ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนเป็สีส้มเข้มเมื่อ เฉินฟาน กลับมาถึงเขตหมู่บ้านของตระกูลเฉิน เขาใช้เส้นทางลับเลาะตามแนวป่าด้านหลังเพื่อหลีกเลี่ยงสายตาของผู้คน ถุงเก็บของที่หนักอึ้งไปด้วยแร่หยกปราณและแก่นอสูรถูกพันซ่อนไว้ใต้เสื้อคลุมอย่างมิดชิด
[ระบบตรวจจับรอบทิศทาง: ไม่พบภัยคุกคามในรัศมี 50 เมตร / สภาพแวดล้อมปลอดภัย]
เสียงของ XIAN ทำให้เขาวางใจได้ระดับหนึ่ง แต่สัญชาตญาณจากสองโลกกลับบอกให้เขาระวังตัวอยู่เสมอ
เมื่อเขาแอบกลับมาถึงเรือนพักเล็กๆ ของตน เสี่ยวหลาน ก็กำลังยืนรออยู่หน้าประตูด้วยสีหน้ากังวล เมื่อเห็นเขา เธอก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก
“นายน้อย! ท่านกลับมาแล้ว ข้านึกว่าเป็ห่วงแทบแย่”
“ข้าไม่เป็ไร” เฉินฟาน ตอบเสียงเบา “เสี่ยวหลาน ข้ามีเื่สำคัญอยากให้ช่วย เฝ้าหน้าประตูให้ข้าที อย่าให้ใครเข้ามารบกวนเด็ดขาด ไม่ว่ากรณีใดๆ”
เสี่ยวหลาน แม้จะสงสัยแต่ก็พยักหน้ารับคำอย่างหนักแน่น “เ้าค่ะนายน้อย ข้าจะยืนเฝ้าตรงนี้ไม่ไปไหน”
เฉินฟาน ยิ้มให้เธอเล็กน้อยก่อนจะรีบเข้าไปในห้องและปิดประตูลงทันที เขาวางถุงเก็บของลงบนโต๊ะทำงานเก่าๆ ของเขาอย่างระมัดระวัง
“เอาล่ะ...ได้เวลาเริ่มแล้ว”
เขานำแร่หยกปราณและแก่นอสูรธาตุดินออกมาวางเรียงกัน แสงเรืองรองจากแร่และพลังงานที่อัดแน่นในแก่นทำให้อุณหภูมิในห้องสูงขึ้นเล็กน้อย
“XIAN เริ่มกระบวนการออกแบบ ‘ปืนปราณ Mark II’ โดยใช้แก่นอสูรเป็แหล่งพลังงานหลักและใช้แร่หยกปราณเป็โครงสร้างและตัวนำพลังงาน”
[คำสั่งยืนยัน... กำลังสร้างแบบจำลองสามมิติ]
ทันใดนั้น ลำแสงสีฟ้าอ่อนก็ถูกฉายออกมาจากดวงตาขวาของเฉินฟาน ก่อเกิดเป็ภาพโฮโลแกรมของปืนพกสีดำทมิฬลอยอยู่กลางอากาศ มันมีดีไซน์ที่ล้ำยุคแต่ก็แฝงไปด้วยลวดลายโบราณที่ดูคล้ายอักขระผนึกพลัง โครงสร้างเพรียวบางกว่ารุ่นต้นแบบ แต่ลำกล้องกลับดูทรงพลังกว่าอย่างเห็นได้ชัด ้ามีช่องสำหรับบรรจุแก่นอสูรพอดี
[แบบจำลอง ‘ปืนปราณ Mark II’ เสร็จสมบูรณ์ / ประสิทธิภาพโดยประมาณ: เพิ่มพลังทำลายล้าง 350% / เพิ่มความเร็วในการยิง 200% / ลดการใช้พลังปราณจากผู้ใช้ลง 80% / สามารถปรับเปลี่ยนโหมดการยิงได้ 3 รูปแบบ: ะุเดี่ยว, ะุวิถีโค้ง, และลำแสงชาร์จ]
เฉินฟาน มองแบบแปลนด้วยแววตาเป็ประกาย “ยอดเยี่ยม...นี่สิถึงจะเรียกว่าอาวุธที่แท้จริง”
