ผู้ชายร่างสูงโปร่งตัวโตหุ่นสมส่วน หน้าตาคมเข้มตามแบบลูกครึ่งไทยญี่ปุ่นคิ้วดกหนาได้รูปยักขึ้นข้างหนึ่งเป็การทักทายผู้หญิงทั้งสองคนก่อนจะเผยรอยยิ้มที่มุมปากในแบบฉบับยียวนผสานกับประกายตาวิบวับที่ไม่ต่างไปจากแบบแผนของผู้ชายเ้าชู้
ชายหนุ่มเอ่ยทักทายสวัสดีกับคนทั้งคู่ก่อนจะค้อมศีรษะให้เล็กน้อย
แค่พูดถึง...ผู้ชายคนที่กำลังอยู่ในความสงสัยของโรยทรายก็โผล่หน้าทันทีเขานี่แหละพระเอกของเื่นี้...ศัลย์ ศีลธรรม
“ลมอะไรหอบมาคะพี่ศัลย์...มิร่าจำได้ว่าเรามีนัดกันวันพรุ่งนี้ไม่ใช่เหรอคะ” มิราลีทำน้ำเสียงหวานฉอเลาะ
“โธ่!น้องมิร่า...ทำอย่างกับว่าพี่ไม่ใช่คนคุ้นเคยที่นี่ปกติพี่ก็เข้าออกบ้านนี้เป็ประจำ น้องมิร่าก็รู้”ศีลธรรมพูดด้วยน้ำเสียงค่อนข้างทุ้มนุ่ม
เขาชายตาไปยังนางเอกแกะกล่องที่ตนเองใช้อภิสิทธิ์ในความเป็พระเอกเบอร์หนึ่งของช่องเลือกเธอมาเล่นเื่นี้โดยเฉพาะ
“แต่ถ้าอยากรู้ว่าลมอะไรหอบพี่มา น้องมิร่าก็ต้องเข้ามาใกล้ๆพี่หน่อยละ”
พูดไม่ทันขาดคำศีลธรรมก็อ้าแขนหมายจะเข้าไปโอบกอดมิราลีใกล้ๆ
“อย่ามาทำชีกอแถวนี้นะคะพี่ศัลย์”มิราลีแหวใส่ชายหนุ่ม แต่น้ำเสียงนั้นเหมือนมีอะไรแอบแฝงไว้จนโรยทรายยังรู้สึกได้ถึงสัมพันธ์บางอย่างของคนทั้งคู่
“เข้าข้างในกันเถอะค่ะ...พี่ทราย”มิราลีคล้องแขนโรยทรายชวนกันเข้าในบ้าน แต่แววตาคมกริบกลับจ้องมองพระเอกหนุ่มอย่างมีเลศนัย
ยังไม่ทันที่คนทั้งสามจะเดินเข้าไปในตัวบ้าน เสียงรถอีกคันยี่ห้อรถเดียวกันแต่คนละสีก็ขับเข้ามาจอดเทียบรถอีโก้คาร์ของพระเอกหนุ่มบีบแตรเสียงดังสนั่นจนทุกคนต้องหันหลังกลับไปมองยังต้นเสียงนั้น
“พี่ศัลย์!!” เสียงของหญิงสาวเน้นคำจนน่ากลัว “ทำไมต้องขับรถหนีปาด้วยล่ะคะ” ท่าทางของผู้พูดก็ไม่ได้ต่างไปจากน้ำเสียงสักเท่าไหร่
“เรามีเื่ต้องคุยกันนะคะพี่ศัลย์”
ปาหนันนางร้ายประจำช่อง...นางร้ายประจำเื่...และท่าทางของเธอตอนนี้ก็กำลังเป็นางร้ายนอกจอดีๆนั่นเอง
“สวัสดีค่ะมิร่า” ปาหนันปรับน้ำเสียงของตัวเองให้อ่อนลง
“ปาขอคุยกับพี่ศัลย์เป็การส่วนตัวหน่อยนะคะ”พูดจบเ้าตัวก็เข้าไปดึงแขนชายหนุ่มที่ยืนหน้าเหรอหราทำท่าไม่ถูก
เมื่อสองสาวเดินกลับเข้าไปในตัวบ้านปาหนันจึงเริ่มคำถามที่มันกำลังขุ่นมัวอยู่ในใจเป็อย่างยิ่ง “ว่าไงคะพี่ศัลย์...ทำไมพี่ศัลย์ต้องคอยหลบหน้าปาตลอดเวลา”
ปาหนันยืนเกาะแขนชายหนุ่มอยู่ข้างรถตัวเอง...หน้าตาที่จัดว่าสวยในแบบสาวเกาหลีแต่งแต้มสีสันบนใบหน้าในแบบธรรมชาติ...ดวงตากลมโตนั้นดูขยายใหญ่จนแทบจะทะลักออกมา เมื่อไม่ได้รับคำตอบจากปากชายหนุ่ม...เธอขบเม้มริมฝีปากจนสีลิปสติกแดงสดหลุบอยู่ด้านในจนมองแทบไม่เห็น
“ทำไมพี่ศัลย์ไม่ตอบปาล่ะคะ...ว่าสามสี่วันมานี้พี่ศัลย์ไปอยู่ที่ไหนมา...ทำไมไม่ยอมรับโทรศัพท์ปา...ทำไมไม่โทรกลับ”
ปาหนันหันขวับไปมองหญิงสาวที่เพิ่งเดินลับตาเข้าไปในบ้าน
“หรือว่าเป็เพราะแม่นั่น!!”
