HACK ME! ศึกรักสังเวียนไซเบอร์ (มี Ebook)

    ตอนที่ 12 ฉันอยากถ่ายรูปให้นายน่ะ

    12 | ฉันอยากถ่ายรูปให้นายน่ะ               ผมเดินตามพนักงานต้อนรับสาวสวยเข้าไปด้านในอาคารซึ่งเป็นกระจกใสดูทันสมัยไฮโซ จนกระทั่งเข้าไปในห้องห้องหนึ่งซึ่งหน้าห้องมีป้ายโลหะสลักคำว่า Studio 1            “ถึงแล้วค่ะ แต่คุณซันทำงานอยู่ คุณจะรอในสตูดิโอหรือว่ารอที่ห้องรับรองดีคะ”                “เอ่อ...รอในสตูดิโอแล้วกันครับ ขอบคุณครับ”                ผมค้อมศีรษะเล็กน้อย พนักงานสาวก็ยิ้มแบบที่ผมรู้สึกว่ามีแววล้อเลียนนิด ๆ ให้ แล้วขอตัวกลับไป ผมก้าวเข้าไปในห้องพลางกวาดตามองรอบ ๆ อย่างตื่นตา  ก็เป็นครั้งแรกนี่ครับที่ได้เข้ามาในสตูดิโอมาตรฐานที่มีชื่อเสียงอันดับต้น ๆ ของประเทศแห่งนี้ ทั้งอุปกรณ์และเครื่องมือต่าง ๆ ก็ใหม่และทันสมัย พอประกอบกับช่างภาพร่างสูงเพรียวผมยาวมัดหางม้าท่าทางทะมัดทะแมงที่กำลังถ่ายรูปนางแบบฝรั่งผมบลอนด์ด้วยแล้ว ก็ยิ่งทำให้สตูดิโอแห่งนี้ดูดีมีระดับมาก ๆ                “อ้าว นายนักรบ มาแล้วเหรอ” แล้วคุณช่างภาพที่ผมเพิ่งพูดถึงเมื่อสักครู่ก็หันมาทักทาย “รอแป๊บนึงนะ ใกล้เสร็จแล้วละ”                ผมพยักหน้ายิ้ม ๆ แล้วหลบไปยืนมองอยู่มุมหนึ่ง คุณซันเธอเป็นช่างภาพหลักครับ เป็นคนกดชัตเตอร์และสั่งการช่างภาพรองกับเหล่าผู้ช่วย เธอถ่ายติดกันหลาย ๆ ช็อต แล้วจึงหันไปดูภาพที่ถ่ายได้จากจอคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กสักครั้งหนึ่ง ระหว่างนั้นผู้ช่วยก็มาซับหน้านางแบบ บริการน้ำดื่มกันไป                 จนกระทั่งคุณช่างภาพคนเก่งส่งกล้องให้ผู้ช่วยเป็นครั้งสุดท้ายอันเป็นความหมายว่าเลิกกองสำหรับวันนี้ เธอก็เดินตรงมาหาผมด้วยรอยยิ้ม                ครับ...อ่านไม่ผิดหรอก เธอยิ้มให้ผม!                “ขอโทษทีนะที่ให้รอนาน”                 โอ้โฮ...มีการขอโทษเสียงอ่อนเสียงหวานด้วยครับ เล่นเอาผมยืนอึ้งตอบไม่ถูกเลยทีเดียว วันก่อนยังโมโหผมเป็นฟืนเป็นไฟ ปิดประตูหนีบมือผมอีกต่างหาก ยังคิดเลยว่าชาตินี้มีหวังไม่ได้ญาติดีกันอีกแล้ว แต่จู่ ๆ เช้านี้เธอก็ให้ผู้ช่วยโทร. นัดผมมา เลยได้แต่งงว่าคุณเธอจะมาอารมณ์ไหนกันแน่                พวกผู้ช่วยและตากล้องคนอื่น ๆ แอบซุบซิบกันยกใหญ่ ส่งสายตาล้อเลียนไม่บันยะบันยัง ยังไม่นับรวมอีกสองสามคนที่พยายามชะเง้อมองจากกรอบหน้าต่างเล็ก ๆ ตรงประตูอีกนะ                “ไม่ต้องไปสนใจหรอก” คุณซันเธอบอกพลางยื่นขวดน้ำดื่มให้ผม “คือ...