ตอนที่ 16 ผ่านการคัดเลือกแล้ว
ในวันนี้บ้านของตระกูลเหอนั้นเต็มไปด้วยแเื่มากมายเนื่องจากลูกชายคนโตของตระกูลเหอนั้นเป็ถึงเลขาธิการพรรคของหมู่บ้าน และน้องสาวของเขาก็กำลังจะแต่งงานกับหลานชายของเลขาธิการหมู่บ้านอีกด้วยดังนั้นที่บ้านของเขาจึงมีแขกมาร่วมงานกันอย่างมากหน้าหลายตา
ในตอนนี้ เหอเสี่ยวหยากำลังนั่งรออยู่บนเตียงในฐานะของเ้าสาวเธอกำลังนั่งรอด้วยความรู้สึกประหม่าปนตื่นเต้น
โชคดีที่ป้าของเธอได้มาถึงที่นี่ั้แ่เมื่อวานนี้แล้วเหอเสี่ยวหยาสนิทกับป้าของเธอมาั้แ่เด็ก ทั้งยังปฏิบัติกับป้าของเธอไม่ต่างจากปฏิบัติต่อผู้เป็แม่เลย
แต่ตอนนี้ป้าของเธอกลับดูเหมือนว่ากำลังครุ่นคิดบางอย่างอยู่ในใจ ทั้งยังเอาแต่คอยอยู่ใกล้ๆ เสี่ยวจวินตลอดเวลาอีกด้วย ั้แ่ที่มาถึงป้าของเธอนั้นไม่ยอมปล่อยให้เสี่ยวจวินออกไปข้างนอกเลยจึงทำให้เด็กน้อยมีสีหน้าที่เศร้าสร้อยเอามาก ๆ
“ป้าคะป้าเป็อะไรหรือเปล่า ั้แ่มาถึงที่นี่ ทำไมป้าถึงได้เอาแต่คอยอยู่ใกล้เสี่ยวจวินไม่ห่างแบบนั้นกันล่ะคะปล่อยให้เขาออกไปวิ่งเล่นข้างนอกบ้างก็ได้ หยางหยางเองก็อยู่ข้างนอกไม่ใช่เหรอ” เหอเสี่ยวหยาพูดขึ้นมาด้วยความสงสัย
ป้าของเหอเสี่ยวหยาก็คือแม่ของฟู่เฉิงนั่นเองตอนนี้ป้าดูมีท่าทางที่เคร่งเครียดมาก ๆ เธอรู้ตัวดีว่าตัวเองเป็แค่หลานสาวและไม่ควรที่จะพูดแบบนั้นออกไป
จากนั้น เธอก็มองไปยังเสี่ยวจวินที่กำลังบิดตัวไปมาซึ่งเห็นได้ชัดว่าเขากำลังไม่มีความสุข
เหอเสี่ยวหยามมองไปที่นาฬิกาอีกครั้งก่อนจะพบว่าตอนนี้เพิ่งจะเก้าโมงเท่านั้น เธอจึงได้คลายความกังวลลงไปได้เล็กน้อย
ทันทีที่หลานสาวพูดขึ้นมาป้าเหอจึงได้ยอมปล่อยให้หลานชายของเธอออกไปเล่นข้างนอกก่อนจะมองไปที่ลูกสะใภ้เพื่อให้ตามไปดูหลานชายของเธออย่างใกล้ชิด
จากนั้น เหอเสี่ยวหยาเองก็เดินออกไปข้างนอกก่อนจะกลับเข้ามาอีกครั้งใน่บ่ายส่วนป้าเหอและคนอื่นก็ได้ออกไปทานอาหารที่บ้านตระกูลเหอด้วยเช่นกัน
หลังจากที่ทานอาหารกลางวันเสร็จเสี่ยวจวินก็อยากออกไปเล่นกับหยางหยางอีก แต่ย่าของเขากลับไม่ยอมแม้ว่าเขาจะอ้อนวอนแค่ไหนก็ตาม
แม้แต่หยางหยางเองก็ร้องไห้ออกมาเช่นกันก่อนหน้านี้ เวลาที่พวกเขาจะออกไปเล่นที่ริมแม่น้ำ ไม่เคยมีใครว่าพวกเขาเลย
