ตอนที่ 1 เสียงปริศนา
ภายในบริษัทแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ
ในบริษัทกำลังเกิดความวุ่นวาย เพราะเสียงโทรศัพท์นับสิบสายที่โทรเข้ามาพร้อมกัน พนักงานหลายคนต่างเดินกันขวักไขว่ไปมา บางคนเดินไปหยิบเอกสาร บ้างก็ไปทำธุระอย่างอื่น
ชายหนุ่มคนหนึ่งใบหน้าหวานราวกับผู้หญิง เขาที่อยู่ในสถานะของพนักงานกำลังทำงานล้นมือไม่ต่างจากคนอื่นๆ ในบริษัท จากสายที่โทรเข้ามาหาเขาอย่างไม่ขาดสาย หูข้างหนึ่งของเขาต้องคอยแนบโทรศัพท์เอาไว้กับไหล่ ส่วนอีกข้างก็ต้องฟังเสียงและสนทนากับลูกค้าปลายทางอีกเครื่องหนึ่งด้วยเช่นกัน
มืออีกข้างหนึ่งของเขาก็ต้องจรดปากกาไว้กับกระดาษและจดตามที่ลูกค้าเอ่ย ประสาทััของเขาถูกใช้งานอย่างเต็มที่ทั้งหู แขน มือ นิ้วมือ และสมอง ข้อความที่เขาเขียนใส่กระดาษอย่างรวดเร็วนั้น บางคำเขาก็เหมือนจะเขียนไม่รู้เื่ จนไม่สามารถที่จะอ่านออกมาเป็ประโยคยาวๆ ได้
สถานการณ์ภายในบริษัทเป็เช่นนี้อยู่หลายชั่วโมง ั้แ่เก้าโมงเช้าจรดหนึ่งทุ่มครึ่งที่พนักงานภายในบริษัทต้องทำงานกันอย่างหนักจนปวดเมื่อยกันไปหมดเพราะต้องทำงานต่อให้เสร็จ พวกเขาไม่ได้พักเที่ยงด้วยซ้ำ บางคนถึงขนาดไม่ได้ไปเข้าห้องน้ำ จนทำให้บางคนเกือบจะสลบคาโต๊ะหลังจากงานทุกอย่างเสร็จสิ้น
“เสร็จสักทีเว้ยยย!!!”
ชายหนุ่มหน้าหวานะโออกมาสุดเสียง พนักงานคนอื่นๆ ต่างหันมามองเขาเป็สายตาเดียวกัน เขาที่พึ่งรู้ตัวว่าทำอะไรลงไปจึงยกมือไหว้ขอโทษ
“เออ…ขอโทษที่เสียงดังครับ…”
เหล่าพนักงานต่างมองหน้ากันไปมา ก่อนจะยิ้มให้ จากนั้นพวกเขาก็หัวเราะ และะโกันตามชายหนุ่ม
“งานเสร็จแล้วเว้ย! ไปกินเบียร์กันดีกว่า!”
“เออไปดิ!”
จนในขณะนี้ ที่บริษัทจึงมีแต่เสียงของพนักงานที่ะโกันดังลั่นไปมา ไม่นานพวกเขาทุกคนต่างก็โดนหัวหน้าแผนกดุไปตามระเบียบ หลังจากทำงานเสร็จพนักงานทุกคนทยอยกันกลับบ้าน บางคนพากันไปสังสรรค์ต่อ เพื่อปลดปล่อยสิ่งที่เจอมาตลอดสัปดาห์
“นิค ไปเหอะมึง ไปกินเบียร์กัน”
หนึ่งในพนักงานสาวคนหนึ่งชวนชายหนุ่มหน้าหวานที่มีชื่อว่า นิค ไปดื่มเบียร์ฉลองกัน นิคที่กำลังเก็บของบนโต๊ะอยู่จึงหันไปหาเธอ
“ร้านไหนอะมิ้ง?”