นอกจากพวกช่างภาพและผู้ช่วยแล้ว คนที่จะเข้ามาในสตูดิโอได้ก็มีแต่แขกวีไอพีน่ะ เพราะงานของลูกค้าบางทีก็เป็นความลับ และฉันก็...ไม่เคยเชิญใครเข้ามาเป็นการส่วนตัวเลยด้วย เจ้าพวกนี้เลยตื่นเต้นกันนิดหน่อย”                ผมได้แต่พยักหน้า ตอนนี้รู้สึกประหม่าจนบอกไม่ถูกเลยครับ ก็เพิ่งรู้ตัวว่าเป็นแขกคนสำคัญของคุณซัน                “เอ่อ...” ผมพยายามพูดเสียงปกติที่สุด “แล้วที่คุณชวนผมมาที่นี่วันนี้...”                “อ๋อ...” คุณตะวันวาดซับเหงื่อบนแก้มใสเบา ๆ ขณะตอบ “คือฉันอยากถ่ายรูปให้นายน่ะ”                “หา?”                คุณเธอกวาดตาไล่มองผมตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า “บอกให้แต่งตัวหล่อ ๆ มาก็ไม่เชื่อ แต่เท่านี้ก็โอเค ดูเป็นนายนักรบดี”                ผมก้มมองตาม เสื้อเชิ้ตแขนยาวพับแขนถึงข้อศอกลายสกอตสีเทาดำ กับกางเกงยีนตัวเก่ง “แหม...ถึงจะไม่หล่อเท่าบรรดานายแบบที่คุณเคยถ่ายรูป  แต่แต่งแบบนี้ก็เคยทำสาวกรี๊ดทั้งมหา’ลัยมาแล้วนะคุณ”                “ย่ะ! ไม่ค่อยเว่อร์เลยนะพ่อคนหล่อ” เธอค้อนยิ้ม ๆ แล้วก่อนที่ผมจะพูดอะไรต่อ คุณซันก็กวักมือเรียกผู้ช่วยสาวคนหนึ่งให้พาผมไปแต่งหน้าทำผม  ผมเลยต้องรีบเบรกไว้ก่อน                “เอ่อ...คุณซัน”                “หืม?”                “คุณจะถ่ายรูปผมจริงน่ะเหรอ”                “อ้าว...ก็จริงสิ ทำไมล่ะ นายก็มาถึงที่นี่แล้วจะเปลี่ยนใจหรือไง”                อะ เอ่อ เปลี่ยนใจอะไรล่ะ ก็ผมเพิ่งรู้ตัวว่าจะถูกถ่ายรูปก็เมื่อนาทีที่แล้วนี่เอง                “อย่ามาลีลาน่า ฉันน่ะตากล้องมือโปรระดับประเทศนะ ไม่ใช่จะมีคิวว่างง่าย ๆ”                แต่คนเขินกล้องอย่างผมก็ยังไม่มั่นใจ จึงเริ่มต่อรอง “เปลี่ยนเป็น...ถ่ายกับคุณได้ไหม”                “หา?”                “เรายังไม่เคยถ่ายรูปคู่กันเลยนะ”                ผมจ้องมองเข้าไปในดวงตาสวย ๆ ของเธออย่างมีความหมาย แต่ว่า...คนที่เขินน่ะ กลับกลายเป็นคุณผู้ช่วยที่ตบแป้งพั่บ ๆ เตรียมโบ๊ะหน้าให้ผมแทน                “อะ เอางั้นก็ได้”                แล้วสองนาทีหลังจากแต่งหน้าเสร็จ ผมกับคุณซันก็มายืนตัวตรงเคารพธงชาติอยู่หน้าฉากขาว ทำเอาช่างภาพหนุ่มผมยาวกุมขมับ“ไม่ได้ถ่ายบัตรประชาชนกันนะคร้าบ”“ก็...