ทันทีที่ได้ยินคำว่าริมแม่น้ำแม้แต่สีหน้าของฟู่เฉิงเองก็เปลี่ยนไปเช่นกัน
ซึ่งแม้ว่าฟู่เฉิงนั้นจะเป็คนที่ที่ยึดถือหลักการของหม่าเค่อซือ1(馬克思)มาโดยตลอดและไม่ค่อยเชื่อในศาสตร์อภิปรัชญาเท่าไหร่นัก
แต่เมื่อเขาได้ยินเสี่ยวจวินร้องไห้และบอกว่าจะไปหาปลาที่ริมแม่น้ำจู่ ๆ เขาก็นึกถึงคำพูดของเสี่ยวฮั่วขึ้นมาได้ทันที
ทันใดนั้นเองฟู่เฉิงก็ได้มีท่าทีที่เปลี่ยนไปเขารู้สึกประหลาดใจเป็อย่างมากเมื่อพบว่าตัวเองมีเหงื่อผุดออกมาเต็มไปหมดเขาจึงได้คุกเข่าลงไปเพื่อให้สายตาของเขาอยู่ระดับเดียวกันกับลูกชายก่อนจะพูดออกไปว่า
“เสี่ยวจวินทำไมลูกถึงไม่เล่นขี่ม้ากับพี่หยางหยางแทนล่ะ ? เดี๋ยวพ่อและลุงของลูกจะเป็ม้าให้ดีไหม? ” ฟู่เฉิงพูดเกลี้ยกล่อมเสี่ยวจวิน
เมื่อได้ยินเช่นนั้นเสี่ยวจวินก็ยิ้มออกมาอย่างมีความสุขฟู่เฉิงจึงรีบอุ้มลูกชายของเขาขึ้นไปขี้หลังทันทีทำเอาเสี่ยวจวินหัวเราะออกมาอย่างร่าเริง
ส่วนหยางหยางที่อยู่ข้างๆ ก็ได้ขอให้เหอต้าจื่อ พ่อของเขาอุ้มขึ้นมาด้วยเช่นกัน
เมื่อเห็นเช่นนั้นป้าเหอและลูกสะใภ้ก็ได้มองหน้ากันพร้อมกับถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก
เหอเสี่ยวหยากลับเข้ามาที่บ้านของเธออีกครั้งในตอนบ่ายเธอรู้สึกว่าตัวเองออกไปได้แค่ไม่นานเท่านั้น แต่เมื่อกลับเข้ามาอีกครั้งบรรยากาศภายในบ้านของเธอก็ได้เปลี่ยนไปจาก่เช้าอย่างเห็นได้ชัด
ตอนนี้ทุกคนในครอบครัวของเธอต่างก็พูดคุยกันด้วยความร่าเริงทว่าทันใดนั้นเองก็ได้มีชายคนหนึ่งวิ่งเข้ามา
“พี่ต้าจื่อเกิดเื่ขึ้นแล้วครับ พี่ช่วยไปดูหน่อยเถอะ ตอนนี้โม่หยูหลานชายคนที่สามของตระกูลหวังได้พลัดตกลงไปในแม่น้ำ”ชายคนนั้นพูดพร้อมกับหายใจอย่างเหนื่อยหอบ
เหอต้าจื่อที่ได้ยินเช่นนั้นก็รีบวิ่งไปยังที่เกิดเหตุอย่างรวดเร็ว
ส่วนป้าเหอและฟู่เฉิงนั้นก็ได้หันมามองหน้ากันทันทีก่อนที่ฟู่เฉิงจะอุ้มลูกชายคนเล็กของเขายื่นให้กับผู้เป็แม่และเดินตามออกไปข้างนอกทันที
ส่วนป้าเหอเองก็มีสีหน้าที่ดูวิตกกังวลเช่นกันเธอรู้สึกไม่ค่อยสบายใจั้แ่มาถึงที่นี่เมื่อวานนี้แล้ว ทันใดนั้นเอง คุณย่าของเหอเสี่ยวหยาก็ทนไม่ไหวอีกต่อไปหญิงชราจึงได้เอ่ยถามขึ้นว่า
