หารือกันได้ความดีแล้วหลิ่งซีกลับจวนเสนาฝ่ายซ้ายพร้อมกับจดหมายหนึ่งฉบับ โม่หยางสั่งห้ามทูติญญาทั้งสองออกจากจวนให้นอนพักรักษาตัวก่อน ไป๊จิ่งเดินนำทางโม่หยางเข้าสู่ประตูใหญ่หน้าพระราชวัง
เริ่มเช้าสู่ประตูวังเท้าทั้งคู่เดินกระฉับกระเฉง สองข้างทางร้านค้าเครื่องหอมเครื่องยาค้าขายครึกครื้น หญิงสาวแรกแย้มพบเห็นบุรุษรูปงามทั้งสองร่างสูงโปร่งเดินผ่านข้างทางเกิดเป็ขบวนย่อมๆ แจ่มใสเจื้อยแจ้วอยากรู้อยากเห็น
“องค์อาจทรงอำนาจ หลีกไปข้าจะดู”
“คนนั้นชายชุดขาวเป็จวิ้นอ๋องหรือเป้ยเล่อชื่อว่าอะไรผู้ใดรู้จัก”
“มาจากเมืองอื่นหรือไม่”
“ขันทีเดินด้วยเช่นนี้หรือเป็ราชทูตจากแคว้นอื่น”
“ท่านขันทีก็ดูรูปงานไม่น้อย อีกผู้หนึ่งก็ถูกใจข้า”
กลุ่มสตรีรุ่นน้อยใหญ่ มุงล้อมด้านหลังด้านข้างตามจอแจไม่หยุด ในนครหลวงไม่ขาดบุรุษ หากแต่บุรุษรูปงามคมคามราศีผุดผ่องเนื่องจากญาณการบำเพ็ญแผ่ออกเป็รูปธรรม
“ข้าขออภัย เราควรนั่งรถม้าเข้ามาหน้าวัง ปกติข้าเดินมากับญาติผู้น้องไม่ได้เป็เช่นวันนี้”
ความวุ่นวายติดตามโม่หยางที่โดดเด่นเกินไป
หน้าตาบึงตึงไม่อาจบดบังความสมบูรณ์แบบ
กงกงพระตำหนักออกมายืนรอหน้าประตูวัง คนจากตระกูลไป๊มาแจ้งกงกงศิษย์ใหญ่สำนักหลางซางขอเข้าเฝ้ามีหรือทางสำนักจะกล้านิ่งเฉย
“อรุณสวัสท่านเซียน” ร่างสูงโปร่งเดินมาถึงหน้าวังกงกงวิ่งมาต้อนรับ
“ข้ามิใช่เซียน เรียกข้านักพรตโม่ หรือโม่หยางก็ได้”
“รับทราบ ข้าขอเรียกท่านนักพรตโม่ เชิญทางนี้” กงกงยิ้มรับนำทางโม่หยางเข้าในวังขันทีอีกสี่คนเดินตามท้าย
ขนาดนั้นไป๊จิ่งทำตัวไม่ถูกตนต้องเดินตามหลังผู้ใด
เลือกเดินด้านริมซ้ายสุดข้างหลังโม่หยางเหมือนผู้ติดตาม
“ท่านมาขอพบฮ่องเต้เหตุเพราะคนข้างท่าน.?” ผู้มาก่อนการเปิดปากถามเป็กันเอง เดินนอบน้อมเคียงข้างระหว่างทาง
ถึงอีกฝ่ายเอ่ยตามตรงให้รู้ตนไม่ได้ตั้งใจมาเจรจาต่อคนผู้นี้
“มิใช่” โม่หยางกล่าวทุ่มต่ำ บงบอกไม่อยากเสวนากับตนต่อ
ทำงานรับใช้ข้างกายฝ่าาครึ่งค่อยชีวิตกงกงต้องคอยรับส่งข่าวทูลต่อฝ่าา
ศิษย์สองพี่น้องั้แ่เข้ามาเจอตนนิ่งเงียบระหว่างทางหลุดปากอยากให้ตนช่วยอันใด
“ด้านในอุทยานฤดูหนาวเป็ที่งดงามที่สุดของวังหลวง”
ผ่านรั้วกำแพงสลับตำหนักน้อยใหญ่เข้ามาในอุทยานฤดูหนาว มองเห็นไอจากพื้นน้ำที่เกาะเป็น้ำแข็ง ทหารยืนเฝ้ารอบกำแพงห่างออกไปหนึ่งลี้
กงกงเดินนำมานั่งด้านในศาลาหินขาวกลางน้ำ โต๊ะสำรับชาพร้อมขนมหวานเช่น ขนดหนวดั ขนมกุ้ยฮวา
“ท่านทั้งสองนั่งดื่มชารอฝ่าาเพียงครู่เดียวขอรับ”
