ผมลุกออกมากลางดึกเพื่อมาเข้าห้องน้ำคืนนี้รู้สึกว่าตัวเองนอนไม่ค่อยจะหลับลึกเท่าไหร่ คงจะเป็เพราะมันแปลกที่ด้วยแหละมั้ง..ผมเลยเดินออกมานอกห้อง เพื่อที่จะหาน้ำดื่ม ผมค่อยๆเดินคลำทางหาสวิทช์ไฟข้างนอก
เป็คืนแรกที่ผมเข้ามาอยู่ในบ้านหลังใหญ่นี้ก็เลยยังจำรายละเอียดของบ้านได้ไม่หมด เมื่อหาสวิทช์ไฟเจอ ผมจึงกดเปิดและเดินไปยังที่โซนบริเวณครัว เพื่อเดินไปที่ตู้เย็น
ผมสังเกตเห็นไฟบริเวณบาร์ครัวเปิดทิ้งไว้เมื่อเดินเข้าไปใกล้ ก็เจอกับหญิงสาวร่างเล็กคนหนึ่ง กำลังนั่งกินไก่ทอดอยู่พร้อมกับมืออีกข้างที่เขี่ยโทรศัพท์
เธอหันมามองผมด้วยสีหน้าที่ใ.. ผมก็มองเธอด้วยความรู้สึกที่ประหม่าเล็กน้อย
นที : “คงจะหิวสินะ..”
ผมพูดพร้อมกับยิ้มตอบด้วยความเป็มิตร(มั้งนะ)
มายด์ : “....”
เธอไม่ได้ตอบอะไรแล้วหันไปจ้องหน้าจอโทรศัพท์เหมือนเดิม
“นี่ถ้าเป็น้องกูจริงๆนะ ป่านนี้คงหงายหลังไปละ!..” ผมนึกในใจ พร้อมกับชักสีหน้าใส่
ผมรินน้ำใส่แก้วแล้วยกดื่ม.. พร้อมกับเหลือบไปมองเห็นขาอ่อนผิวขาวเนียนของ..คนที่กำลังจะมาเป็น้องสาวของผม
(ก็ไม่ได้ตั้งใจจะมองหรอกนะ..แต่แสงไฟมันสะท้อนกับสีผิวขาวๆ จนสะดุดตาต่างหาก)
มายด์เหลือบตามองผมอย่างกะรู้ตัวว่าผมจ้องขาเธออยู่ ทำให้ผมใจนสำลักน้ำพุ่งออกมา
“แอ่ก!!ๆ.. แอ่กๆๆๆๆ!!”
ผมรู้สึกเสียอาการเป็อย่างมากน้ำหูน้ำตาไหลไปหมด สาวแว่นนั่งมองผมด้วยสีหน้าสลดใจมาก
ผมรีบเก็บขวดน้ำใส่ตู้เย็นด้วยท่าทางที่ดูส่อพิรุธ และรู้สึกอับอาย
“สงสัยจะรีบดื่มไปหน่อย ฮ่าา.. พี่ไปละ”
ผมยิ้มเจื่อนๆแล้วถอยตัวเดินออกมาปกติถ้าเป็คนอื่น ผมก็คงจะหาเื่ชวนคุย เพื่อผูกมิตรกันเพราะไหนๆก็จะได้ร่วมชายคาด้วยกันละ แต่คงไม่ใช่กับยัยแว่นนี่ เพราะรังสีอำมหิตของเธอดูรุนแรงมากดูท่าทางคงไม่อยากจะผูกมิตรกับผมสักเท่าไหร่..
.................................................
เช้าวันต่อมา วันนี้เป็วันอาทิตย์
ฉันลืมตามาบนเตียงนอนขนาดใหญ่กับห้องที่ตกแต่งไปด้วยโทนสีชมพู ดูน่ารัก เหมาะกับเด็กสาววัยแรกแย้ม...