“เสี่ยวเหอ มีอะไรผิดปกติหรือเปล่า ? เธอกำลังกังวลเื่อะไรอยู่กันแน่ ? ”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นป้าเหอก็มีท่าทีที่ดูลังเลอยู่ครู่หนึ่งแต่เมื่อเห็นว่าไม่มีใครคนอื่นอยู่ที่นี่แล้ว เธอจึงยอมเล่าสิ่งที่เสี่ยวฮั่วพูดให้กับครอบครัวของเธอฟัง
หลังจากที่ได้ฟังทุกคนต่างก็ตกตะลึงไปทันที มีเพียงย่าของเหอเสี่ยวหยาเท่านั้นที่ยังคงมีท่าทีที่สงบและใจเย็นอยู่เพราะหญิงชราพอจะรู้เื่นี้อยู่เหมือนกัน
“สิ่งนี้ไม่ใช่เื่แปลกอะไรหรอกนะ ก่อนหน้านี้บรรพบุรุษของเราได้บอกเอาไว้ว่าจะมีปรมาจารย์ลงมาจุติไม่ไกลจากหมู่บ้านของเรานักทั้งยังเชี่ยวชาญเื่การทำนายดวงชะตาอีกด้วย”
“เสี่ยวเหอหลังจากที่กลับไปแล้ว เธอควรจะไปขอบคุณปรมาจารย์น้อยท่านนั้นด้วยนะ เพราะท่านได้ทำนายดวงชะตาให้กับเราแล้วแต่เรากลับไม่ได้ให้ของขวัญหรือเงินเป็การตอบแทนเลยสุดท้ายแล้วสิ่งที่ไม่ดีเ่าั้ก็จะวนกลับมาเล่นงานเราในภายหลังได้”
“ถูกต้องแล้วล่ะ พี่ใหญ่ เราต้องขอบคุณปรมาจารย์ท่านนั้นมากจริง ๆที่ได้ช่วยชีวิตเสี่ยวจวินของเราเอาไว้และเราก็ไม่ควรที่จะทำให้คนที่มีความสามารถเช่นนี้ขุ่นเคืองใจได้อีกด้วย” แม่ของเหอเสี่ยวหยาได้พูดเสริมขึ้นมา
ทุกคนต่างก็พูดกันถึงเื่นี้และรู้สึกดีใจมากที่ป้าเหอได้พบกับเื่ดี ๆ
ป้าเหอมองไปที่หลานชายตัวน้อยของเธอและรู้สึกซาบซึ้งถึงความมีน้ำใจของเสี่ยวฮั่วเป็อย่างมาก ดังนั้นเธอจึงตัดสินใจแล้วว่าเมื่อกลับไปเธอจะต้องไปขอบคุณเสี่ยวฮั่วอีกครั้ง
ในตอนนี้ตระกูลเหอรู้สึกมีความสุขมาก ๆ ช่างโชคดีจริง ๆ ที่ป้าเหอได้ทำตามคำทำนาย
มิเช่นนั้นวันนี้จะต้องเกิดหายนะขึ้นกับครอบครัวของพวกเขาอย่างแน่นอน
ไม่นานนักฟู่เฉิงก็ได้กลับเข้ามาพร้อมกับเหอต้าจื่อ ทุกคนจึงได้เข้าไปถามเหอต้าจื่อเกี่ยวกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างกระตือรือร้น
“โชคดีที่เด็กชายจากตระกูลหวังโตพอที่จะช่วยเหลือตัวเองได้แล้วหากเขาเด็กมากกว่านี้อีกหน่อย ตอนนี้คงจะเกิดเื่ที่น่าสลดขึ้นอย่างแน่นอน”
แต่บริเวณหัวไหล่ของเขาก็ได้กระแทกเข้ากับก้อนหินที่อยู่ใต้น้ำจนเกิดาแฉกรรจ์เลยล่ะตอนนี้ได้พาตัวไปทำแผลที่โรงพยาบาลแล้ว”
