ในโลกใบเล็ก
“อ่าว ลืมซื้อจอบ เสียม” จางเฉินบ่นเสียงดัง หลังจากกลับบ้านแล้วเขาก็รีบเข้าห้อง แล้วเปิดประตูเข้ามิติทันที
“ขุดมือเอาละอัน เงินก็หมดแล้ว เกลี้ยงกระเป๋า”
จางเฉินเลือกพื้นที่ราบไม่ไกลจากแอ่งน้ำแห่งหนึ่ง ทำแปลงแบบแปลงผัก ปลูกสมุนไพรทั้งหมด รวมทั้งเม็ดสมุนไพร แล้วก็เดินตักน้ำ รดน้ำ เขาเหลือถังน้ำไว้ที่บ้าน 2 ถังเพื่อเอาไว้ฝึกวิชาตามที่เขาเคยเห็นในหนังจีนกำลังภายใน ในชาติก่อน ส่วนที่เหลือเขาเอามาไว้ รดน้ำต้นไม้ แล้วก็ปลูกมะพร้าวไปทั้ง 50 ลูกเพราะคิดๆ ดูแล้วเขาไม่แน่ใจว่ามันจะเกิดต้นหรือเปล่า รูปทรงมะพร้าวไม่ได้ดูเหมือนโลกเดิม ออกจะเป็สี่เหลี่ยมและยังเขียวๆ อยู่คือยังไม่แก่จัดหรือเปล่า จางเฉินไม่แน่ใจเขาก็เลยตัดสินใจฝังมะพร้าวทั้งหมดไว้ไม่ไกลจากแหล่งน้ำ เว้นระยะพอประมาณเผื่อจำนวนน้ำที่เขาจะเพิ่มเติมเข้าไปอีก
“ความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศยังไม่มากพอ ลมที่พัดไปมายังมีละอองน้ำอยู่น้อย เราน่าจะเรียกฝนได้จะได้ไม่ต้องตักน้ำ” จางเฉินคิดไป บ่นไป แต่ก็ทำอะไรไม่ได้
จางเฉินออกจากมิติเพื่อบอกกับแม่ ่นี้จะไม่ค่อยอยู่บ้านแต่จะพยายามกลับมากินข้าวตลอด เพื่อไม่ให้พ่อ แม่เป็ห่วงถ้าเขาหายตัวไป
เขากลับไปที่แม่น้ำ เพื่อเติมน้ำเข้าสู่โลก ่นี้เขาต้องเข้าไปฝึกในโลกใบเล็กเพราะต้องดูสมุนไพร เขาตักน้ำใส่ถังถือไว้ที่มือทั้งสองข้าง แล้ววิ่งไปรอบๆ เพื่อให้ร่างกายดึงศักยภาพสูงสุดออกมา
“ต้องเป็ทีู่เาไฟ เพื่อให้ดึงพลังได้เร็วขึ้น”
จางเฉินไปฝึกใกล้กับูเาไฟ ฝึกหมัด ฝึกบริหารร่างกาย และวิ่งไปรอบๆ แล้วก็นั่งสมาธิเพื่อฝึกลมปราณ วิ่งมาดูสวนสมุนไพรเป็ระยะ เพื่อไม่ให้ดินแห้ง ถ้าดินดูไม่ชื้นเขาก็รดน้ำทันที ปกติพืช่ที่ยังเป็เมล็ดจะแตกหน่อ้าความชื้นมาก เขาเอาอาหารแห้งมาด้วยจำนวนหนึ่งเพราะเวลาในโลกใบเล็กต่างจากข้างนอกมาก เพื่อกินเวลาหิว
“เหนื่อยแฮะ แต่ก็แค่่แรกๆ แหละ”
จางเฉินคิ้วพันกัน แต่ด้วยการฝึกอย่างต่อเนื่องทำให้เขารู้สึกว่าใกล้ถึงการกลั่นร่างกายขั้น 4 แล้วเขาก็ยังพอมีเื่ให้รู้สึกพอใจ
ผ่านไป 10 วันสมุนไพรต่างๆ ก็เริ่มอยู่ตัว มะพร้าวก็เริ่มโต
“น่าจะพอได้แล้วสำหรับการดูแลให้น้ำ ไว้ค่อยมาดูเป็ระยะ เดี๋ยวพ่อแม่เป็ห่วง ฝึกอยู่ข้างนอกอากาศ พลังิญญาก็ดีกว่า “
