เฟิ่งเฉี่ยนกลับรู้สึกเสียดายอยู่บ้างที่จริงระหว่างนั้นมีการเดินหมากหลายก้าวที่ทำได้ดียิ่งกว่านั้นเพียงแต่นางเพิ่งจะสัมผัสการเดินหมากล้อมเป็นครั้งแรกยังคงขาดประสบการณ์จริงในการลงสนามเดินหมากอยู่นั่นเอง《ตำราทักษะการเดินหมากล้อม 》ให้ความรู้ภาคทฤษฎีส่วนหนึ่งแก่นางเท่านั้นแต่หากต้องลงสนามจริงในการเดินหมากยังคงต้องพึ่งตัวนางเอง
น่าเสียดาย น่าเสียดาย! หากก้าวนี้ ก้าวนี้ยังมีก้าวนี้ เดินตรงนี้ ตรงนี้ ยังมีตรงนี้ก็คงดี!
หมากหนึ่งกระดานสิ้นสุดลง สายตาของเฟิ่งเฉี่ยนยังคงจับจ้องกระดานหมากไม่วางตาในใจคิดย้อนหลังถึงหมากกระดานที่เพิ่งผ่านพ้นไป
นางมองอย่างเอาจริงเอาจังไม่ทันได้สังเกตว่าเซวียนหยวนเช่อลอบสังเกตนางตลอดเวลาขณะที่สองพ่อลูกกำลังเก็บหมากดำหมากขาวขึ้นมาเพื่อเตรียมเดินหมากกระดานใหม่เซวียนหยวนเช่อพลันชี้มือมาที่นางและกล่าวว่า “เจ้ามาเดินหมาก!”
เฟิ่งเฉี่ยนเงยหน้าขวั่บ เห็นเขาชี้มาที่ตนเอง นางประหลาดใจสุดๆ
“เย่เอ๋อร์ กระดานนี้ เจ้าคอยสังเกตการณ์อยู่ด้านข้าง!” น้ำเสียงไม่ให้ปฏิเสธ
ไท่จื่อน้อยพยักหน้าหงึกหงัก ยกขาขึ้นมานั่งขัดสมาธิอยู่ด้านข้างอย่างเชื่อฟัง
เฟิ่งเฉี่ยนหางตากระตุก “ข้าเดินหมากไม่เป็น”
“น้อยๆ หน่อย!” เซวียนหยวนเช่อเปิดโปงนางอย่างไร้ปราณีนิ้วมือเรียวยาวนั้นเคาะกระดานหมาก “หากเจ้าชนะเจิ้นจะให้รางวัลเป็นของล้ำค่าเจ้าหนึ่งชิ้น”
เฟิ่งเฉี่ยนได้ยินเช่นนั้นดวงตาทั้งคู่ทอประกายเจิดจ้า ถามอย่างกระตือรือร้น“สิ่งของล้ำค่าอันใด ราคาสูงหรือไม่”
“ชนะเจิ้นให้ได้ก่อนค่อยมาคุย” เขาพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชานิ้วมือเรียวยาวนั้นเคาะลงมาหนึ่งครั้ง หมากสีดำตัวหนึ่งลงสู่กระดาน
เฟิ่งเฉี่ยนรวบรวมสมาธิ เริ่มเอาจริงเอาจังขึ้นมา
พูดจริงๆ แล้วหมากกระดานเมื่อสักครู่ได้ปลุกจิตวิญญาณในการต่อสู้ของนางให้ตื่นขึ้นมานางบังเกิดความสนใจในการเดินหมากล้อมอย่างจริงๆ จังๆผนวกกับยังมีสิ่งของรางวัลมาเป็นตัวกระตุ้นยิ่งทำให้จิตวิญญาณในการต่อสู้ของนางเกิดความกระตือรือร้นขึ้นอีกหมากกระดานนี้นางจะต้องตั้งใจเดินให้ดี ฉวยโอกาสโจมตีเซวียนหยวนเช่อพิฆาตเขาให้ราบเป็นหน้ากลอง!
พูดแล้วก็ลงมือทำทันที!