ในตอนนี้เหอต้าจื่อรู้สึกโล่งใจเป็อย่างมาก หากมีเื่ที่ร้ายแรงกว่านี้เกิดขึ้นล่ะก็เขาซึ่งเป็ถึงเลขาธิการพรรคของหมู่บ้านจะต้องได้รับผลกระทบอย่างแน่นอน
ส่วนฟู่เฉิงนั้นรู้สึกว่าตัวเองโชคดียิ่งกว่าหลังจากที่เขาได้ไปดูสถานที่เกิดเหตุด้วยตาของตัวเองมาแล้วหากคนที่ตกลงไปในแม่น้ำคือเสี่ยวจวินล่ะก็......เขาไม่กล้าคิดถึงภาพที่ตามมาเลยจริงๆ
ในที่สุด ตระกูลเหอก็ได้จัดงานเลี้ยงอย่างมีความสุขเดิมทีป้าเหอวางแผนที่จะอยู่ต่ออีกหนึ่งคืน แต่เธอกลับถูกหญิงชราสั่งให้รีบกลับ
“ฉันยังแข็งแรงดีอยู่อย่ากังวลไปเลย อีกอย่างยังมีลูกหลานตั้งหลายคนอยู่ที่นี่เธอรีบกลับไปขอบคุณผู้มีพระคุณก่อนเถอะ อ้อแล้วอย่าลืมถามด้วยล่ะว่าจะมีเื่ไม่ดีเกิดกับเสี่ยวจวินอีกหรือเปล่า ? ”
ในตอนนี้ปรมาจารย์ฟู่ยังคงไม่รู้ว่าตัวเองกำลังได้รับการยกย่องจากผู้อื่นอยู่เธอจึงตั้งหน้าตั้งตาทำถังสำหรับใส่เหล้าองุ่นกับพ่อของเธออย่างขะมักเขม้น
เมื่อวานนี้เธอทำได้แค่ไม่กี่ถังเท่านั้นแต่ตอนนี้เธอต้องทำมันเพิ่มอีก เพื่อที่จะเอาเหล้าองุ่นของเธอไปขายในเมืองให้ได้เยอะที่สุด
ตอนนี้ฟู่ต้าหย่งสามารถทำถังได้4-5 ถังต่อวัน ส่วนฟู่เยี่ยนนั้นก็ช่วยทำได้อีกวันละ 2 ถัง
ขณะเดียวกันนั้นหวังซู่เหมยก็ได้พาฟู่เหมี่ยวและฟู่เซินขึ้นไปเก็บองุ่นบนูเาและหลังจากที่กลับมาถึงบ้าน เธอก็ได้นำองุ่นใส่ลงไปในถังพวกนั้น
อย่างไรก็ตามเื่นี้จะถูกเปิดเผยออกไปไม่ได้ดังนั้นเธอจึงจำเป็ที่จะต้องแสดงละครโดยการพาเหล่าลูก ๆของเธอออกไปเก็บองุ่นบนูเานั่นเอง
ส่วนฟู่ซินก็ไปที่บ้านของหลี่หงอี้เพื่อเรียนรู้การฝึกฝนเบื้องต้นเพราะทหารใหม่ส่วนมากจะอดทนต่อการฝึกที่หนักหน่วงไม่ไหวนัก
ซึ่งการทำแบบนี้ก็เท่ากับว่าฟู่ซินจะได้เปรียบกว่าคนอื่นมากและเื่การปรับตัวในกองทัพนั้นก็จะไม่ใช่ปัญหาสำหรับเขาอีกต่อไปซึ่งฟู่ต้าหย่งนั้นก็สนับสนุนเื่นี้ด้วยเช่นกัน
หลังจากที่หลี่หงอี้ได้ทานมื้อเย็นที่บ้านของฟู่ต้าหย่งไปเมื่อเย็นวานนี้เมื่อตื่นขึ้นมาในวันรุ่งขึ้น เขาก็รับรู้ได้ว่าร่างกายของเขารู้สึกกระปรี้กระเปร่ามากและอาการาเ็ในก่อนหน้านี้ของเขาก็ทุเลาลงไปมากอีกด้วย