“โอ้ยให้ตายเถอะ!..นี่พ่อคิดว่าเด็กผู้หญิงจะต้องชอบสีชมพูกันทุกคนหรือไง!! กูไม่ได้ชอบสีชมพูโว้ยย!!” ฉันร้องะโในใจ
ฉันลุกขึ้นมานั่งบนเตียงด้วยทรงผมที่ยุ่งเหยิง มือคลำหาหยิบโทรศัพท์ แล้วเลือนไถหน้าฟีด
“ตื่นมาก็โดนโทรศัพท์ดูดิญญาเลยสินะกู..” ฉันพูดกับตัวเอง
เห็นข้อความแชทกลุ่มที่ยังไม่ได้อ่านจึงกดเข้าไปดู
//ข้อความแชท
ก้อย : หายงอนพ่อรึยังอ่ะแกร..
ก้อย : เขาก็คงอยากจะอยู่กับลูกสาวแหละ
ก้อย : แกเป็ลูกคนเดียวนะโว้ยยย
ฮารุ : เมิงอ่ะคิดมากก อีมายย
ฮารุ : เดี๋ยวถ้าว่างๆพวกกูจะไปเที่ยวบ้านใหม่นะเมิงงง
ก้อย : ได้ยินมาว่า เดี๋ยวนี้มีพี่ชายด้วยนี่แกร
ฮารุ : อุ้ย! เออใช่ๆๆๆ เป็ไง งานดีย์มั้ย
.......
มายด์ : ตื่นเช้าจังเลยนะพวกแก 2 ตัว
ก้อย : ตื่นมาเม้าเื่แกไง
ฮารุ : ยังไง พี่ชายอ่ะ หล่อป้ะ?
มายด์ : เลิกถามไร้สาระได้ละพวกแก
มายด์ : เมื่อคืนได้ติววิชาไรมั่ง
ก้อย : อั่นแหน่ะ
ก้อย : ไม่ตอบแบบนี้ กูว่าหล่อชัว!
ฮารุ : ไหนๆๆ ขอวาร์ปหน่อย
………
ฉันปิดจอโทรศัพท์เพราะรู้สึกรำคาญยัยเพื่อนบ้าพวกนี้
“หล่อบ้าหล่อบออะไรกัน.. หน้าตาก็งั้นๆ” ฉันพูดพร้อมกับเบะปาก
ฉันนั่งนึกถึงตอนเมื่อคืน
“ไม่ผิดแน่ๆ เมื่อคืนตอนที่หมอนั่นกำลังยืนกินน้ำหมอนั่นกำลังแอบมองขาฉันอยู่..”
ฉันนั่งพึมพำอยู่บนเตียง
“หมอนั่นโรคจิตชัดๆ!! โอ้ยย..อะไรวะเนี้ยย”
มายด์เดินลุกไปเข้าน้องน้ำด้วยท่าทีที่หัวร้อน (อีกแล้ว)
…………………………….
…………………………….
มายด์เดินลงมาจากชั้นบนมานั่งที่โต๊ะอาหาร
นริน : “วันนี้มาลองทานกับข้าวฝีมือน้าดูนะหนูมายด์วันนี้น้าทำเมนูที่พ่อหนูบอกว่าหนูชอบ”
//ยิ้มอย่างเป็มิตร
ทิม : “น้ารินทำอาหารอร่อยมาก ฝีมือระดับที่เปิดร้านอาหารได้เลย ลองชิมดูสิลูก..”
มายด์ : “ค่ะ..”
มายด์ยังคงตอบด้วยสีหน้าที่ไม่รับแขกเหมือนเดิม ส่วนนทีก็นั่งทานข้าวเงียบๆไม่ได้พูดอะไร
ทิม : “เดี๋ยวตอนบ่ายพ่อพาไปเก็บของที่บ้านปู่กับย่านะ”
มายด์ : “อือ..ค่ะ..”
//ตอบแบบเสียงแข็งพร้อมกับเขี่ยกับข้าวบนจาน
นริน : “ให้นทีไปด้วยสิ.. จะได้ช่วยขนของให้น้องด้วย”
นทีหันหน้าไปมองแม่พร้อมกับทำหน้าแบบว่า “ห๊ะ!?”
