ณ.เขตโอลิมปัสตั้งอยู่ในทวีปแดนสวรรค์ซึ่งติดกับหิมพานต์
เทือกเขาแห่งหนึ่งมีขนาดใหญ่สามารถตั้งเมืองได้ทั้งเมืองปรากฎเมืองที่มีสิ่งปลูกสร้างแบบสถาปัตโรมันโบราณ ซึ่งที่แห่งนี้มีนักรบมากมายกำลังทำการฝึกฝนตนเองพวกเขาแต่งกายคล้ายนักรบโรมันผสมกับนักรบกรีกโบราณซึ่งสถานที่นี้ยังไม่มีผู้เล่นคนไหนสามารถมาถึงได้มาก่อนเนื่องจากมีป่าขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยสัตว์อสูรขั้นพระเจ้าอาศัยอยู่ป่านั้นผู้เล่นเรียกมันว่าป่าวิญญาณเพราะผู้ใดที่ย่ามกายเข้าไปจะต้องทิ้งวิญญาณเอาไว้ภายในป่านั้น
อีกฝากของป่าคือที่อยู่ของเทพแห่งโอลิมปัสและสถานที่ซึ่งอาเธน่าเทพีแห่งสงครามอาศัยอยู่คือแซงค์ทัวรี่ภายในเมืองแซงค์ทัวรี่ของอาเธน่ามีขนาดใหญ่ตั้งอยู่บนเทือกเขามีประชาชนมากมายและนักรบที่เรียกตัวเองว่าเซนต์แห่งอาเธน่า
ภายในห้องหนึ่งตกแต่งอย่างดี
“ท่านอาเธน่าโลกเบื้องนอกเขาลือกันว่าบัลลังก์มารสูงสุดศิลา เหนือหัวแห่งจันทราเทพได้กลับมาแล้วครับ” เซนต์หนุ่มใบหน้าหล่อเหลาคมเข้มผมสีน้ำตาลชุดเกราะสีทองซึ่งด้านหลังเป็นปีกสีทอง เขากำลังคุกเข่ารายงานข่าวให้กับสตรีผมสีชมพูยาวในชุดผ้าแพรสีชมพู่อ่อนใบหน้าหวานคมดวงตาสุกสระกราวที่กำลังนั่งอยู่บนเตียงนอน
“ขอบใจมากนะเท็นมะ” หญิงสาวบอกกับชายหนุ่ม
“อาเธน่า ได้โปรดเรียกข้าว่าเปกาซัสด้วยเถิด หากเซนต์คนอื่นได้ยินท่านเรียกชื่อเล่นข้าอย่างสนิทสนม อาจจะทำให้คุ่นเคืองใจในตัวท่านได้”
“นั่นซินะ” อาเธน่ามองชายหนุ่มด้วยตาอ่อนหวาน “ถึงแม้สมัยเด็กเราจะเป็นเพื่อนกันก็ตาม แต่สถานะเรากับเจ้าตอนนี้ต่างกัน”
“ขออภัย” ชายหนุ่มชุดเกราะสีทองเดินเข้ามาพูดขึ้น
เปกาซัสหันไปมอง “ชากะ”
เซนต์ชากะเดินเข้ามาคุกเข่าก่อนจะพูดขึ้น “ขออภัยท่านอาเธน่าที่เข้ามาในห้องบรรทมของท่าน ข้าได้ข่าวมาว่าภูติสาวของศิลากำลังเดินทางไปกำจัดจักรพรรดิมังกรแห่งการเริ่มต้นเนออส”
เปกาซัสหันมองชากะสีหน้าสงสัยก่อนจะพูดขึ้น “ไม่ใช่ไปกำจัดราชาหนูตะลุงพุกหรอกหรือ”
ชากะหันมองเปกาซัส “เจ้าเอาข่าวมาจากไหน สายสืบของข้ารายงานมาว่าพวกนางกำลังมุ่งหน้าไปกำจัดมังกรแห่งการเริ่มต้นเนออสไม่ผิดแน่ แล้วอีกอย่างราชาหนูตะลุงพุกมันคืออะไร...?” ชากะถึงกับงงในสิ่งที่มีชื่อว่าหนูตะลุงพุก “ระดับอย่างบัลลังก์มารเนี่ยนะจะเดินทางไปกำจัดสิ่งมีชีวิตพิลึกนั่น ข้าว่ายังไงก็ต้องเป็นเนออสไม่ผิดแน่”
