หลังจากคนทั้งหมดกลับไปแล้วลายเสือกลับขึ้นไปบนห้องนอน ยังคงมึนงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นรวดเร็วราวกับมีพายุลูกใหญ่โหมกระหน่ำเข้ามาเพียงแค่ลมหายใจระยะสั้นหากแต่ความรุนแรงนั้นได้พัดพาเอาความคิดความรู้สึก ให้แตกซ่านจนปลิวว่อนไร้ทิศทาง
แต่งงานอย่างนั้นเหรอ...ชายหนุ่มทวนประโยคนั้นอยู่ในใจนับสิบรอบมันจะเป็นไปได้อย่างไร ก็ในเมื่อผู้หญิงแต่ละคนที่ผ่านเข้ามาในชีวิตเขาเองไม่เคยพลาดท่า ไม่เคยคิดจริงจังจริงใจกับใครเป็นตัวเป็นตน
ขนาดเมนี่หรือมานาลีซึ่งเป็นสาวลูกครึ่งไทย-อเมริกัน ที่ตามประกบเขาแจในขณะที่ยังคงศึกษาปริญญาเอกอยู่ที่อเมริกา เขายังไม่เคยติดบ่วงยอมให้เธอจับจนอยู่หมัด
แต่นี่โยธิกา...ยิ่งไม่อยู่ในสายตาเขาเลยด้วยซ้ำผู้หญิงที่พบเจอกันช่วงกลางคืน ที่ผ่านมาเขาก็เห็นว่าเธอเหล่านั้นมีเป้าหมายอยู่แค่การร่วมหลับนอนกับเขา ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลกลใดก็ตามแต่ละคนก็ไม่เคยรั้งตัวเขาไว้อยู่ อย่างดีก็อาจมีการนัดเจอกันนอกรอบคราวหลังเมื่อโหยหาในรสรักที่ต่างฝ่ายต่างปรนเปรอ
ความสวยของโยธิกาแม้จะดูดีเข้าขั้น แต่ตัวเขากลับรู้สึกนึกตะขิดตะขวงใจอยู่บ้างแต่ก็ไม่อาจบอกกับตัวเองได้ ว่าสิ่งนั้นคืออะไร
รูปร่างภายนอกก็อรชรอ้อนแอ้นทรวดทรงองค์เอวเหมือนนางแบบมืออาชีพ หน้าตาแม้จะไม่ใช่คนสวยจัดแต่โดยรวมแล้วทั้งตา จมูก ปาก ต่างเข้ารูปเข้ารอย ชนิดที่ใครเห็นคงต้องเหลียวหลังหากแต่พอสังเกตสังกา กลับรู้สึกว่าใบหน้างามนั้น เหมือนประดิดประดอยขึ้นมาใหม่
สวยงามเหมือนดั่งดอกไม้พลาสติก
หากแต่เขาก็มองข้ามสิ่งตรงนั้นเมื่อความพึงใจในตัวโยธิกามีมากกว่านั้น เมื่อบทรักบทเสน่หาจบลงบนเตียงแม้จะไม่เจนจัดเร่าร้อน หากแต่กลับทำให้ลายเสือรู้สึกอิ่มเอมเปรมปรีด์เหมือนเวลาหิว แล้วมีอาหารรสเลิศโอชะ เสพรสเสพกลิ่นได้เติมเต็ม ในขณะที่ตักตวง
นึกแล้วก็ยังคงเสียดายหากนายบำเพ็ญไม่มาหาในช่วงเช้า ป่านนี้เขาคงยังคลุกวงในกับบทพิศวาสต่ออีกเป็นคำรบ
แถมยังต้องตื่นเช้าขึ้นเพื่อมารับรู้กับเรื่องที่ชวนหนักสมองถ้าเขาจะต้องถูกคนบังคับจับแต่งงานกับคนที่ไม่ได้รัก นอกจากเสียเชิงชายหมดคราบรูปคราบรอยความลื่นไหลแล้ว ชีวิตที่เคยใช้อย่างอิสระอาจจะกลายเป็นต้องอยู่ในกรงขัง
ไม่มีทางเด็ดขาด...เสือร้ายลายเจ้าชู้จะไม่ยอมให้ใครมาลบเหลี่ยม
ดังนั้นการผัดผ่อนขอใช้เวลาคิดน่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดยามนี้ ส่วนวิธีการแก้ไข มันน่าจะพอมีทางออกอยู่บ้างแต่ตอนนี้คิดยังไงก็ไม่ออก เมื่อดวงความคิดละลิ่วมาจนถึงทางตัน การทำใจให้สบายทำกายให้เป็นปรกติ น่าจะเข้าทางมากกว่า
สิ่งแรกที่ลายเสือคิดออกเมื่อล้มตัวลงนอนบนเตียงก็คือการหยิบโทรศัพท์ที่หัวเตียงมาต่อสายหาเพื่อนรักทั้งสองคน
แต่ยังไม่ทันกดโทรออก...เสียงเรียกเข้าก็ดังแทรกขึ้นเสียก่อน
‘เอ...ทำไมเป็นเบอร์ 02 วะ’
ชายหนุ่มกดรับพร้อมกรอกเสียง “ฮัลโหลขอสายใครครับ”
“ดาร์ลิงค์...นั่นดาร์ลิงค์ของเมนี่จริงๆด้วยเมนี่ก็นึกว่าจะโทรหาไทเกอร์ไม่ติดเสียอีก...ตอนนี้เมนี่ใจเสียมากเลย...ดาลิงค์มารับเมนี่ที่สนามบินหน่อยสิตอนนี้เมนี่มาถึงเมืองไทยแล้วนะ”
