หลิ่วหยางอวี่โยนหอกให้เยี่ยซางด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม
เยี่ยซางยื่นมือออกไปรับหอกทว่าหลังมือทั้งสองคว้าจับหอกได้ก็ทรุดลงอย่างรวดเร็วเขาจึงออกแรงที่มือทั้งสองข้างอีกคราเพื่อให้สามารถถือหอกในมือได้อย่างมั่นคง
หนัก! หนักมาก!
เยี่ยซางรู้สึกว่าหอกนี้น่าจะหนักอย่างน้อยหนึ่งพันจินแต่เขาไม่ได้รู้สึกไม่ชอบมันเลยแม้แต่น้อย ถึงตอนนี้จะรู้สึกลำบากเล็กน้อยแต่เขาเข้าใจดีว่าหากเพิ่มของปราณแท้จริงในตันเถียนและฝึกฝนคัมภีร์หมื่นวิถีแล้วการควบคุมหอกนี้ก็จะไม่เป็ปัญหาในอนาคต
“หนักเกินไปหรือ? หอกนี้หนักหนึ่งพันสองร้อยจิน หลอมขึ้นใหม่โดยผู้าุโเฉินจากหอเกียรติยศและเพิ่มวัสดุเข้าไปอีกเล็กน้อย”หลิ่วหยางอวี่กล่าว
เมื่อได้ยินคำพูดของหลิ่วหยางอวี่ปากของกงเสวียนก็กระตุกโดยพลัน เพิ่มวัสดุเล็กน้อยหรือ? เขารู้ดีว่าหลิ่วหยางอวี่นำวัสดุไปสร้างหอกนี้มากน้อยเพียงใดทั้งเขาเองก็ยังโดนบังคับให้บริจาคแร่อูจินหายากซึ่งเป็แร่เหล็กทองคำดำอีกต่างหาก
“พอไหวขอรับ ถึงแม้ตอนนี้จะใช้ยากสักเล็กน้อยแต่ข้าคงจะค่อยๆ คุ้นเคยไปเองขอรับ” เยี่ยซางโบกหอกของเขาขณะพูด
“ดีแล้วถ้าเ้าสามารถใช้มันได้” หลิ่วหยางอวี่พยักหน้า
“ท่านประมุข หอกนี้มีชื่อหรือไม่ขอรับ?” เยี่ยซางถาม เขาชอบหอกนี้เป็อย่างยิ่ง
“มันเพิ่งสร้างเสร็จวันนี้จะมีชื่อได้อย่างไร? เ้าเป็เ้าของ เ้าสามารถตั้งชื่อด้วยตนเองได้เลย”หลิ่วหยางอวี่พูดขณะมองไปยังเยี่ยซางที่กำลังลูบหอกอยู่สายตาของเขายังไม่ละออกจากหอกนั้นแม้แต่น้อย
“นี่เป็การหลอมหอกเหล็กดำอีกครั้งหนึ่งเทียบเท่ากับการได้รับชีวิตใหม่ เช่นนั้นข้าจะเรียกมันว่าสังสารวัฏ”เยี่ยซางถือหอกในมือขวาแล้วขยับมือไปด้านหลัง
“สังสารวัฏหรือ? เป็ชื่อที่ดี!เหมือนกับมันจะถูกกำหนดเอาไว้แล้วทีเดียว เ้ารู้หรือไม่ว่าปลายหอกนี้ทำมาจากอะไร? มันคือหินแห่งการเกิดใหม่ซึ่งหายากมาก และยังจัดเป็วัตถุโบราณที่ใช้สร้างอาวุธระดับสูงด้วยข้าไม่รู้ว่ามันดีอย่างไรหรอก แต่มันหายากได้ยากยิ่งนัก พวกเรามีอยู่ในหอเกียรติยศจึงนำเอาออกมาใช้”หลิ่วหยางอวี่กล่าว
เยี่ยซางโค้งคำนับหลิ่วหยางอวี่เขาเข้าใจดีว่าหลิ่วหยางอวี่ต้องใช้เงินและทรัพยากรเป็จำนวนมากสำหรับหอกนี้
“อีกไม่กี่วันถังเทียนและฉู่หนิงจะคารวะกงเสวียนเป็อาจารย์แล้ว เ้าคิดอย่างไรเล่า?” หลังจากหลิ่วหยางอวี่ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก็ถามขึ้น
เยี่ยซางตกตะลึงเมื่อได้ยินข่าวจากนั้นเขาก็ส่ายหน้า “อาจารย์ลุงกงไม่ยอมรับศิษย์ เพราะศิษย์ทำได้ไม่ดีพอศิษย์จะพยายามให้มากขึ้นขอรับ”
