เย่จื่อเฟิงยังคงใจเย็น เขาแตะหมวกฟางของตนออกแล้วหัวเราะเบาๆ "ข้าไม่เคยพบแม่นางคนนี้มาก่อน ส่วนเรื่องที่ข้ามาซื้อเตาหลอมยานั้น ข้าไม่มีเหตุผลใดที่จะต้องบอกกับแม่นาง”
เขาไม่รู้ว่าปิงเชี่ยนมีเบื้องหลังอะไร เขารู้แค่ว่านางเป็นคนจากเมืองเหลยโจว เขาจึงต้องระมัดระวังเมื่ออยู่ใกล้ๆ นาง
ปิงเชี่ยนอึ้งไปครู่หนึ่งแล้วเริ่มหัวเราะออกมา
เมื่อคนอื่นๆ พบนางเป็นครั้งแรก คนพวกนั้นต่างก็หยุดนิ่งแล้วจับจ้องมาที่รูปโฉมอันงดงามอยู่ครู่ใหญ่ แต่ว่าชายผู้สวมหมวกฟางนี้กลับไม่มีท่าทีแบบนั้นเลยแม้แต่น้อย ตอนที่เขากล่าวก็ดูไม่มีปฏิกิริยาเลยกระนั้น
สําหรับนางมีเพียงสองเหตุผลสําหรับสิ่งที่เกิดขึ้นครั้งนี้ ประการแรกชายผู้นี้เคยเห็นนางมาก่อน ประการที่สองชายผู้นี้ไม่ได้สนใจในอิสตรี จากที่ปิงเชี่ยนคิดอาการแรกดูน่าจะเป็นไปได้มากที่สุด ที่เขาปฏิเสธว่าไม่เคยพบนางมาก่อน นั้นแสดงว่าชายผู้นี้กําลังโกหกอย่างแน่นอน!
ในเมื่อชายผู้นี้ไม่อยากเปิดเผยตัวจริงและมีท่าทีลับๆ ล่อๆ ปิงเชี่ยนจึงมีความรู้สึกอยากรู้อยากเห็นมากกว่าเดิม นางอยากจะบังคับให้เขาเปิดเผยตัวออกมา
"เถ้าแก่ เขาซื้อเตาหลอมยาเท่าไหร่? ข้าจะให้เป็นสองเท่า” ปิงเชี่ยนสงบใจแล้วคิดอยู่ครู่หนึ่ง ไม่ว่ายังไงครั้งนี้นางต้องเอาเตาหลอมยากลับไปให้ได้
นางรู้ดีว่าเถ้าแก่เป็นคนโลภมาก จึงพยายามล่อลวงด้วยเงิน
"สะ...สองเท่า? แม่นางปิงเชี่ยน แขกท่านนี้ซื้อด้วยราคา 350 เหรียญทองแล้ว หากท่านจะเพิ่มเงินเป็นสองเท่า...งั้นมันก็เจ็ดร้อยเหรียญทอง”
จิตวิญญาณพ่อค้าของเถ้าแก่ ไม่อาจเอาชนะอำนาจของเงินก้อนโตจำนวน 700 เหรียญทองได้... เงินจํานวนนั้นเทียบได้กับกําไรของทั้งร้านหนึ่งวันเลยทีเดียว!
"ว่าไงนะ? เจ้าใช้ 350 เหรียญทอง...”
ปิงเชี่ยนเบิกตากว้างจ้องไปที่เย่จื่อเฟิง นางคิดว่าอย่างมากชายผู้นี้คงจะใช้เงิน 200 เหรียญทอง ใครจะไปคิดว่าชายผู้นี้จะรวยขนาดนี้
เย่จื่อเฟิงยิ้ม
"ตอนนี้เจ้าจะทําอย่างไรล่ะ? จะใช้ 700 เหรียญทองเพื่อซื้อเตาหลอมยาระดับธรรมดาที่ราคาไม่ถึง 50 เหรียญทองรึเปล่า?”
"เจ้ารู้ว่ามันมีค่าไม่ถึง 50 เหรียญทอง แต่ก็ยังใช้เงิน 350 เหรียญทองซื้อมันเนี่ยนะ?”
