ใช้เวลาอยู่เกือบครึ่งเดือนจนเรือนใหม่ถูกสร้างเสร็จ แม้จะใช้เวลามากกว่าที่นางตั้งใจไว้แต่ผลงานของชาวบ้านก็ทำให้นางพอใจไม่น้อย เครื่องเรือนและอาภรณ์ที่นางสั่งไว้ก็เอามาส่ง่เวลานี้พอดีทำให้ตอนนี้ป๋ายฮวารู้สึกพอใจกับสภาพความเป็อยู่เป็อย่างมาก
กำแพงสูงใหญ่แม้จะสร้างเรียบง่ายจากอิฐและดินเหนียวแต่ก็แข็งแรง อย่างน้อยก่อนที่เฟยหลงจะเติบใหญ่ก็เพียงพอแล้ว ลานกว้างด้านหน้าเรือน สวนผักซึ่งนางแบ่งแยกเตรียมไว้และมีลานฝึกวรยุทธ์ของเฟยหลงด้วย
ป๋ายฮวามองรอบลานด้วยความพอใจก่อนจะเบ้ปากเพราะรู้สึกขัดใจที่ไม่สามารถจ้างชาวบ้านขุดลอกบ่อน้ำเล็กๆ เลี้ยงปลาได้
ไม่ใช่ว่าเงินไม่เพียงพอแต่พื้นที่ของเรือนหลังนี้แคบเกินไป การขุดลอกคลองต้องใช้เวลาหลายเดือนและเฟยหลงไม่ชอบความวุ่นวายด้วย
ป๋ายฮวาเดินเข้าไปในโถงด้านหน้าซึ่งตอนนี้ขยายกว้างจนสามารถใช้เป็ห้องรับแขกได้แล้ว อืม...หากเฟยหลงเติบโตขึ้นก็ต้องมีสักวันที่เขาจะมีสหายมาเยี่ยมเยือนบ้างเป็ครั้งคราว หญิงสาวขมวดคิ้วครุ่นคิดก่อนจะส่ายหัวไปมาเพราะเดิมทีนิสัยของมหาเทพก็ไม่ค่อยมีสหายและปลีกตัวอยู่คนเดียว
เมื่อคิดถึงเฟยหลงน้อยแล้ว หากยังติดนิสัยเ็าไร้อารมณ์ ในวันข้างหน้าต้องไม่มีสหายแน่นอน นางต้องสอนการเข้าสังคมให้เขามากขึ้นใช่หรือไม่
นอกจากนี้ห้องนอนและห้องอาบน้ำของเฟยหลงน้อยก็กว้างขวางมากๆ หลังจากเขาได้เห็นมันครั้งแรก ดวงตาสีนิลคู่นั้นก็เบิกกว้างตกตะลึงอยู่นาน เขาจะรู้หรือไม่ว่านางคำนวณสำหรับยามเขาเติบใหญ่ด้วย หากอิงตามรูปร่างของมหาเทพ เกรงว่าตอนที่เขาเติบใหญ่ ห้องอาบน้ำคงพอดีกับขนาดตัวของเขา
แม้เตียงนอนใหม่จะกว้างใหญ่และอาภรณ์ใหม่จะเป็ของดีมาก แต่ก็ยังอยู่ในความเรียบง่าย นอกจากอาภรณ์ผ้าไหมชั้นดีที่นางตัดให้เฟยหลงหนึ่งตัว อาภรณ์นอกจากนั้นก็เป็ผ้าเนื้อหยาบทั้งหมด แม้ห้องเฟยหลงเครื่องเรือนและของใช้จะเป็ของดีทั้งหมด แต่ก็จัดให้เข้ากับความเรียบง่ายเฉพาะตัวของเขา ทำให้เฟยหลงน้อยพอใจเป็อย่างมากเช่นกัน
ซึ่งต่างจากห้องนอนของนางกลับตกแต่งเต็มไปด้วยสิ่งของมากมาย แม้แต่ผ้าม่านของนางยังต้องประดับด้วยไข่มุกระย้า ของตกแต่งมีทุกมุมห้องคล้ายวังหิมะหยกในเผ่าหงส์เพลิง แม้จะไม่สามารถนำออกไปอวดให้ใครเห็นได้ แต่เพียงนั่งมองความสวยงามเหล่านี้นางก็พอใจกับชีวิตในโลกมนุษย์แล้ว