กงเสวียนรู้สึกอยากกระอักเืเสียเหลือเกินเยี่ยซางใช้เวลาหนึ่งเดือนกว่าๆ ในการบ่มเพาะเพื่อทะลวงผ่านสองขั้นติดต่อกัน แล้วเขายังใช้การฝึกตนระดับเลี่ยนชี่เพื่อฝึกฝนทักษะการต่อสู้ระดับที่สองอย่างหอกไล่ลมอีกนี่ยังดีไม่พออีกหรือ? กงเสวียน้าจะบอกว่าไม่ใช่เพราะว่าข้าไม่้ารับเ้าแต่ว่ามีคนหมายเ้าไว้แล้วต่างหากเล่า
“รางวัลและความอับอายไม่ได้ทำให้สูญเสียตัวตน ดีมากพยายามให้มากขึ้น ย่อมมีสักวันที่เ้าจะหลุดพ้นจากเงามืดแล้วมาพบแสงสว่าง”หลิ่วหยางอวี่พยักหน้าให้เยี่ยซางแล้วจากไปพร้อมกับกงเสวียน
“ท่านอาจารย์ เยี่ยซางฝึกฝนอย่างหนักอยู่แล้วท่านกล่าวเช่นนั้นอาจทำให้เขาบ้าคลั่งมากกว่าเดิมนะขอรับ”หลังจากออกจากบ้านไม้ไผ่ของเยี่ยซาง กงเสวียนก็เอ่ยขึ้น
“เป็เื่ดีที่จะอดทนให้มากเมื่อยังเด็ก ในอนาคตเขาจะได้สบายมากขึ้นเถี่ยชาง เ้ามาแล้ว” หลิ่วหยางอวี่หันหน้าไปมองที่ป่า
“พี่ใหญ่!”ชายชราในชุดคลุมสีเขียวเดินออกจากป่าและพยักหน้าให้หลิ่วหยางอวี่
“อาจารย์อา หอบังคับกฎตัดสินใจส่งท่านมาหรือ?” กงเสวียนทักทายชายชราในชุดสีเขียว
“อาจารย์ของเ้าไม่เคยได้ใช้สัญลักษณ์ของประมุขยอดเขาไท่เสวียนสักครั้งข้าจึงอยากมาดูด้วยตนเอง เด็กคนนั้นฝึกฝนอย่างหนักจริงๆมีอีกอย่างที่เ้าอาจไม่รู้ ยามนี้เขาเข้าถึงระดับต้นของหัตถ์ผลักภูผาของคัมภีร์หัตถ์คลุม์แล้ว”เถี่ยชางกล่าวเขากับหลิ่วหยางอวี่เป็พี่น้องร่วมสาบานและยังเป็ศิษย์พี่ศิษย์น้องกันอีกด้วยตอนนี้พวกเขาต่างก็มีสถานะสูงในยอดเขาไท่เสวียน
“ว่าอย่างไรนะ? เขาเริ่มฝึกหัตถ์ผลักภูผาแล้วหรือ?” ไม่ใช่แค่กงเสวียนที่ใหลิ่วหยางอวี่ก็ใมากเช่นกัน
“ใช่ ข้าเห็นเขาใช้หัตถ์ผลักภูผาตบไม้ไผ่หยกเป็ชิ้นๆด้วยตาของข้าเอง” เถี่ยชางพยักหน้า
“ฮ่าฮ่า! ครั้งนี้ยอดเขาไท่เสวียนเก็บสมบัติได้จริงๆเมื่อก่อนตอนที่ศิษย์ใหม่ในสำนักแข่งขันกันเองยอดเขาไท่เสวียนของเราไม่ได้เข้าร่วมใช่หรือไม่? ครั้งนี้พวกเราจะเข้าร่วมและต้องได้อันดับที่ดีอย่างแน่นอน”หลิ่วหยางอวี่รู้สึกตื่นเต้นมาก
“กงเสวียน เขาเป็ต้นกล้าที่ยอดเยี่ยมแท้ๆ ทำไมเ้าถึงไม่รับเขาเป็ศิษย์เล่า?” เถี่ยชางเอ่ยขึ้นจากที่ได้ยินหลิ่วหยางอวี่กล่าวว่าฉู่หนิงและถังเทียนจะได้คารวะกงเสวียนเป็อาจารย์
“อาจารย์อา ไม่ใช่ว่าข้าไม่้า แต่เขาถูกหมายไว้แล้วไม่อย่างนั้นเขาจะฝึกหัตถ์ผลักภูผาได้อย่างไรกันเล่า?” กงเสวียนรู้สึกหนักใจเป็อย่างมาก
เถี่ยชางยิ้มออกมาหลังจากตกตะลึงไปครู่หนึ่งเขาใที่เยี่ยซางถูกหลิ่วหยางอวี่หมายไว้ แต่เขาก็คิดว่าเป็เื่ปกติอยู่แล้วใครจะไม่อยากมีลูกศิษย์ที่ยอดเยี่ยมเพื่อสืบทอดเสื้อคลุม1เช่นนี้กัน!
