หวงฝู่หลิงซีเหลือบมองเซียวอวี้ด้วยความซาบซึ้งใจ ได้ยินดังนั้นพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้ม “พี่เหมียวเหมี่ยว ข้าจะพาใครเข้าไปในูเา ไม่ต้องชี้แจงต่อท่านหรอกกระมัง”
ดวงตาของถังเหมียวเหมี่ยวลุกโชนไปด้วยเพลิงโทสะหัวเราะเยาะพลางเอ่ยขึ้น “หลิงซีเลี้ยงเ้าหนุ่มหน้ามนไว้จริงๆด้วย หากคุณชายจั่วรู้ว่าเ้าโปรยเสน่ห์ยั่วยวนอยู่ข้างนอก เขาจะโมโหหรือเปล่า”
“ถังเหมียวเหมี่ยวโปรดระวังคำพูดคำจาของเ้าด้วย” หวงฝู่หลิงซีเดือดจัดหันหน้ากลับมาเอ่ยวาจาด้วยน้ำเสียงเ็า
ถังเหมียวเหมี่ยวเชิดหน้าราวกับนกยูงแสนเย่อหยิ่งตัวหนึ่งมองหวงฝู่หลิงซีด้วยสีหน้าไม่แยแส ยิ้มเยาะแล้วเอ่ยว่า “หลิงซี เ้าคู่ควรกับคุณชายจั่วตรงไหนบ้าง ครั้งนี้ข้าจะให้คุณชายจั่วได้รู้ว่าข้าสิถึงจะเป็สตรีที่โดดเด่นที่สุดของจินเฟิงอวี้ลู่”
หวงฝู่หลิงซีสูดลมหายใจเข้าลึกๆพูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง “ย่อมได้ทั้งนั้น”
พวกเซียวอวี้ทั้งสองคนกำลังจะเดินออกไปฟางอวิ๋นกลับหลุดปากหัวเราะพร้อมเอ่ยกะทันหัน “น้องชายคนนี้ก็เป็ลูกหลานของตระกูลล่าสมบัติอย่างนั้นหรือไม่ทราบว่าเป็ลูกหลานจากสกุลใดกันเล่า”
เซียวอวี้ยิ้มบางเขาเห็นเต็มสองตาว่าแววตาของฟางอวิ๋นฉายความริษยาอย่างรวดเร็วเห็นได้ชัดว่าอิจฉาที่ตนเองสามารถเข้าไปหาสมบัติในูเาพร้อมกันหวงฝู่หลิงซี
“ข้าเป็แค่สหายของแม่นางหวงฝู่ไม่ใช่ลูกหลานจากตระกูลล่าสมบัติ” เซียวอวี้คลี่ยิ้มพลางโบกมือไปมาเดินออกจากที่นี่ไปพร้อมกับหวงฝู่หลิงซี
เกิ่งเปียวและชายชราในชุดสีเทากับคนที่เหลือติดตามไปอย่างใกล้ชิด
ถังเหมียวเหมี่ยวมองแผ่นหลังของพวกเขาที่เดินห่างออกไปแววตาเหี้ยมเกรียมยิ่งแรงกล้า เอ่ยด้วยน้ำเสียงเยียบเย็น “พี่ฟางมีความมั่นใจว่าจะหาเจอคลังสมบัติหรือไม่ข้าจะต้องทำให้ชื่อเสียงของหวงฝู่หลิงซีย่อยยับป่นปี้”
ฟางอวิ๋นยิ้มด้วยความมั่นใจแล้วเอ่ย“คุณหนูถังวางใจ ในเมื่อข้าติดตามท่านมาถึงที่นี่จะไม่ทำให้ท่านผิดหวังเด็ดขาด”
ถังเหมี่ยวเหมี่ยวยินดีเป็อย่างยิ่งมุมปากเผยรอยยิ้มน่าประหวั่นพรั่นพรึง พูดด้วยเสียงแ่เบา “หวงฝู่หลิงซี ข้าจะให้คุณชายจั่วได้รู้ แท้จริงแล้วเ้าไม่คู่ควรกับเขาเลยด้วยซ้ำ”
เซียวอวี้และคนอื่นๆเข้าไปในูเาแล้ว หวงฝู่หลิงซีทำหน้ากระอักกระอ่วนเล็กน้อย กระซิบพูดเสียงค่อยๆ “พี่เซียว ขอโทษจริงๆเมื่อครู่พลอยทำให้ท่านต้องเดือดร้อนโดยไม่มีต้นสายปลายเหตุไปด้วย”
