สายลับทะลุมิติ

    สายลับทะลุมิติ : เลือกคน

    เลือกคน
    หลังจากที่เธอนั่งคุยอะไรเรื่อยเปื่อยกับท่านพ่อและท่านแม่เพื่อย่อยอาหารใช้เวลาประมาณหนึ่งเค่อก็ขอตัวไปจัดการธุระต่อทันทีนั่นก็คือ การเลือกคนมาฝึกรวมกับเธอนั่นเองโดยคนที่รับหน้าที่ดูแลเรื่องนี้ให้เธอคือท่านหลานช่างชายวัยกลางคนที่เป็นมือขวาของท่านพ่อนั้นเองชายคนนี้มีหน้าที่จัดการเรื่องต่างๆ ภายในหุบเขาแห่งนี้ตามคำสั่งของท่านพ่อโดยที่ชายคนนี้มีนิสัยค่อนข้างเย็นชาไม่ยิ้มมีบรรยายกาศไม่ค่อยน่าเข้าใกล้เท่าไหร่แต่ก็ไม่ถึงกลับน่ากลัวอะไรมากสำหรับเธอเพราะคนแบบนี้ล่ะเหมาะที่จะทำงานใหญ่ได้ เธอเดินตามท่านหลานช่างมาที่ลานฝึกยุทธ์ที่ใช้เป็นจุดเรียกรวมตัว“คารวะท่านหลานช่างขอรับ” เสียงทุกคนที่อยู่ในลานฝึกยุทธ์ดังขึ้นอย่างพร้อมเพรียงเพื่อแสดงความเคารพ“ตามสบายเถอะ ก่อนอื่นข้าขอแนะนำทุกคนให้รู้จักกับนายน้อยของเรา นี่คือคุณหนูลี่เซียน” เสียงของหลานช่างดังขึ้นพร้อมกับแนะนำตัวเธอให้กับทุกคนได้รู้จักเพราะน้อยคนนักที่จะเคยเห็นหน้าเธอนั้นก็เพราะว่าเธอรักษาตัวอยู่แต่ในเรือนไม่ค่อยได้ออกไปไหนแต่ทุกคนที่หุบแห่งนี้น่าจะรู้แล้วล่ะเรื่องที่พวกเขามีนายเพิ่มอีกคนเพราะท่านพ่อกับท่านแม่ได้กระจายข่าวออกไปทั่วหุบเขาแล้วจากที่พี่ซิงเยียนเล่าให้เธอฟังก่อนหน้าที่จะถึงลานฝึกยุทธ์“ข้าลี่เซียนขอคารวะทุกท่านนะเจ้าคะ” เธอเอ่ยขึ้นพร้อมกับโค้งคารวะเพื่อให้เกียรติทุกคนที่อยู่ที่นี้และก็ไม่ลืมที่จะส่งยิ้มหวานออกไปด้วยเพื่อให้ทุกคนเอ็นดูเผื่อในอนาคตข้างหน้าถ้าเธอต้องการความช่วยเหลือพวกเขาจะยื่นมือเข้ามาช่วย“คารวะนายน้อยขอรับ” เสียงทำความเคารพเธอดังขึ้นจากทุกคนที่อยู่บนลานฝึกยุทธ์“เอาล่ะเข้าเรื่องกันเลยล่ะกัน วันนี้ที่นายท่านเรียกให้ทุกคนมารวมตัวกันเพราะว่านายน้อยต้องการเลือกคนมาฝึกร่วมกับนายน้อยโดยนายน้อยจะเป็นผู้ฝึกให้” หลังจากที่ท่านหลานช่างเอ่ยเข้าเรื่องที่ทำให้ต้องเรียกพวกเขามารวมกันที่นี้อย่างกระทันหัน ทำให้เกิดเสียงฮื่อฮาขึ้นเสียงผู้คนที่อยู่ในบริเวณนั้นดังขึ้นอย่างพร้อมเพรียงกันเมื่อได้ยินสิ่งที่ท่านหลานช่างพูดเพราะถึงแม้ว่าพวกเขาจะให้ความเคารพแก่นายน้อยตามบรรดาศักดิ์แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาจะเชื่อว่าเด็กที่อายุแค่สิบหนาวจะสามารถฝึกพวกเขาได้ อย่างมากก็แค่เอาพวกเขาไปเล่นสนุกด้วยก็เท่านั้น