นางม้วนแขนเสื้อขึ้นมาปรากฏให้เห็นแขนขาวผ่องเป็นยองใยราวกับรากบัวเตรียมลงสนามจริง
“เสด็จแม่ ท่าทางเช่นนี้ของท่าน ดูเหมือนกำลังจะไปทะเลาะวิวาทกับผู้อื่นพ่ะย่ะค่ะ”ไท่จื่อน้อยเอามือปิดปากแล้วหัวเราะออกมา
เซวียนหยวนเช่อที่นั่งอยู่ตรงข้ามมองปราดผ่านมายังแขนทั้งสองข้างของนางเขาพูดคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม “เสด็จแม่ของเจ้านั้นเป็นเหมือนเม่นแตะต้องไม่ได้ ทันทีที่แตะต้องก็จะทิ่มแทงผู้อื่น!”
ไท่จื่อน้อยอุดปากเล็กๆ ของตนขณะหัวเราะงอหงาย
เฟิ่งเฉี่ยนเกือบสำลักน้ำลายตัวเอง เซวียนหยวนเช่อผู้เย็นชาเวลาไม่พูดจาก็จะไม่พูดอะไรเลย เมื่อเกี้ยวพาผู้อื่นขึ้นมาก็ไม่ปราณีเช่นกันปากคอเราะราย ทำให้คนรู้สึกทั้งเกลียดทั้งหงุดหงิด!
โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เขาเลือกที่จะเกี้ยวพานางต่อหน้าบุตรชายช่างไม่ให้หน้านางเลย นางจะต้องชนะหมากกระดานนี้ให้ได้อาศัยความสามารถที่แท้จริงเรียกศักดิ์ศรีของตนคืนมา!
“พูดให้น้อย ไปเจอบนกระดานหมาก!”
แปะ!
หมากขาวถูกวางลงบนกระดาน
เป็นการเปิดกระดานหมากที่แสนจะธรรมดาทว่าเฟิ่งเฉี่ยนกลับเดินหมากราวกับกำลังทะเลาะวิวาท!
เซวียนหยวนเช่อเหลือบตามองนางปราดหนึ่ง “สร้างสถานการณ์ขู่ขวัญตบตา!”
เฟิ่งเฉี่ยนเดินหมากทันที “เสแสร้งแกล้งทำ!”
ห้าก้าว
สิบก้าว
ยี่สิบก้าว
เมื่อแรกที่เริ่มต้นเดินทาง ทั้งสองฝ่ายต่างเดินหมากด้วยวิธีการปกติทั่วไปไม่มีอะไรพิเศษหรือแปลกใหม่ แต่เมื่อหมากดำเดินในก้าวที่ยี่สิบเอ็ดสถานการณ์กลับเปลี่ยนไปทันที!
เฟิ่งเฉี่ยนจับจ้องหมากบนกระดานแล้วเลิกคิ้วน้อยๆหมากขาวบริเวณมุมซ้ายล่างเข้าสู่สถานการณ์คับขัน และพร้อมที่เข้าสู่ทางตันตลอดเวลา
นางย้อนคิดอย่างละเอียด ทั้งๆ ที่เป็นการเปิดกระดานอย่างธรรมดาสามัญฝ่ายตรงข้ามกลับวางกับดักให้นางเดินเข้าไปติดกับอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัวตอนนี้นางเพิ่งจะรู้สึกตัว แต่มันสายเกินไปแล้ว!
ยังคิดว่าตนเองมีระบบของ 《ตำราทักษะการเดินหมากล้อม 》อยู่ในมือ นางก็จะกลายเป็นยอดฝีมือในการเดินหมากล้อมเสียอีกผู้ใดจะรู้เล่าว่าเมื่อเริ่มเดินหมากตนก็จะตกเป็นรอง ทว่านางไม่ได้ถอดใจหาหนทางใหม่และเปิดพื้นที่ในต่อการสู้ใหม่
หมากขาวถูกวางลงไป
เซวียนหยวนเช่อมองนางด้วยความประหลาดใจแวบหนึ่งนี่นางกำลังคิดจะทิ้งหมากขาวมุมซ้ายล่าง เพื่อเปิดศึกตรงกลางกระดานหมากดูท่าแล้วสละทหารเพื่อรักษากองทัพ เปลี่ยนจากรุกมาเป็นฝ่ายรับพลังและความกล้าหาญนี้ทำให้เขาต้องมองนางใหม่
ยี่สิบห้าก้าว!