ปิงเชี่ยนรู้สึกงุนงง
เย่จื่อเฟิงยิ้ม
"อย่าห่วงไปเลย”
เย่จื่อเฟิงต้องซื้อเตาใบนี้มาให้ได้ไม่ว่ามันจะแพงแค่ไหน เขาไม่สนเรื่องราคาแม้แต่น้อย สิ่งที่เขาต้องการคือมีเงินเหลือพอที่จะซื้อสมุนไพรบ้างเท่านั้น
"ข้า...” จริงๆ แล้วมันไม่ใช่เรื่องยากเย็นสําหรับปิงเชี่ยนที่จะจ่าย700 เหรียญทอง แต่มันไม่มีประโยชน์แม้แต่น้อย นางไม่ต้องการโต้เถียงกับเย่จื่อเฟิง ยังไงซะพวกเขาก็ไม่ได้เป็นศัตรูอะไรกัน
"เถ้าแก่ เตาหลอมชุดต่อไปจะมาถึงเมื่อไหร่” แววตาของปิงเชี่ยนมีประกายแห่งความหวัง
เถ้าแก่คิดเกี่ยวกับเรื่องนั้นแล้วถอนหายใจออกมา "เฮ้ออออ... ไม่มีผู้ใดซื้อเตาหลอมยาในเมืองเหลยโจวจริงๆ จังๆ ก็เลยไม่ค่อยมีของเข้ามามากนัก น่าจะประมาณหนึ่งหรือสองเดือนกว่าของชุดใหม่จะมาถึงที่นี่”
สีหน้าของปิงเชี่ยนเศร้าหมองหดหู่ลงทันที นางกล่าวว่า "นานเกินไปแล้ว...ข้าต้องทํายานี้ภายในสิบวัน มิเช่นนั้น ตระกูลข้าจะต้องเสียส่วนแบ่งทางการค้ามหาศาล”
ใบหน้าของนางเต็มไปด้วยความผิดหวัง จนทําให้คนอื่นรู้สึกเห็นใจมาก ในเวลาเดียวกัน นางก็ส่งสายตาอ้อนวอนมาที่เย่จื่อเฟิง
เย่จื่อเฟิงแสร้งทําเป็นไม่เห็นนางแล้วเดินเข้าไปหาเถ้าแก่เพื่อจ่ายเงินค่าเตาหลอมยา เขาไม่ได้สนใจหน้าตาน่าสงสารของปิงเชี่ยนเลยแม้แต่น้อย
"นี่....! เหตุใดเจ้าถึงไม่มีปฏิกิริยาอะไรหลังจากเห็นหน้าตาน่าสงสารของข้า? นี่... ได้ยินที่ข้ากล่าวหรือไม่?”
"ขอโทษนะ ข้าไม่ได้ชื่อ ‘นี่’ ... เช่นนั้นเถ้าแก่เจ้าช่วยเปิดเตาให้ข้าดูหน่อยได้หรือไม่? ข้าอยากเห็นด้านใน....”
ปิงเชี่ยนสูดลมหายใจเข้าลึกๆ นางทําตัวให้ดูสง่างามและอ่อนโยนยิ่งขึ้น นางใช้น้ำเสียงที่อ่อนหวานน่าหลงใหลกล่าวกับเย่จื่อเฟิง
"เช่นนั้น.....คุณชายท่านนี้”
"ข้าเป็นแค่คนเร่ร่อนพเนจรไร้หัวนอนปลายเท้า หาใช่คุณชายตระกูลใหญ่โต เถ้าแก่ช่วยข้าลบลวดลายตรงนี้ออกที...”
