“หา! มีคนอยากท้าประลองชิงตำแหน่งหัวหน้ากลุ่มองครักษ์หรือ ช่างกล้าจริงๆ”
พอผู้มาชมการประลองที่เตรียมจะก้าวเท้ากลับไปได้ยินก็หยุดชะงักทันทีดูท่าจะมีเื่น่าสนุกให้ชมอีกแล้ว
เหล่าทายาทบ้านสกุลตู้สิบกว่าคนก็หันกลับมายืนอยู่บนเวทีประลองแต่ละคนแสดงสีหน้าพอใจ ในเมื่อมีคนอยากรนหาที่เจ็บตัวพวกเขาก็จะลงมืออย่างไม่เกรงใจ
ตู้ฉีก็ประหลาดใจมากเงยหน้าเล็กน้อยมองไปที่บุรุษผิวคล้ำคนนั้น ฝีมือของเขาตอนที่ประลองเมื่อครู่เขาก็สังเกตอยู่เขาน่าจะผ่านการฝึกฌานมาอย่างถูกต้อง แต่ฌานยังอยู่ในขั้นสองที่ไม่สูงเท่าไรวรยุทธที่ฝึกก็ไม่ได้แข็งแกร่งมากเท่าไรทว่าในเมื่อเปรียบกับบรรดายี่สิบคนที่ผ่านการทดสอบก็ถือว่าอยู่ในระดับแนวหน้าแล้ว
“เ้าอยากท้าประลองชิงตำแหน่งหัวหน้ากลุ่มองครักษ์จริงหรือมีจิตใจที่ทะเยอทะยานเป็เื่ดีแต่ตำแหน่งหัวหน้ากลุ่มองครักษ์ไม่ใช่ว่าจะได้มาง่ายๆ หรอกนะ”
ตู้ฉีสนใจในตัวเ้าดำคนนั้นเหล่าทายาทที่อยู่เรือนหน้าที่ฝีมือระดับต่ำที่สุดในขณะนี้ก็อยู่ขั้นสดับเวหาขั้นสี่ใกล้จะห้าแล้วแม้ว่าเขาจะถือว่าอยู่ในอันดับต้นๆ ของบรรดาเหล่าผู้ที่ผ่านการทดสอบแต่หากคิดจะเอาชนะหรือเสมอกับเหล่าทายาทละก็ คงต้องพึ่งแค่ปาฏิหาริย์แล้ว
เ้าดำสั่นเล็กน้อยเมื่อต้องเผชิญหน้ากับรัศมีบารมีของตู้ฉีไม่กล้าสบตาโดยตรง แต่พอคิดถึงผลประโยชน์ที่จะได้รับ หากได้เป็หัวหน้ากลุ่มองครักษ์แล้วทั้งตัวเขาเองก็มีญาติที่อยู่ในบ้านสกุลตู้ จึงไม่เกรงกลัวแม้อาจพูดอะไรล่วงเกินรองแม่ทัพไปบ้างเขาขบฟันเล็กน้อย จากนั้นพูดกับตู้ฉีอีกครั้งว่า“หรือว่าบ้านสกุลตู้ไร้สัจจะไม่พูดจริงทำจริงอย่างน้อยก็ต้องให้ข้าลองดูหน่อยใช่หรือไม่”
“ท้าประลองหัวหน้ากลุ่มองครักษ์”
“บ้านสกุลตู้คงไม่กลับคำเอาดื้อๆหรอกใช่หรือไม่”
มีกลุ่มคนในฝูงชนที่ะโโวยวายขึ้นมาอย่างไม่เหมาะสมสำหรับผู้มารอดูเหตุการณ์ กลับชอบใจเข้าไปใหญ่ เพราะมีเื่สนุกๆให้พวกเขารอชมแล้ว
ตู้ฉีกวาดสายตาไปมองกลุ่มคนที่โห่ร้องที่อยู่รอบๆเวทีประลอง จากนั้นก็เหลือบไปมองเ้าดำที่ไม่รักตัวกลัวตายคนนั้น เขาเก็บสายตาที่ไม่พอใจไปแล้วกล่าวว่า “ถ้าอย่างนั้นเ้าอยากท้าประลองกับคุณชายน้อยหรือคุณหนูท่านไหนของบ้านสกุลตู้ล่ะ?”
เ้าดำกลืนน้ำลายค่อยๆ กวาดสายตาไปมองคุณชายน้อยกับคุณหนูสิบกว่าคนนั้นที่จ้องเขาด้วยแววตาก้าวร้าวดุดันราวกับเสือจากนั้นก็หมุนตัวหันขวับกลับมา จ้องไปที่ชายหนุ่มสวมชุดคุณชายสีม่วง กล่าวว่า“เขาก็เป็คุณชายน้อยของบ้านสกุลตู้ใช่หรือไม่?”