ซึ่งเขาไม่รู้เลยว่าสิ่งนั้นเป็ผลมาจากเหล้าองุ่นที่ตัวเองได้ดื่มเข้าไปจึงได้เอาเื่นี้มาคุยกันฟู่ต้าหย่งด้วยความประหลาดใจ
ดังนั้นในการทำเหล้าองุ่นครั้งต่อไปฟู่เยี่ยนจึงได้ลดปริมาณของน้ำในบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ของเธอลงเนื่องจากมันได้ผลดีเกินไป
แต่ถึงกระนั้นรสชาติของเหล้าองุ่นก็ยังคงกลมกล่อมและโดดเด่นเหมือนเดิม
ในตอนเย็นฟู่เฉิงก็ได้พาครอบครัวของเขามาที่บ้านของฟู่ต้าหย่ง แม้ว่าตอนนี้ท้องฟ้าข้างนอกจะมืดแล้วก็ตามแต่ทุกคนก็กำลังล้างองุ่นพร้อมพูดคุยกันอย่างมีความสุขอยู่
เมื่อมาถึงหลังจากที่เดินผ่านประตูเข้ามา ป้าเหอก็ได้ให้เสี่ยวจวินโค้งคำนับให้กับฟู่เยี่ยนทันที
“รีบคำนับพี่เสี่ยวฮั่วเร็วเข้าสิพี่เสี่ยวฮั่วได้ช่วยชีวิตหลานเอาไว้นะ”
เมื่อเห็นเช่นนั้นฟู่เยี่ยนจึงรีบดึงเสี่ยวจวินขึ้นมาทันที ก่อนจะเชิญให้ทุกคนนั่งลงแต่ป้าเหอก็ยังเอาแต่ขอบคุณเธอไม่หยุด
ซึ่งขณะที่พูดนั้นเธอก็ได้หยิบตั๋วแลกของจำนวนหนึ่งออกมาจากกระเป๋าพร้อมกับยัดมันเอาไว้ในมือของฟู่เยี่ยนทันที
ส่วนฟู่เยี่ยนเองก็ได้ปฏิเสธไปอย่างไม่ลังเลดังนั้นป้าเหอจึงไม่มีทางเลือกอื่น นองจากพยายามยัดตั๋วแลกของเ่าั้ให้กับหวังซู่เหมยแทน
“ป้าคะ อย่าทำแบบนี้เลยเอาแบบนี้ก็แล้วกันนะคะ หนูขอตั๋วผ้าแค่พอที่จะซื้อผ้าไว้ตัดชุดสักชุดก็พอแล้ว” ฟู่เยี่ยนคิดเกี่ยวกับเื่นี้อย่างรวดเร็วเพราะพี่ใหญ่ของเธอกำลังจะเข้าร่วมกับกองทัพในอีกไม่ช้าเธอจึงอยากจะซื้อเสื้อเสื้อผ้าและรองเท้าใหม่ให้กับเขา
เมื่อเห็นว่าฟู่เยี่ยนพูดแบบนั้นออกมาป้าเหอก็ยังไม่ยอมแพ้ เธอยังคงยืนกรานที่จะมอบตั๋วทั้งหมดให้กับหวังซู่เหมย
“ไม่ได้นะน้องสะใภ้หากปฏิเสธน้ำใจเล็ก ๆ น้อย ๆ นี้ ฉันคงไม่กล้ามาที่นี่อีกอย่างแน่นอน ตั๋วแลกของนี้เทียบไม่ได้เลยกับชีวิตของเสี่ยวจวิน”
จากนั้น ป้าเหอก็ได้มอบตั๋วแลกของอีกจำนวนหนึ่งให้กับฟู่เยี่ยน
“ปรมาจารย์ฟู่ช่วยทำนายโชคชะตาของเสี่ยวจวินอีกครั้งได้ไหม นี่คือตั๋วแลกของ ค่าดูดวงในครั้งนี้” ป้าเหอมีท่าทีที่ดูตื่นตระหนกเล็กน้อยและ้าที่จะรู้ดวงชะตาของเสี่ยวจวินอีกครั้ง