เซียวอวี้สัพยอกกลับไป “กลับไปเมืองเหลียงโจวเลี้ยงดีๆ สักจอกก็พอแล้ว”
“อื้ม”หวงฝู่หลิงซีพยักหน้าแรงๆ ใบหน้าเผยรอยยิ้มอ่อนโยนพูดด้วยเสียงแ่เบา “ไม่รู้ว่าทำไม อยู่กับพี่เซียวข้าถึงอารมณ์ดีอยู่เรื่อย”
เซียวอวี้หัวเราะลั่น“อาจจะเพราะรูปหล่อกระมัง”
“หลงตัวเอง”หวงฝู่หลิงซีเอ่ยด้วยท่าทางกระเง้ากระงอด
เพียงชั่วพริบตาก็ผ่านพ้นไปสามวันเซียวอวี้พาหวงฝู่หลิงซีและขบวนผู้คนเดินอยู่ท่ามกลางกลุ่มเขาอันกว้างใหญ่ถึงแม้ตอนนี้เขาจะฝึกบำเพ็ญเพียรได้เล็กน้อยยังไม่สามารถใช้เนตร์แสวงัได้แต่สามารถอาศัยประสบการณ์สำรวจภูมิประเทศในชาติที่แล้วตามหาบริเวณที่ฮวงจุ้ยดีที่สุดของูเาหมั่งหนิว
ที่นั่นบางทีอาจจะเป็สถานที่ปลีกตัวฝึกบำเพ็ญตนครั้งสุดท้ายของนักพรตคนนั้นในอดีต
“น่าจะอยู่บนยอดเขาลูกนั้นที่ไกลไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้อีกสองร้อยลี้”ยามพลบค่ำในสามวันต่อมา เซียวอวี้เรี่ยวแรงโรยราลงไปเล็กน้อยมือขวาชี้ไปทางยอดเขาลูกหนึ่ง
หวงฝู่หลิงซีกลับเผยสีหน้าสงสัยเอ่ยขึ้น “พี่เซียวยอดเขาลูกนั้นถูกขุดจนเกลี้ยงนานแล้วนะ แม้กระทั่งใต้ดินก็ขุดลึกไปกว่าร้อยจั้งแต่ไม่พบอะไรเลย”
เซียวอวี้คลี่ยิ้มพลางเอ่ย“ตามข้ามาเถอะ”
ผู้คนพากันประหลาดใจระคนสงสัยแม้กระทั่งชายชราชุดสีเทาก็ไม่เชื่อว่าเซียวอวี้จะสามารถตามหาคลังสมบัติเจอได้แต่ตอนนี้มีเวลาแค่สี่วัน ถึงอย่างไรก็ไม่มีหนทางอื่นอีกแล้วลองเชื่อเขาดูสักครั้งดีกว่า
พวกเขาขึ้นสัตว์ิญญาบินได้ทันทีไม่นานก็มาถึงยอดเขาลูกนั้นที่สูงได้สองร้อยกว่าจั้ง
ูเาทั้งลูกถูกขุดจนเกลี้ยงตั้งนานแล้วบรรยากาศมืดครึ้มและหนาวเย็นกระจายออกมาจากในถ้ำที่มืดมิด นอกจากพวกเขาไม่มีคนงานขุดเหมืองคนอื่นตั้งนานแล้ว
“พี่เซียวพี่แน่ใจว่าอยู่ตรงนี้จริงๆ นะ?” หวงฝู่หลิงซีถามด้วยความสงสัยยอดเขาลูกนี้เคยถูกตรวจสอบอย่างละเอียดหลายต่อหลายครั้ง แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่ได้ผลอะไรเลย
เซียวอวี้คลี่ยิ้มจู่ๆ ในกลางอากาศมีเสียงร้องของสัตว์ิญญาหลายเสียงถังเหมียวเหมี่ยวก็พากลุ่มคนบินมาที่นี่ด้วยเช่นกันตอนที่นางเห็นหวงฝู่หลิงซีมาถึงก่อนล่วงหน้า ใบหน้าฉายความเ็าทันที