“ตู้เซ่าฝู่”
ทุกสายตามองผ่านฝูงชนจ้องตรงไปที่ชายหนุ่มที่สวมชุดคุณชายสีม่วงคนนั้นตามทิศทางที่เ้าดำชี้คนของบ้านสกุลตู้ตะลึงแปลกใจกันยกใหญ่ ชายหนุ่มคนนั้นต้องเป็ตู้เซ่าฝู่แน่นอนไม่รู้เลยว่าเ้าทึ่มโผล่มาั้แ่เมื่อไรปกติที่ที่คึกคักเช่นนี้เขาไม่เคยโผล่มาเลย
ผู้ชมเหตุการณ์ที่รายล้อมเวทีประลองทั้งหมดหันมามองตู้เซ่าฝู่ขณะนี้ผู้ชมทั้งหมดเพิ่งจะพบว่า เ้าทึ่มประจำบ้านสกุลตู้ก็อยู่ยืนอยู่ข้างๆพวกเขา แต่เมื่อครู่กลับไม่มีใครสังเกตเห็นเลยจริงๆ
ตู้ฉีมองไปที่ตู้เซ่าฝู่ที่ไม่รู้ว่ามาที่นี่ั้แ่เมื่อไรพยายามเก็บความกระอักกระอ่วนที่แสดงออกทางสีหน้า จากนั้นก็ขมวดคิ้วมองไปยังเ้าดำและพูดว่า“ไม่เลว เขาก็คือคุณชายน้อยตู้เซ่าฝู่แน่นอนว่าเป็คุณชายน้อยของบ้านสกุลตู้ของข้า”
“เช่นนั้นก็ถูกแล้ววันนี้ข้าจะท้าประลองกับคุณชายน้อยของบ้านสกุลตู้ท่านนี้ หากข้าชนะก็สมควรได้รับตำแหน่งหัวหน้ากลุ่มองครักษ์ใช่หรือไม่”
เ้าดำหัวเราะออกมายิ้มอย่างดีใจสุดๆ แล้วมองไปที่ตู้เซ่าฝู่ เื่ราวของบ้านสกุลตู้เขารู้มาอย่างดีบังเอิญเหลือบไปเห็นคุณชายน้อยตู้เซ่าฝู่ที่มีชื่อเสียงกระฉ่อนมาที่สนามประลองพอดี์ประทานโชคดีมาให้แก่เขา ดังนั้นเขาก็ควรรีบคว้ามันมาใช้
แม้ว่าการท้าประลองเ้าทึ่มจะดูเป็การกระทำที่ไร้ยางอายไปหน่อยแต่พอคิดว่าจะได้เป็หัวหน้ากลุ่มองครักษ์ ต่อให้ถูกคนว่าประณามแต่ตอนนี้เ้าดำคิดว่า การได้เป็หัวหน้ากลุ่มองครักษ์ถึงเป็เื่ที่สำคัญที่สุด
“อะไรนะ...”
“ท้าประลองตู้เซ่าฝู่เ้าทึ่มคนนั้น...หมอนั่นช่างหน้าด้านสิ้นดี”
แววตาคนของบ้านสกุลตู้ทุกคนที่อยู่ที่สนามประลองดูตื่นเต้นขึ้นมาทันที ใครๆ ก็รู้ว่าตู้เซ่าฝู่เป็บุคคลที่ไม่อาจฝึกฌานได้ทั้งยังเป็เ้าทึ่มอีก เมื่อเห็นท่าทางเซ่อซ่าของเขาต่างต้องคิดว่าเขาเป็เ้าทึ่มกันจริงๆ แน่
“เ้าดำท้าประลองตู้เซ่าฝู่ หมอนั่นหน้าไม่อายเลยจริงๆทว่าบ้านสกุลตู้คงเจ็บจุกจนพูดไม่ออกกันเลยแน่”
“คนของบ้านสกุลตู้คงไม่กล้าให้ประลองหรอกถ้าอย่างนั้นก็ให้ตำแหน่งหัวหน้ากลุ่มองครักษ์กับเ้าดำไปเลยแล้วกัน”
“เ้าดำนี้สุดย้อดสุดยอด อัดคุณชายน้อยของบ้านสกุลตู้จนหมอบได้ ฮ่าๆ...”
