เธอบอกลาลิเดียกลับมายังโลกข้างนอกแล้วเอาของฝากไปให้เชลซีในทันที
“กลับมาแล้วค่ะคุณเชลซี”
“กลับมาแล้วรึร่างกายยังปกติดีใช่ไหม”
เพราะได้ฟังมาว่าอยู่ในช่องมิตินานๆแล้วจะส่งผลกระทบต่อจิตใจได้ เชลซีเลยถามด้วยความเป็ห่วง
“สบายมากค่ะแต่ไม่รู้อีท่าไหน ฉันทำสัญญากับเขาไปแล้ว เลยช่วยลดผลกระทบลงด้วย”
“...นี่เ้าทำสัญญากับภูตแห่งกาลเวลาแล้วรึ”
หญิงชราเบิกตาโตเหมือนไม่อยากเชื่อหูตัวเอง
“เขาว่างั้นน่ะค่ะมีของมาฝากคุณเชลซีด้วยนะ”
พูดแล้วเธอก็วางเครื่องประดับกับอาวุธที่ได้มาลงบนโต๊ะ
รูรินึกว่าอีกฝ่ายจะดีใจแต่ปฏิกิริยานั้นผิดจากที่คิดไว้โดยสิ้นเชิง
“นี่มันอะไรกัน!?”
เ้าตัวใแทบตาถลน“เ้านั่งลงคุยกันหน่อยซิ” แล้วไม่รู้ทำไมก็เปิดฉากสั่งสอนทันที
“เอ๋?”
“นั่งลงซะ”
“ค่ะ...”
เธอนั่งลงอย่างงงๆแล้วเชลซีก็ชันหางคิ้วขึ้นพร้อมกับเริ่มซักถาม
“เ้าไปเอาของพวกนี้มาจากไหน!?ไม่ใช่ของที่ซื้อมาจากในเมืองใช่ไหมล่ะ ถึงพวกภูตจะเอามาให้ด้วยความหวังดีแต่อยู่ๆ ไปรับของไม่รู้ที่มาน่ะไม่ได้หรอกนะ!”
“เอ๋?ไม่ใช่อย่างนั้นค่ะ!”
อีกฝ่ายดูจะเข้าใจผิดว่าเป็ของที่ภูตไปเอามาจากที่ไหนก็ไม่รู้เธอจึงรีบลนลานอธิบาย
“ได้มาจากภูตแห่งกาลเวลา?มาจากช่องมิติอื่นกับผู้ทำสัญญาคนก่อน?”
“ใช่ค่ะลิเดียบอกว่าเ้าของไม่อยู่แล้ว จะเอาไปใช้ยังไงก็ได้เลยไม่เป็ไร...คุณเชลซี?”
เชลซีเงียบไปเฉยๆเธอจึงเอียงคอสงสัย
เ้าตัวบอกว่าปวดหัวแล้วกลับไปห้องของตัวเอง
“อ๊ะ...แล้วจะทำยังไงกับนี่ดีล่ะ...”
เธอว่าจะถามแต่อีกฝ่ายก็กลับห้องไปแล้ว เหลือแต่เสียงของรูริดังไปในห้องอย่างเหงาหงอยเธออุตส่าห์นึกภาพว่าหญิงชราจะยินดี และไม่เข้าใจเลยว่ามีอะไรไม่ถูกต้องตรงไหน
หญิงสาวนอนลงบนเตียงของตัวเองเมื่อถอนใจแล้วก็หยิบกำไลที่เพิ่งได้ออกมา
ลวดลายสลักอันอ่อนช้อยกับอัญมณีนั้นสวยจนเธอยิ้มออก
“จากนี้ไปไม่น่าจะมีปัญหาอะไรแต่นั่นกลับน่ากลัวเหมือนกัน...”
อยู่ๆมีทรัพย์มหาศาลวิ่งเข้าหา แต่เธอกลับนึกกังวลขึ้นมาเป็ไปได้สูงเลยทีเดียวที่หากใครรู้ว่าเธอมีสมบัติมากมายปานนั้นก็จะถูกปองร้ายเอาได้
จึงตกลงใจว่าจะไม่บอกเื่นี้กับใครนอกจากเชลซีจะดีกว่า
คิดแล้วก็สวมกำไลเข้ากับข้อมือแสงแดดอุ่นๆ ทำให้เธอผล็อยหลับลงอย่างไม่อาจเอาชนะความง่วงได้
รอจนตื่นขึ้นมาอีกครั้งพระอาทิตย์ก็ใกล้จะลับขอบฟ้าแล้ว
เธอผุดลุกขึ้นคิดว่าต้องรีบไปทำอาหารเย็น
หากตอนนั้นเองที่รู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ
(อ้าวมันมีอะไรแปลกๆ อยู่นะ...)
ห้องที่เห็นตรงหน้าดูผิดจากที่ผ่านมา
แต่เครื่องเรือนก็ล้วนอยู่ในตำแหน่งเดิมเธอก็ไม่รู้เหมือนกันว่าอะไรกันแน่ที่เปลี่ยนไป
เธอลุกขึ้นจะลงจากเตียงทั้งที่ยังรู้สึกแปลกๆอยู่ แล้วก็หันไปเห็นมือของตัวเอง
มือเล็กๆที่ปกคลุมไปด้วยขนนุ่มสีขาวโพลน
เมื่อพลิกมือก็เห็นอุ้งเท้าสีชมพูน่ารัก
หลังจากชะงักค้างไปครู่หนึ่งรูริก็กรีดร้องขึ้นมา
“เมี้ยวววววว!!”
