ริวคิดด้วยความสงสัยเล็กน้อยว่าเขาจะหลอมรวมกับแกนกลางของอาณาจักรลับที่เป็ต้นไม้แห่งชีวิตได้ยังไง
“ โฮสต์จำเป็ต้องสื่อสารกับจิติญญาของต้นไม้แห่งชีวิตและได้รับการยอมรับจากมันโดยใช้จิตสำนึกของโฮสต์ ” เสียงของระบบดังขึ้นมาในใจของริว
“ ฉันจะลองดู ”
ริวพยักหน้าก่อนจะยื่นมือััเข้ากับต้นไม้แห่งชีวิตและส่งจิตสำนึกของเขาเข้าไปในต้นไม้
ทันใดนั้นเองสติของเขาพล่ามั่วเล็กน้อยจิตสำนึกของเขาถูกเคลื่อนย้ายเข้าไปในต้นไม้แห่งชีวิต
ริวค่อยๆลืมตาตื่นขึ้นมาก่อนจะมองไปรอบๆอย่างรวดเร็ว ตอนนี้ดูเหมือนเขาจะอยู่ห้องๆที่กว้างขวางมากและปกคลุมด้วยต้นไม้และพืชพรรณนานาชนิดราวกับถูกสร้างในป่าลึก
ห้องนี้ล้อมรอบด้วยต้นไม้อันสูงตระหง่าน กิ่งก้านของพืชพันธุ์เลื้อยขึ้นมาปกคลุมเพดานจนกลายเป็โดมธรรมชาติ แสงแดดสาดส่องผ่านใบไม้ให้แสงเงาสีเขียวอ่อนกระจายไปทั่วห้อง
พื้นห้องทำจากหินธรรมชาติที่เต็มไปด้วยลวดลายคล้ายกับรากไม้ มีน้ำค้างเกาะตามผิวหินจนดูชื่นฉ่ำ
พื้นที่บางส่วนถูกปกคลุมด้วยมอสเขียวสดและดอกไม้ป่าที่เรืองแสงจาง ๆ ยามเมื่อแสงสลัว
ใจกลางห้องมีต้นไม้ขนาดใหญ่ที่ดูราวกับมีชีวิตและจิติญญา เปลือกไม้มีลวดลายคล้ายอักษรโบราณที่เปล่งแสงนุ่มนวลเรืองรอง ใบไม้ของมันเป็สีเขียวอมน้ำเงินและส่องแสงระยิบระยับราวกับอัญมณี
รอบ ๆ ห้องมีพืชพันธุ์ลึกลับ เช่น เถาวัลย์ที่ดูเหมือนจะเคลื่อนไหวได้เอง ดอกไม้ที่ส่งกลิ่นหอมประหลาดชวนให้นึกถึงความทรงจำในอดีต และเห็ดเรืองแสงที่ให้แสงนวล ๆ ยามค่ำคืน
มุมหนึ่งของห้องมีธารน้ำเล็ก ๆ ที่ไหลจากรากไม้ น้ำในธารใสดุจคริสตัลและมีแสงเรืองรองอยู่ใต้น้ำ ภายในเห็นปลาตัวเล็ก ๆ เรืองแสงว่ายวนไปมา
เสียงและกลิ่น ในห้องมีเสียงลมพัดอ่อน ๆ ราวกับเสียงกระซิบของธรรมชาติ และเสียงน้ำหยดลงบนพื้นหินอย่างนุ่มนวล
กลิ่นอายของห้องอบอวลไปด้วยกลิ่นไม้สด น้ำค้าง และกลิ่นดอกไม้ที่ชวนผ่อนคลาย ในมุมห้องบางมุมจะเห็นแท่นหินที่ดูเหมือนแท่นบูชา
มีพืชพันธุ์ลึกลับโอบล้อม เส้นสายของพืชเ่าั้เหมือนจะร้อยเรียงเป็ภาพหรือสัญลักษณ์โบราณที่สื่อถึงอำนาจลึกลับ
“ นี่คือที่ไหนกัน ” ริวอุทานพร้อมมองไปรอบๆด้วยความตกตะลึง สถานที่นี่สวยงามและดูศักดิ์สิทธ์ราวกับเทพนิยาย
“ ยินดีต้อนรับสู่ห้องเทพพฤกษา ”
เสียงผู้หญิงเล็กๆที่ไพเราะและงดงามราวกับนางฟ้าดังขึ้นในหูของริว
“ ใครกัน!? ” ริวพูดพร้อมมองไปรอบๆด้วยความหวาดระแวง แต่เขาไม่พบเห็นใครเลยในห้องแห่งนี้
“ ฉันอยู่ตรงหน้าของนาย ” เสียงเล็กๆดังขึ้นในจิตใจของริวอีกครั้ง
ด้านหน้า ?