อาเธน่านิ่งเงียบชั่วขณะ “เท็นมะ...!” หญิงสาวตกใจลืมตัว “เปกาซัสเจ้านำเซนต์ฝึกหัดเฝ้าสังเกตุยังบริเวณหนูตะลุงพุก ชากะเจ้านำกำลังเซนต์ไปสังเกตุบริเวณป่าวิญญาณตรงจุดเขามังกรนิรันดร์ที่อยู่ของเนออส”
รับทราบ....ทั้งสองรับคำก่อนจะเดินออกไป
อาเธน่านั่งสีหน้าเครียดอยู่คนเดียวก่อนจะพูดขึ้นกับตัวเอง “ศิลาเล็งเนออสไว้หรอ....? ไม่น่าจะเป็นไปได้ลำพังแค่พลังของเขาตอนนี้สามารถเอาชนะเนออสได้ก็จริง แต่ก็คงไม่ได้ชนะขาดแบบสบายๆ บางทีอาจจะแพ้เอาซ้ำ เขาจะสิ้นคิดถึงขั้นไม่รู้ตัวเองเลยหรือว่าสุริยเทพจ้องรอเวลาที่เขาพลาดท่าอยู่ ขืนสู้กับเนออสแล้วสุริยเทพโผล่มา” หญิงสาวถอนหายใจ “ดูเหมือนเรื่องที่เท็นมะกังวลในหมู่เซนต์จะเป็นจริงแล้วซิ เราคงต้องรีบไปพบท่านแบบจริงๆจังๆเสียที” อาเธน่าสีหน้ายิ่งกังวล “ปัญหาคือ เราจะไปแบบไหนจะเข้าถึงตัวท่านได้”
เมืองจตุรศาสตราภายในห้องประชุมปรากฎเงาของผู้นำมากมายทั้งเบลเซบับ บูรพา พลัม ฟันโอ โอริโอ้ โนเทล โรมิโอ จูเรียต
“สรุปแล้วนางนั่นจะล่าตัวอะไรกันแน่หนูตะลุงพุกหรือเนออส” ฟันโอตวาดถามลั่นแสดงถึงฐานะและอำนาจของเขาที่ตอนสามารถนี้ใช้ข่มคนทั้งหมดได้
“ฉันว่าหนูตะลุงพุก” พลัมพูดขึ้น ซึ่งทั้งหมดหันมามองหน้าหญิงสาว “สายสืบรายงานมาว่าพบเห็นแค่ผู้ติดตามของศีล...! เอ่ย” หญิงสาวลืมตัว “ศิลา แต่ไม่เห็นตัวของศิลา เป็นไปได้ว่าเขาต้องทำอะไรสักอย่าง และด้วยข้อจำกัดของภูติและสัตว์เลี้ยงพวกเขาคงออกห่างจากเขตเมืองยุทธภพไกลมากไม่ได้แน่”
“ไม่เข้าใจเลยจริงๆ” ฟันโอปวดหัว “มันเคยล่าแต่สัตว์อสูรระดับเทพและเทพเจ้ามาตลอดตอนนี้ทำไมถึงเป็นแค่มอนสเตอร์ระดับราชาโง่ๆอย่างหนูตะลุงพุก”
“มันแค่อยากหาเงินใช้หรือเปล่า” โนเทลนอนเอนหลังอยู่ตรงโฟซาพูดขึ้น “คุณบูรพาเคยบอกไว้นี่ว่าในโลกจริงหมอนั่นจนจะตายมีแต่ตัว ถ้างั้นก็ไม่แปลกที่มันจะล่าหนูตะลุงพุกเพื่อหาเงิน”
บูรพาหันไปมองส่ายหัวก่อนจะพูดขึ้น “ถ้าในอดีตนะใช่ แต่ตอนนี้เป็นไปไม่ได้ ศิลาเป็นเจ้าเมืองเงินในเกมที่สามารถแลกเป็นเงินจริงคงเยอะพอตัว อีกอย่างถึงหมอนั่นจะไม่แลกเงินในเกมเป็นเงินจริงตอนนี้มันก็มีเงินใช้สบายไปสามชาติ”