นอกจากห้องนอนที่ตกแต่งตามความชอบของแต่ละคน ห้องหนังสือถูกแบ่งออกเป็สองห้องคือห้องของนางที่เตรียมเรียนวิชาแพทย์ และห้องของเฟยหลงที่ตอนนี้ยังว่างอยู่
หลายวันมานี้นางทำความเข้าใจอักษรในโลกมนุษย์แล้ว เด็กน้อยเฟยหลงอายุ 10 ขวบ ป่านนี้ยังอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ นางต้องเริ่มสอนเขาอ่านตำราแล้วเช่นกัน แม้จะเริ่มช้าไปสักหน่อยแต่นางก็ยังมั่นใจในสติปัญญาของผู้ที่เป็มหาเทพหนึ่งเดียวของสี่มหาสมุทรแปดดินแดน
ส่วนห้องครัวก็กว้างใหญ่เหมาะกับการใช้งานเป็อย่างยิ่ง ระหว่างครึ่งเดือนที่ผ่านมา นางไม่ได้ปล่อยให้เวลาสูญเสียไปอย่างสิ้นเปลือง ในระหว่างที่เฟยหลงไปสนามฝึก นางก็ยืนควบคุมเหล่าชาวบ้านสร้างเรือนและแอบไปเรียนการก่อไฟด้วยกำลังของตัวเองและเรียนทำอาหารจากแม่ครัวใหญ่จาง
ใน่เวลากลางคืนที่เฟยหลงพักผ่อน นางก็ต้องแอบออกไปนอกเรือนเพื่อฝึกก่อไฟและจำสูตรอาหาร แม้จะทำได้เพียงอาหารเรียบง่ายเท่านั้น แต่ป๋ายฮวาเชื่อว่าในวันข้างหน้านางต้องสามารถทำอาหารเก่งเท่าแม่ครัวใหญ่จางได้แน่นอน
“คุณชาย” ป๋ายฮวาร้องเสียงใสด้วยความใเมื่อเห็นเฟยหลงเดินออกมาจากห้องนอนใน่เช้ามืดเพราะตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่เขาต้องตื่นนอนนี่นา
เฟยหลงใช้หลังมือเช็ดเหงื่อบริเวณกรอบหน้าก่อนจะปรายสายตามามองนางด้วยความเ็าและเอ่ยถามเสียงเรียบว่า “เ้าหนีไปไหนตอนกลางคืน”
“ขะข้า ไปฝึกเรียนทำอาหารเ้าค่ะ” ป๋ายฮวาละล่ำละลักตอบเพราะไม่รู้ว่าเช้านี้เฟยหลงเป็อะไร ดวงตานิลคู่นั้นล้ำลึกประกายเ็าจนนางต้องยืนห่างเขาออกไปหลายก้าวสักหน่อย
เฟยหลงนั่งลงเก้าอี้ตำแหน่งประธานอย่างเหนื่อยล้าด้วยใบหน้าขาวซีด มือยังสั่นเล็กน้อย ป๋ายฮวาแอบมองท้องฟ้าครู่หนึ่งก่อนจะคำนวณเวลาและรู้ว่าเขาเพิ่งผ่านความเ็ปของรอยสายฟ้า
นางมองวิเคราะห์รอยแผลเป็สายฟ้าตามร่างกายของเขารวดเร็วรอบหนึ่ง เป็ความเ็ปจากเคราะห์์ ไม่มียาใดแก้ไขได้ นอกจากยานอนหลับและพลังเซียนเท่านั้น แต่นางจะถ่ายทอดพลังเซียนให้เด็กน้อยอย่างไรเล่า นอกจากนี้พลังของนางก็มีเพียงน้อยนิด นางอายุเพียงหกพันปีเท่านั้น พลังอันน้อยนิดของนางคงทำได้เพียงบรรเทาอาการเ็ปช่วยเฟยหลง แต่เท่านี้ก็เพียงพอแล้วเพราะเดิมทีนางก็ตั้งใจจะลงมาช่วยเขาผ่านด่านเคราะห์์อยู่แล้วไม่ใช่หรือ
ป๋ายฮวาเม้มปากและกล่าวโทษตัวเองในใจ นางห่วงเล่นเกินไป ่เวลากลางคืนควรหาวิธีลดความเ็ปช่วยเฟยหลง ไม่ใช่เอาเวลาไปฝึกทำอาหารเ่าั้