กลิ่นหอมกรุ่นมาไกลด้านข้างสระปะทะกลิ่นชาหอมกรุ่มละมุนกลมกลืนเพียงแค่รินชาเท่านั้น ความสุนทรีบุปผาเรียกความสงบ กงกงอยู่คอยรอนชาแนะนำขนมให้ทั้งสองลองชิม
เวลาผ่านไปไม่ถึงหนึ่งชั่วยาม
“ฮ่องเต้เสร็จ พระสนมเฟ่ยเสร็จ” ขบวนเสร็จหยุดยืนชมทิวทัศน์ด้านนอกเบื้องหน้าศาลาห่างอีกสองเซียะแถวทางสะพานมาถึงศาลากลางน้ำ
ด้านในศาลาเพียงยืนขึ้นรอฝ่าาเข้ามาพบปะกันจุดนี้
“ท่านนักพรตโม่ออกไปพบฝ่าาด้านเถอะขอรับ” กงกงเห็นการไม่ดีควรช่วยกู้หน้าฮ่องเต้
โม่หยางและไป๊จิ่งไม่เคยเข้าพบฮ่องเต้ทั้งสองไม่รู้พิธีปฏิบัติมากนัก ตอนนี้แค่ยืนรอด้านใน เดินไปมารับลมหนาว เขาไม่ทำสิ่งที่ไม่อยากทำ
“ข้าพเ้าจะรอตรงนี้”
“ศิษย์พี่รับชาเพิ่มรึไม่ อากาศเย็นท่านไม่ชอบดื่มน้ำชาช่วยได้ ฮ่องเต้กับพระสนมยืนตากลมตรงนานๆ ไม่เป็การดี ใต้เท้าควรไปชี้แนะฝ่าาให้ห่วงวรกายตัวเองและพระนางจะดีกว่าข้าว่านะ”
“อ่อ ข้าขอตัว” รีบเดินไปเข้าพบฮ่องเต้ยืนพูดคุยเพียงคู่ตามเสด็จเข้ามาในศาลา
ชุดฉลองสีดำขับเย็บติดขนสนุกจิ้งจอกคลุ่มกันลมหนาวทั้งตัวเสริมให้ฮ่องเต้วัยสี่สิบดูสุขุมน่าเกรงขาม ต่างจากกับผู้บำเพ็ญเพียรสวมเพียงชุดแพรไหมขาวบางลายก้อนเมฆฟ้าสีอ่อน
“ฝ่าา พระสนม” โม่หยางยืนยิ้มอ่อนกล่าวทักทายแบบเป็กันเอง
“ถวายพระพรฝ่าา อายุยืนหมื่นปี หมื่นหมื่นปี”
“ถวายพระพรพระสนม” ไป๊จิ่งคำนับกล่าวเสียงดังชัดเจนทุกคำ
“ท่านนักพรตโม่หยาง เชิญท่าน” ฮ่องเต้กล่าวเชิญนั่งลงร่วมโต๊ะ “ท่านนี่นักพรตตระกูลไป๊ใช่ไหม นั่งร่วมกันเถิด”
“ไม่เป็ไร ผู้อื่นเห็นเข้าไม่เป็การดี” โม่หยางกล่าวกับฮ่องเต้เสียงอ่อนนุ่มนวลทำให้ฮ่องเต้ผ่อนคลายลง หันมองทางสตรีอ่อนหวานตั้งครรภ์ด้านข้าง
“นางคือสนมเฟ่ยกำลังตั้งท้องใกล้คลอด หวังว่าท่านจะอวยพรนางประสูติพระโอรสแข็งแรงปลอดภัย”
“คารวะท่านนักพรตโม่หยาง คารวะท่านนักพรตไป๊จิ่ง”
โม่หยางจ้องมองท้องกลมโตพลังปราณตรวจสอบเด็กในครรภ์ครบครันสมบูรณ์เพศใดนั้นเด็กน้อยขดตัวบดบังการมองเห็น ถึงได้เข้าใจเหตุใดยังไม่มีผู้รู้ยืนยันได้แน่แท้ เชื่อวิชาตำราแพทย์โบราณไปก่อนก็ไม่ผิด
“เด็กในครรภ์แข็งแรงสมบูรณ์ดี ข้าก็หวังให้ฝ่าาสมปรารถนา”
“ขอบคุณท่านเซียน”
หลังจากให้นัดพรตเจอกับพระสนมเพื่อช่วยยืนยันเด็กในครรภ์ ฮ่องเต้ไม่้าพระสนมยุ่งเื่บ้านเมืองหรือในราชสำนักอีก สั่งให้นางลากลับตำหนัก ทั้งสี่รวมด้วยกงกงกับไป๊จิ่งยืนเฝ้าด้านหลังทั้งสองคนนั่งสนทนากัน
“ขออภัยต่อฝ่าา ข้าสั่งให้ศิษย์น้องเข้ามาคอยคุ้มกันครรภ์พระสนมโดยไม่ได้แจ้งพระองค์” ร่างสูงยืนขึ้นยกมือสองข้างคำนับ หากไม่ใช้ไม้อ่อนเข้าสู้แข็งข้อเกินไปอาจนำภัยสุ่ตระกูลไป๊ทั้งตระกูล