“อะไรของแม่วะเนี้ยยย?” นทีคิดในใจ
ทิม : “อ้อ..งั้นดีเลย ถือว่าไปเที่ยวเล่นบ้านหลังเดิมของอาด้วยนะ นที ”
นที : “อ๋อ.. ดะ..ได้ครับ..”
//ยิ้มแห้ง
หลังจากที่ทานมื้อเช้าเสร็จมายก็เดินกลับขึ้นไปบนห้อง แม่กับอาทิมก็เดินกันไปมาบริเวณรอบบ้าน คุยเื่บ้านกันอย่างสนุกสนานส่วนผมรู้สึกเบื่อๆ ก็เลยเดินออกมาตรงบริเวณสวนหน้าบ้าน ที่ติดกับห้องนอนของผม
ตรงนี้มีม้านั่งเล็กๆให้นั่งด้วยด้านข้างก็ทำเป็ลานน้ำตกเล็กๆ ทำให้รู้ลึกผ่อนคลายเวลาได้มานั่งเล่นบริเวณนี้ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดดู..
//ข้อความแชท
(เบล-เพื่อนผู้หญิง)
เบล : ได้ยินว่าตอนนี้ย้ายออกจากหอแล้วนี่.. ทำไมล่ะ?
นที : อ่อ..
นที : คือเราย้ายมาอยู่บ้านที่ในตัวเมืองแล้วอ่ะ
นที : ไม่ได้กลับไปอยู่บ้านที่ต่างจังหวัดแล้ว
เบล : เห้ยย จริงดิ!?.
เบล : งั้นบ้านนายก็อยู่ไม่ไกลจาก มอ อ่ะดิ
นที : อื้ม
เบล : เจ๋งๆๆ
เบล : Like (ส่งสติ๊กเกอร์)
//ข้อความแชท
(โอ๋-เพื่อนผู้ชาย)
โอ๋ : ไอ้ที มึงออกหอแล้วทีนี้กูก็ไม่มีเพื่อนกลับบ้านด้วยดิวะ
นที : เอ่อน่ะ มันจำเป็ เพราะกูต้องขายบ้านหลังเก่านั้นด้วย
โอ๋ : คราวนี้กลับบ้านไปกูคงไม่มีเพื่อนเตะบอลด้วย
โอ๋ : ร้องไห้ (ส่งสติ๊กเกอร์)
นที : อะไรของมึง ไอ้โบท ไอ้เข้ม ก็อยู่
โอ๋ : ก็ไอ้สองคนนั่นไม่เหมือนมึง กูชอบนิสัยมึงมากกว่า
นที : เดี๋ยวเดือนหน้าเปิดเทอมก็ได้เจอกันละ มึงยังทำพาร์ทไทม์อยู่มั้ย?
โอ๋ : ทำดิวะเพื่อน ไม่ทำจะเอาเงินไหนมาผ่อนบิ๊กไบค์ล่ะ
นที : แล้วเื่ที่ว่าจะช่วยกูทำเพลงอ่ะ
โอ๋ : เปิดเทอมค่อยว่ากันนะ ่นี้กูไม่ว่างเลย
นที : เออๆ
...........
ผมปิดแชทแล้วปัดไปกดดูอย่างอื่น
“เฮ้ออ.. ่นี้นึกเพลงใหม่ไม่ออกเลย ยอดติดตามก็นิ่ง เบื่อจัง..” ผมพูดบ่นกับตัวเอง
“ถ้าได้แนวเพลงใหม่ ก็น่าจะดีนะ..” ผมเอนหลังพิงเก้าอี้ เงยหน้ามองขึ้นไปบนท้องฟ้าและก็แวบเห็นสายตาคู่หนึ่งจ้องมองอยู่
ยัยน้องสาวยืนอยู่บนระเบียงข้างบนซึ่งตรงกับห้องนอนผมพอดี อะไรกัน!? สายตาเฉยชานั่น เห็นแล้วรู้สึกชวนให้อารมณ์เสียยังไงไม่รู้
ผมแสยะยิ้มเล็กๆให้เธอและโบกมือทักทายเบาๆ (พยายามที่จะเป็มิตร ไม่อยากที่จะมีปัญหาต่อกันเพราะเห็นแก่แม่ และก็อาทิม)
ยัยน้องสาวของผมโบกมือตอบ และแล้ว.. จากมือที่โบกอยู่นั้น ก็กลายเป็มือที่ยกชูแค่นิ้วกลาง
ผมเห็นแบบนั้นแล้วก็หน้าเสียและรู้สึกหัวร้อนขึ้นมาอย่างทันที
“โอเค.. จะเอาอย่างนี้ใช่มั้ย?.. ได้รู้จักกูแน่” ผมพูดในใจ
...............................................................