“ขนาดนั้นเชียว...!” โอรีโอ้ตกใจ
บูรพาพยักหน้า “ใช่ หมอนั่นโชคดีได้แฟนรวยน่ะ” บูรพามั่นใจ แต่ทว่ากลับไม่รู้เลยว่าศิลาเองเนี่ยแหละที่กำลังถูกหวานใจคุมบัญชีไม่ซิคุมทุกอย่างมากกว่า
“แฟนมันก็ภูติประจำตัวไม่ใช่หรอ” โรมิโอถามบูรพา “จะรวยขนาดนั้นได้ยังไง แม่นั่นยังมาทำงานเป็น SPC สัตว์อสูรภูติต๊อกๆอยู่เลย”
บูรพาเงียบสีหน้าลำบากใจ
“งั้นพวกเราตกลง นำกำลังไปล่าเนออสก่อนที่ศิลาไปถึง” ฟันโอบอกเสียงขรึมหลังจากนั้นทั้งหมดก็แยกย้ายไปเตรียมตัว
ในระหว่างทางที่แยกย้ายกันไปพลัมก็พูดขึ้นกับบูรพา “ทำไมนายถึงไม่บอกความจริงไปล่ะ”
บูรพาถอนหายใจ “บอกไปฉันก็โดนเก็บน่ะซิ ทางนั้นเคยยื่นคำขาดมาซะขนาดนั้น ขืนฉันเข้าไปวุ่นวายกับชีวิตมันอีก อาจจะไม่ใช่แค่ฉัน ใช่ลำพังแค่ฉันคงไม่เป็นไรฉันไม่อยากให้เธอมาเสี่ยงในโลกมืดของมาเฟียด้วยหรอกคนพวกนั้นสามารถทำได้ทุกอย่าง” บูรพาพูดทิ้งท้ายก่อนจะเดินดุ่มๆ
ทางคณะของฟ้าครามกำลังเดินทางอย่างสบายใจพวกเขาก็ได้แวะพักระหว่างทางซึ่งเป็นที่ตั้งของเมืองขนาดเล็กถึงเล็กๆซึ่งเจ้าของเมืองนี้ก็คือกิลด์คดีอาญาที่ฟ้าครามและศิลาเคยหรอกเงินของกิลด์นี้จนหมดตัวมาแล้ว
ซึ่งพวกเขากำลังแวะทานอาหารมื้อใหญ่จากเงินที่พึ่งได้จากการฆ่าผู้เล่นไปประมาณสามพันกว่าคน
ในระหว่างทางฟ้าครามก็ไม่ได้อยากจะลงมือฆ่าใครทั้งนั้นทว่าเจ้าหล่อนเองก็ถามผู้เล่นเหล่านั้นแล้วว่าพอจะส่งเงินมาให้ยืมก่อนสักสามหมื่นเหรียญทองได้ไหมจะนำไปเป็นค่าอาหารให้สดายุแต่ผู้เล่นเหล่านั้นเลือกที่จะปฏิเสธเลยทำให้ฟ้าครามต้องจำใจฆ่าเรียบบวกกับทำลายกิลด์และสมาพันธ์น้อยใหญ่อีกหลายร้อย
ในร้านอาหารที่ชื่อว่าหม่องถนัดกินชั้นสองบริเวณริมหน้าต่างปรากฎคณะของฟ้าครามและอาหารมากมายขนาดที่สามารถทานได้ทั้งตำบลเล่นเอาทุกโต๊ะมองดูด้วยสายตาสีหน้าทึ่งอึ้งตลึงประมาณว่านั่นกินหรือยัด และตอนนั้นเองมีชายหนุ่มในชุดจอมยุทธ์ใบหน้าหล่อเหลาเดินเข้ามาหาพวกเขาก่อนจะขอนั่งร่วมโต๊ะ
“ผมขอขัดเวลาเจริญอาหารสักครู่ได้ไหมครับ” ชายหนุ่มพูดขึ้นสีหน้ายิ้มแต่แฝงด้วยเม็ดเหงื่อ เขาไม่ใช่ใครอื่นเขาคือชางหลง
ฟ้าครามล่ะมือจากอาหาร มองหน้าผู้ถาม “คุณคือ....?”