สามสิบห้าก้าว!
เมื่อหมากขาวเดินในก้าวที่สามสิบหกหมากขาวบริเวณมุมซ้ายล่างที่เดิมทีใกล้จะจนมุมนั้นกลับมามีชีวิตขึ้นมาใหม่อีกครั้ง!
การเดินหมากที่ไร้ซึ่งกฎเกณฑ์นี้ทำให้เซวียนหยวนเช่อต้องมองนางใหม่อีกครั้ง
ทว่าเส้นทางการกำชัยชนะของเขาไม่ได้ขึ้นอยู่กับการเดินหมากด้วยวิธีการพิสดารอันใดแต่อยู่ที่การต่อสู้อย่างแน่วแน่มั่นคง วางกลยุทธ์ทั้งกระดานฉวยโอกาสโจมตีศัตรูก่อน
ดังนั้น ขณะที่เฟิ่งเฉี่ยนกำลังยินดีปรีดาจากการเดินหมากในก้าวนี้เมื่อเงยหน้าขึ้นอีกครั้งนางพบว่าหมากดำทั้งหมดบนกระดานได้เรียงตัวกันเป็นรูปทรงปากกระเป๋าอยู่บริเวณรอบนอกตั้งแต่เมื่อใดไม่รู้และหมากดำทั้งหมดกำลังจะกลืนกินหมากขาวของนางทั้งหมด!
นางตกใจเสียจนหลั่งเหงื่อเย็นทั้งตัว เซวียนหยวนเช่อร้ายกาจจริงๆ อย่าได้เห็นว่าเขาเป็นคนเผด็จการบ้าอำนาจในยามปกติวิธีการเดินหมากของเขาถ่อมตน หนักแน่นยิ่งยวดภายนอกดูไปแล้วมองไม่เห็นภูเขาไม่เห็นสายน้ำทว่าความจริงแล้วได้ลอบวางกลยุทธ์หมากทั้งกระดานเอาไว้แล้วรอเพียงให้อีกฝ่ายติดกับเท่านั้น ที่น่าโมโหที่สุดก็คือ เขาจะวางกับดักเล็กๆให้เจ้าพบเห็นก่อน เจ้าคิดว่าเจ้าฝ่าออกมาได้แล้ว ทว่าที่จริงถูกเขาลากมาถึงคูน้ำยิ่งเดินยิ่งถลำลึก รอเมื่อเจ้าพบแผนการที่แท้จริงของเขา เจ้าก็จะตกลงไปในกับดักที่ใหญ่ยิ่งกว่า
มือของเฟิ่งเฉี่ยนที่ลูบคลำหมากหยุดชะงัก สมองของนางทำงานอย่างหนัก นางจะไม่ยอมให้อีกฝ่ายจูงจมูกเดินหรอกนะนางจะต้องกระโดดออกมาให้ได้ หาเส้นทางใหม่ให้กับตนเอง...
มีทางแล้ว!
ดวงตาของนางเปล่งประกาย เมื่อวางหมากขาวลงบนตำแหน่งที่ไม่สลักสำคัญอะไรเลย
“เอ๊ะ?” ไท่จื่อน้อยเงยหน้าขึ้นมองนางอย่างประหลาดใจ
เฟิ่งเฉี่ยนกระพริบตาใส่เขาปริบๆ ไท่จื่อน้อยยกมือขึ้นปิดปากของตนทันที
ครั้งนี้ กลายเป็นเซวียนหยวนเช่อที่ต้องคิดหนักบ้าง
หมากก้าวนี้ของนางเดินได้อย่างประหลาดยิ่งยวดถึงขั้นที่ว่าไร้เหตุผลสิ้นดี นางกำลังคิดอะไรอยู่
เขาถึงกับมองไม่ออกไปชั่วขณะ
ไม่สนใจนางแล้ว เขาเดินตามเส้นทางของตนเองต่อไป
ต่างฝ่ายต่างเก็บงำความคิดของตนเอาไว้
เจ้าหนึ่งก้าว ข้าหนึ่งก้าว!