่บ่ายของวัน
ทิมมาย์ นที และนริน ได้มายังที่บ้านหลังเดิมของทิม เพื่อมาเยี่ยมพ่อกับแม่ของทิมและมาเพื่อขนย้ายข้าวของของมายด์
นริน : “ไม่ได้มาบ้านนี้นานแล้ว ต้นไม้หน้าบ้านโตไวมากเลยนะทิมตอนนั้นยังแค่เอวอยู่เลย”
ทิม : “พ่อผมแกชอบทำสวน การที่เรามอบความรักให้มันทุกวัน ก็เลยทำให้มันโตไวแบบนี้แหละ”
มายด์เดินนำหน้าเข้าไปในบ้าน นทีเดินลากกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ออกมาจากท้ายรถเพื่อที่จะนำมาขนเก็บเสื้อผ้าและของใช้ของมายด์
“ของของตัวเองแท้ๆทำไมไม่ลากไปเองล่ะวะ” นทีพูดบ่นในใจ
เมื่อเดินเข้าไปในบ้านพ่อกับแม่ของทิมก็เดินออกมาต้อนรับทันที
ทิม : “สวัสดัครับพ่อ สวัสดีครับแม่”
นริน : “สวัสดีค่ะ คุณพ่อ คุณแม่”
นที : “สวัสดีครับ”
ปู่กับย่ารับไหว้ของทุกคน
ปู่ : “หวัดดีๆ ทุกคน”
ย่า : “สวัสดีจ้า..นริน ไม่ได้เจอกันหลายเดือน สวยขึ้นเป็กองเลยนะ”
นริน : “ค่ะ ฮ่าๆคุณแม่ก็ ชมเก่งจริงๆ”
ปู่ : “เห็นว่าจะให้มายด์ย้ายไปอยู่ด้วยวันนี้เลยใช่มั้ย?”
ทิม : “ใช่ครับพ่อ.. อุตส่าห์สร้างบ้านมาก็เพื่อให้ยัยตัวเล็กมาอยู่ด้วย เวลาไปเรียนก็สะดวก”
ย่า : “ดีแล้วๆพ่อกับลูกจะได้ดูแลกัน ยัยมายด์เองก็คงอยากจะให้พ่อเขามีเวลาให้”
ทิม : “ที่ผมมุ่งมั่นทำงานก็เพื่ออนาคตของลูกทั้งนั้นแหละครับ”
ปู่ : “ถ้าหลานไป.. บ้านนี้ก็คงจะเหงาน่าดูอยู่ด้วยกันมาั้แ่ตัวเล็กๆ”
ย่า : “นั่นน่ะสิคราวนี้ก็คงไม่มีใครมาถอนหงอกให้แม่ละ”
ย่าพูดแกมหัวเราะ
ย่า : “แล้วนี่..ลูกชายนรินใช่มั้ย?”