ผู้คนที่มุงกันอย่างหนาแน่นทุกคนต่างกำลังมองด้วยความสงสัยและแปลกประหลาดใจ คุณชายจอมทึ่มชื่อดังคนนี้ทั้งเมืองสือเฉิงมีใครบ้างที่ไม่รู้จัก
พวกชอบก่อเื่ที่อยู่ในมุมหนึ่งท่ามกลางฝูงชนะโขึ้นมาอีกครั้ง หากะโอย่างโดดเด่นมากเกินไปพวกเขากลัวที่จะพูดล่วงเกินบ้านสกุลตู้
“เ้าทึ่มนี่วันนี้เผ่นมาที่นี่เพื่อสร้างปัญหาให้กับบ้านสกุลตู้เลยนะ”
“แล้วนี่จะทำอย่างไรดีล่ะ?”
คนของบ้านสกุลตู้ราวกับถูกตำหนิอ้อมๆไม่ว่าอย่างไรตู้เซ่าฝู่ก็เป็คุณชายน้อยของบ้านสกุลตู้พอถึงตอนนั้นหากเจอกระบวนท่าเดียวขององครักษ์คนนั้นก็ล้มหมอบบ้านสกุลตู้จะขายหน้าแค่ไหน
เสียเงินจ่ายค่าสวัสดิการให้เ้าดำนั่นแค่เื่เล็กๆทว่าชื่อเสียงของบ้านสกุลตู้จะทำให้เสื่อมเสียไม่ได้
ตู้ฉีรู้สึกหน้าตึงไม่มีใครคิดว่าเ้าดำจะขอท้าประลองกับตู้เซ่าฝู่ได้อย่างหน้าไม่อายการรับสมัครองครักษ์วันนี้เขาก็เป็ผู้รับผิดชอบหากทำให้ชื่อเสียงของบ้านสกุลตู้ต้องด่างพร้อย รองแม่ทัพคนนี้ก็น่าจะโดนยำเละแน่ๆ
“ใครเรียกข้ามีคนตามหาข้าหรือ?”
ตู้เซ่าฝู่ที่อยู่ท่ามกลางฝูงชนชมการประลองบนเวทีเสร็จเตรียมตัวจะกลับไปทันใดนั้นก็รู้สึกว่าได้ยินเสียงเรียกชื่อตนเองอยู่และสายตาของทุกคนก็จับจ้องมาที่เขา และสุดท้ายสายตาก็กลับมองไปที่เวทีประลอง
มีเสียงโห่รอบๆและสายตาแปลกประหลาดมองมา เ้าดำแอบมองผ่านคนสกุลตู้ที่อยู่หน้าเวทีประลองไปเขาสังเกตเห็นญาติห่างๆ ของเขาคนนั้น ก็ไม่ได้แสดงสีหน้าอะไรออกมาเขาจึงกำเริบเสิบสานยิ่งขึ้น
“นายน้อยบ้านสกุลตู้ท่านขึ้นเวทีประลองมาฝึกฝีมือกันหน่อยเถิด”
เ้าดำประสานมือคารวะตู้เซ่าฝู่ะโเรียกมองมาจากบนเวทีประลองสายตาของเขาไม่ได้แสดงออกถึงความเคารพคนบ้านสกุลตู้คนอื่นเลยแม้แต่น้อยกลับแสดงให้รู้สึกว่ากำลังเยาะเย้ยด้วยซ้ำ
“เ้าอยากท้าประลองกับข้า?”