รอเมื่อเดินหมากมาถึงก้าวที่สี่สิบสามหมากขาวพลันฝ่าวงล้อมจากปากกระเป๋าของหมากดำออกมาได้ ทำให้เกิดเส้นทางใหม่ส่งผลให้หมากขาวทั้งหมดกลับมามีชีวิตชีวาขึ้นอีกครั้ง!
กลยุทธ์ปากกระเป๋า[1]ถูกตีแตกแล้ว!
ไท่จื่อน้อยสูดปากด้วยความเบิกบานใจ “เสด็จแม่เก่งกาจเหลือเกินพ่ะย่ะค่ะ!”
“เย่เอ๋อร์ มา!” เฟิ่งเฉี่ยนชูฝ่ามือทั้งสองข้างขึ้นมา
เซวียนหยวนเช่อมองแม่ลูกแปะมือฉลองกันอย่างจนคำพูด “ยังไม่ได้ชนะเสียหน่อยจะดีใจเร็วเกินไปหรือไม่”
เฟิ่งเฉี่ยนเลิกคิ้วอย่างกระหยิ่มยิ้มย่อง “พวกเราพอใจ!”
เซวียนหยวนเช่อหัวเราะเบาๆ แล้ววางหมากดำลงด้านนอกของกลยุทธ์ปากกระเป๋า
เฟิ่งเฉี่ยนขมวดคิ้วแน่น หมากก้าวนี้ของเขาเดินได้น่าประหลาดมากเช่นกันไม่เจ็บไม่คัน แต่เป็นการข่มขู่นางอยู่บ้างความรู้สึกไม่ชัดเจนเช่นนี้ทำให้จิตใจของนางไม่สงบ
นางตอบโต้โดยการวางหมากขาวลงด้านล่างหมากดำ
เจ้าก้าวหนึ่ง ข้าก้าวหนึ่ง
หลังจากก้าวที่ห้าสิบหก เฟิ่งเฉี่ยนจึงพบพิรุธ เหงื่อเย็นผุดท่วมตัว!
นี่คือ...
นางพลาดแล้ว! นางพลาดตั้งแต่เริ่มต้น!
เขาวางกลยุทธ์ปากกระเป๋าที่ไหน นี่มันชัดเจนเหลือเกินว่าเป็นกลยุทธ์เจดีย์สามเหลี่ยม!
ใช่แล้ว กลยุทธ์ของเขาเปลี่ยนรูปไปแล้ว กลยุทธ์ปากกระเป๋าเป็นเพียงกลลวงเพื่อปิดบังอำพรางกลยุทธ์เจดีย์สามเหลี่ยม!
ให้ตายเถอะ!
ร้ายกาจเกินไป!
เลวทรามเกินไป!
เมื่อสักครู่นางยังลำพองใจที่ตนเองสามารถฝ่ากลยุทธ์ปากกระเป๋าของเขาออกมาได้ใครเลยจะรู้ว่านางตกลงไปในกลยุทธ์เจดีย์สามเหลี่ยมของเขาตั้งแต่เมื่อใดและออกมาไม่ได้อีกเลย!
เฟิ่งเฉี่ยนเงยหน้าขึ้นขวั่บ นางมองไปทางเซวียนหยวนเช่อเขามีสีหน้าสบายใจเฉิบที่ควบคุมทุกอย่างเอาไว้ในมือได้ นางลอบขบฟัน
ไม่ นางจะไม่มีทางยอมแพ้ง่ายๆ เด็ดขาด
จะต้องยังมีทางออกอื่นอีกแน่นอน!
[1] กลยุทธ์ปากกระเป๋าคือ กลยุทธ์ที่ใช้พื้นที่ในรูปทรงปากกระเป๋าล่อศัตรูเข้ามาในพื้นที่ของตนแล้วปิดตายไม่ให้ศัตรูออกไปได้