เย่จื่อเฟิงชี้ไปที่ด้านในของเตาหลอมยา
ปิงเชี่ยนกล้ำกลืนความโกรธของตนแล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลลง
"คนเร่ร่อนพเนจร...พี่ชาย น้องสาวผู้นี้มีเรื่องจะขอร้อง”
ด้วยสถานะและความงดงามของนาง นี่เป็นครั้งแรกที่นางรับมือคนลําบากขนาดนี้
"ถ้าเป็นเรื่องเตาหลอมยาล่ะก็ เจ้าไม่ต้องกล่าวเลย ข้าไม่ยกมันให้เจ้าหรอก”
เย่จื่อเฟิงกล่าวดักคอนาง เขาคือนักปรุงยาผู้ปราดเปรื่องในชีวิตของเขา เขาไม่เจอหน้าอิสตรีมากกว่าไม่เห็นเตาหลอมยา กล่าวอีกอย่างคือ เขาสามารถมีชีวิตอยู่โดยปราศจากอิสตรีได้ แต่มีชีวิตอยู่ไม่ได้หากขาดเตาหลอมยา ในเมื่อเย่เฉินทําลายเตาของเย่จื่อเฟิง เขารู้สึกโกรธมาก อีกไม่นานจื่อฟงจะต้องเอาความแค้นนี้ไปลงที่ฮุ่ยฉี
"เจ้า!”
ปิงเชี่ยนอุตส่าห์ทําตัวน่ารักน่าเอ็นดู แต่เย่จื่อเฟิงกลับไม่สนใจ นางจึงรู้สึกโกรธมาก
เมื่อเห็นสิ่งที่เย่จื่อเฟิงทํา เถ้าแก่ก็กระแอมไอ
"ท่านแขกผู้มีเกียรติ ท่านอาจไม่รู้เรื่องนี้ แต่ปิงเชี่ยนคนนี้คือนักปรุงยาระดับแรกเริ่มที่เก่งที่สุดในเมืองเหลยโจวหากท่านซื้อเตาหลอมยาวันนี้ แล้วต้องขอให้นางช่วยปรุงยาให้ในอนาคต ก็อย่าหาว่าข้าไม่เตือน”
นอกจากเรื่องที่เป็นคนละโมบแล้ว เถ้าแก่นั้นถือเป็นคนดีทีเดียว เขาแนะนําเย่จื่อเฟิงด้วยความหวังดี
"อา! ใช่แล้ว”
เมื่อได้ยินคํากล่าวของเถ้าแก่ นางก็รู้สึกได้ถึงเกียรติยศศักดิ์ศรีของตนอีกครั้งหนึ่ง นางเชิดหน้าขึ้นแล้วกล่าวอย่างอ่อนโยนว่า
"เจ้าได้ยินหรือไม่? ข้าคือนักปรุงยาที่เก่งที่สุดในเมืองเหลยโจว หากเจ้ากําลังมองหานักปรุงยาเพื่อทํายาให้ ก็อย่ามาขอให้ข้าปรุงยาให้ละกัน ในภายภาคหน้า เมื่อไหร่ที่ข้าเห็นเตานั่น ข้าจะจากไปโดยไม่สนใจ!”
เย่จื่อเฟิงพยักหน้าอย่างใจเย็น
"ไม่ต้องห่วง ข้าไม่มีทางขอให้เจ้าปรุงยาให้อย่างแน่นอน”
เถ้าแก่กับปิงเชี่ยนถึงกับไร้คำจะเอื้อนเอ่ย
อย่างแรกชายคนนี้ละลายเงิน 350 เหรียญทองเพื่อเตาหลอมยาระดับธรรมดา แล้วตอนนี้เขากลับทํากับนักปรุงยาระดับแรกเริ่มอย่างปิงเชี่ยนราวกับนางไม่มีอะไรเลย ชายผู้นี้เสียสติไปแล้วแน่ๆ เสียสติสมบูรณ์แบบ!