ตู้เซ่าฝู่ตะลึงคราวนี้ได้ยินชัดแจ๋ว จึงค่อยๆ เงยศีรษะ ั์ตาสั่นเล็กน้อยมองไปทางเ้าดำที่อยู่บนเวทีประลอง เผยรอยยิ้มเล็กน้อยพร้อมพูดว่า“แบบนี้ไม่ค่อยดีกระมังเ้าท้าประลองญาติผู้น้องของข้าที่ฝีมือด้อยที่สุดพวกนั้นก่อนดูสิว่าพอมีโอกาสสู้ได้บ้างหรือไม่”
“หืมวันนี้เ้าทึ่มพูดได้ด้วย เขาทึ่มจริงหรือทึ่มหลอกกันแน่”
“พูดเช่นนี้ได้ดูท่าก็ไม่ได้ทึ่มมากอย่างที่คิดนะ”
“วันนี้เ้าทึ่มอ้าปากพูดเป็แล้ว”
เมื่อได้ยินตู้เซ่าฝู่พูดบรรดาคนในบ้านสกุลตู้ต่างมีแววตาที่ดูพอใจขึ้นมาบ้างในทันที
เ้าดำมองตู้เซ่าฝู่ที่อยู่ด้านหน้าเวทีประลองได้ยินเสียงะโทั้งหลายจากรอบๆ จึงยิ่งทะนงตนขึ้นไปอีกอย่างไรเสียเขาก็ได้ยินมาจากปากของญาติห่างๆ ที่อยู่ในบ้านสกุลตู้คนนั้นมาว่าคุณชายน้อยจอมทึ่มไร้วรยุทธคนนี้ไร้ฐานะใดๆ ในตระกูลพูดล่วงเกินไปอย่างไรก็ไม่เป็ไร จึงหัวเราะและพูดกับตู้เซ่าฝู่ว่า“เป็ถึงนายน้อยบ้านสกุลตู้แต่กลับไม่กล้าประมือกับข้า หากเป็เช่นนี้ก็เท่ากับว่าให้ข้าเป็หัวหน้ากลุ่มองครักษ์เลยใช่หรือไม่”
“นายน้อยบ้านสกุลตู้ไม่กล้าขึ้นเวทีประลอง”
“เป็ถึงบ้านสกุลตู้ยังเป็เสียแบบนี้”
เสียงะโรอบๆกลายเป็ประโยคที่โอหังยิ่งขึ้นเรื่อยๆ ฝูงชนเริ่มก่อความวุ่นวาย
“นายน้อยท่านนี้ของบ้านสกุลตู้ ท่านไม่กล้าประมือกับข้าจริงๆ หรือเช่นนั้นก็ให้ข้าเป็หัวหน้ากลุ่มองครักษ์เลยแล้วกันนะ ฮ่าๆ” เ้าดำหัวเราะชอบใจเขาน่าจะเป็คนแรกในเมืองสือเฉิง ที่กล้าพูดจาดูิ่ใส่คุณชายน้อยบ้านสกุลตู้การกระทำที่กล้าบ้าบิ่นเช่นนี้ ที่จริงเขาก็ไม่เคยทำมาก่อน
“ในเมื่อเ้ายืนหยัดจะประมือให้ได้ ข้าก็ยอมทำตามที่เ้าหวัง”
ได้ยินเสียงเรียกชื่อตู้เซ่าฝู่เบาๆท่ามกลายสายตาผู้คนมากมายที่จ้องมอง ตู้เซ่าฝู่กางแขนขาออก บริเวณรอบเท้าของเขาแผ่ลมปราณสีมรกตออกมาอย่างท่วมท้นผู้คนที่อยู่รอบๆ เวทีประลองตะลึงจนพูดไม่ออก เขาเคลื่อนไหวร่างอย่างรวดเร็วะโขึ้นไปบนเวทีปรากฏตัวต่อหน้าเ้าดำ พอเท้ากระทบกับพื้นเวทีก็สั่นไหวอย่างรุนแรง
“เป็ไปไม่ได้ ทำไม...”
เมื่อตู้เซ่าฝู่โผล่แว็บขึ้นมาอยู่ต่อหน้าในชั่วพริบตาเ้าดำก็ทั้งใและตะลึง ท่าทางตอนนี้ คุณชายน้อยบ้านสกุลตู้ที่อยู่ตรงหน้าเขาในตอนนี้จะไร้วรยุทธและทึ่มอย่างที่เล่าลือจริงๆ หรือ?
ตู้เซ่าฝู่ตอนนี้อยู่ข้างหน้าเ้าดำแล้วสีหน้ายังไม่ได้เปลี่ยนไปมาก เขาตั้งมือเตรียมต่อสู้ ชุดของเขาขยับเล็กน้อยแววตาสดใสเป็ประกาย พูดกับเ้าดำที่กำลังตะลึงเบาๆ ว่า “เริ่มลงมือได้แล้วหรือยัง?”
“เป็ไปไม่ได้ข้าตาลายไปแล้วแน่ๆ”
ประโยคเมื่อครู่เตือนสติเ้าดำกลับมาเมื่อครู่ข้าต้องตาลายไปแล้วแน่ๆ ข้าจะมากลัวคุณชายจอมทึ่มได้อย่างไร เขากัดฟันจากนั้นโค้งตัวเล็กน้อยตั้งท่าต่อสู้ กำหมัดแน่น เตรียมปล่อยพลังปราณและแล้วเขาก็เริ่มปล่อยท่าหมัดมายาสามสายใส่ตู้เซ่าฝู่
ในชั่วพริบตาหมัดมายาสามสายก็พุ่งมาที่ตู้เซ่าฝู่ สามสายของหมัดมายารวมเป็สายเดียวพุ่งโจมตีที่อกของตู้เซ่าฝู่
“ฟู่ว!”