ชางหลงยิ้มแห้งๆ “คุณเนี่ยอย่างที่เขาลือกันเลยนะครับว่าไม่จำใครเลยนอกจากคุณศิลา ผมชื่อชางหลงเป็นลองหัวหน้ากิลด์ยอดยุทธ์ครับ”
“แกมีปัญหาอะไร” หงอคงถาม ยกมือหยิบกระบองทองที่เก็บไว้ในรูหูเตรียมทุบหัวชายหนุ่ม ซึ่งสดายุเองมือขวาทอแสงเพลิงเรียกกริชออกมาหมายจะเชือดชายหนุ่มเต็มที่ ภุชจังกำลังร่ายอาคมเตรียมเปลี่ยนเป็นพญานาค คนรอบข้างเห็นท่าไม่ดีรีบรุกตั้งท่าเตรียมโกยเต็มที่
“ใจเย็นก่อน เขาคือพันธมิตร” ฟ้าครามยกมือปราม พอทำให้ทั้งหมดสงบลง
“แกมีเวลาสามนาที ที่จะนั่งสนทนากับนายหญิง ถ้าเกินเวลาที่กำหนดฉันจะถล่มเมืองแกซะ” สัมพาทีพูดน้ำเสียงจริงจัง
ชางหลงนั้นเคยเข้าร่วมสงครามเมืองจันทราจึงทราบดีว่าบุรุษหนุ่มที่หน้าคล้ายศิลาผู้นี้เป็นใครและรู้ว่าสัมพาทีเอาจริงที่สำคัญคือสัมพาทีสามารถทำได้อย่างที่พูด เพราะแค่พี่ท่านกลับร่างเป็นมังกรเอาเท้าเหยียบลงเมืองของพวกเขาสามครั้งเมืองก็คงพินาศสิ้น
“ขอบคุณมากครับ” ชางหลงกล่าวพร้อมกับนั่งลง “ผมได้ยินมาว่าพวกคุณกำลังเดินทางจะไปล่าหนูตะลุงพุก”
“ใช่...” ฟ้าครามตอบ
“คือแบบนี้ครับ ป่าห้าธาตุมีอาณาเขตใหญ่และอยู่ติดกับป่าวิญญาณทางพวกผมกำลังจะไปล่าจักรพรรดิมังกรแห่งการเริ่มต้นเนออส จึงลองมาชวนพวกคุณดู เพราะเห็นว่าเป็นสถานที่ใกล้กัน”
“ขอปฏิเสธ” ฟ้าครามสวนทันควัน
“แต่ผมมีข้อเสนอ”
“ไม่..” ฟ้าครามเสียงขรึม “ฉันมีเป้าหมายของฉัน อีกอย่างสิทธิ์การตัดสินใจว่าจะทำภารกิจอะไร กับใคร ยังไง คนที่ตัดสินใจคือพี่ศิ แค่ฟังดูฉันก็รู้แล้วว่ามังกรเนออสต้องมีความสำคัญอะไรบางอย่างเพราะงั้นทุกอย่างต้องถามพี่ศิโดยตรง และตอนนี้ฉันก็ไม่อยากรบกวนพี่ศิ ต้องขออภัยด้วยจริงๆ” หญิงสาวบอกเชิงก้มหัวเป็นมารยาทเคารพอีกฝ่าย “โปรดเข้าใจด้วย การกระทำต่างๆสามารถนำพาไปยังจุดการพิชิตเกมนี้ได้ การกระทำอะไรโดยพละการโดยไม่ผ่านพี่ศิ อาจจะกลายเป็นจุดเปลี่ยนจากสิ่งที่พี่ศิคิด”
“ไม่เป็นไรครับ” ชางหลงตอบยิ้มๆ “พวกผมก็คิดไว้แล้วว่าคุณต้องปฏิเสธ แต่ผมขอยืมกำลังระดับเสนาธิการของพวกคุณหน่อยได้ไหม เพราะครั้งนี้กิลด์จตุรศาสตรากำลังมุ่งหน้าไปล่าเนออสเช่นกัน”
“จตุรศาสตราหรอ...?” ฟ้าครามขมวดคิ้ว “ลืมเลยแหะว่ามีกิลด์นี้อยู่ด้วย” เจ้าหล่อนเปรยออกมา ถ้าให้ถูกคือเธอลืมแล้วจริงๆ “ขอโทษนะคะ กิลด์จตุรศาสตรานี่มีใครเป็นหัวหน้า อะไรยังไง ฉันลืม”
ชางหลงอ้าปากค้าง.....! สีหน้าประมาณ เอาจริงดิ ก่อนที่สัมพาทีจะบอกฟ้าครามถึงกิลด์จตุรศาสตราว่ามีบูรพาคนที่ศิลาเกียจ เมื่อได้ยินดังนั้นฟ้าครามก็ได้ติดต่อไปยังแปดมงกุฎให้ทำการยกกำลังไปถล่มทั้งเนออสและกิลด์จตุรศาสตราพร้อมๆกันเลย