“ปาหมายถึงใคร”
“ก็แม่นางเอกคนใหม่ของละครเื่นี้ไงคะ...”ปาหนันกำมือทั้งสองข้างแน่นก่อนจะพูดต่อ “อย่านึกว่าปาไม่รู้นะคะว่าที่ช่องเลือกแม่นั่นมาเป็นางเอก เป็เพราะใคร”
“ปาไปรู้อะไรมา” ศัลย์ถามด้วยสายตาขุ่นมัวไม่แพ้กัน
“ที่มันได้เล่นละคร ก็เพราะพี่ศัลย์ไม่ใช่เหรอคะ ที่เป็คนวิ่งเต้นขอให้ช่องเลือกมัน...ถ้าไม่ใช่เพราะพี่ศัลย์มันก็ไม่ได้เล่นละครเื่นี้หรอก”
“ถ้าใช่แล้วจะทำไม”
เมื่อคำตอบของศัลย์คล้ายกับเป็คำถามให้เกิดตะกอนในใจของปาหนันประโยคนั้นยิ่งเหมือนกวนให้ตะกอนขุ่นมัวยิ่งขึ้นจนเธอต้องกรี๊ดออกมาเสียงดังพร้อมกับเดินเข้าไปทุบรัวบนร่างกายของชายหนุ่ม
“เห็นไหม...ในที่สุดพี่ศัลย์ก็ยอมรับแล้วว่าที่พี่ศัลย์หายไปหลายวันไม่ยอมรับสายปา...คอยหลบหน้าปา...ก็เป็เพราะนังนั่น”
“พูดจาอะไรให้มีเหตุผลบ้างนะปา”
“พี่ศัลย์เอามันไปกกไปกอดกันมากี่รอบแล้วล่ะคะ...พี่ศัลย์ถึงได้ทำให้มันขนาดนี้”
“ปา...ปาอย่าไปพูดจาดูถูกคนอื่นแบบนี้...พี่ไม่ชอบ”ศัลย์ตวาดกลับ
“ไม่ชอบ...ไม่ชอบ...อะไรที่ปาทำไปพี่ศัลย์ก็ว่าไม่ดีสักอย่าง...ถ้าปาไม่ดีแล้วมายุ่งกับปาทำไม” กิริยาเกรี้ยวกราดเมื่อครู่อ่อนแรงลงพร้อมกับน้ำตาของผู้หญิงที่ขึ้นชื่อว่านางร้าย
จะเป็นางร้ายนอกจอหรือในจอก็ตามแต่เื่ของความรักไม่อาจกำหนดบทตอนให้ปาหนันแสดงได้อย่างที่ตนเอง้า
แล้วน้ำตานางร้ายอย่างเธอก็อ่อนแอไม่แพ้คนที่เสียใจคนอื่น...เพียงแต่ที่รินไหลลงมาตอนนี้มันไม่มีค่าใดเพราะผู้ชายคนที่เธออุตส่าห์ตามมาถึงที่นี่ขับรถยนต์ของตัวเองออกไปจากบ้านเสียแล้ว
///////////////////////////////////////จบตอนที่ 2