ไม่น่าเชื่อเมื่อพลังหมัดนั้นโจมตีที่อกของตู้เซ่าฝู่ เขาก็พ่นลมปราณออกมาคำใหญ่ลมที่ปล่อยออกมายาวราวกับัพ่นลม และรุนแรงราวกับสัตว์เทพร้องคำรามั์ตาสองข้างของเขามีลำแสงเปล่งออกมาชายชุดสีม่วงที่เขาสวมพลิ้วไหวอย่างรุนแรงตามแรงสั่นะเืของลมเวทีประลองสั่นไหวอีกครั้งเท้าทั้งสองข้างของตู้เซ่าฝู่เป็ศูนย์กลางของแรงสั่นไหว จากนั้นพื้นเวทีก็ค่อยๆร้าวแตกออก
“ตึง ครืน!”
ทุกคนจ้องตะลึงตาค้างไม่ได้สติกันรวมถึงเ้าดำคนนั้นด้วย จากนั้นก็มีเสียงดังตึงแรงๆ คล้ายกับเสียงกระดูกหักตามมาทุกคนมองอย่างมึนงง จากนั้นก็เห็นเงาชายร่างั์ลอยขึ้นฟ้าราวกับว่าวกระเด็นตกจากเวทีล้มอย่างรุนแรงดังตุ๊บ
บนเวทีประลองยังคงเห็นเงาของตู้เซ่าฝู่ยืนสง่าตั้งมือเป็ท่าเตรียมสู้อยู่ดูน่าเกรงขามเป็ที่สุด
“ปึก!ตุ๊บ!”
เ้าดำที่ถูกกระแทกลอยตกจากเวทีพยายามลุกขึ้นมาเขากุมหน้าอกจากนั้นไอออกมาเป็เื ดูท่าแล้ว กระดูกน่าจะหักหลายท่อนสายตาทั้งหลายจับจ้องที่ชายหนุ่มชุดม่วงร่างบางคนนั้นสีหน้าแต่ละคนตะลึงงันกันอย่างมาก
แทบจะไม่มีใครไม่ได้ดูทุกคนเห็นชัดกันดี เ้าทึ่มประจำตระกูลตู้ผู้เลื่องลือคนนั้นยังไม่ได้ขยับมือเลยแค่พ่นลมฟื้ดออกมา เ้าดำนั่นก็ถูกกระแทกกระเด็นลอยฟิ่วไปแล้วพลังนั้นของเขาสุดยอดมาก ทำให้ผู้คนงงงวยกับเหตุการณ์แม้จะเห็นเองกับตาก็ยังไม่อยากเชื่อ
รอบเวทีประลองร้องโห่ด้วยความประหลาดใจกันยกใหญ่ภาพที่เกิดขึ้นต่อหน้าพวกเขา ทำให้พวกเขามีสีหน้าสับสนค้างเป็เวลานานพวกคนที่เพิ่งพูดจาดูถูกไปเมื่อสักครู่ รู้สึกราวกับมีคนตบหน้าเขาใช่คุณชายน้อยที่ฝึกฌานไม่ได้คนนั้นจริงหรือ
คนที่พูดสบประมาทบ้านสกุลตู้ไปตอนนี้ก็ทำหน้าทำตาไม่ถูก รู้สึกใบหน้าร้อนๆ ชาๆ อย่างพิลึก
“พวกท่านเชิญต่อเลย ข้าขอตัวกลับก่อน”
ตู้เซ่าฝู่ที่อยู่บนเวทีประลองไม่ได้เหลือบมองเ้าดำที่กองอยู่ใต้เวทีอีก มองไปที่ตู้ฉีที่ยืนอยู่ไกลๆ พูดกับเขาประโยคหนึ่งขยับมือทั้งสองภายใต้ชายแขนเสื้อ จากนั้นก็ก้าวเดินออกจากที่นั่นไป
“ตึงโครม!”
หลังจากที่ตู้เซ่าฝู่เพิ่งจากไปเวทีประลองก็เขย่า มีรอยแตกยาวเริ่มต้นจากจุดที่ตู้เซ่าฝู่ยืนเมื่อครู่สุดท้ายทั้งเวทีก็พังครืนลงมาเป็หลุมใหญ่ ผู้คนที่อยู่รอบๆ รีบถอยไปจากตรงนั้น
“กึกๆ...”
ผู้คนรอบๆเวทีประลองมองหน้ากันอย่างงุนงง หลายคนรู้สึกอึ้งตะลึงจนกระอักกลืนน้ำลายลงในลำคอ