ริวมองไปที่ต้นไม้ที่ดูศักดิ์สิทธิ์ราวกับมีชีวิตที่อยู่ด้านหน้าของเขา
“ คุณคือต้นไม้ต้นนั้นงั้นเหรอ!? ”
“ ใช่! ”
ทันใดนั้นก็มีแสงเล็กสีเหลืองที่ดูอ่อนโยนและศักดิ์สิทธิ์ปรากฏออกมาจากต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ ก่อนแสงจะค่อยๆจางหายไปและเห็นรูปลักษณ์ของมัน
รูปลักษณ์ที่บางเบาและเปล่งประกายราวกับแสงจันทร์ที่สะท้อนน้ำ มีปีกบางใสคล้ายปีกผีเสื้อที่สะท้อนแสงสีรุ้ง ส่องประกายระยิบระยับเมื่อเธอเคลื่อนไหว ปีกของเธอมีลวดลายเหมือนใบไม้และดอกไม้ที่เติบโตในป่าลึก
ผมของเธอเป็สีเขียวที่สละสลวยและยาวลงถึงกลางหลัง มีความเป็ประกายเหมือนสายลมที่พัดผ่านน้ำ ทุกย่างก้าวของเธอสร้างความรู้สึกสงบและมีเสน่ห์เหมือนสายลมอ่อนๆ ที่พัดผ่านในยามเช้า
ดวงตาของเธอเป็สีเขียวมรกต ส่องประกายราวกับจะมองเห็นสิ่งที่คนทั่วไปไม่สามารถมองเห็นได้ เธอสวมเสื้อผ้าที่ทำจากกลีบดอกไม้และใบไม้ที่พันรอบตัวเหมือนเครื่องประดับจากธรรมชาติ
“สวัสดีมนุษย์ ฉันชื่อ เฟลิน่า เป็ิญญาศักดิ์สิทธิ์ของต้นไม้แห่งชีวิต” เฟลิน่าพูดด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน ราวกับนางฟ้าที่เพิ่งลืมตาขึ้นในดินแดนแห่งความฝัน
“คุณคือ แฟรี่ หรือเปล่า?” ริวถามด้วยน้ำเสียงสุภาพ เขามองไปยังตัวของเฟลิน่าที่มีรูปลักษณ์เหมือนแฟรี่ในนิยายที่เขาเคยอ่านจากโลกดั้งเดิมของเขา
“สิ่งที่นายพูดก็ไม่ผิดนักหรอก” เฟลิน่าตอบ พลางยิ้มอีกครั้ง “แต่ถ้าจะให้พูดให้ถูก ฉันคือ นางฟ้า มากกว่า ”
ริวกะพริบตาไปชั่วขณะ ก่อนจะถามต่อไปด้วยความสงสัย “ จากคำพูดของคุณแปลว่าคุณเป็ทั้งนางฟ้าและแฟรี่เหรอ ?”
“อืม... จริงๆ แล้วฉันเคยเป็นางฟ้ามาก่อน แต่ตอนนี้ลดระดับลงมาเป็แฟรี่แล้ว ถึงจะเป็แบบนั้น… ฉันก็ยังคงมีพลังมากกว่ากลุ่มแฟรี่ทั่วไปหลายสิบเท่า” เฟลิน่าตอบกลับอย่างมีเสน่ห์ พร้อมรอยยิ้มที่ดูอบอุ่นและเป็มิตร
ริวจึงถามต่ออย่างสงสัย “ แฟรี่กับนางฟ้า… ไม่เหมือนกันเหรอ?”
