“ยโสโอหังนักรีบไสหัวออกไปจากบ้านของฉันเดี๋ยวนี้เลยน่ะแล้วก็อย่ามายุ่งกับลูกสาวของฉันอีกเด็ดขาด ไม่งั้นฉันไม่เอาแกไว้แน่ ไป๊ไปเดี๋ยวนี้”
สรุปอย่างนั้นแล้วท่านนายพลก็เดินปึงปังนำทีมภรรยากับคนสนิทจากไป
แรมค่อยๆพยุงตัวลุกขึ้นหากระเป๋ามาเก็บเอาหนังสือเรียนและสิ่งของที่จำเป็ของตัวเองรวมทั้งเสื้อผ้าอีกจำนวนหนึ่ง
“แรมเอ๋ย แล้วนี่เอ็งจะไปตอนนี้เลยเหรอ มันค่ำมืดแล้วนะลูก”
นางสายหยุดถามขณะนั่งร้องไห้มองดูหลานชายที่กำลังเก็บของเตรียมตัวจะไป
“ก็เขาไล่แล้วนี่ป้า ถ้าผมยังดันทุรังอยู่ก็อาจจะทำให้ป้าต้องเดือดร้อนไปด้วย”
“แล้วเอ็งจะไปอยู่ที่ไหน เงินทองติดตัวก็มีไม่เท่าไหร่”
“ไม่ต้องห่วงผมหรอกป้า ผมพอเอาตัวรอดได้”
เด็กหนุ่มบอกให้ผู้เป็ป้าสบายใจทั้งที่ก็ยังมองไม่เห็นหนทางของตัวเองอยู่เหมือนกัน แต่ก็มั่นใจได้ว่าตัวเองนั้นมีมือมีเท้าและมีสมอง ยังไงก็คงไม่ถึงกับต้องอดตายแน่
ห่วงก็แต่...
เขาละมือจากที่กำลังเก็บของแล้วมองขึ้นไปบนตึกใหญ่ เขาคงต้องทนทรมานอยู่กับการคิดถึงสาวน้อยที่อยู่ข้างบนนั้นไปอีกนานแสนนานทีเดียว...กว่าจะทำใจให้ลืมเธอ หรืออาจจะไม่มีวันนั้นเลยก็เป็ได้
๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐
“คุณแม่คะ พี่แรมหายไปไหนคะ”
“อะไรกันยัยลูกแก้ว หลายวันมานี่ลูกเอาแต่เทียวถามถึงเด็กคนนั้น มันอะไรกันนักกันหนา”
คุณหญิงอมรทิพย์ทำเสียงหงุดหงิดใส่บุตรสาวที่เฝ้าเพียรถามถึงแต่เื่ที่เธอไม่อยากจะตอบ
“ก็ลูกแก้วแปลกใจนี่คะ จู่ๆพี่แรมก็หายไปจากบ้านของเรา แต่ทุกคนก็ทำนิ่งเฉยเหมือนไม่สนใจ ทั้งๆที่คนในบ้านหายไปทั้งคน”
“ก็แค่คนใช้ในบ้าน จะต้องไปสนใจอะไรมันมากมาย มันเป็เด็กวัยรุ่น ก็คงจะไปเที่ยวสำมะเลเทเมาอยู่กับพวกเพื่อนกุ๊ยของมันนั้นแหละ แม่กำลังคิดว่าจะให้คุณพ่อไล่มันออกไปจากบ้านของเราด้วยซ้ำ เพราะถ้าเกิดมันไปคบกับพวกนักเลงอันธพาลแล้วยกพวกมาปล้นบ้านเราจะทำยังไง”
“เป็ไปไม่ได้ค่ะคุณแม่ พี่แรมไม่มีวันทำอย่างนั้นเด็ดขาด พี่แรมเขาเป็คนดี”
“วุ้ย ยัยลูกแก้ว เรานี่มันพิลึกคนจริงๆ เชื่อมั่นอยู่ได้กับแค่ไอ้เด็กคนสวน”
คุณหญิงเสียงขุ่นก่อนเดินหนีไปอย่างไม่พอใจ...