ก็มันไม่รู้จะทำท่าอะไรนี่” คุณเธอร้องเถียงกลับไป ผมเลยได้แต่หันมองคนข้าง ๆ อย่างนึกเอ็นดู เป็นช่างภาพมือโปรระดับประเทศที่คุมนางแบบนายแบบมานับร้อย  พอถูกถ่ายรูปบ้างกลับไม่รู้จะวางแขนวางขาตัวเองไว้ตรงไหนดังนั้นแล้ว... ผมก็เลย โอบบ่าซะ!“ดีครับ ดี” ช่างภาพหนุ่มบอกมา ดวงตาประกบอยู่กับช่องมองภาพ เหล่าช่างไฟและผู้ช่วยทั้งหลายที่เพิ่งเลิกงานแต่ยังไม่ยอมกลับบ้าน จับกลุ่มตั้งป้อมกรี๊ดกร๊าดเชียร์กันใหญ่“ต่อมาขอจับมือกันหน่อยนะครับ จับมือเหมือนเดินเล่น” คุณช่างภาพเขาบอกมา ผมเปล่าตั้งใจแต๊ะอั๋งคุณซันนะ “ดีครับดี จับมือกันแล้ว พอผมนับหนึ่ง สอง สาม ก็เดินเข้ามาหากล้องช้า ๆ นะครับ  เอ้า หนึ่ง สอง สาม” แล้วผมก็จับมือคุณซันเดินช้า ๆ ตามคำสั่งเป๊ะ ๆ เป็นนายแบบมันก็ดีเหมือนกันแฮะแต่คุณตากล้องไม่ยักกะพอใจ เกาหัวแกรก ๆ“คุณผู้ชายน่ะดีแล้วครับ ดูเหมือนคู่รัก บุคลิกก็ดูดี แววตาก็ได้ เป็นธรรมชาติดีมาก แต่พี่ซันเนี่ย เกร็งจังล่ะพี่ ก้มหน้าอยู่นั่นแหละ เงยหน้ามองคุณผู้ชายเขาหน่อยสิพี่”“นี่! แกวิจารณ์ฉันเหรอฮะ”“อ้าว...ผมพูดจริง ถ้าไม่เชื่อพี่ก็มาดูรูปที่คอมสิ แล้วจะรู้ว่าเกร๊งเกร็งขนาดไหน  เอ.. ว่าแต่ เกร็งหรือเขินนะเนี่ย”เท่านั้นแหละครับ กองเชียร์ก็ส่งเสียงกิ๊วก๊าวกันใหญ่ คุณนางแบบเธอหน้าหงิก ไม่ดูจอคอมหรืออะไรทั้งนั้น  สะบัดหน้าเดินลิ่ว ๆ ออกจากห้องสตูดิโอทันที “ไม่ถ่งไม่ถ่ายมันแล้ว!”ทำโมโหกลบเกลื่อนตลอดละครับ คนนี้น่ะ คุณตะวันวาดลงทุนเสิร์ฟกาแฟพร้อมคุกกี้ช็อกโกแลตชิพให้ผมด้วยตัวเองที่มุมโซฟารับรองใกล้กับห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า ผมมองเธอจิบโกโก้ร้อน พลันขบวนคำถามก็เคลื่อนตามกันมาในใจ ทำไมวันนี้เธอดีกับผมจัง อย่างตอนที่ผมถือวิสาสะโอบบ่าเธอเนี่ย นึกว่าจะโดนเฉ่งเข่งใหญ่ซะแล้ว แต่ก็ไม่ยักกะมีอะไรแฮะ...แปลกและที่จู่ ๆ ก็อยากถ่ายรูปให้ผมนี่ มีอะไรหรือเปล่า“ไม่ดื่มเหรอ เดี๋ยวเย็นหมดหรอก” เธอทักมาเมื่อเห็นผมนิ่งอยู่ แล้วผมก็พบว่าฝีมือชงกาแฟของคุณซันถือว่าไม่เลวทีเดียว อืม...