เขาไม่รอช้า เขาได้ดัดแปลงเตาหลอมเก่าๆ ในห้องเก็บของให้กลายเป็เตาหลอมพลังงานสูงชั่วคราว โดยการแกะสลักอักขระนำความร้อนที่เรียนรู้จากระบบ XIAN ไว้รอบๆ เขาโยนแร่หยกปราณเข้าไปหลอมละลายจนกลายเป็ของเหลวสีเขียวใส
หยาดเหงื่อเริ่มผุดขึ้นบนหน้าผากของ เฉินฟาน เขาใช้พลังปราณทั้งหมดควบคุมของเหลวร้อนระอุนั้นให้ไหลไปตามแบบพิมพ์ที่เตรียมไว้ มือของเขาเคลื่อนไหวอย่างแม่นยำและรวดเร็ว ราวกับศัลยแพทย์กำลังทำการผ่าตัดที่สำคัญที่สุดในชีวิต เขากำลังหลอม, แกะสลัก, และประกอบชิ้นส่วนแต่ละชิ้นเข้าด้วยกันด้วยสมาธิขั้นสูงสุด
เสียงโลหะกระทบกันดังเป็จังหวะ เสียงสกัดอักขระดังหวีดหวิว เวลาผ่านไปหลายชั่วยามจนราตรีกาลมาเยือน
ในที่สุดโครงสร้างหลักของปืนก็เสร็จสมบูรณ์ มันเย็นตัวลงกลายเป็โลหะสีดำด้านที่ดูดซับแสงรอบข้างจนน่าขนลุก
ขั้นตอนสุดท้าย...คือการติดตั้งแหล่งพลังงาน
เฉินฟาน หยิบแก่นปราณอสูรขึ้นมาอย่างแ่เบา เขาสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะบรรจุมันลงไปในช่องว่างบนตัวปืนอย่างช้าๆ
คลิก!
ทันทีที่แก่นปราณเข้าที่ อักขระทั้งหมดบนตัวปืนก็สว่างวาบขึ้นเป็สีทอง ก่อนที่แสงนั้นจะหรี่ลงและหายไป ทิ้งไว้เพียงปืนพกที่ดูธรรมดาแต่กลับแฝงไปด้วยพลังทำลายล้างอันน่าสะพรึงกลัว
[การเชื่อมต่อแหล่งพลังงานสำเร็จ / ปืนปราณ Mark II พร้อมใช้งาน]
เฉินฟาน ถือผลงานชิ้นเอกของเขาไว้ในมือ ความรู้สึกทรงพลังแผ่ซ่านจากด้ามปืนเข้าสู่ร่างกายของเขา มันพอดีมือและมีน้ำหนักที่สมดุลอย่างน่าเหลือเชื่อ
“สำเร็จ...” เขากระซิบกับตัวเองด้วยรอยยิ้มแห่งความภาคภูมิใจ
แต่แล้ว...
ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...
เสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นอย่างกะทันหันทำให้รอยยิ้มของเขาหายวับไป เขารีบซ่อนปืนปราณไว้ใต้เสื้อคลุมทันที
“นายน้อยเ้าคะ...นายท่าน...นายท่านเฉินเหยียนให้ข้ามาตามท่านไปพบที่ห้องโถงใหญ่เ้าค่ะ”
เป็เสียงของ เสี่ยวหลาน ที่สั่นเครือเล็กน้อย
เฉินฟาน ขมวดคิ้วแน่น “ท่านพ่อเรียกพบตอนดึกขนาดนี้? หรือว่า...”
[ตรวจพบความผิดปกติ: อัตราการเต้นของหัวใจผู้พูดสูงกว่าปกติ / มีร่องรอยของการข่มขู่]
ดวงตาของ เฉินฟาน พลันเย็นเยียบขึ้นมาทันที มีบางอย่างเกิดขึ้นในตระกูลขณะที่เขากำลังสร้างอาวุธชิ้นนี้อย่างแน่นอน