“ดูท่าฟางอวิ๋นผู้นี้ก็ไม่ได้โง่สักเท่าไรสามารถสำรวจได้ว่าที่นี่ก็คือสถานที่ฝังสมบัติ เพียงแต่อาศัยวิชาล่าสมบัติของเขาไม่มีทางทำลายค่ายกลภาพลวงตาได้อย่างแน่นอน” เซียวอวี้หัวเราะเยาะอยู่ในใจทีหนึ่ง
‘หลักการฟ้าแสวงั’ที่เขาร่ำเรียนมาที่อยู่ในหัวเขา เป็ตำราลับสุดยอดประกอบไปด้วยวิชาแสวงัและวิถีแห่งค่ายกลทั้งยังมีการเสี่ยงทายแม่นยำที่น่ากลัวยิ่งกว่า
ด้วยความสามารถของเขาในตอนนี้ยังไม่สามารถใช้วิชาแสวงัและการเสี่ยงทายที่แม่นยำราวจับวางได้ทว่าวิถีแห่งค่ายกลเขาเข้าใจทะลุปรุโปร่งนานแล้วในโลกเซียนพิภพเขาเรียกได้ว่าเป็ปรมาจารย์ค่ายกล ยิ่งไม่ต้องพูดถึงตอนนี้ที่อยู่ในทวีปอวี้ซวี
วิถีแห่งค่ายกลไม่มีอะไรมากไปกว่าพลังแห่งปัจญธาตุที่แฝงเอาไว้หากฝึกบำเพ็ญเพียรไปถึงขั้นมหาธานี สามารถใช้จำนวนฟ้าดินก่อนกำเนิด[1]และปราณแห่งความวุ่นวายที่ประกอบอยู่ภายในได้กระทั่งยอดฝีมือระดับจักรพรรดิเซียนยังต้องตกอยู่ในสภาพจนมุม
ถึงแม้เซียวอวี้เป็เพียงผู้ฝึกยุทธ์ขั้นก่อนกำเนิดสามชั้นฟ้าแต่การทำลายค่ายกลภาพลวงตาตรงหน้านี้ก็นับว่าเหลือแหล่แล้ว
“ไม่คิดเลยว่าพวกเ้าก็จะหาที่นี่เจอด้วยเช่นกัน”ถังเหมียวเหมี่ยวจับจ้องหวงฝู่หลิงซีฉีกแม้กระทั้งท่าทีเป็มิตรภายนอกทิ้งไปหมดสิ้น หัวเราะเยาะอย่างไม่แยแส “หาเจอแล้วจะทำไม ยังไม่ได้อะไรเลยอยู่ดีนี่นา”
ฟางอวิ๋นเอ่ยด้วยความโอหัง“เบื้องลึกของยอดเขาลูกนี้แท้จริงมีค่ายกลใหญ่กำลังทำงาน ถ้าไม่สามารถทลายค่ายกลใหญ่ได้พวกเ้าไม่มีวันหาเจอว่าคลังสมบัติซ่อนอยู่ที่ไหน”
ถังเหมียวเหมี่ยวยินดีปรีดารีบเอ่ยขึ้น “ขอคุณชายรองฟางโปรดลงมือด้วย”
ฟางอวิ๋นกล่าวด้วยรอยยิ้ม“หากข้าทลายค่ายกลภาพลวงตาได้คลังสมบัติข้างในนีู้เาหลงโส่ว้าสามส่วนนี่คือราคาที่ตกลงไว้ก่อนหน้าเป็ที่เรียบร้อยแม่นางหวงฝู่คงไม่มีข้อคิดเห็นหรอกกระมัง”
หวงฝู่หลิงซีฝืนระงับโทสะมองถังเหมียวเหมี่ยวด้วยความเ็า “ก่อนหน้าข้าไม่รู้เื่นี้ดูเหมือนว่าเพื่อให้ชนะข้าในครานี้คุณหนูใหญ่แห่งสกุลถังคงต้องใช้หัวคิดจนสุดความสามารถแล้วจริงๆ”
ถังเหมียวเหมี่ยวทำหน้าภาคภูมิใจเอ่ยด้วยรอยยิ้มระรื่น “น้องหลิงซีเ้าอายุยังน้อย นานทีจะแพ้ให้พี่สักครั้งก็คงไม่ขายขี้หน้าหรอก”
เซียวอวี้ส่งสัญญาณด้วยสายตาบอกให้หวงฝู่หลิงซีไม่ต้องต่อล้อต่อเถียงกับถังเหมียวเหมี่ยวให้เปลืองน้ำลาย