ฮ่องเต้รีบลุกขึ้นยื่นมือกุมมือโม่หยางทำท่าไม่ถือโกรธ เชิญชวนให้นั่งลงอีกครั้ง
“ไม่ท่าน ไม่ต้องกล่าวเช่นนี้ข้ารู้พวกท่านไม่ได้ประสงค์ร้ายต่อทางสำนัก หากแต่ผิดพิธีการอยู่บ้าง”
“สิ่งนี้มาจากใจข้า ขอมอบให้ฝ่าาไว้ใช้บำรุงวรกาย โอสถบำรุงขั้นห้าเม็ดนี้ช่วยให้แข็งแรงชะลอกาลเวลานับสิบปี ตระกูลไป๊ไม่เกี่ยวข้องอันใดกับทางสำนักหลางซาง”
กล่องไม้เล็กถูกรับโดยกงกงเปิดออกมาวางไว้ตรงกลางโต๊ะ
เม็ดลูกกรกลมโตสีทองขุ่น โอสถเม็ดนี้ถูกแลกกับความข้องใจ
การตายของปรมาจารย์นางเป็คนจากทางราชวังไม่ว่าจะอยู่ฝ่ายใด วันนี้ตนต้องจัดการให้เสร็จสิ้นไร้ข้อกังขาในวันข้างหน้า ลอบมองสีหน้าฮ่องเต้ถึงจะเก็บงำความตื่นเต้นได้ แต่ใจเต้นถี่ขึ้นไม่รอดพ้นต่อนักบำเพ็ญรับรู้ได้
“โอสถนี้ศิษย์ในสำนักหลางซางหลอมขึ้นเอง ฝ่าาอย่าได้กังวลประสิทธิภาพ ศิษย์พี่ได้รับมาจากงานแข่งขันในสำนัก ท่านกงกงตรวจสอบที่มาได้โดยง่าย”
“ผู้ใดจะกล้าสงสัยของมาจากท่านนักพรตกัน” กงกงเอ่ยประท้วง
เทียบกับทางราชสำนักแล้วถือว่าหาได้ยาก
อย่าว่าแต่ราชสำนักเลยทั้งราชอาณาจักรน้อยใหญ่
ผู้ไร้การบำเพ็ญยาอายุวัฒนะผู้ใดจะไม่้า
สำนักฝึกฝนหลวงจะส่งมอบของดีๆ ให้ทางราชสำนักปีละครั้ง
โอสถระดับห้ามีให้เห็นไม่กี่เม็ดราชวงศ์มีนับร้อยผู้้าโอสถมีนับไม่ถ้วนต่อปี
“ละนี่เป็น้ำปราณจากหุบเขามรกตแห่งความหวัง ช่วยชำระล้างพิษร้ายทุกชนิดใช้เพียงหนึ่งหยด หรือช่วยเพิ่มปราณที่แห้งขอดของผู้มีปราณได้ ในขวดนี้ข้าเตรียมไว้ให้พระองค์ห้าความหวัง”
ขวดใสสีฟ้าปรากฏขึ้นข้างกล่องไม้
มองทะลุเห็นน้ำด้านในเพียงน้อยนิดหรือแค่ห้าหยด
โม่หยางไม่ได้ตระหนี่น้ำปราณเป็สิ่งที่นักบำเพ็ญใช้ล่อเลี้ยงร่างกาย
สำคัญและหายากต่อนักบำเพ็ญเปรียบสเหมือนเส้นทางลัด
“ฝ่าา ท่านนักพรตโม่ใจกว้างสมเป็ลูกศิษย์ท่านเซียนมีของวิเศษล้ำเลิศมอบให้พระองค์ขนาดนี้”
“ข้าไม่ทำให้ท่านเสียหน้าหรอกท่านนักพรตโม่หยาง สองสิ่งนี้มากมายล้ำค่า เื่ที่ผ่านมาอย่าได้กล่าวความอีก”
“ศิษย์น้องข้าต้องอยู่ดูแลครรภ์พระสนมจวบจนเด็กเกิด ฐานะของเขายังต้องปิดบังไว้ก่อนพระองค์คุ้มครองเขาแทนข้า่ระยะนี้”
“กล่าวเกินไปแล้ว อยู่ในกำแพงนี้ผู้ใดจะกล้า ท่านวางใจเถิด”
…
…
ลานประลองจวนเสนาฝ่ายซ้ายวันนี้เงียบเหงากว่าปกติ ทหารองครักษ์ติดตามท่านอ๋องก้งเยว่หรือท่านเสนาก้งเยว่ หลังเปิดอ่านจดหมายที่หลิงซีมอบก็สั่งคนเตรียมเข้าวัง
สิ่งที่ติดตัวแต่เกิดถือเป็โชคดีแต่จะดีได้ย่อมมีอาจารย์ที่ดี
ข้าได้เปิดวาสนาต่อบุตรเ้าให้แล้ว
เมื่อครบวัยห้าขวบคนของข้าจะนำนางเข้าสู่เทือกเขาหลางซาง