"เถ้าแก่ข้าตรวจสอบเตาหลอมยาแล้ว ถึงแม้มันจะมีรอยขีดข่วนอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาอะไร ตอนนี้ข้าจะจ่ายเงิน สามร้อยห้าสิบเหรียญทอง ไม่ขาดแม้แต่แดงเดียว”
เย่จื่อเฟิงกล่าวอย่างสุภาพ
ก่อนหน้านี้ เขาใช้สมาธิตรวจสอบเตาหลอมยา 8 ส่วน และใช้สมาธิคุยกับปิงเชี่ยนและเถ้าแก่เพียง 2 ส่วนเท่านั้น เถ้าแก่ถึงกับอ้าปากเหวอแล้วพยักหน้า
ในเวลาเดียวกัน ปิงเชี่ยนรู้สึกเบื่อหน่ายเล็กน้อย แม้แต่ตอนที่นางยังเล็ก นางก็เป็นคนถือดีหยิ่งยโสเอาแต่ใจ ถูกทุกคนตามใจมาคอยประคบประหงม การฝึกยุทธ์ของนางนั้นก้าวถึงขั้นสูงสุดของระดับกำเนิดปราณ อีกทั้งนางยังเป็นนักปรุงยาที่เก่งที่สุดในเมืองเหลยโจว อาจารย์ของนางคือปีศาจเฒ่ามู่หยุนแห่งเมืองเทียนเต๋า นางมีพรสวรรค์ทั้งการฝึกยุทธ์และการปรุงยา ทั้งยังเป็นถึงสาวงามอันดับหนึ่งแห่งเมืองเหลยโจว
เทพธิดาในสายตาของคนธรรมดา แล้วเย่จื่อเฟิงทํากับนางอย่างนี้ได้อย่างไร
อย่างไรก็ตาม นางอดทนที่จะไม่ร่ำไห้ ดวงตาจึงชื้นแฉะเล็กน้อย
"พี่ชายพเนจร ข้าขอร้องล่ะ แม้ว่าเจ้าจะไม่อยากมอบเตาให้ข้า แต่พวกเราแบ่งกันใช้ได้ไหม? ตอนที่เจ้าพักผ่อน เจ้าก็ให้ข้าใช้ แบบนี้เป็นไง ข้ายังจะช่วยจ่ายให้อีก 200 เหรียญทอง”
เย่จื่อเฟิงส่ายหัว เขาไม่สนใจจะแบ่งเตาให้นางใช้ร่วมด้วย
อีกด้านหนึ่ง เถ้าแก่รู้สึกตกใจจนไม่อาจสรรหาคํากล่าวออกมาได้ ในหลายปีที่เขาได้ทําการซื้อขายกับปิงเชี่ยน นางมักทําตัวสูงส่งและดูเข้มแข็งมาก แต่ตอนนี้นางกลับกําลังขอร้องชายผู้นี้อยู่ แถมยังถูกปฏิเสธอีก!
ว่ากันว่ามีผู้คนมากมายใช้ทรัพย์สมบัติจํานวนมากและความสัมพันธ์ต่างๆ เพื่อให้ได้เข้าใกล้ปิงเชี่ยน จะได้เรียนรู้เคล็ดลับในการปรุงยา แต่พวกนั้นล้วนถูกปฏิเสธจนหมด ตอนนี้ตัวปิงเชี่ยนเคยบอกว่านางจะปรุงยาให้คนคนหนึ่ง แต่นางกลับถูกปฏิเสธอย่างไม่คาดคิด!
"งั้นเอาเป็นข้าให้เจ้า 300 เหรียญทอง....” เย่จื่อเฟิงยังคงมีสีหน้าเฉยเมย ในสายตาของเขาสาวงามดูไม่ต่างจากท่อนไม้
"สามร้อยห้าสิบเหรียญทอง ตกลงไหม” ปิงเชี่ยนกะพริบตาปริบๆ แล้วยิ้มอย่างหมดหนทาง นี่คือที่พึ่งสุดท้ายของนาง นางรู้สึกว่าตนเองโชคร้ายมากๆ เมื่อนางต้องการซื้อเตาหลอมยาใบใหม่ นางกลับได้เจอคนบ้าอย่างเย่จื่อเฟิง
เย่จื่อเฟิงส่ายหัวแล้วมองไปที่นางอย่างเย็นชา
"นี่ไม่เกี่ยวกับเรื่องเงิน ข้าไม่ชอบให้ใครอยู่ใกล้ๆ เวลาข้าปรุงยา”
เมื่อได้ยินเรื่องนี้ ปิงเชี่ยนรู้สึกตกใจมาก น้ำตาไหลรินออกมาโดยไม่สามารถควบคุมได้ นางไม่สามารถฝืนทนได้อีกต่อไป และร่ำไห้ออกมา
ร่ำไห้? นักปรุงยาอันดับหนึ่งของเมืองเหลยโจวปิงเชี่ยนกําลังร่ำไห้จริงๆ!?
เย่จื่อเฟิงไม่ถูกกับน้ำตาของอิสตรี โดยเฉพาะกับสาวงามอย่างปิงเชี่ยน เขาหันกลับไปมองเถ้าแก่แล้วถามวิธีปลอบนาง แต่สิ่งที่ได้กลับมาก็คือสายตาที่มองมาราวกับจะบอกว่า ‘น้องชาย เจ้าทําบ้าอะไรลงไป หันกลับไปเร็วเข้า! ในเมืองเหลยโจวมีคนไม่มากที่ทําให้นางโกรธได้ สําหรับคนที่ทําให้นางร่ำไห้ นั้นหายากพอๆ กับขนของวิหคเพลิงหรือเขาของอสูรในตำนาน!’
เขาอยากจะรีบๆ ออกไปหลังจากซื้อเตาหลอมยา แต่ปิงเชี่ยนกลับเดินตามเขาไปรอบๆ ร้านขายโอสถทั้งๆ ที่กําลังร่ำไห้อยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าเย่จื่อเฟิงไปไหน นางก็ยังคงเดินตามเขาทั้งๆ ที่ร่ำไห้
เย่จื่อเฟิงทําได้เพียงหัวเราะอย่างขมขื่น การไล่อิสตรีที่ตามหลังเขาอยู่นั้นยากกว่าการกําจัดคนที่แอบตามหลังเขาเสียอีก หากนางยังคงตามเขาอยู่อย่างนี้ เขาก็คงไม่มีเวลามาปรุงยา
ในที่สุดเย่จื่อเฟิงก็กัดฟันกล่าวว่า
"ก็ได้...หยุดร้องได้แล้ว ข้าให้สัญญา เจ้าสามารถปรุงยากับข้าได้”
ปิงเชี่ยนก็หยุดร้องแล้วกลืนน้ำลายในที่สุด นางมองมาที่เขาด้วยดวงตาแดงก่ำ
"จริงเหรอ? เจ้าไม่ได้โกหกข้าใช่ไหม?”
"ข้าไม่เคยโกหกอิสตรี” เย่จื่อเฟิงมองไปที่นางอย่างซื่อตรง ในใจของเขา รู้สึกเสียใจที่ต้องให้สัญญากับคนที่เขาไม่รู้ตื้นลึกหนาบาง
สุดท้ายแล้ว เหตุผลที่ทําให้เขาเลือกทําแบบนี้เป็นเพราะเขาไม่ถูกกับอิสตรี เหมือนกับชาติก่อนของเขา...
ปิงเชี่ยนดูมีความสุขพร้อมกับยิ้มออกมา
"ตกลง ใครจะคิดละว่าคนอย่างเจ้า จะใจดีขนาดนี้!”
เย่จื่อเฟิงเดินกลับไปหาเถ้าแก่ในที่สุด
"เถ้าแก่ ข้าจะจ่ายเงิน” เถ้าแก่ยิ้ม
"ขอรับ ข้าจะไปนับเงิน”
ปิงเชี่ยนดึงแขนเสื้อของเย่จื่อเฟิงขึ้นมาปาดน้ำตา
"ไม่ถูกต้องนะ ในเมื่อพวกเราจะปรุงยาด้วยกัน ข้าก็ควรจะจ่ายครึ่งหนึ่ง”
"ไม่จําเป็น ข้าจําเป็นต้องให้เจ้ารู้ว่าเจ้าเป็นหนี้ข้า ข้ามีสามเงื่อนไขซึ่งเอาไว้ข้าจะบอกเจ้าทีหลัง”
เย่จื่อเฟิงส่ายหัว
เย่จื่อเฟิงไม่ใช่คนที่คิดว่าผู้ชายเป็นใหญ่ เขาไม่ต้องการเงินของปิงเชี่ยน เขาแค่ต้องการให้นางให้ความร่วมมือกับเขาเท่านั้นเอง
"สามเงื่อนไข? เจ้าอยากให้ข้าทําอะไร?”
ปิงเชี่ยนเริ่มรู้สึกประหม่า นางนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ เมื่อนางเผชิญหน้ากับชายคนนี้ นางก็รู้สึกประหม่าและวิตกกังวล
จบตอน