หนึ่งเดือนผ่านไป จางเฉินยังคงฝึกตามปกติแต่เขารู้สึกถึงอาการคันและแสบร้อนตามรูขุมขน เมื่อเขามองที่แขนของเขาสักครู่แล้วเขาก็หลับตาสงบใจลง แล้วฝึกเพลงหมัดอีกครั้ง
กำปั้นเริ่มมีความแข็ง เขารู้สึกได้เขาลองต่อยต้นไม้ที่อยู่ใกล้ๆ ดูทำให้ต้นไม้หักโค่นลงทันที มองสภาพร่างกายผิวของจางเฉินดูเหมือนจะแข็งเหมือนเหล็ก
นี่คือระดับที่ 4 ของการกลั่นร่างกาย จางเฉินยิ้มมุมปากอย่างพอใจ จางเฉินวิ่งไปรอบๆ พบว่าความเร็วของเขาก็เพิ่มขึ้นมาก ระยะการฝึก 1-3 ของการกลั่นร่างกายจะไม่มีผลมากเป็การวางพื้นฐาน จะมีความยากที่จะผ่านคือระดับที่ 4 ของการกลั่นร่างกายคือเพิ่มความแข็งแกร่งของิั อีกระดับที่ยากต่อการพัฒนาคือระดับ 7 พัฒนากระดูกและไขกระดูก แต่เมื่อผ่านแล้วก็ไม่จากที่จะถึงระดับลมปราณก่อเกิด
ระดับการฝึกฝนแบ่งออกเป็ 7 ขั้นคือ กลั่นร่างกาย ลมปราณก่อเกิด หลอมรวมลมปราณ นักรบปราณ าาปราณ จิติญญา และจักรพรรดิ เท่าที่จางเฉินได้มีโอกาสหาข้อมูล ตอนนี้เขาอ่านหนังสือของพ่อเขาทั้งหมดแล้ว โดยรวมก็ยังคงเป็เื่ทั่วไป หมู่บ้านไม่มีวิชาอย่างอื่น หนังสือสมุนไพรก็อ่านหมดแล้ว เขาแปลกใจมากที่เขาอ่านแค่รอบเดียวก็จำได้ทั้งหมด คิดว่าน่าจะเป็ผลจากทะเลสติ กับพลังิญญาของเขา
“รวมพลังิญญา กับลมปราณเพื่อปล่อยหมัด” จางเฉินเกิดความคิด
เขาลองต่อยหมัดตามกระบวนท่าต่างๆ ใช้พลังจิติญญาควบคุมลมปราณเพื่อปลดปล่อยพลังหมัด หลังจากทดลองอยู่นาน เขาก็ทำสำเร็จ
ตูม
“นี่คือ ปราณหมัดสินะ เหมือนพวกปราณดาบ และปราณกระบี่ที่เราเคยอ่านเจอ” จางเฉินรู้สึกพอใจ แต่มองดูที่แขนตัวเองเหมือนิัจะแดงคล้ายจะแขนเขาจะแตก เขาจึงพักฟื้นพลังสักครู่
หลังจากลองชกต่อยอีกหลายร้อยครั้ง ความพอใจของเขาก็หายไป
“ทำไมมันยากเช่นนี้”
จางเฉินเริ่มเขียนข้อมูลการฝึกอีกครั้ง เขาคิดว่ามันเกิดจากความที่ระดับของเขาต่ำเกินไป แต่การใช้พลังทั้งเื่ของลมปราณและพลังิญญาเป็เื่ของระดับที่ห่างไกลของไป เช่นการใช้ลมปราณก็ต้องเป็ระดับก่อเกิดหรือรวบรวมลมปราณแต่เขาพัฒนามันจากยาที่อาจารย์เดิมให้เขาพร้อมวิธีฝึกมันเหมือนการโกงทำให้จางเฉินไม่สามารถยกระดับตัวเองได้ เขานึกถึงอาจารย์ชั่วของเขายิ่งฝึกฝนเขาก็ยิ่งรู้สึกชัดเจนถึงความไม่เหมาะสม อาจารย์เขาไม่ได้ช่วยฝึกอะไรเลยมีแต่้าใช้ประโยชน์เป็สุนัขล่าขุมทรัพย์ ไปส่งให้ แล้วเรียนรู้กับแกไปแบบลมๆ แล้งๆ
“น่าจะประมาณนี้ สำหรับปัญหา แต่ถ้าฝึกไปเรื่อยๆ ก็ต้องใช้งานได้คล่องเอง” จางเฉินกำหมัดแน่น