Dominari: A song of evolution

    ตอนที่ 24 หมาป่าไฟ

     ผมลืมตาขึ้นมาในห้องสีขาวที่กว้างจนสุดลูกหูลูกตา มองไปทางไหนก็มีแต่สีขาว... ขาวโพลนไปหมด ที่นี่ที่ไหนกันเนี่ย? ผมอยู่ในห้องสมุดไม่ใช่หรือ?ผมหลับตาลงนึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด ผมนั่งลงเอาหลังพิงหิ้งหนังสือ ใช้ความคิดขอให้มานาสื่อสารกับหนังสือว่าผมต้องการอ่านเนื้อหาข้างใน... แล้วมันเกิดอะไรขึ้นต่อนะ“เรียกข้าออกมาแล้ว ทำไมถึงยังยืนหลับตาอยู่อีกเจ้าเด็กน้อย”เสียงดังก้องที่เหมือนคนหลาย ๆ คนพูดพร้อมกันดังขึ้นมาในสมองของผมผมรีบลืมตาเพื่อมองหาต้นเสียง พอลืมตาขึ้นผมก็พบกับหมาป่าที่มีร่างสร้างขึ้นมาจากไฟร่างหนึ่งยืนตระหง่านขึ้นมาจากความว่างเปล่าด้านหน้าของผม ความสูงของร่างนั้นน่าจะมากกว่าสิบเมตร ตัวของผมยังเทียบไม่ได้กับเท้าสักข้างหนึ่งของหมาป่าไฟตัวนั้น“เด็กน้อยแห่งตระกูลลิกอสคนใหม่งั้นหรือ?” หมาป่าไฟทำจมูกฟุดฟิดมาทางผมอยู่ครู่หนึ่ง“เอะ ไม่ใช่นี่ไม่ใช่เด็กตระกูลลิกอส... ยิ่งไปกว่านั้นยังไม่ใช่... ฮ่ะฮ่ะฮ่ะ น่าสนใจจริง ๆ เด็กน้อย”หมาป่าไฟพูดอะไรที่ผมไม่เข้าใจสักอย่างแล้วอยู่ ๆ ก็หยุดประโยคของตัวเองไปเสียเฉย ๆ จากนั้นร่างหมาป่าสูงใหญ่นั้นก็หดเล็กลงมาจนมีรูปร่างคล้ายคนที่มีขนาดร่างกายไม่ต่างจากผมมากนัก ร่างของคนที่ไฟลุกท่วมตัว“เอ่อ ท่านคือ...” “คือสะเก็ดไฟที่ต่ำต้อย คือเปลวไฟเปลวเล็ก ๆ แห่งขอบเขตไฟที่ยิ่งใหญ่ นี่เจ้ามาที่นี่โดยไม่รู้ว่าข้าคือใครหรอกหรือ ไม่ซิเจ้ามาที่นี่ได้ยังไงคนเดียวนั่นน่าจะเป็นคำถามเสียมากกว่า” “ผม เอ่อ ผมอยากอ่านหนังสือเล่มหนึ่งในห้องสมุด แต่อ่านไม่ได้เลยลองใช้มานากับหนังสือดู แล้วก็มาโผล่อยู่ที่นี่ ว่าแต่ที่นี่คือที่ไหนเหรอครับ”“ฮ่ะฮ่ะ เจ้าไม่ใช่ลิกอสแต่กลับเข้ามาที่นี่ได้ด้วยตัวคนเดียว ก็ถือซะว่าเป็นการเล่นตลกของมานาละกัน มา! ข้าจะตอบคำถามของเจ้า ที่นี่คือทุกที่และไม่ใช่ทุกที่” “คือทุกที่และไม่ใช่ทุกที่?”ผมไม่เข้าใจคำตอบของร่างที่ไฟลุกท่วมนั้นเท่าไร“ผมไม่เข้าใจที่ท่านพูดสักเท่าไร แล้ว...แล้วผมจะออกไปที่นี่ได้อย่างไรครับ” “เมื่อข้าให้เจ้าออกไป และเจ้าต้องการออกไป”คำตอบแบบที่ไม่ชวนให้เข้าใจอีกแล้วผมเริ่มรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาตงิด ๆ ก่อนที่ผมจะตอบหรือแสดงท่าทีไม่ดีอะไร ออกไปร่างไฟลุกท่วมนั่นก็ชิงพูดกับผมก่อน“นั่น ในกระเป๋าของเจ้า ทำไมเจ้ามีดวงตาแห่งลิกอส”“ดวงตาแห่งลิกอส?”