“คุณชายดื่มน้ำอุ่นก่อนนะเ้าคะ” ป๋ายฮวารินน้ำร้อนให้เขาจิบ
เฟยหลงมองหญิงสาวตรงหน้านิ่งก่อนจะพยักหน้าและยื่นมือที่สั่นเทารับน้ำมาจิบเล็กน้อย น้ำอุ่นร้อนไหลจากลำคอลงสู่กระเพาะอาหาร ทำให้คอแห้งผากของเขารู้สึกดีขึ้นมาก แม้จะเ็ปในทุกคืนแต่เมื่อเวลาผ่านไปความเ็ปก็หายไปจนหมดคล้ายว่าเขาคิดไปเองเท่านั้น นี่คือสิ่งที่เขาประสบมาั้แ่เกิด
เดิมทีคิดว่าตัวเองอดทนได้ แต่เพราะเมื่อวานเป็วันเกิดครบรอบ 11 ปีของเขา คล้ายความเ็ปจากรอยสายฟ้าเหล่านี้จะเพิ่มขึ้นทุกปี ตอนนี้รอยแผลตามร่องรอยสายฟ้าสร้างความเ็ปให้เขาจนอยากใช้มีดฟันตัวเองให้ตายๆ ไปเสีย
แต่ทุกครั้งที่อยากตายเขารู้สึกเหมือนกับว่าตัวเองมีภารกิจที่ยิ่งใหญ่ต้องทำ เขาไม่สามารถตายจากไปได้ แต่เขาก็ไม่สามารถบอกตัวเองได้เช่นกันว่าภารกิจที่ยิ่งใหญ่นั้นคืออะไร แม้เขาจะรู้สึกแบบนี้มาั้แ่ลืมตาขึ้นมาก็ตาม เขารู้สึกตัวเสมอว่าตัวเองนั้นเกิดมาพร้อมกับงานชิ้นหนึ่งที่ต้องทำให้สำเร็จให้ได้
“เพี๊ยะ” มือเล็กปัดข้อมือขาวซึ่งกำลังจะใช้ผ้าเช็ดหน้าซับเหงื่อให้เขาด้วยสัญชาตญาณเพราะเดิมทีเด็กชายก็ไม่ชอบให้ใครมาแตะเนื้อต้องตัว แม้จะเป็ข้ารับใช้ที่ติดตามเขามาั้แ่เกิดก็ตาม
“เช็ดเหงื่อหน่อยนะเ้าคะ” ป๋ายฮวาอธิบายก่อนจะเมินดวงตานิลเ็าและช่วยซับเหงื่อให้เขาอย่างรวดเร็วเพราะครั้งนี้เหงื่อของเขาออกจนเส้นผมเปียกชื้นทั้งศีรษะ นางกลัวว่าเดิมทีร่างกายก็ไม่แข็งแรงอยู่แล้ว หากล้มป่วยคงลำบากน่าดู
เฟยหลงสะบัดหน้าและหลบผ้าเช็ดหน้าจากข้อมือขาวด้วยความไม่พอใจ คิ้วทั้งสองข้างถูกขมวดเข้าหากันจนแทบจะชนกันอีกครั้ง ร่างเล็กที่เหลือเพียงกระดูกหลบซ้ายทีขวาทีแต่ข้อมือขาวข้างนั้นก็ตามเช็ดเหงื่อให้เขาโดยไม่มีความเกรงใจเลยแม้แต่น้อย
“หมับ เ้าเป็ใครกันแน่” ข้อมือแห้งจนมองเห็นกระดูกคว้าจับมือขาวนุ่มข้างนั้นที่กำลังจะเช็ดไรผมให้เขาแน่นและถามเสียงแข็งด้วยความไม่พอใจ
ดวงตาัแทบลุกเป็ไฟเพราะเดิมทีเขาก็ไม่ชอบความวุ่นวายอยู่แล้ว หากนางไม่ทำอะไรที่เกินขอบเขตและไม่ยุ่งวุ่นวายจนเกินไป เขายังสามารถทำเป็หลับตาข้างลืมตาข้างปล่อยผ่านนางไปได้ แต่ตอนนี้นางกำลังแตะต้องเนื้อตัวเขาซึ่งนี่เป็สิ่งที่เกินจุดที่เขายอมรับได้แล้ว