ในตอนนี้ฟู่เยี่ยนไม่มีทางเลือกอื่นเลยนอกจากต้องรับมันเอาไว้ก่อนจะมองไปที่ใบหน้าของเสี่ยวจวินอยู่ครู่หนึ่ง
“อย่ากังวลไปเลยค่ะป้าจากนี้ไปเสี่ยวจวินจะพบแต่เื่ดี ๆ และมีชีวิตที่ราบรื่น”
“เสี่ยวจวินจากนี้เป็ต้นไปนายต้องตั้งใจเรียน กตัญญูต่อพ่อแม่และเคารพผู้าุโของนายให้มากๆ นะ”
“ส่วนอีกสิ่งหนึ่งที่นายควรระวังมากๆ คือการเลือกคู่ชีวิตของนายในอนาคต แต่มันก็ยังคงอีกนานเลยอย่าเพิ่งคิดถึงเื่นั้นเลยดีกว่า” หลังจากที่พูดจบ เธอก็ยื่นเงินกลับไป
เมื่อได้ยินเช่นนั้นป้าเหอก็รีบขอบคุณฟู่เยี่ยนทันที
ส่วนฟู่เฉิงที่อยู่ข้างๆ ก็รู้สึกขอบคุณมากเช่นกัน เขาซาบซึ้งใจจนพูดไม่ออก
เนื่องจากสิ่งที่เกิดขึ้นใน่ไม่กี่วันที่ผ่านมานี้พวกเขารู้สึกสับสนเป็อย่างมาก และไม่สามารถทำอะไรได้เลยนอกจากมองไปที่ฟู่ต้าหย่งและฟู่เยี่ยนเท่านั้น
เมื่อเห็นเช่นนั้นฟู่ต้าหย่งก็ตบไปที่ไหล่ของฟู่เฉิงเพื่อบ่งบอกว่าเขานั้นเข้าใจทุกอย่างดี
เพราะเขาเองก็รู้สึกประหลาดใจกับการที่ลูกสาวของเขาเป็แบบนี้แต่ก็ไม่อยากจะโอ้อวดจนเกินงาม จึงได้เก็บเื่นี้เอาไว้
หลังจากที่ได้รับรู้ถึงสิ่งที่เกิดขึ้นกับครอบครัวของฟู่เฉิงแล้วฟู่ซินและคนอื่นต่างก็เชื่อในความสามารถของน้องสาวไปโดยปริยาย
น้องสาวของพวกเขาคือปรมาจารย์ที่สามารถทำนายโชคชะตาได้จริงๆ ฟู่เซินและฟู่เหมี่ยวยังคงตกตะลึงกับความสามารถที่ยอดเยี่ยมนี้อยู่ในขณะที่ฟู่ซินกลับคิดว่าฟู่เยี่ยนนั้นสุดยอดมาก ๆ และเหมาะสมที่จะเป็น้องสาวของเขาที่สุดแล้ว
ทันใดนั้นฟู่ต้าหย่งก็ปรายตามองไปยังลูก ๆ ของเขาก่อนจะห้ามไม่ให้พวกเขาพูดเื่นี้ออกไปอย่างเด็ดขาด
ใน่ไม่กี่วันที่ผ่านมาฟู่ต้าหย่งและฟู่เยี่ยนได้ช่วยกันทำถังไม้ขึ้นมาได้ถึงสิบกว่าใบแล้ว ดังนั้นพวกเขาจึงตัดสินใจที่จะเข้าไปในเมือง
เพราะในหมู่บ้านนั้นมีคนที่รู้จักพวกเขามากเกินไปจึงทำให้เป็เื่ที่ค่อนข้างยากในการขายเหล้าองุ่นของพวกเขา
เช้าวันรุ่งขึ้นฟู่ต้าหย่งก็ได้พาฟู่เยี่ยนเข้าไปในเมืองทันที
ทว่าหลังจากที่ทุกคนออกจากบ้านไปได้ไม่นานบุรุษไปรษณีย์ก็ได้มาส่งจดหมายที่บ้านของพวกเขา
馬克思 “หม่าเค่อซือ”หรือลัทธิมากซ์เป็แิสังคมนิยม ที่คนจีนแผ่นดินใหญ่ต้องเรียน