หวงฝู่หลิงซีเกิดปัญญาใน่เวลาสำคัญเข้าใจความหมายของอีกฝ่ายได้ทันที นี่เซียวอวี้มั่นใจว่าฟางอวิ๋นจะทลายค่ายกลภาพลวงตาไม่ได้ถึงให้ตนเองอดทนรออย่าเพิ่งวู่วามไปก่อน
ฟางอวิ๋นปรายตามองเซียวอวี้ด้วยความดูแคลนเป็อย่างยิ่งถือเข็มทิศฮวงจุ้ยสีดำสนิทชิ้นหนึ่งไว้ในมือเดินเข้าไปในถ้ำยังมีองครักษ์จากูเาหลงโส่วหลายคนเดินตามกระชั้นชิดเขาอยู่เื้ั
สำหรับสถานการณ์ของูเาหลงโส่วหวงฝู่หลิงซีก็เล่าให้เซียวอวี้ฟังก่อนแล้วนี่เป็หนึ่งในตระกูลล่าสมบัติที่เก่งกาจที่สุดในทางใต้ของทวีปอวี้ซวี ไม่ว่าจะเป็วิชาฉีเหมินตุ้นจย่า[2] หรือว่าวิชาฮวงจุ้ยสำรวจดินแดน ล้วนแต่เชี่ยวชาญยิ่งนักเพราะพวกเขาถนัดในการล่าสมบัติ แม้กระทั่งสำนักทั่วไปยังให้เกียรติพวกเขาอยู่บ้าง
ฟางอวิ๋นก็คือลูกชายคนรองของฟางเนี่ยนเซิงประมุขตระกูลคนปัจจุบันของูเาหลงโส่วอีกทั้งฟางเซียงอวี่พี่ใหญ่ของฟางอวิ๋นก็เป็ลูกศิษย์ของสำนักกระบี่เสวียนหวงดังนั้นอิทธิพลของสกุลฟางในหลายปีมานี้นับวันยิ่งมากขึ้นเรื่อยๆ เื้ัภายในของตนเองก็ไม่ด้อยไปกว่าอาณาจักรเล็กๆทั่วไป
เซียวอวี้มองฟางอวิ๋นถือเข็มทิศฮวงจุ้ยเดินเข้าไปในถ้ำใบหน้าอดเผยรอยยิ้มประหลาดไม่ได้
ค่ายกลภาพลวงตานั่นจากที่เขาเห็นไม่ได้เลิศล้ำ แต่ด้วยระดับความเข้าใจที่ฟางอวิ๋นมีต่อค่ายกลนั่นไม่มีทางทำลายมันได้อย่างแน่นอนมิหนำซ้ำปรมาจารย์ฮวงจุ้ยที่แท้จริงจะใช้เข็มทิศฮวงจุ้ยได้อย่างไร
“หลิงซีที่แท้เ้าหนุ่มหน้ามนข้างกายเ้าคนนี้ก็คือบุตรชายของก้วนจวินโหวแห่งแผ่นดินต้าถังได้ยินว่า่นี้เป็ที่เฝ้าจับตามากที่สุดในเมืองเหลียงโจว” ถังเหมียวเหมี่ยวเอ่ยด้วยรอยยิ้มหวานน่ารัก
เซียวอวี้และหวงฝู่หลิงซีล้วนแต่ทำหน้าเคร่งขรึม
หวงฝู่หลิงซีทำหน้าไม่สบอารมณ์ขมวดคิ้วมุ่นพูดขึ้น “ถังเหมียวเหมี่ยวพี่เซียวเป็สหายของข้า ทำไมท่านถึงถือดีตรวจสอบฐานะของเขาโดยพลการ”
“น้องหลิงซีอย่าโกรธไปสินี่ข้าหวังดีกับเ้าหรอกนะ หากให้คุณชายจั่วรู้ว่าเ้ากับชายแปลกหน้าเที่ยวไปไหนมาไหนด้วยกันเกรงว่าเขาจะหึงหวงเอาได้” ถังเหมียวเหมี่ยวคลี่ยิ้มพิมพ์ใจแล้วกล่าว
หวงฝู่หลิงซีเอ่ยด้วยน้ำเสียงเยียบเย็น“เื่ของข้าข้าจะจัดการเองไม่ลำบากให้ท่านต้องเปลืองสมองหรอก”
ถังเหมี่ยวเหมี่ยวหัวเราะเยาะทีหนึ่งสายตาทอดมองไปยังถ้ำูเาที่ลึกและเงียบสงัด แสร้งทอดถอนใจเอ่ยว่า “น่าเสียดายจัง น้องหลิงซีทำอะไรราบรื่นมาโดยตลอดคุณงามความดีในคราวนี้กลับถูกข้าชิงตัดหน้าเสียแล้ว”
ตูม!