ป๋ายฮวากะพริบตาและมองเด็กชาย ดวงตาดอกท้อโค้งเป็รูปพระจันทร์เสี้ยว “เป็ข้ารับใช้ของคุณชายอย่างไรเล่าเ้าคะ” พูดพลางสะบัดข้อมือหุ้มกระดูกนั้นทิ้ง รีบเช็ดหน้าให้เขาอย่างรวดเร็วและเช็ดผมของเขาเพื่อไม่ให้ร่างกายเปียกชื้นต้องลมหนาว
“เ้า....” เฟยหลงน้อยร้องเสียงดัง ดวงตานิลแทบจะพ่นไฟได้อยู่แล้วเพราะตอนนี้เขารู้สึกไม่พอใจหญิงสาวตรงหน้าเป็อย่างมาก เส้นเืตรงขมับปูดโปนขึ้นทั้งสองข้างจนมองเห็นได้อย่างชัดเจน รอยแผลเป็สายฟ้าเข้มขึ้น ใบหน้าที่เคยขาวตอนนี้แดงก่ำจนลามถึงลำคอ
ป๋ายฮวาแสร้งไม่สนใจ ยังคอยซับเหงื่อตามแขนตามลำคอให้เฟยหลงเช่นเดิม “เ้าคะ” เสียงใสตอบอย่างไม่ใส่ใจมากนัก
มืออีกข้างของนางกดตัวเฟยหลงไว้เพื่อไม่ให้เขาขยับตัว พลังของเด็กน้อยวัย 11 ขวบซ้ำยังผอมแห้งจึงไม่สามารถสู้แรงของนางได้เลย
เด็กชายตัวแข็งทื่อขยับตัวไม่ได้จำต้องยอมให้หญิงสาวใช้ผ้าเช็ดหน้าเช็ดตามร่างกายตนเอง เขาจ้องใบหน้าสาวใช้เขม็งแทบจะพ่นไฟออกมาได้อยู่แล้ว
“หยุดเดี๋ยวนี้” เฟยหลงพยายามจะห้ามนางอีกครั้ง แต่เดิมทีก็เป็คนพูดน้อยมาั้แ่เกิด และยังสู้แรงป๋ายเหนียงไม่ได้ ตอนนี้นอกจากจ้องมองนางด้วยความไม่พอใจ เขาก็ทำอะไรไม่ได้อีกเลย
“เรียบร้อยแล้วเ้าค่ะ” หลังจากเวลาผ่านไปไม่นานจนผมของเฟยหลงกลับมาแห้งสนิท นางจึงยอมปล่อยให้เขาเป็อิสระ
เด็กชายหลังจากถูกปล่อยตัวก็ลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็วก่อนจะใช้ใบหน้าบูดบึ้งจ้องมองสาวใช้ใช้ตัวเองรอบหนึ่งและเดินออกจากห้องโถงอย่างรวดเร็ว นอกจากเดินหนีเขาจะทำอะไรได้อีกเล่า ถามนางก็ไม่ตอบ สู้ก็ไม่ได้ ตอนนี้เขาเพียงไม่อยากมองหน้านางเท่านั้น
“คุณชายจะไปไหนเ้าคะ ไปเปลี่ยนชุดก่อนเ้าค่ะ” แต่ก่อนที่เขาจะเดินจากไป มือบางก็รั้งข้อมือของเขาอย่างถือวิสาสะไม่มีความเป็สาวใช้เลยแม้แต่น้อย หญิงสาวลากเขาเข้าไปในห้องนอนก่อนจะค้นเสื้อผ้าอีกตัวยื่นมาเบื้องหน้าด้วยใบหน้าใสซื่อ
“เปลี่ยนชุดก่อนเ้าค่ะ”
เฟยหลงมองหญิงสาวด้วยความโกรธโดยไม่ขยับไปไหน ตอนนี้เขาไม่พอใจนางมากๆ หากเขาไม่ทำตามที่นางสั่ง นางจะทำอะไรเขาได้
“อืม หรือจะให้บ่าวช่วยเปลี่ยนให้คุณชายด้วยตัวเองเ้าคะ” ป๋ายฮวาเมื่อเห็นเด็กน้อยไม่พอใจจึงนึกสนุกอยากแหย่เขาเล่น
“เ้า.....เหอะ.....” เฟยหลงแย่งอาภรณ์สีดำมาถือด้วยตัวเองก่อนจะเดินกระแทกส้นเท้าเข้าไปหลังฉากกั้น “ออกไปข้างนอก!!” เสียงแข็งะโออกมาเมื่อรู้สึกว่านางยังยืนอยู่ในห้องร่วมกันกับเขา