“เถี่ยชาง ข้าต้องรบกวนเ้าแล้วเมื่อไม่นานมานี้เด็กคนนี้วิ่งออกไปข้างนอกแล้วแขนหักกลับมา เด็กยังไม่รู้ขีดจำกัดเขาจำเป็ต้องได้รับการดูแล” หลิ่วหยางอวี่กล่าวกับเถี่ยชาง
“พี่ใหญ่ ท่านกำลังพูดถึงเื่อะไร? ข้าปิดด่านฝึกตนมายี่สิบปีแล้วแต่ยังไม่สามารถทะลวงผ่านไปได้ ข้าก็แค่อยากจะออกมาสูดอากาศบ้างเท่านั้นเอง”เถี่ยชางกล่าวด้วยรอยยิ้ม
เยี่ยซางอยู่หน้าบ้านไม้ไผ่ค่อยๆ เช็ดหอกสังสารวัฏด้วยผ้าสะอาด เขาชอบหอกนี้มากจนวางไม่ลง
หลังจากเช็ดหอกสังสารวัฏแล้วเยี่ยซางก็เริ่มฝึกทักษะหอกไล่ลม
หอกสังสารวัฏเป็หอกหนักแต่เพราะการฝึกฝนของเขามาถึงขั้นที่สามของเลี่ยนเซวี่ยแล้ว แขนของเขาจึงแข็งแรงขึ้นแต่ก็ยังแทบจะควบคุมมันไม่ได้เมื่อใช้ทักษะหอกไล่ลมแล้ว มันก็ยิ่งเร็วขึ้นเรื่อยๆจนหอกสังสารวัฏคล้ายจะกลายเป็ั
หลังจากฝึกฝนเสร็จครั้งหนึ่งเยี่ยซางก็นึกถึงคำพูดของหลิ่วหยางอวี่เขาต้องเพิ่มบางสิ่งที่เขาเข้าใจลงไปในทักษะหอก
ประการแรกเยี่ยซางพิจารณาความแรงของการเหวี่ยงหอกก่อนที่จะถ่ายปราณแท้จริงลงในหอกสังสารวัฏ โดยพยายามโคจรปราณแท้จริงให้เร็วที่สุด
หลังจากฝึกฝนมาครึ่งชั่วยามเยี่ยซางรู้สึกว่าผลที่ได้ยังไม่ดีเท่าไรนัก ยามปราณแท้จริงของเขาเข้าสู่หอกสังสารวัฏความรุนแรงของพลังปราณกลับไม่ชัดเจนอย่างมากที่สุดมันก็แค่เพิ่มพลังทะลุทะลวงให้กับหอกสังสารวัฏ อย่างไรก็ตามหอกสังสารวัฏนั้นก็มีความคมมากพออยู่แล้ว
ต่อมาเยี่ยซางจึงศึกษาเกี่ยวกับคลื่นกระแทกการฝึกหัตถ์ผลักภูผาคือการสร้างวังวนของปราณแท้จริงในมือเขา เมื่อเขาโจมตีเป้าหมายมันจะสั่นะเือย่างรุนแรง พลังนั้นจะต้องน่าประหลาดใจเป็อย่างยิ่งแน่นอน
สำหรับการฝึกฝนหัตถ์ผลักภูผาเยี่ยซางใช้เวลาฝึกฝนนานกว่าหนึ่งชั่วยาม แต่กลับยังไม่ได้ผลที่น่าพอใจนักเขาอาจจะใช้ปราณแท้จริงสร้างลมพายุบนฝ่ามือได้ แต่กลับไม่ใช่บนหอก
สิ่งนี้ทำให้เยี่ยซางรู้สึกสับสนไม่น้อยแต่ในที่สุดเขาก็รู้สึกว่าหาก้าใช้คลื่นกระแทกเขาไม่จำเป็ต้องเริ่มด้วยการหมุนของปราณแท้จริงแต่เขาสามารถสร้างจากปราณแท้จริงได้โดยตรงเลย ซึ่งยังสามารถใช้สร้างแรงกระแทกได้ด้วย