หากเสียงร้องนั้นหาได้เป็คำพูดดังที่เธอคิดทำให้หญิงสาวยิ่งแตกตื่นขึ้นไปอีก
(เกิดอะไรขึ้นนนน!!)
เชลซีคงได้ยินเสียงที่ว่าจึงเปิดประตูเข้ามาในห้อง
“เอะอะอะไรกันรูริ ไปทำอาหารได้แล้ว...อ้าว ไม่อยู่...”
หากรูริไม่ได้อยู่ที่นั่นมีแต่แมวสีขาวอยู่ตัวเดียว
“อ้าวแมวเข้ามาจากทางไหนเนี่ย รูริเป็คนเก็บมารึ เด็กคนนั้นนี่จริงๆ เลย...”
(แมว!? ฉันกลายเป็แมวเหรอ!?)
สมองนึกว่ามันจะเป็ไปได้ยังไงแต่มือของตัวเองที่เห็นอยู่ก็ประกาศอย่างปฏิเสธไม่ได้ว่าเธอเป็แมว
ยิ่งเชลซีมองเธอแล้วเรียกว่าแมวรูริก็ยิ่งแตกตื่นขึ้นไปอีก
“เหมียวเมี้ยวววว (คุณเชลซี นี่รูริเองค่ะ)”
เธอพยายามบอกแต่แน่นอนว่าภาษาแมวย่อมสื่อไม่ถึง และเชลซีก็เข้าใจไปเป็อย่างอื่น
“อะไรรึหิวงั้นรึ”
“เหมียว(ไม่ใช่อย่างนั้น)”
เธอกำลังจะสิ้นหวังอยู่แล้วว่าคงไม่มีใครเข้าใจพวกภูตก็มาช่วยไว้พอดี
‘แมวตัวนี้คือรูริไง’
‘รูริกลายเป็แมวไปแล้วเหรอ’
‘ตัวเล็กลงอย่างนี้ ก็นั่งบนไหล่ไม่ได้แล้วสิ’
‘นั่งบนหลังแทนไหม’
ขอบคุณมากคุณภูตในใจนั้นซาบซึ้งน้ำใจ แต่ก็อดแขวะไม่ได้นิดๆ ว่าอย่าเอะอะก็มานั่งบนตัวคนเขาสิ
ฟังคำพูดของภูตแล้วเชลซีก็เบิกตามองแมวขาว ก่อนจะถามอย่างหวาดๆ
“...รูริจริงๆรึ”
“เหมียวๆ”
ในเมื่อพูดกันไม่รู้เื่เธอจึงพยักหน้าเต็มเหวี่ยง
หากเชลซีก็ยังทำใจเชื่อไม่ลงอยู่ดี
“รูริเป็เผ่ามนุษย์นี่เท่าที่ฟังเล่ามา โลกของรูริไม่มีเผ่าโบราณอยู่เลย อย่าบอกนะว่าเ้ามีสายเืเผ่าแมวด้วย?”
หญิงชราครุ่นคิดแล้วพวกภูตก็ตอบขึ้นมา
‘เพราะกำไลที่รูริสวมอยู่ไง’
‘กำไลที่ทำให้กลายเป็แมวไง’
เธอก้มลงมองเท้าหน้าและเห็นว่ามีกำไลสวมอยู่
กำไลที่เคยมีขนาดพอดีข้อมือตอนเธอเป็มนุษย์มาตอนนี้ก็ย่อขนาดลงมาพอดีกับเท้าหน้าของแมวด้วย
เชลซีลองถอดกำไลนั้นจากเท้าหน้าของเธอมันหลุดตามมือหญิงชราไปโดยไม่ขัดขืน ก่อนจะกลับไปมีขนาดเท่ากำไลวงเดิม
ร่างของรูริพลันโอบอุ้มด้วยแสงเหมือนตอนที่เชลซีแปลงร่างเป็ัก่อนเธอจะกลับเป็คนในพริบตา
เธอมองดูมือที่กลับเป็มืุ์และจับหน้าจับตัวของตนจึงค่อยมั่นใจว่ากลับเป็เหมือนเดิมแล้ว และโล่งใจอย่างหมดความคำบรรยาย
“รอดไปที! อยู่ๆ กลายเป็แมว แถมพูดไม่ได้ นึกว่าจะไม่ได้กลับเป็คนแล้วเสียอีก”
“เฮ้อนึกว่าเ้าทำสัญญากับภูตแห่งกาลเวลาไม่ทันไร คราวนี้ก็กลายเป็แมวอีกอยู่กับเ้านี่ทุกวันไม่มีเบื่อเลยนะ”
เธอรับกำไลคืนมาจากเชลซีซึ่งทำหน้าระอาใจแล้วกลับไปขอคำอธิบายจากลิเดียในทันทีได้ความว่ากำไลวงนี้ไม่ใช่เป็เพียงเครื่องประดับธรรมดาแต่เป็วัตถุเวทของอดีตกาลเมื่อนานมาแล้วมีอำนาจเปลี่ยนให้ทุกคนไม่ว่าเผ่าไหนกลายร่างเป็แมว
ฟังว่าผู้สร้างนั้นชมชอบแมวมากขนาดทุ่มเททั้งชีวิตเพื่อประดิษฐ์กำไลนี้ขึ้นมา
รูริที่ชอบสัตว์ขนฟูเองก็อยากจะคุยกับเขาเหมือนกันแต่ดูเหมือนจะเป็คนที่มีชีวิตอยู่เมื่อนานมาแล้ว
คราวนี้เธอดีใจว่าได้ของที่ตรงใจ
และจำให้ขึ้นใจว่าควรตั้งใจฟังคำพูดคนอื่นให้ดีด้วย