น้ำเสียงของมานาลีสั่นเล็กน้อยเมื่อพูดถึงอาการใจเสีย เพราะเมื่อครู่ที่ผ่านมา หญิงสาวที่มัวแต่ห่วงกระเป๋าล้อลากรวมถึงกระเป๋าเล็กกระเป๋าน้อยจนพะรุงพะรัง เกิดทำโทรศัพท์มือถือร่วงหล่นไปตอนไหนก็ไม่รู้พยายามค้นหาในกระเป๋าสะพายใบจิ๋วที่พกติดตัว แต่พอมาสำรวจกลับพบว่าท้ายกระเป๋าเหมือนมีรอยกรีด
อารามตกใจ จึงรีบค้นในกระเป๋าให้ควักแล้วก็แทบทรุดเข่าลงกับพื้น เมื่อเห็นว่ากระเป๋าสตางค์ก็หายไปด้วยโชคดีที่พาสปอร์ตกับวีซ่ายังอยู่ดี แต่ที่ทำให้มานาลีว้าวุ่นใจไม่น้อยก็คือเบอร์โทรศัพท์ของลายเสือที่เธอบันทึกไว้อันตรธานไปพร้อมกับตัวเครื่อง
แล้วเธอจะทำยังไงดีล่ะ...ที่เมืองไทยก็ไม่มีญาติอยู่ที่ไหนเพราะครอบครัวเธอทั้งแดดดี้ทั้งมัม ก็ย้ายไปอยู่ที่อเมริกากันหมดแล้วนี่เท่ากับว่าเธอนั้นหัวเดียวกระเทียมลีบ
แต่ระหว่างที่นั่งทบทวนว่าพอจะมีหนทางไหนที่ติดต่อกับลายเสือได้หญิงสาวก็ตั้งสติเพื่อจะไปแจ้งความกับตำรวจประจำสนามบินแต่เมื่อฉุกคิดขึ้นได้ว่าฝ่ายชายจดชื่อที่อยู่ พร้อมเบอร์โทรศัพท์ใส่กระดาษแผ่นหนึ่งไว้ให้เธอจึงคลี่กระดาษกางออก จึงพบว่ามีแผนที่บ้านของลายเสืออยู่แต่ครั้นจะนั่งรถไปหาถึงบ้านก็นึกหวาดหวั่น เพราะแค่เพิ่งมาถึงยังโดนมือดีกรีดกระเป๋าไปตอนไหนไม่รู้ขืนโบกรถรับจ้างไปเอง...เกิดไปไม่ถึงที่เป้าหมายล่ะ
แต่ถ้าโทรไม่ติดล่ะ...หญิงสาวใจฝ่อนึกลุ้นตลอดเวลา ว่าขอให้ปลายสายรับ พร้อมกับได้ยินเสียงอันคุ้นเคย
เพราะถ้าเกิดโทรไม่ติดหนทางสุดท้ายที่มานาลีต้องเสี่ยงดวง ก็คือการไปหาชายหนุ่มถึงบ้านดังนั้นการได้ยินเสียงของลายเสืออีกครั้ง มานาลีจึงดีใจเป็นที่สุด แทบอยากจะกระโดดโลดเต้นทะลุตู้โทรศัพท์เข้าไปกอดคนทางปลายสาย
“เมนี่มาเมืองไทยแล้วเหรอ...ไหนว่าจะตามมาอาทิตย์หน้าไง”
“ทำไมล่ะ...ก็เมนี่คิดถึงไทเกอร์นี่นา”หญิงสาวออดอ้อนตามสาย
‘ไทเกอร์’ ชื่อฝรั่งที่มานาลีเรียกจนติดหูนอกเหนือจากคำว่า ‘ดาร์ลิงค์’ เธอบอกสถานที่จะไปรอชายหนุ่มก่อนจะวางสายไป
แต่ลายเสือพอวางสายจากสาวลูกครึ่ง ก็พ่นลมหายใจทิ้ง ไม่รู้ว่าการมาเมืองไทยของมานาลีจะสร้างความวุ่นวายให้เขาหรือเปล่าเพราะที่ผ่านมาหญิงสาวก็ติดเขาแจจนแทบจะกระดิกกระเดี้ยวไปไหนลำบากแต่ตอนที่อยู่อเมริกา เขายังมีหนังหน้าไฟ เป็นเครื่องกำบังหลายคน
แต่ที่เมืองไทยนี่สิมานาลีคงจะไม่ห่างไปจากเขา เพราะเธอไม่รู้จักมักคุ้นกับใครที่นี่สถานที่พักพิงก็คงมีแต่บ้านของเขาเท่านั้น หวังว่าการมาของมานาลี คงจะมาแค่ ‘ชั่วคราว’ ไม่ใช่ ‘ถาวร’
ดังนั้นการจะไปรับมานาลีที่สนามบินมันต้องมีหนังหน้าไฟซักคน เผื่อเอาไว้เป็นกันชน ยามที่เขาจะต้องหลบจะต้องหลีกแล้วลู่ทางที่เขาพอมองเห็น จะเป็นใครไปไม่ได้...นอกจากชายหนุ่มผู้มีปากเป็นอาวุธ
แม้จะมีคารมดั่งเทพบุตรหากแต่บางครั้งก็สามารถจำแลงร่าง ให้คำพูดที่แสนหวานรื่นหูเปลี่ยนเป็นปลายฉมวกแหลมคม ทิ่มแทงให้ผู้ฟังเอือมระอาไปได้เช่นกัน
นึกดังนั้น...ลายเสือก็ต่อโทรศัพท์หากัลปพฤกษ์ทันที
“เฮ้ย!ไอ้ปลา เดี๋ยวข้าไปรับนะเว้ย”
........................................