นั้นคือสิ่งที่พวกเขาทุกคนคิด“เงียบ!” เสียงของหลานช่างดังขึ้นด้วยความไม่พอใจเพราะคนของตนเริ่มที่จะส่งเสียงดัง เมื่อเห็นดังนั้นเธอก็รีบอธิบายเพื่อให้พวกเขาใจเย็นและฟังที่เธอจะอธิบาย“พวกท่านใจเย็นก่อนนะเจ้าคะ ข้ารู้ว่าพวกท่านอาจจะไม่เชื่อว่าเด็กอายุแค่สิบหนาวจะสามารถฝึกใครได้ ข้าไม่ขอแก้ตัวอะไรตอนนี้หรอกนะเจ้าคะ แต่ข้าขอพิสูจน์จากผลลัพธ์ในอีกสามเดือนข้างหน้าแทนเจ้าคะโดยในอีกสามเดือนข้างหน้าจะเป็นงานประลองของสำนักข้าจะส่งคนที่ข้าฝึกเขาร่วมการประลองนี้ด้วยเจ้าคะ ในเมื่อพวกท่านบ้างคนไม่พอใจที่จะให้ข้าฝึกดังนั้นข้าก็จะขอแจ้งว่าถ้าใครที่ไม่ต้องการจะฝึกกับข้าขอให้เดินออกมาทางด้านซ้ายมือของข้า แต่ถ้าใครที่พร้อมจะเรียนรู้อะไรใหม่ๆ จากข้าและพร้อมที่จะพัฒนาตัวเองไปพร้อมกันกับข้าขอให้เดินออกมาทางด้านขวา ข้าจะไม่บังคับใครทั้งนั้นต่อให้วันนี้ไม่มีใครอยากฝึกกับข้าแม้แต่คนเดียวข้าก็จะไม่ใช้อำนาจในการบังคบใครทั้งนั้น”หลังจากที่เธอพูดจบประโยคแล้วผู้คนส่วนใหญ่ตรงหน้าก็เดินไปทางซ้ายเธอคิดไว้แล้วล่ะว่าอาจจะไม่มีใครเชื่อเด็กอายุแค่สิบหนาวหรอก ใช้เวลาไม่นานความวุ่นวายที่เกิดขึ้นก็จบลงปรากฏว่าผู้คนที่อยู่ทางด้านขวานั้นมีแค่ยี่สิบห้าคนเท่านั้นซึ่งมากกว่าที่เธอคิดเอาไว้เสียด้วยซ้ำ“ท่านหลานซ่างเจ้าคะ” เธอหันไปเอ่ยกับท่านหลานช่างที่กำลังจ้องมองกลุ่มคนข้างหน้าอยู่“เอาล่ะในเมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้นงั้นพวเจ้าก็แยกย้ายกันได้แล้วส่วนผู้คนที่อยู่ทางด้านขวานั้นอยู่ก่อน” หลานช่างเอ่ยขึ้นเมื่อเหนว่าทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ถึงแม้ว่าเขาจะไม่เชื่อว่าเด็กอายุไม่สิบหนาวจะสามารถฝึกคนได้แต่ยังไงนี้คือความต้องการของนายท่านยังไงเขาที่เป็นมือขวาก็ต้องทำตามคำสั่ง“ขอรับ” เสียงตอบรับดังขึ้นพร้อมกับที่ผู้คนที่ยืนอยู่ในลานฝึกยุทธ์ก็แยกย้ายกันออกไปฝึกหรือทำธุระของตนเอง เธอจึงเดินเข้าไปหาผู้คนที่อยู่ทางด้านขวา“ข้าขอบคุณพวกท่านมากเลยนะเจ้าคะที่อุตส่าห์ยอมมาฝึกกับข้าถึงแม้ว่าพวกท่านจะไม่ค่อยเชื่อใจข้ามากเท่าไหร่ก็ตาม” เธอเอ่ยขึ้น“ไม่เป็นไรขอรับเดิมที่พวกข้าทั้งหมดก็เป็นคนที่อ่อนแอที่สุดในสำนักอยู่แล้วดังนั้นถ้ามีโอกาสที่จะทำให้พวกข้าแข็งแกร่งขึ้นแม้เพียงเล็กน้อยพวกข้าก็จะขอเสี่ยงขอรับ” เสียงชายหนุ่มอายุน่าจะประมาณยี่สิบปีดังขึ้น“ท่านหลานช่างเจ้าคะข้าอยากจะได้ป่าหลังสำนักเพื่อใช้ในการฝึกได้หรือไม่เจ้าคะและที่สำคัญข้าไม่อยากให้ใครไปรบกวนพวกเขาในการฝึกท่านพอจะจัดการให้ได้รึไม่เจ้าคะ” เธอพูดความประสงค์ของตัวเองออกไปทันทีเพราะเธอมองเห็นว่าป่าหลังสำนักนั้นไม่ค่อยมีคนไปและเหมาะที่จะเป็นสถานที่ในการฝึกของพวกเธอ“ได้ขอรับเดี๋ยวข้าจะจัดการให้”“ขอบคุณเจ้าคะ”“นายน้อยต้องการอะไรอีกรึไม่ขอรับ”“ข้าไม่ต้องการแล้วเจ้าคะ ถ้าข้าต้องการอะไรจะบอกท่านหลานช่างนะเจ้าคะ”“ขอรับ”“สำหรับวันนี้ข้าก็ไม่มีอะไรแล้วนะเจ้าคะ พวกท่านสามารถแยกย้ายกันไปพักผ่อนได้เลยส่วนการฝึกนั้นจะเริ่มพรุ่งนี้ในยามเหม่าที่ป่าหลังสำนักข้าหวังว่าพวกท่านจะไม่สายนะเจ้าคะเพราะถ้าสายข้าก็มีบทลงโทษให้พวกท่านเช่นเดียวกัน อ้อ! ข้าลืมบอกไปเลยเจ้าคะสำหรับกฎในการฝึกก็มีไม่มากนะเจ้าคะแค่สามข้อเท่านั้น ข้อแรกคือพวกท่านจะต้องฟังคำสั่งของข้าแต่เพียงผู้เดียวโดยไม่มีข้อแม้ ข้อที่สองพวกท่านห้ามสงสัยอะไรเกี่ยวกับการฝึกของข้าเพราะถ้าถึงเวลาแล้วข้าจะเป็นคนอธิบายเอง ส่วนข้อที่สามถ้าพวกท่านไม่เข้าอะไรให้กลับไปดูข้อหนึ่งอีกครั้ง กฎในการฝึกขอข้าก็มีแค่นี้ล่ะเจ้าคะหวังว่าพวกท่านจะทำตามนะจ้าคะ แล้วเจอกันพรุ่งนี้เจ้าคะ”“ขอรับ”หลังจากที่อธิบายเรื่องต่างๆ เสร็จเรียบร้อยแล้วเธอก็ขอตัวลาท่านหลานช่างเพื่อกลับไปพักผ่อนเพราะร่างกายของเธอไม่ไหวแล้ว“พี่ซิงเยียนเจ้าคะข้าอยากไปนั่งเล่นที่ศาลาในสวนตะวันออกเจ้าคะ” เธอเอ่ยความประสงค์ของตัวเองทันทีเมื่อเดินออกมาไกลจากลานฝึกแล้วเพราะเธอคิดว่าถ้ากลับไปที่ห้องก็ไม่มีอะไรทำอยู่ดี ดังนั้นเธอเลยเปลี่ยนทิศทางเป็นสวนทางทิศตะวันออกแทนเพราะที่นั้นใกล้เรือนของเธอที่สุดและมีความสงบมากกว่าสวนที่อื่น ใช้เวลาไม่นานพวกเธอก็มานั่งในศาลาที่ว่าแล้ว“คุณหนูเจ้าคะเดี๋ยวบ่าวไปเอาขนมกับน้ำชามาให้นะเจ้าคะ”“เจ้าคะ” หลังจากที่เธอตอบรับกลับไปแล้วพี่ซิงเยียนก็เดินออกจากศาลาเพื่อไปเอาน้ำชาและขนมมาให้เธอกินที่ศาลาที่นี้สงบจังเลยบรรยายกาศน่านอนมาก“เอ๋! นั้นอะไรนะ” เสียงเธอดังขึ้นเมื่อมองไปที่พุ่มไม้ข้างหน้าแล้วมันขยับอยู่ทำให้เธออดสงสัยไม่ได้ว่าตรงนั้นมีอะไร เมื่อคิดได้แบบนั้นเท้าของเธอก็ก้าวไปที่พุ่มไม้ตรงนั้นทันที โดยที่สายตาไม่ละออกจากตรงนั้นเลยเมื่อเดินเข้ามาใกล้พุ่มไม้ตรงที่ขยับแล้ว เธอก็หันซ้ายหันขวาเพื่อหากิ่งไม้มาเขี่ยดูว่ามีอะไรอยู่หลังพุ่มไม้นั้น แต่สิ่งที่พบกับทำให้เธอต้องร้องออกมา“กรี๊ด!!!!!!!!!!!!!!!!!”