝึกฝนของตนที่ยิ้มให้เขาอยู่
“นายยิ้มอะไร”
“คือ ครั้งที่แล้วผมเห็นนายน้อยกินน้ำจากแก้วนั้น ครั้งนี้ผมก็เลยเตรียมน้ำดื่มไว้ให้และน้ำที่ใช้ล้างหน้าก็เตรียมไว้ให้ในถ้วยข้างๆ น่ะครับ”