จากนั้นเยี่ยซางจึงเริ่มฝึกฝนในทิศทางนี้แทนขณะที่แทงหอกออกไป เขาก็ควบคุมปราณแท้จริงแล้วส่งระลอกคลื่นไปยังหอก
การฝึกนี้ทำให้เยี่ยซางคิดว่าเป็ไปได้ตามความคิดของเขาแม้จะไม่รุนแรงเท่าการปล่อยปราณแท้จริงทั้งหมดในคราวเดียวแต่หอกจะมีพลังจากการสั่นะเื เมื่อปะทะกับอาวุธของคู่ต่อสู้แล้วเขาจะได้เปรียบกว่า
ต่อมาเยี่ยซางก็ฝึกฝนคัมภีร์หม้อโอสถศักดิ์สิทธิ์กับคัมภีร์หมื่นวิถีในเวลากลางคืนและฝึกฝนหัตถ์ผลักภูผากับหอกไล่ลมในเวลากลางวัน
หลังจากเยี่ยซางฝึกฝนมาสองสามวันทักษะหอกไล่ลมของเขาก็เปลี่ยนไป การโจมตีด้วยทักษะหอกไล่ลมครั้งแรกจำเป็ต้องใช้พละกำลังสูงมากเขาใช้พลังจากร่างกายจนสำเร็จในที่สุด จากนั้นจึงใช้ปราณแท้จริงในตันเถียนของตนเองเพื่อโจมตีด้วยคลื่นกระแทกต่อ
ยามนี้เยี่ยซางสามารถทำคลื่นกระแทกได้เก้าครั้งสาเหตุหลักมาจากที่พลังปราณของเขาไม่มากพอ หลังจากสร้างคลื่นกระแทกไปเก้าครั้งแล้วปราณแท้จริงในตันเถียนของเขาจะไม่สามารถฟื้นฟูได้ทันท่วงที
เถี่ยชางผู้รับหน้าที่ดูแลความปลอดภัยของเยี่ยซางก็ต้องเปลี่ยนสถานที่ครั้งแล้วครั้งเล่าในการเฝ้าดูอีกฝ่าย เพราะเด็กหนุ่มไม่้าจะทำลายต้นไผ่บริเวณหน้าบ้านและหลังบ้านไม้ไผ่ของตนเอง
การฝึกฝนหัตถ์ผลักภูผาเป็ไปด้วยดีถึงพลังจะไม่ได้สูงมากนัก อย่างไรก็ตามหลังจากเยี่ยซางใช้หัตถ์ผลักภูผาเขาจำเป็ต้องหยุดพักเพื่อฟื้นฟูปราณแท้จริงในตันเถียนด้วย
อย่างไรก็ตามพลังทำลายล้างของเยี่ยซางที่ฝึกฝนทักษะหอกไล่ลมนั้นก็น่าอัศจรรย์ใจเป็อย่างยิ่งต้นไม้ที่หนาเท่าศีรษะของมนุษย์กลับถูกโจมตีด้วยหอกสังสารวัฏของเยี่ยซาง ซึ่งโดนทำลายด้วยแรงสั่นะเืที่เข้าปะทะโดยตรงไม่ใช่เพราะความคมของหอก
-------------------------------------------------------------------------------
1 เสื้อคลุม หมายถึงการส่งต่อสิ่งต่างๆ จากอาจารย์ไปให้ศิษย์ ทั้งทักษะ ความเชื่อ รวมถึงเป้าหมายด้วยเนื่องจากลัทธิเต๋าในสมัยก่อนเมื่อรับศิษย์เข้ามาจะมีการมอบเสื้อคลุมและชามแทนหนังสือรับรองเรียกว่ามรดกของเสื้อคลุมและชามภายหลังเปลี่ยนมาเรียกว่ามรดกของอาจารย์และศิษย์แทน