ทิพยาดายังคงเก็บความคลางแคลงใจเกี่ยวกับการหายตัวไปจากบ้านของแรมเอาไว้ แต่ก็ไม่มีใครที่พร้อมจะให้คำตอบกับเธอได้แม้แต่ตัวป้าสายหยุดเองก็เลี่ยงที่จะตอบคำถามของเธอเกี่ยวกับเื่นี้ไปโดยสิ้นเชิง ซึ่งมันทำให้เธอยิ่งสงสัยมากขึ้นไปอีก เธอคิดว่ามันต้องมีอะไรอยู่เื้ัสักอย่างแน่ๆ
และอีกหลายวันต่อมาหลังจากที่ทนเก็บความอยากรู้เอาไว้ต่อไปไม่ไหวเด็กสาวจึงตัดสินใจโดดเรียนในชั่วโมงสุดท้ายแล้วนั่งแท็กซี่ไปยังมหาวิทยาลัยที่เขาเรียนอยู่ เธอคิดว่าจะต้องได้พบเขา เพราะเขารักเรียนมาก ไม่ว่าเกิดอะไรขึ้นเขาก็จะไม่ทิ้งการเรียนเด็ดขาด แล้วเธอก็จะได้รู้คำตอบที่อยากรู้
เด็กสาวไปยืนรอเขาอยู่ที่หน้าตึกคณะที่เขาเรียน รอจนได้เวลาที่เหล่านักศึกษาพากันทยอยเดินออกมา เด็กสาวในชุดนักเรียนมัธยมที่ยืนอยู่หน้าตึกสะดุดตาของผู้ที่พบเห็นอยู่เหมือนกัน แต่คนที่ไม่รู้จักก็ไม่มีใครสนใจ ส่วนคนที่รู้จักและจำได้จนขึ้นใจนั้นเมื่อเห็นก็รีบเดินตรงเข้าไปหาเลยทันทีอย่างลืมที่จะนึกถึงเหตุและผลใดใดทั้งสิ้น
“คุณหนู มาได้ไงครับ”
ทิพยาดาจ้องหน้าคนที่ตนตั้งใจมาหาอย่างตัดพ้อ ความน้อยใจในตัวเขานั้นมีมากมายทีเดียว
“มาไม่ยากหรอกค่ะ มันง่ายจนลูกแก้วคิดว่าตัวเองคงหมดความสำคัญสำหรับพี่แรมแล้ว พี่แรมถึงได้หายหน้าไปตั้งหลายวันโดยที่ไม่บอกกล่าว ทั้งที่การจะเจอกันของเรามันก็ไม่ใช่เื่ยาก”
คำตัดพ้อต่อว่าของเด็กสาวทำให้แรมคิดว่าเธอคงไม่รู้ถึงเื่ราวที่พ่อแม่ของเธอกีดกันความสัมพันธ์ของเธอกับเขา
“คุณหนูคิดว่าผมไม่อยากเจอหน้าคุณหนูงั้นหรือครับ”
“ลูกแก้วไม่รู้ว่าความจริงมันคืออะไร แต่พี่แรมก็ทำให้ลูกแก้วต้องคิดอย่างนั้น”
แรมถอนใจลึก ไม่รู้จะพูดอย่างไรดี และเพื่อหลีกหลบความวุ่นวายจอแจซึ่งเกิดจากบรรดานักศึกษาที่เดินผ่านไปผ่านมาเขาจึงได้พาเธอออกไปนั่งที่ร้านน้ำแข็งไสหน้ามหาวิทยาลัย เป็ร้านจากรถเข็น มีเก้าอี้พลาสติกจัดวางไว้ให้สามชุด อาศัยร่มจากกำแพงรั้วของมหาวิทยาลัย ซึ่งดูยังไงๆก็ไม่สมศักดิ์ศรีธิดาคนเดียวของท่านนายพลแน่นอน
“คงเข้าไปนั่งในร้านไอศกรีมหรูๆไม่ได้หรอกนะครับ เพราะผมไม่ค่อยมีเงิน”
เขาออกตัวเรียบๆก็จริง แต่ก็ะเืความรู้สึกของเด็กสาวเป็อย่างมาก
“เลิกพูดอย่างนั้นเสียทีได้ไหม คิดว่าลูกแก้วเป็คนยังไงกัน”
“คุณหนูก็เป็ดอกฟ้าผู้สูงส่งไงครับส่วนผมก็เป็แค่ไส้เดือนที่อยู่ใต้ดิน แค่เงยหน้าจากดินขึ้นมามองก็ผิดแล้ว”
“พี่แรม ทำไมต้องเปรียบเทียบเราห่างกันขนาดนั้นคะลูกแก้วคิดว่าเราต่างก็เป็คนเหมือนกันน่ะ”
เด็กสาวอาทรความรู้สึกของเขาขึ้นมาทันทีเมื่อได้ฟังเขาพูดอย่างนั้น เด็กหนุ่มหลบตาของเธอ ทนกล้ำกลืนความรู้สึก ทั้งๆที่อยากะโบอกออกไปให้ลั่นโลกนักว่า ต่อให้เป็คนเหมือนกัน แต่เขาก็ถูกจัดเป็คนชั้นต่ำไปแล้ว เพียงเพราะเขาไม่สามารถเลือกเกิดมารวยล้นฟ้าและมียศถาบรรดาศักดิ์เต็มไหล่ได้เท่านั้น แต่ที่เขากล่าวออกไปเพียงเบาๆก็คือ
“ขอบคุณครับ แล้วนี่คุณหนูตั้งใจมาหาผมหรือเปล่าครับ”
“ถ้าลูกแก้วมาหาคนอื่น ก็คงไม่ต้องมาที่นี่”
เด็กสาวตอบอย่างไม่สิ้นความแง่งอน
“มีธุระอะไรกับผมงั้นหรือครับ”
เด็กหนุ่มถามขณะที่พ่อค้าได้นำน้ำแข็งไสในถ้วยโฟมเข้ามาให้น้ำแข็งเกล็ดเล็กๆพูนถ้วยราดด้วยน้ำหวานสีแดงสดกับนมข้นดูน่าทาน และเมื่อพ่อค้าถอยออกไปแล้วเขาจึงเลื่อนถ้วยหนึ่งไปให้เด็กสาวที่ยังเอาแต่จ้องหน้าเขาจนตาแทบไม่กระพริบ
“ทำไมพีแรมถามอย่างนั้นคะจู่ๆพี่แรมก็หายหน้าออกจากบ้านมา พี่แรมคิดว่าไม่จำเป็ต้องบอกให้ลูกแก้วรู้เลยหรือคะ ลูกแก้วไม่ได้มีความสำคัญอะไรกับพี่แรมบ้างเลยหรือไง”