อยากมีเธอมาคอยชงให้ทุกเช้าจัง“เอ้อ... คุณซัน/ นายนักรบ”บังเอิญว่าเราสองคนพูดขึ้นมาพร้อมกันน่ะครับ“คุณพูดก่อนสิ/นายพูดก่อนสิ” นั่นแน่ะ ก็ยังใจตรงกัน พูดพร้อมกันอีกคุณซันทำท่ารูดซิปปากแล้วเชิญผมพูดก่อน น่ารักจังครับ“คือ วันศุกร์หน้าคุณว่างไหม ที่โรงเรียนหนูเกลมีงานครบรอบสถาปนาน่ะ หนูเกลมีการแสดงด้วยนะ ใส่ชุดเจ้าหญิงน้อย เต้นกับเพื่อน ๆ ในชั้น คุณสนใจไปด้วยกันไหม  หนูเกลต้องดีใจมากแน่ ๆ ถ้ารู้ว่าคุณไป” คุณช่างภาพใหญ่ตื่นเต้นไม่น้อย ดวงตาเธอเป็นประกายเพราะอันที่จริงหนูเกลก็เป็นหลานรักของเธอเช่นกัน “ก็อยากไปนะ แต่ขอฉันเคลียร์ตารางงานก่อนนะ”“ตกลงครับ” ผมซ่อนความดีใจไว้แทบไม่มิด นึกภาพเราสามคนพ่อแม่ลูกแล้ว อืม...มีความสุข  “เอ้อ ว่าแต่เมื่อกี้คุณจะพูดอะไรเหรอ”คุณซันวางแก้วโกโก้ลง “เอ้อ ฉัน ฉันลืมไปแล้วละ”“อ้าวเหรอ ผมขอโทษที”“เปล่า ไม่มีอะไรสำคัญหรอก”ผมพยักหน้าทีหนึ่ง แล้วคุณซันก็หยิบแก้วโกโก้ที่เพิ่งวางลงเมื่อครู่ขึ้นมาจิบอีกครั้ง“นาย เอ่อ รู้จักคอนโดที่ชื่อ The Grand ไหม”ผมชะงักมือที่กำลังจะส่งคุกกี้เข้าปาก รู้จักสิ ก็นั่นน่ะฐานลับของ CZiS ที่ผมเพิ่งบุกเข้าไปเมื่อคืนก่อนเองว่าแต่ คุณซันถามทำไมนะ หรือว่าจะซื้อห้อง“รู้จักครับ”“เหรอ เอ่อ...” แล้วหญิงสาวตรงหน้าผมก็ยืดตัวขึ้น ท่าทางอึดอัดพิกล “แล้ว...นายเคยเข้าไปข้างในไหม”“ก็เคยนะ เคยเข้าไปครั้งหนึ่ง ข้างในสวยมากนะคุณ ตกแต่งหรูทีเดียว คนที่อยู่คงมีแต่พวกเศรษฐี”“เอ้อ ใช่ ๆ สวยจริงด้วยละ”“คุณก็เคยเข้าไปข้างในเหรอ  หรือว่าคุณมีห้องอยู่ในคอนโดนั้นด้วย”“เอ๊ย...ไม่มี” คุณซันโบกมือปฏิเสธ “ฉันแค่เคยเห็นในเว็บเพจน่ะ สวยดีนะ”“ครับ”“ว่าแต่ นายมีเพื่อนอยู่ที่นั่นเหรอ ถึงได้เข้าไปในคอนโดนั่นน่ะ”เพื่อนเหรอ? หึ ศัตรูต่างหากล่ะครับคุณซัน“ก็...ไม่เชิงครับ ว่าแต่...คุณซันถามถึงคอนโด มีอะไรหรือเปล่า”“เปล๊า...เปล่าเลย ฉันก็แค่ถามดูน่ะ เห็นนายเข้าไปตอนดึก ๆ เลย เอ่อ...”“หืม เห็นผมวันไหนเหรอครับ” ผมถามแล้วก็ส่งคุกกี้เข้าปากเหมือนไม่ได้สนใจคำตอบสักเท่าไร แต่แท้จริงแล้วประสาทสัมผัสทุกส่วนกำลังตื่นตัวเต็มที่ทีเดียวละ“ก็...เมื่อคืนวานน่ะ”“อ๋อ นึกออกแล้ว แล้วคุณเห็นผมได้ยังไงล่ะครับเนี่ย หรือว่าคุณก็อยู่ที่นั่นด้วย”“เปล่า ไม่ได้อยู่  บอกแล้วไงว่าไม่ได้อยู่”  คุณซันจิบโกโก้อีกครั้ง “ฉัน...บังเอิญขับรถผ่านน่ะ  เห็นนายเดินเข้าไปในคอนโดและตอนนั้นมันก็ดึกแล้ว เลยสงสัยว่านายมีห้องในนั้นด้วยเหรอ หรือเข้าไปทำอะไร”“อ๋อ อย่างนี้นี่เอง” ผมเอนหลังพิงพนัก แสดงท่าทางผ่อนคลายเพื่อให้คู่สนทนาคนสวยลดความเกร็งลงไปด้วย  “คืนนั้นผมไปส่งขนมน่ะ”“เอ๋ ส่งขนม?”