นางยังพูดไม่ทันขาดคำจู่ๆ ยอดเขาที่ห่างไปอีกหลายสิบจั้งเกิดสั่นะเือย่างรุนแรงหินูเานับไม่ถ้วนกลิ้งตกลงมาจากบนยอดเขา ราวกับทั้งขุนเขาจะถล่มทลายลงมา
“คุณหนูระวัง!”
ชายชราในชุดสีเทาใปล่อยปราณแท้ออกมาจากภายในร่าง ก่อตัวเป็เกราะปราณทรงกลมปกป้องผู้คนเอาไว้
ถังเหมียวเหมี่ยวหน้าถอดสีทันทียอดฝีมือข้างกายนางต่างใช้ปราณแท้ก่อตัวเป็เกราะปราณคุ้มครองนางเอาไว้ด้วยเช่นกันส่วนฟางอวิ๋นที่อยู่ภายในถ้ำูเาวิ่งออกมาพร้อมกับคราบเืเปรอะเต็มไปทั่วใบหน้าสีหน้าน่าสังเวช
“พี่ฟางเป็อย่างไร” ถังเหมียวเหมี่ยวถามด้วยความร้อนใจ
ฟางอวิ๋นใบหน้าซีดขาวราวกระดาษกำลังจะปริปากพูด เข็มทิศฮวงจุ้ยในมือพลันตกลงพื้นแตกละเอียดร่างของเขาเองก็โยกโงนเงน กระอักเืออกมาจากปาก
“คุณชายรอง!”
“คุณชายรอง!”
องครักษ์จากูเาหลงโส่วรีบเข้าประคองเขาไว้
ฟางอวิ๋นสีหน้าตื่นตระหนกระคนกระอักกระอ่วนในเวลาเดียวกันเหลียวมองด้านหลังด้วยความอกสั่นขวัญแขวนแล้วกล่าวว่า “ค่ายกลภาพลวงตานี้แข็งแกร่งยิ่งนักพลังของข้าไม่สามารถทำลายมันจำเป็ต้องเชิญผู้าุโจากูเาหลงโส่วของข้าถึงจะสามารถทำลายมันได้”
สีหน้าถังเหมียวเหมี่ยวฉายความอับอายระคนขุ่นเคืองขึ้นทันควันตอนแรกคิดว่าจะสามารถสร้างความอัปยศให้หวงฝู่หลิงซีผ่านฟางอวิ๋นได้ คิดไม่ถึงว่าฟางอวิ๋นผู้นี้จะมีฝีมือแค่ระดับเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อจริงๆ แล้วไม่มีความสามารถพอจะทำลายค่ายกลภาพลวงตาได้เลยด้วยซ้ำ
[1] ตามตำราอี้จิง จำนวนฟ้าดินจะมี 55 โดยแบ่งเป็จำนวนฟ้า มี 25 จำนวนดินมี 30 ซึ่งจำนวนฟ้า จะนำหยางมาคำนวณซึ่งเป็เลขคี่13 5 7 9 = 25 ส่วนจำนวนดิน จะใช้เลขหยินซึ่งเป็เลขคู่มาคิดรวมกัน 24 6 8 10 = 30
[2] เป็หนึ่งในวิชาพยากรณ์ของจีนในยุคโบราณเป็มรดกทางวัฒนธรรมของคนจีนยุคโบราณในระหว่างต่อสู้กับธรรมชาติผ่านการสังเกตเป็ระยะเวลายาวนาน ทดสอบซ้ำครั้งแล้วครั้งเล่าจนเกิดออกมาเป็ข้อสรุป