“ใช่! นางฟ้าจะมีเชื้อสายพันธุ์และพลังที่สูงกว่าแฟรี่หนึ่งระดับ” เฟลิน่าตอบอย่างนุ่มนวล น้ำเสียงของเธอดูมีความลึกลับและทรงพลังในตัวเอง
ริวที่ได้ยินก็ยังคงรู้สึกสงสัยเล็กน้อยว่าทำไมเธอถึงเปลี่ยนจากนางฟ้ามาเป็แฟรี่ได้ แต่เมื่อนึกถึงว่านี่เป็การพบครั้งแรกของทั้งสองคนจึงไม่ได้ถามอีกต่อไป
“ ทำไมนายถึง้าสื่อสารกับฉัน!? ” เฟลิน่าถามอย่างสงสัย เพราะเธอััได้ถึงจิตสำนึกของริวที่้าสื่อสารกับเธอ
“ ที่จริงแล้วฉัน้าหลอมรวมกับแกนกลางของอาณาจักรลับแห่งนี้เพื่อควบคุมอาณาจักรลับ…. ”
จากนั้นริวก็อธิบายสิ่งที่เขา้าทั้งหมดให้เฟลิน่าฟังโดยไม่ปกปิดอะไรเพราะการที่เขาจะหลอมรวมแกนกลางกับกุญแจแห่งอาณาจักรลับต้องอาศัยการยินยอมของเฟลิน่า
ดังนั้นเขาจึงต้องใช้ความจริงจังเพื่อให้ได้รับการยอมรับจากเธอ
“ อย่างนี้นี่เอง….ฉันขอดูกุญแจที่ว่าหน่อยได้ไหม ” เฟลิน่าทำท่าครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนจะหันมาถามริวด้วยแววตาอยากรู้อยากเห็น
“ได้แน่นอน ! ”
ริวตอบกลับและหยิบกุญแจสีม่วงเข้มที่ปล่อยกลิ่นอายที่ลึกลับและทรงพลังออกมา เฟลิน่าหยิบกุญแจจากริวขึ้นมาและสำรวจด้วยความสนใจ
หลังจากใช้เวลาสำรวจสักพักเฟลิน่าก็ยื่นกุญแจกลับมาให้ริวพร้อมพูดว่า
“ ดูเหมือนในกุญแจนี้จะเต็มไปด้วยพลังกฎเกณฑ์แห่งมิติและอวกาศอยู่ มันสามารถเชื่อมโยงและควบคุมอาณาจักรลับได้จริงแต่ต้องใช้พลังงานและตัวกลางในการควบคุม "
" หากกุญแจนี้ได้หลอมรวมกับแก่นพลังงานของต้นไม้แห่งชีวิต มันจะสามารถควบคุมอาณาจักรลับแห่งนี้ได้ ”
“ ถ้างั้นคุณสามารถให้แก่นพลังงานนั้นกับฉันได้ไหม ” ริวพูดด้วยน้ำเสียงกังวล หากเฟลิน่าปฏิเสธเขาก็ไม่สามารถทำอะไรได้
“ ฉันสามารถให้แก่นพลังงานต้นไม้แห่งชีวิตแก่นายได้ แต่ฉันมีเงื่อนไขบางอย่าง ” เฟลิน่าพูดด้วยรอยยิ้มที่ดูลึกลับและซุกซน
“ เงื่อนไขคืออะไร!? ” ริวถามออกมาอย่างสงบ เขารู้อยู่แล้วว่าไม่มีของฟรีบนโลก
“ นายรู้จักป่าแห่งดวงดาวไหม ”
“ แน่นอน! มันเป็หนึ่งในป่าที่อันตรายและขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ”
“ บริเวณใจกลางของป่าแห่งดวงดาวมีทะเลสาบศักดิ์สิทธิ์อยู่ซึ่งใต้ก้นทะเลเต็มไปด้วยทองคำแห่งชีวิต ฉัน้าให้นายนำทองคำแห่งชีวิตมาให้ฉัน ”
ริวที่ได้ยินถึงกลับคิ้วกระตุกทันที ใจกลางป่าแห่งดวงดาวว่ากันว่ามีสัตว์อสูรระดับตำนานและเทพอยู่ นี่ไม่ได้เป็การสั่งให้เขาไปตายเหรอ
“ เอ่อ..ฉันเกรงว่าเงื่อนไขนี้น่าจะยากเกินไป ว่ากันว่าใจกลางป่าแห่งดวงดาวมีสัตว์อสูรระดับตำนานและเทพอยู่ ” ริวพูดด้วยรอยยิ้มฝืนๆ
“ ใช่! บริเวณใจกลางหลักมีสัตว์อสูรระดับตำนานและเทพอาศัยอยู่จริงๆ ”
“ คุณรู้อยู่แล้วนิ นี่ไม่ได้หมายความว่าสั่งให้ฉันไปตายหรอกเหรอ ”
“ใจเย็นก่อน… บางทีสัตว์พวกนั้นอาจไม่โจมตีนายก็ได้ อีกอย่างฉันไม่ได้บอกให้นายไปเอามาตอนนี้เลยซะหน่อย รอให้นายมีพลังมากพอและค่อยเอามาให้ฉันก็ได้”