“ครับ มีลูกค้าโทร. มาสั่ง”“สี่ทุ่มเนี่ยนะ” “ใช่ เขาสั่งเค้กมาเซอร์ไพรส์สามีน่ะ”“อ๋อ...” คุณเธอลากเสียงยาวเชียว“ทำไมเหรอครับ”“เปล่า ๆ ฉันก็แค่...หาเรื่องชวนนายคุยเฉย ๆ”ผมหรี่ตาคิดอะไรนิดหนึ่ง แต่ก็ยังคงยิ้มตอบไปเหมือนปกติ “บังเอิญจังเลยนะครับที่คุณผ่านมาเห็นผมเข้าพอดี   เพราะปกติแล้วผมเองก็ไม่ค่อยได้ผ่านไปแถวนั้นสักเท่าไร”“นั่นสิเนอะ บังเอิญจังเลย”  เธอหัวเราะเก้อ ๆ ผมจึงหัวเราะตามไปด้วย ส่งยิ้มให้อีกครั้งแม้ว่าในใจนั้นจะสั่นและร้อนรุ่มไปหมด เธอจะเห็นผมได้อย่างไรกัน และถึงเห็นผมจริง ก็ไม่ควรจะจำผมได้ เพราะวันนั้นผมปลอมตัว!ครับ ตอนนั้นผมกำลังรีบปฏิบัติภารกิจจึงไม่ได้เล่าให้ละเอียดว่า คืนก่อนตอนบุกฐานลับของ CZiS ผมสวมหมวกแก๊ป ติดหนวดเคราปลอมจนรกครึ้ม แถมยังมีไฝดำนูนอีกเม็ดเป้งตรงกรามขวา เสื้อแจ็กเกตดำก็ทำให้ดูพองเหมือนตัวใหญ่ ดูยังไงก็ไม่เหมือนนายนักรบคนที่นั่งอยู่ตรงหน้าเธอนี่แน่นอนให้ตายเถอะ! ภาวนาขอให้คุณซันเข้าใจผิด มองเห็นใครก็ได้แถว ๆ นั้นเป็นผมไป อย่าให้เธอเข้าข่ายผู้ต้องสงสัยว่าเป็น CZiS เลย“ว่าแต่ นี่นายยังใส่นาฬิกาเรือนนี้อยู่อีกเหรอ”เธอมองมาที่นาฬิกาเรือนสวยบนข้อมือผม  “ก็ใส่ทุกทีที่คิดถึงคนให้อ่ะคุณ”“งั้นก็คงใส่ติดตัวตลอดเวลาเลยน่ะสิ”“พูดอย่างนี้แปลว่า คุณอยากให้ผมคิดถึงตลอดเวลาใช่ไหม”“จะบ้าเหรอ ฉันก็แค่...”“ก็แค่อะไรครับ”“ก็แค่...เอ่อ”“ก็แค่?”“ก็แค่เปรยขึ้นมาเล่น ๆ น่ะ เข้าใจไหม ที่ชาวบ้านเขาเรียกว่าชวนคุยไปเรื่อยเปื่อยน่ะ”“ว้า ดีใจเก้ออีกแล้วเรา ความจริงผมก็ไม่ค่อยได้ใส่หรอกครับ เป็นเชฟเบเกอรี ถ้าใส่นาฬิกาทำขนมมันก็แปลกสิ ตั้งไว้เป็นกำลังใจเฉย ๆ แหละ”“เอ้อ จริงด้วยสินะ” คุณซันมีสีหน้าครุ่นคิด “นายเป็นเชฟเบเกอรีนี่นะ”ท่าทางเธอแปลกจริง ๆ ครับวันนี้ แต่แปลกยังไงก็ยังน่ารักอยู่ดี“ใช่ครับ ผมก็เป็นแค่พ่อค้าขายขนมธรรมดา ๆ เท่านั้นเอง” ****************************************************************ฝากผลงานจ้า...Messy Buddy คุณบัดเดอร์ใช่เธอหรือเปล่า?(พิมพ์โดย สนพ. กรู๊ฟ พับลิชชิ่ง)error loadedMessy Buddy คุณบัดเดอร์ใช่เธอหรือเปล่า?  #E-Bookพร้อมดาวน์โหลดใน MEB ค่ะ ขอหัวใจ 5 ดวงด้วยนะค้าาา#หนังสือเล่มสั่งซื้อได้ที่เพจเฟสบุ๊ก Groove Publishingหรือเพจแสนแก้ว ได้เลยค่ะ ยินดีพูดคุยและเซ็นให้ทุกเล่มค่ะ