“ฉันมีข้อแม้ หากเนออสมีเศษวิญญาณของดิมิเทอร์ ของสิ่งนั้นต้องเป็นของทางเรา แต่ถ้าไม่มีไอเท็มที่ตกจากการฆ่าเนออสทางคุณเอาไป 70% ทางเราขอ 30% ตกลงไหม” สิ่งที่ฟ้าครามเสนอถือว่าฉลาดมาก เพราะยังจุดประสงค์หลักของพวกเขาก็คือเศษวิญญาณแห่งธรรมชาติ แต่ถ้าเนออสไม่มีพวกเขาก็ยังได้ทรัพสินจากเนออสอยู่ดี
“ตกลงครับ” ชางหลงตอบก่อนจะลุกออกไป
หมดเวลาสามนาทีตามที่สัมพาทีบอกชางหลงจึงต้องรีบจากไปในขณะเดียวกันทุกกิลด์ใหญ่ที่มีเมืองเป็นของตัวเองต่างก็ได้รับข่าวสารว่าศิลากำลังจะไปล่าเนออสจึงเรียกระดมกำลังและประกาศรับสมัครพรรคพวกเพื่อบุกเบิกเส้นทางภายในป่าวิญาณเพื่อไปยังที่อยู่ของเนออส
ทหารรับจ้างต่างพากันเข้าร่วมกับกิลด์ใหญ่และมุ่งหน้าไปยังป่าวิญญาณเมื่อผู้เล่นระดับสูงรวมตัวกันจึงเกิดเป็นกองกำลังมวลผู้เล่นมหาศาลขึ้นทำให้ทุกคนเริ่มคิดในใจว่าครั้งนี้แหละที่พวกเขาจะสามารถบุกเบิกเส้นทางไปยังอีกฝากของป่าวิญญาณได้
แต่ในขณะเดียวกันก็มีผู้เล่นไม่น้อยที่รักตัวกลัวตายไม่อยากเสี่ยงหวังในทรัพก้อนโตที่ไม่รู้ว่าตนเองจะได้มาหรือเปล่าพวกเขาเลือกที่จะเดินทางไปป่าห้าธาตุเพื่อล่าหนูตะลุงพุกและที่สำคัญคือพวกเขาไม่อยากเจอกับศิลาและพรรคพวก
“ผมอยากรู้จริงๆใครที่ปล่อยข่าวว่านายท่านกำลังไปล่าจักรพรรดิมังกรเนออส” สัมพาทีพูดขึ้นขณะที่พวกเขากำลังเริ่มออกเดินทางอีกครั้ง เพราะตลอดทางพวกเขาได้ยินผู้เล่นกระซิบกันถึงเรื่องนี้
“ช่างเถอะ ก็ดีแล้วเราจะได้ล่าหนูตะลุงพุกอย่างสบายใจ” ฟ้าครามพูดสีหน้าแฝงความสนุก “หรือเราจะรีบล่าหนูตะลุงพุกแล้วไปแจมตรงเนออสต่อดี พวกนายว่าไง” เจ้าหล่อนถามพรรคพวก
“ข้าแล้วแต่นายหญิง”
“ข้าว่าก็ดี” หงอคงหันมาบอก “เพราะเนออสเป็นสัตว์อสูรเผ่ามังกรขั้นตำนาน สิ่งตอบแทนย่อมได้เยอะ อีกอย่างถ้าหากเจ้านั่นมีของสำคัญพวกเราจะได้นำกลับมาให้ศิลา หมอนั่นต้องดีใจแน่ๆ” หงอคงเลียปาก “บางทีข้าอาจจะได้ปราสาทอาบอบนวดแบบคาลิเนียก็ได้” ลิงยิ้มหัวเราะ มโนภาพตัวเองนอนเเช่ในอ่างจากุตชี่
“ตกลงเรารีบล่าหนูตะลุงพุกให้จบแล้วล่าเนออสต่อ” ฟ้าครามบอก ทั้งหมดรับคำอย่างครึกคักเดินชักแถวเป็นภาพคล้ายกับกลุ่มลูกเสือกำลังออกเดินทางไกลไม่มีผิด
ฟ้าครามเองก็ดูจริงจังเอามากๆ เดินยิ้มเริงร่าตลอดทาง
ใจกลางป่าห้าธาตุตรงจุดที่อลิสจะส่งราชาหนูตะลุงพุกมาเกิดเพื่อให้ผู้เล่นล่า กำลังเนืองแน่นด้วยผู้คนจำนวนมากมาย
“ทำไมคนเยอะจัง” ผู้เล่นคนหนึ่งพึ่งมาถึงเปรยออกมาเมื่อเห็นผู้เล่นมากรวมกัน
“เอ็งไม่รู้อะไรซินะ เพราะศิลาและคณะกำลังไปล่าเนออสที่ระบบอลิสตั้งให้เป็นบอสในอาทิตย์นี้ไง คนที่ไม่อยากเจอศิลาก็มาล่าหนูตะลุงพุกที่ระบบอลิสตั้งให้เป็นลองบอสของอาทิตย์นี้” ชายอีกคนบอกเพื่อน ทว่ายังไม่ทันขาดคำ
พญาวานรเดินควงกระบองก็เดินเข้ามาทำให้ผู้เล่นอุทานออกมาเป็นเสียงเดียวกันว่าบรรลัยแล้ว