“ ยังไงซะฉันก็มีชีวิตอยู่มานานแล้ว รออีกสักหน่อยจะเป็ไรไป ” เฟลิน่าพูดด้วยน้ำเสียงที่ดูลึกลับและผ่อนคลาย
ริวมองเฟลิน่าด้วยดวงตาที่สงสัยมากขึ้นเรื่อยๆ เขาอยากรู้ว่าเธอคือใครกันแน่ ทำไมถึงรู้เื่เกี่ยวกับป่าแห่งดวงดาว
เธอเปรียบเสมือนหมอกที่ไม่สามารถมองผ่านได้
“ คุณอายุเท่าระ… ”
ในขณะที่ริวกำลังถามเฟลิน่าก็ยื่นมือมาประทับปากของริว
“ นายรู้ไหมว่าการถามอายุของผู้หญิงเป็สิ่งต้องห้าม ” เฟลิน่าพูดด้วยน้ำเสียงขี้เล่นแต่ดวงตาของเธอกลับดูจริงจัง ก่อนจะพูดต่อว่า
“ นายจะยอมรับเงื่อนไขของฉันไหม!? ”
ริวที่ได้ยินก็แสดงสีหน้าครุ่นคิด เห็นได้ชัดว่าธุรกรรมนี้เขาเสียเปรียบจริงๆ แต่ตอนนี้เขา้าพัฒนาทั้งความแข็งแกร่งของเขาและสัตว์อสูรให้เร็วที่สุดซึ่งต้นไม้แห่งชีวิตช่วยในจุดนี้ได้อย่างมาก
รวมถึงยังมีสมบัติมากมายในอาณาจักรแห่งนี้ด้วย
“ ฉันยอมรับเงื่อนไขของคุณ ”
หลังจากคิดอยู่นานริวก็ตอบตกลง อย่างไงความฝันของเขาก็คือการสำรวจสถานที่ต่างๆทั่วมุกมุมโลกอยู่แล้ว ป่าแห่งดวงดาวก็คือหนึ่งในนั้น ถึงตอนนี้เขายังไม่มีความแข็งแกร่งพอ แต่ไม่ได้หมายความว่าในอนาคตเขาจะไม่มี
“ ดีมาก! นี่คือแก่นพลังงานของต้นไม้แห่งชีวิต " เฟลิน่าหยิบสิ่งที่มีลักษณะคล้ายคริสตัลสีเขียวออกมาจากต้นไม้แห่งชีวิต แล้วยื่นให้ริวด้วยรอยยิ้มที่อ่อนโยนราวกับนางฟ้า
ทันทีแก่นพลังงานปรากฏทั่วทั้งห้องก็เต็มไปด้วยพลังงานชีวิตมหาศาล รูขมขุนของริวเปิดกว้างเขารู้สึกสดชื่นและผ่อนคลายกับพลังชีวิตที่ปรากฏขึ้นอย่างมหาศาล
""คุณไม่้าทำสัญญาอะไรประมาณนั้นเหรอ!? " ริวถามอย่างสงสัย เขานึกว่าเฟลิน่าจะให้เขาทำสัญญาเพื่อรักษาคำพูดอะไรแบบนั้นซะอีก
“ ตอนแรกฉันมีความคิดนั้นเช่นกัน แต่ภายหลังฉันไม่มีความคิดนั้นแล้ว ” เฟลิน่าตอบกลับ
“ทำไม!? คุณไม่กลัวว่าฉันจะผิดคำพูดเหรอ ” ริวถามอย่างสงสัย
“ ไม่รู้สิ.. แต่ถ้านายผิดสัญญาณจริงๆฉันจะไม่ฆ่านายหรอกแค่จะทำให้สูญพันธุ์เท่านั้นเอง ” เฟลิน่าพูดด้วยรอยยิ้มที่ซุกซนแต่หากมองลึกเข้าไปในดวงตาจะเห็นประกายความเ็าของเธออยู่
“ ⊙▂⊙”
ริวที่ได้ยินร่างกายส่วนล่างของเขาก็รู้สึกสั่นเทาทันที
“ ให้ตายเถอะ! เธอมีรูปลักษณ์และนิสัยภายนอกราวกับนางฟ้าที่อ่อนโยน แต่ทำไมความคิดภายในของเธอถึงดูดุร้ายและน่ากลัวแบบนี้ ”
“บางทีนี่อาจะเป็หนึ่งเหตุผลที่เธอถูกลดระดับมากเป็แฟรี่ ” ริวคิดในใจด้วยความหวาดกลัวเล็กน้อย
“ ตกลง! ฉันไม่มีวันผิดคำพูดตัวเองเด็ดขาด ” ริวระงับความคิดในใจของเขาและหยิบคริสตัลสีเขียวขึ้นมาจากมือของเฟลิน่า
“ งั้นก็ดี.. ” ประกายความเ็าในส่วนลึกดวงตาของเฟลิน่าหายไปและเต็มไปด้วยความอ่อนโยนเหมือนเดิม
หลังจากนั้นริวไม่รอช้ารีบนำกุญแจแห่งอาณาจักรลับออกมาเพื่อจะทำการหลอมรวมทันที เมื่อกุญแจัักับแก่นพลังต้นไม้แห่งชีวิตมันก็เปล่งแสงสีม่วงออกมาทั่วห้อง
“…. ”