“ข้างๆ นี่ค่ะสาว ร้านเดิมเลย เก็บของเรียบร้อยแล้วก็รีบตามมาด้วย เดี๋ยวกูรอ”
“เออๆ งั้นรอกูแป๊ป เดี๋ยวกูรีบเก็บ”
“เคมึง ร้านเดิมนะ”
นิคพยักหน้าให้มิ้ง ก่อนจะกลับไปเก็บของบนโต๊ะต่อ ไม่นานทุกคนในบริษัทก็ออกไปกันจนหมด ไฟในบริษัทถูกปิดจนเหลือเพียงไฟตามโถงทางเดิน เพื่อไปยังลิฟต์หรือบันได ภายในบริษัทที่มืดสนิทมีเพียงไฟดวงเดียวที่ยังคงเปิดอยู่คือไฟที่้าหัวโต๊ะของนิค ที่ตอนนี้เขายังคงเก็บของบนโต๊ะและเช็คความเรียบร้อยภายในบริษัททั้งหมด
“อืม…ไม่มีแล้วมั้ง ไปกินเบียร์ดีกว่า ไอ้มิ้งมันรอนานแล้วเนี่ย” นิคเก็บของใส่กระเป๋าก่อนจะสะพายไว้ข้างลำตัวและเดินออกจากบริษัท
นิคปิดไฟที่หัวโต๊ะของเขาก่อนจะออกจากบริษัทไป เสียงของรองเท้าหนังเดินไปตามทางหินปูนภายในโถงทางเดิน ชายหนุ่มมุ่งตรงไปยังลิฟต์ เพื่อลงไปยังชั้นที่หนึ่งของตึก เขากดปุ่มที่ข้างตัวลิฟต์ก่อนจะรอให้ประตูเปิดออก
ระหว่างความเงียบอันวังเวงและความมืดภายในตึก
ติ้ง ติ้ง เสียงแจ้งเตือนดังขึ้นจากโทรศัพท์ของนิค ชายหนุ่มหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาดู ก่อนจะเห็นว่าเป็เพื่อนสาวของตน มิ้ง ได้ทักข้อความมาหาเขา
[มิ้ง : มึง อยู่ไหนแล้ว!?]
[มิ้ง : กูรอจนเมื่อยแล้วเนี่ย!]
[นิค : กูกำลังไป รอแป๊ป] เขาตอบข้อความกลับไป เพียงไม่ถึงเสี่ยววินาที มิ้งก็โทรมาหาเขา
กริ๊งงงงง กริ๊งงงงง กริ๊งง ติ๊ด
“โอ้ยอีนี่! รอหน่อยไม่ได้ไง?” เขารับสายเพื่อนสาว ก่อนที่เสียงของหญิงสาวจะดังขึ้น เสียงที่ดังของมิ้งทำเอานิคต้องเอาหูออกห่างจากลำโพง
[มึง! อยู่ไหนแล้ว? กูรออยู่หน้าร้านเนี่ย!]
“มึงแป๊ปหนึ่ง กูกำลังจะขึ้นลิฟต์ไปอยู่ กูเสร็จแล้วเนี่ย”
[เออๆ รีบมาละกันอีกะเทย ซุบซิบๆๆ ตึกๆ เอ้ย! นิค!]
จู่ๆ น้ำเสียงของมิ้งก็เปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน ทำเอานิคที่ยืนฟังอยู่รู้สึกแปลกๆ จึงถามอีกฝ่ายไป
“มีไรมึง?”
[มึงอยู่กับคนอื่นด้วยเหรอ?]
นิคขมวดคิ้วม้วนเป็ปม พลางหันหลังไปดูตรงทางเดินที่ยาวเหยียดแต่กลับไม่มีใคร ที่ตรงข้างๆ เขาก็ไม่มีเช่นกัน
“ไม่มีนะมึง ทำไมอะ?”
[กูได้ยินเสียงคนเอ่ยอยู่ไกลๆ อะ แล้วก็เสียงคนเดินจากไกลๆ ด้วย เหมือนเสียงยิ่งชัดขึ้นด้วยเหมือนเดินมาหามึงอะนิค]
ในเวลานั้น ชายหน้าหวานก็ขนลุกชูชัน เขาหันหลังไปมองทางเดินอยู่หลายต่อหลายครั้งแต่กลับไม่พบอะไรเช่นเคย ภายในจิตใจเขาจึงคิดว่าเพื่อนของตนตั้งใจจะแกล้งหรือสัญญาณไม่ดี หรืออาจเป็ทั้งสองอย่างก็เป็ได้
“โอ้ย! มึง มึงจะแกล้งกูปะเนี่ยมิ้ง? ถ้าไม่ใช่ก็สัญญาณไม่ดีแล้วล่ะ”
[เอ่อ น่าจะสัญญาณไม่ดีมั้ง ไงก็เหอะ รีบๆมานะมึง กูอยากแดกเบียร์เร็วๆ แล้วเนี่ย]
“เออๆ กูกำลังไป”
ติ้งง นิควางสายไปก่อนจะเก็บมือถือเข้ากระเป๋า เป็จังหวะเดียวกับที่ประตูลิฟต์เปิดออกพอดี เขาก้าวขาเข้าไปด้านในและกดปุ่มเพื่อปิดลิฟต์ ในจังหวะที่ประตูลิฟต์กำลังจะปิดสนิท
ตึก ตึก ตึก ตึก ตึก เสียงที่เหมือนคนกำลังวิ่งมาทางเขาก็ดังขึ้นอย่างฉับพลัน พร้อมกับเสียงะโเข้มของชายปริศนา
“กูจะตามจองล้างจองผลาญมึง!!”