ผมไม่รู้ว่าร่างนั้นพูดถึงอะไร แต่ก็นึกถึงอัญมณีชิ้นนั้นขึ้นมาได้ จึงรีบล้วงเข้าไปที่กระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ต“นี่เหรอครับ?”ผมหยิบอัญมณีชิ้นนั้นขึ้นมา กำไว้ในกำปั้น แล้วถามไปที่ร่างนั้นร่างไฟลุกนั่นกระพือเปลวไปแรงขึ้นแวบหนึ่ง แล้วก็พยักหน้า“นี่เจ้าไม่รู้จักดวงตาแห่งลิกอส? แล้วมันมาอยู่ที่เจ้าได้อย่างไร?”“เอ่อ เพื่อน... เพื่อนผมที่ชื่อว่าวายาให้มาครับ”“วายา... วายา... ยัยหนูตัวป่วน ไม่ได้เจอกันกี่ร้อยปีแล้วนะนี่”ร่างไฟลุกนั้นพูดอยู่คนเดียวเหมือนไม่ได้สนใจว่ามีผมอยู่ตรงนี้ด้วย“ดวงตาแห่งลิกอสคือมูนสโตนศักดิ์สิทธิ์แห่งพวกเราเผ่าพันธุ์ไลแคน วายาก็เหลือเกินจริง ๆ ที่มอบมันให้กับคนที่ไม่ใช่ไลแคน”“มันคือของสำคัญมากเหรอครับ?”ผมถามด้วยความรู้สึกผิดที่ครอบครองสิ่งสำคัญโดยที่ตัวเองไม่ได้รู้อะไรเลยสักอย่าง“ฮ่ะฮ่ะฮ่ะ เจ้าไม่รู้อะไรเลยสักอย่างจริง ๆ ข้าคงบอกเจ้าได้แค่ว่ามันคือของที่ตกทอดกันในชนสูงศักดิ์ตระกูลลิกอสมานานแสนนานแล้ว และจริง ๆ มันก็ควรจะตกทอดต่อไปให้กับคนในตระกูลเท่านั้น วายาให้เจ้ามาก็น่าจะแปลว่า... ฮ่ะฮ่ะฮ่ะ”“ผม...”ผมพูดอะไรไม่ออก“ข้าคิดว่าข้ารู้แล้วว่าเจ้าเข้ามาที่นี่ได้อย่างไร ส่วนเป้าหมายของเจ้าข้าก็คิดว่าเข้าใจแล้วเช่นกัน รวมถึงเป้าหมายของวายาด้วย”เปลวเพลิงตามร่างกายของชายคนนั้นส่ายไหวรุนแรงขึ้น “ข้าคงช่วยได้เพียงส่วนหนึ่งเท่านั้นแม้ว่ามานาจะเป็นสิ่งที่นำเรามาพบกัน แต่เจ้าไม่ใช่ไลแคนและไม่ใช่ลิกอส ข้าคง...”ผมไม่ทันฟังจนจบ ชายร่างไฟลุกนั้นก็เปลี่ยนสภาพเป็นเชือกไฟเส้นเล็ก ๆ หลายเส้นและพุ่งเข้ามาหาผมทุกทิศทุกทาง ชอนไชเข้าไปในตา หู ปากและจมูกของผมอย่างรวดเร็วความร้อนที่เหมือนจะแผดเผาหินผาให้ละลายทำเอาผมแสบเนื้อเยื่ออ่อนนุ่มที่เปลวไฟนั้นวิ่งผ่านไปทุกส่วน ผมกัดฟันทนได้ครู่เดียวก็หมดสติไป.............................................................“คาล”ผมได้ยินเสียงวายาเรียกมาจากที่ไกล ๆ“คาล...”และได้ยินอีกเสียงหนึ่งของผู้ชายเรียกผมอยู่เช่นกันผมลืมตาตื่นขึ้นบนเตียงขนาดใหญ่ที่ปูด้วยผ้าปูสีขาว“คาล ได้สติแล้วเหรอ”วายาที่อยู่ข้างเตียงรีบโน้มตัวมาจับหน้าผม“ฉัน ฉันอยู่ที่ไหนวายา”“อยู่ที่ห้องของฉันเอง นายไม่เป็นไรใช่มั้ย นายหลับไปเกือบสองวันเลยนะ”สองวัน...?? นี่แปลว่าภายในพรุ่งนี้ผมต้องโต้ตอบเรย์ให้ได้?“ฉันเห็นนายหายไปก็รีบออกตามหา คลาดสายตาไปแปปเดียวนายก็หายไปเลย พอเจอตัวก็นอนสลบไม่รู้สึกตัวแถมตัวร้อนมากอีกด้วย”ผมสลบไปอย่างนั้นเหรอ...