“อ้อ.... เ้าค่ะ” ป๋ายฮวาส่งเสียงตอบพร้อมยอมออกจากห้องไปแต่โดยดี ดวงตาดอกท้อโค้งเป็พระจันทร์เสี้ยว ลักยิ้มที่มีข้างเดียวบนแก้มด้านขวาบุ๋มลงไปจนทำให้ใบหน้าดูขี้เล่นขึ้นหลายส่วน นางเพิ่งรู้ว่าการแกล้งเด็กน้อยก็สร้างความสนุกสนานได้
ผู้ที่นอกจากใบหน้าเ็าไร้ความรู้สึก และ คิ้วที่ชอบขมวดมุ่นเมื่อไม่พอใจสิ่งใด แต่ตอนนี้กลับโกรธจนเส้นเืข้างขมับเต้นตุบๆ ทำให้นางรู้สึกประหลาดใจและน่าสนุกขึ้นจนอยากแหย่เขาเล่นอีกครั้ง
ป๋ายฮวาคิดว่าหากนางแกล้งเขาตอนที่เป็มหาเทพคงได้ถูกโยนลงจากวังเมฆานิลแล้ว ตอนนี้เป็เพียงเด็กน้อยนอกจากจ้องมองนางด้วยความไม่พอใจจะเอาอะไรมาสู้นางได้เล่า
แม้นางจะอยากช่วยเขาให้พ้นด่านเคราะห์ แต่หนึ่งเดือนมานี้ความสัมพันธ์ของเขาและนางนอกจากบ่าวรับใช้และเ้านายก็ไม่คืบหน้าอะไรเลย เด็กน้อยมีเพียงความนิ่งเงียบเท่านั้น วันทั้งวันปั้นแค่ใบหน้าเ็าใบหน้าเดียว ไม่มีความรู้สึกอื่นใดเลย หากยังเป็เช่นนี้ต่อไปต้องเติบโตเป็หินก้อนหนึ่งแน่ๆ
เขาไม่ใช่ัดำผู้สูงส่ง มหาเทพหนึ่งเดียวในโลกเซียนอีกแล้ว หากเขายังอยู่ในตำแหน่งมหาเทพต่อให้หลับตาทั้งวันทุกคนก็ยังกราบไหว้ แต่ตอนนี้เด็กน้อยต้องเริ่มสร้างอำนาจใหม่หมด นอกจากนี้นางยังต้องทำให้เฟยหลงไว้ใจนางอีกด้วย
ต้องตีสนิทกับเฟยหลงเพื่อนางจะได้หาทางเสนอให้เด็กน้อยดื่มยาของนางได้ หากจะดีควรสนิทกันจนเขายอมให้นางเข้าไปในห้องนอนใช้พลังเซียนรักษาเขาได้ด้วยเลย นอกจากนี้นางยังต้องหาโอกาสสอนอักษรให้เฟยหลงอีก
ขั้นตอนแรกต้องทำให้เฟยหลงไว้ใจนางเสียก่อน
หากเขาสงสัยว่านางคือใครเพราะการสับสนของความทรงจำ หรือเพราะสติปัญญาซึ่งเริ่มจับผิดความจริงและพลังมายาได้แล้ว แต่หากนางยังยืนยันว่าตัวเองก็คือสาวใช้ เขาจะทำอะไรนางได้ หลักฐานเล่าอยู่ที่ไหน ในเมื่อไม่มีหลักฐานก็ปล่อยให้เฟยหลงเข้าใจตามที่เขาเข้าใจเถิด
“คิกๆๆ” เสียงใสหัวเราะทั้งที่มือพยายามปิดปากตัวเองเมื่อนึกถึงเด็กน้อยหน้าแดง ดวงตานิลที่เคยเ็าตอนนี้คงกำลังลุกเป็ไฟเพราะความโกรธแน่นอน ใช้พลังเซียนรักษาก็ต้องแตะเนื้อต้องตัว ต้องสร้างความเคยชินให้เด็กน้อยไว้มากๆ นางจะได้หาโอกาสช่วยเขาบรรเทาความเ็ปได้
“ปัง/หึ” เสียงกระแทกประตูตามมาด้วยเสียงแค้นเยียบเย็นในลำคอ ดวงตานิลตวัดมองหญิงสาวอาภรณ์ขาวที่ตอนนี้กำลังหัวเราะคิกคักครั้งหนึ่งและเดินออกไปสนามฝึกโดยไม่สนใจนางอีก
“คุณชายเ้าคะ อาหารเช้า....”