ย่าพูดพร้อมกับมองไปที่นที
นริน : “ใช่ค่ะแม่นี่.. นที ค่ะ ลูกชายคนเดียว ที่หนูเคยบอก”
ย่า : “ตัวสูงจังเลยนะเด็กสมัยนี้เป็หนุ่มหล่อเชียว”
นทียิ้มให้กับคุณย่า
ปู่ : “กินอะไรกันมาหรือยังล่ะ?..มีผลไม้อยู่ในตู้เยอะเลยนะ”
นริน : “ไม่เป็ไรค่ะคุณพ่อพวกเราทานกันมาก่อนแล้วค่ะ”
ทิม : “นรินซื้อขนมมาฝากพ่อกับแม่ด้วยครับเ้านี้น่าจะอร่อย.. เห็นคนต่อคิวซื้อกันเยอะ”
นริน : “จริงสิ! ลืมเลย..เดี๋ยวรินไปจัดใส่จานให้นะคะ ต้องทานตอนยังอุ่นๆถ้าเย็นจะไม่อร่อย”
นรินหยิบถุงขนมและกำลังจะเดินเข้าไปในครัว
นริน : “นที ขึ้นไปช่วยน้องขนของสิลูกกระเป๋าใบใหญ่ขนาดนั้น น้องยกเองไม่ไหวหรอก”
นที : “เอ่อ.. ครับ”
นทีตอบพร้อมกับถอนหายใจ
…………………………
นทีเดินยกกระเป๋าขึ้นไปชั้นบนพร้อมกับมองสำรวจบริเวณในบ้าน บ้านหลังนี้ดูเก่า แต่สภาพทุกอย่างยังดีอยู่เลยดูสะอาดสะอ้าน เป็ระเบียบ บ่งบอกได้ว่าเ้าของบ้าน ค่อนข้างเป็คนเ้าระเบียบไม่น้อย
นทีเดินมาถึงหน้าห้องที่ประตูเปิดเอาไว้อยู่ คิดว่าคงจะเป็ห้องของมายด์ แล้วก็เดินลากกระเป๋าเข้าไปเห็นหญิงสาวร่างเล็กกำลังนั่งพับผ้าอยู่
นที : “นี่กระเป๋านะ..จะให้ช่วยอะไรก็บอกละกัน”
นทีพูดไปด้วยความที่ไม่ค่อยเต็มใจเท่าไหร่มองไปรอบๆห้อง รู้สึกได้ว่า ห้องนี้ดูเป็ระเบียบมาก สิ่งของทุกอย่างวางเป็สัดส่วน ในห้องมีกลิ่นหอมอ่อนๆ.. จะว่าไปแล้ว รู้สึกว่ากลิ่นนี้มันคุ้นๆอยู่นะ
“กลิ่นนี้มันกลิ่นเดียวกันกับที่ติดอยู่บนที่นอนเราเลยนี่..?” นทีนึกในใจ
มายด์ : “นี่..ช่วยยกกล่องสองใบที่วางอยู่ข้างเตียงให้หน่อยได้มั้ย?”
ให้ตายเถอะ! นี่เป็ประโยคแรกที่ยัยนี่พูดกับผมั้แ่เจอหน้ากันมาผมหันไปมองกล่องที่ว่านั้น มันเป็กล่องไม้ ที่เต็มไปด้วยหนังสือกับของเครื่องใช้เล็กๆน้อยๆ
นที : “อ๋อ ได้สิ..เดี๋ยวยกขึ้นรถให้”
นทีเดินเข้าไปยกกล่องดังกล่าว เหลือบไปเห็นกล่องข้างๆอีกใบ มีหนังสือนิยายซีรี่ย์วาย ที่วางทับปนกับหนังสือเรียน โผล่หน้าปกออกมาให้เห็น..
นที : “สาววายสินะเรา..”
มายนิ่งเงียบไปพักนึง แล้วก็หันหน้ามามองนที พร้อมกับสีหน้าที่อมยิ้มแล้วเปลี่ยนเป็ขมวดคิ้ว
มายด์ : “รีบๆขนไปเถอะน่ะไม่ต้องพูดมาก..”
ตึกตั่ก!ๆ... ตึกตั่ก!..
“อะไรกัน.. ริมฝีปากที่ยิ้มกรุ้มกริ่มกับแก้มป่องๆของยัยเด็กนี่... ทำให้หัวใจเราเต้นแรงซะอย่างงั้น... ” นทีคิดในใจ
“บ้า..อาการแบบนี้ ครั้งล่าสุดที่จำได้ ก็ตอนที่แอบชอบเพื่อนในห้องตอนที่อยู่มอสอง.. ”
“ไม่น่ะ..เป็ไปไม่ได้... เราจะรู้สึกแบบนั้น กับยัยนี่ไม่ได้เด็ดขาด!! ม่ายยยย..”