“แล้วหนังสือเล่มนั้น?”“อ้อ นายหมายถึงบันทึกของตระกูลของฉัน หนังสือแห่งลิกอส”วายาพูดพร้อมกับเอื้อมมือไปหยิบหนังสือเล่มสีแดงเล่มนั้นจากโต๊ะข้างหัวเตียงของผม ปลายนิ้วของเธอลูบไล้ไปที่เครื่องหมายขอบเขตไฟบนสันหนังสือ แล้วก็อ่านคำที่เขียนไว้บนปก “Sanguis Meus...โลหิตแห่งข้า”“นายไปเจอมันได้ยังไงน่ะ ฉันหาตั้งนาน หาแทบทุกแห่งเลยแต่ก็ไม่เจอ”ผมยันตัวลุกขึ้นมานั่งบนเตียงของวายา“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน ก็เดินไปเรื่อย ๆ ตอนเธอวุ่น ๆ น่ะ แล้วก็พยายามเรียกเธอแต่ก็เหมือนเธอจะไม่ได้ยิน”แล้วอยู่ ๆ วายาก็ทำหน้าไม่สบายใจ“ฉันไม่น่าไปสัญญาข่มอะไรยัยนั่นเลย นี่เหลือเวลาแค่วันเดียว แล้วแถมนายยังมาล้มหมอนนอนเสื่ออีก ถึงแม้จะเจอหนังสือแล้ว แต่ฉันว่าคงไม่ทันแน่เลยคาล เราจะทำยังไงกันดี”วายาจับมือผมเขย่าแล้วทำหน้าเหมือนกับจะร้องไห้“วายาใจเย็น ๆ ก่อน ฉันไม่เข้าใจที่เธอพูดเลย เจอหนังสือที่เธอหาก็ดีแล้วนี่ ใครจะรู้ฉันอาจจะโต้ตอบเรย์ได้ก็ได้นะ”ผมปลอบใจวายาทั้ง ๆ ที่ตอนนี้ตัวผมเองก็มืดแปดด้านเหมือนกัน ถ้าไม่นับวันนี้ก็เหลือพรุ่งนี้อีกแค่วันเดียวคงต้องลองสู้สุดชีวิตสักตั้ง จากนั้นค่อยว่ากัน ยังไงผมก็ไม่ยอมถูกกระทรวงสอบสวนกลางอะไรนั่นจับตัวไปอย่างแน่นอน“แต่เวลาเหลือน้อยแล้ว เวลาเหลือน้อยมากแล้ว นายจะเรียนรู้การใช้มานากับวรยุทธทันมั้ยเนี่ย”วายาพูดอย่างร้อนรนพร้อมกับวาดมือไม้ไปทั่ว“ที่ฉันตามหาบันทึกเล่มนั้น เพราะว่ามันมีหนทางที่จะทำให้นายได้พลังมาอย่าง...”ไม่ทันที่วายาจะพูดจบประโยค ผมก็รู้สึกถึงความร้อนรุนแรงที่ถาโถมเข้ามาในห้องแบบไม่ทันให้ตั้งตัว ผมรู้สึกว่ากระแสความร้อนนั้นพุ่งตรงมาที่ผมโดยตรงอย่างตั้งใจ ผมรีบผลักวายาออกจากข้างตัว แล้วหันไปมองทางประตูหน้าห้องเปลวไฟสีฟ้าลูกใหญ่พุ่งเข้ามาทางผม โดยไม่ทันตั้งตัวผมยกมือซ้ายขึ้นด้วยสัญชาติญาณแล้วสิ่งที่ไม่คาดคิดก็บังเกิดขึ้น เปลวไฟสีฟ้านั้นถูกสะกัดเอาไว้ที่ด้านหน้ามือซ้ายของผม ด้วยเปลวไฟสีดำที่ปรากฎขึ้นมาจากที่ไหนก็ไม่รู้“เฮอะ ถึงขั้นรับการโจมตีของข้าได้เลยเหรอ”“พี่”วายามองไปทางประตูที่เปิดออกพร้อมร้องเรียอกอย่างตกใจไลคาออนเดินเข้ามาในห้องด้วยท่าทีที่สง่าผ่าเผย ผมยาวสยายของเขายิ่งทำให้เขาแลดูน่าเกรงขาม เสื้อคลุมของเขาไม่อาจปิดซ่อนร่างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อได้เลยมือของไลคาออนยกขึ้นพร้อมดีดนิ้วหนึ่งครั้งเปลวไฟสีฟ้านั้นก็พลันหายไปพร้อมกับความร้อนที่พุ่งเข้ามาผมเมื่อครู่“ทำไมพี่ถึงลงมือรุนแรงกับคาลแบบนี้!”