“เหอะ” เด็กชายแค่นเสียงเย็นในลำคอดังกว่าเดิมและเร่งฝีเท้าเดินออกไปจากเรือนไม่คิดจะหันกลับมามองนางอีกเลยแม้แต่สายตาเดียว
“เด็กน้อยโกรธแล้ว” ป๋ายฮวามองตามและคลี่ยิ้มด้วยความพอใจ รู้สึกโกรธบ้าง เพราะพื้นนิสัยของเขาไร้ความรู้สึก นิ่งเงียบเ็า หากมีเื่ไม่พอใจก็เพียงปรายตามองและขมวดคิ้วมุ่นเท่านั้น
สำหรับเื่ที่มารดาเอาบุตรในครรภ์ของข้ารับใช้มาอุ้มชู ถูกบิดาตัวเองโยนทิ้งไว้ในชายแดนเหนือ ก็ไม่เคยโกรธเคือง นิ่งเงียบไม่สนใจ ไร้ความรู้สึกโกรธเกลียด ไม่มีความน้อยใจ ถูกผู้คนกลั่นแกล้งเขาก็เพียงนิ่งเงียบเท่านั้น
ควรจะเพิ่มความรู้สึกให้เขามากกว่านี้
ตามตำนานที่นางเคยเรียนมา มหาเทพเฮยหลงเติบโตมาข้างกายเทพบิดรเทพมารดา ถูกสอนมาด้วยมือเทพบิดร เมื่อเติบใหญ่เป็แม่ทัพคู่กาย เข่นฆ่ามารปีศาจจนเกือบสิ้นเหลือเพียงมารและปีศาจที่รักความสงบและอยู่ภายใต้กฎของสี่ทะเลแปดดินแดน
เวลาต่อมาขึ้นเป็ประมุขปกครองอยู่นานนับหมื่นปี ท่านตาบอกว่ามหาเทพเพียงปรายตามองและเอ่ยกับลูกน้องด้วยเสียงเรียบนิ่งเท่านั้น เมื่อสี่ทะเลแปดดินแดนสงบก็ปลีกตัวอยู่วังเมฆานิลคนเดียวเรื่อยมา
เพราะอยู่บนฐานะเหนือกว่าทุกคนจึงไม่มีใครกล้าไม่เคารพ ทำให้นิสัยมีเพียงความเ็าและนิ่งสงบไร้ความรู้สึกคล้ายหินก้อนหนึ่ง เมื่อมาเกิดในโลกมนุษย์ก็เหลือแค่ความเ็าไร้ความรู้สึกแม้์กลั่นแกล้ง ขอเพียงไม่ทำให้เขารำคาญก็สามารถใช้ดวงตานิลปรายตามองทุกอย่างโดยไร้ความรู้สึกเหมือนเดิม
“แม้จะเป็การเริ่มต้นด้วยความโกรธ แต่ก็เป็การเริ่มต้นที่ดี แต่จะง้ออย่างไรดีล่ะ” ป๋ายฮวาปลอบใจตัวเองและเริ่มคิดวิธีง้อเด็กน้อยวัย 11 ขวบไปด้วย
อืม.....นางไม่เคยต้องง้อใครด้วยสิ