วายารีบเดินเข้าไปเผชิญหน้ากับไลคาออนด้วยอาการหัวฟัดหัวเหวี่ยง ส่วนผมเองยังทำอะไรไม่ถูก และพูดอะไรไม่ออก ได้แต่นั่งมองมือซ้ายของตัวเองที่ยังคงลุกไหม้จากไฟสีดำ“รุนแรงเหรอ? รุนแรงแค่ไหนก็ไม่อาจทำอะไรหมอนี่ได้เลยนี่”ไลคาออนพูดพร้อมกับชี้นิ้วโป้งมาทางผม วายาก็เหมือนจะพึ่งเอะใจจึงรีบปราดเข้ามาหาผม“คาล ทำไมนายถึงใช้ความสามารถของขอบเขตได้แล้ว”ไลคาออนเดินไปหยิบบันทึกปกแดงเล่มนั้นขึ้นมาจากพื้น เอามืดปัดฝุ่นที่หน้าปกสองสามครั้งแล้วก็เปิดหนังสือเล่มนั้นออก พร้อมยื่นไปหาวายา“ไม่ใช่แค่ใช้พลังจากขอบเขตได้แล้วเท่านั้น หมอนี่ยังได้เรียนรู้วรยุทธหมาป่าไปแล้วด้วย”ผมมองไปยังหน้าหนังสือที่เปิดออกนั้น ตอนนี้ผมเห็นทุก ๆ อย่างที่บันทึกลงไปที่หน้ากระดาษอย่างชัดเจน มันเป็นรูปของกองไฟกองหนึ่ง กองไฟสีดำ ใต้กองไฟนั้นเหมือนจะเขียนอะไรบางอย่างเอาไว้แต่ก็ถูกลบไป“คาลนายไปเจอท่านบรรพบุรษมาแล้ว?”“ท่านบรรพบุรุษ คนที่ติดไฟ เอ่อ ไม่ซิ หมาป่าไฟร่างยักษ์ใช่มั้ย”ผมพยายามโยงเรื่องราวทั้งหมดเข้าด้วยกัน“ใช่ ท่านบรรพบุรุษไลคาออนที่หนึ่งแห่งเผ่าพันธุ์ไลแคน นายเจอท่านแล้ว นายทำได้ยังไงโดยที่ไม่ได้มีฉันอยู่ด้วย”ผมพยายามจะล้วงกระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ตเพื่อหาอัญมณีชิ้นนั้น มูนสโตน... ดวงตาแห่งลิกอส แต่ก็พบว่ามันไม่ได้อยู่ในกระเป๋าแล้ว “ตามหานี่อยู่หรือไง” ไลคาออนหยิบดวงตาแห่งลิกอสออกมาจากเสื้อคลุมของเขา“พี่เอาคืนมานะ นี่ของวายา และวายาก็ให้มันกับคาลไปแล้ว”“วายา น้องเที่ยวเอาของสำคัญของตระกูลไปมอบให้กับคนอื่นเฉย ๆ แบบนี้ไม่ได้”“คาลไม่ใช่คนอื่น คาลช่วยชีวิตของวายาไว้”ทั้งสองเถียงกันโดยไม่มีใครยอมใคร“พี่ไม่ยุ่งเรื่องนี้ได้มั้ย ท่านแม่บอกว่าวายาจะมอบให้ใครก็ได้ที่วายา...”วายาขึ้นเสียงดังแต่ก็ชะงักไปตอนปลาย ๆ ประโยค และมีท่าทีกระอักกระอ่วน“แต่ของชิ้นนี้มันเป็นของประจำตระกูล ปัดโธ่เว้ย”ไลคาออนดูฉุนเฉียวและหัวเสียอย่างเห็นได้ชัดทั้งสองคงทะเลาะกันจนลืมไปแล้วว่าผมยังอยู่ตรงนั้น“แม้ไอ้หมอนี่จะเป็นคนช่วยชีวิตวายา ซึ่งเอาจริง ๆ วายาไม่มีทางเป็นอะไรจากระเบิดลูกนั้นอยู่แล้ว แต่พี่ก็ไม่ยอมรับไอ้หมอนี่ง่าย ๆ หรอก”ยอมรับ?“คนที่จะมาเป็นน้องเขยของไลคาออนจะเป็นคนที่ไม่รู้หัวนอนปลายเท้าแบบนี้ไม่ได้”น้องเขย?... คืออะไร? วายาชอบผม?“พี่”ผมมองไปยังวายาที่ร้องเสียงดังพร้อมใบหน้าที่เริ่มมีสีเลือดฝาด... ผมว่าก็น่ารักไปอีกแบบจบตอนที่ 24