ตอนที่ 2 โชคชะตา
แสงแดดจ้าหน้าเรือนจำแผดเผาจนตั้มต้องหยีตา เขาเดินออกมาพร้อมกับถุงบรรจุสัมภาระเพียงเล็กน้อยและความแค้นที่อัดแน่นจนเต็มอก สิ่งแรกที่เขาทำไม่ใช่การกลับไปดูบ้านหลังเก่าที่ตอนนี้คงถูกยึดไปแล้ว แต่เป็การมุ่งหน้าไปยังที่อยู่ที่เขาจดไว้ในใจ
นั้นคือที่อยู่ของ "ยศ" ชายคนที่เป็อดีตเอเย่นต์ขายของผิดกฎหมายรายใหญ่ที่เคยติดคุกห้องเดียวกับตั้ม ยศเกือบถูกนักเลงขาใหญ่ในคุกรุมสกรัมจนปางตาย ถ้าวันนั้นตั้มไม่เข้าไปขวางและช่วยจัดการพวกนั้นจนหมอบ
ยศจึงนับถือตั้มเป็พี่น้องั้แ่วันนั้น และเขายังบอกว่าถ้าออกจากคุกเมื่อไรก็ให้มาหาเขาได้ เขาจะช่วยเหลือทุกอย่างเลย
และแล้ววันนั้นก็มาถึง ตั้มมาถึงตึกแถวสภาพดีแห่งหนึ่งในย่านชานเมือง เขาเห็นยศที่บัดนี้ดูมีฐานะขึ้นจากการกลับไปทำธุรกิจ
เมื่อเห็นหน้าตั้ม ยศก็รีบปรบมือและตรงเข้ามาสวมกอดทันที
“พี่ตั้ม! ในที่สุดพี่ก็ได้ออกมาแล้วสินะ ผมรอวันนี้มาตลอดเลย”
ตั้มยิ้มบางๆ ที่มุมปากเป็การทักทาย
ทั้งคู่สนทนากันอย่างมิตรแท้ ยศเล่าว่าชีวิตข้างนอกเปลี่ยนไปมาก ส่วนตั้มเองก็เล่าเื่ในคุกตอนที่ยศออกไปแล้ว ยศรู้ดีว่าพี่ชายคนนี้ออกมาเพื่อจุดประสงค์เดียว
“พี่อยากแก้แค้นพวกเธอใช่ไหม? ผมเข้าใจดี...แต่ตอนนี้พี่พึ่งออกมา พี่ต้องมีที่พัก มีงานทำก่อน”
ยศยื่นปึกเงินหนาจำนวนหนึ่งให้ตั้มเพื่อให้ไปตั้งตัว พร้อมกับหางานให้
“เพื่อนผมเปิดผับอยู่ มัน้าการ์ดไว้ช่วยดูแลร้านอยู่พอดี เดี๋ยวพี่ไปหาห้องเช่า แล้วพรุ่งนี้ไปตามที่อยู่นี้นะ เดี๋ยวผมจะบอกเพื่อนไว้ให้”
ตั้มรับเงินมาด้วยความซาบซึ้ง เขาจับไหล่ยศแน่นเป็การขอบคุณ ก่อนจะเดินออกมาจากที่นั่นเพื่อหาห้องเช่าเล็กๆ ที่เงียบสงบเพื่อเป็ที่พัก
ภายในห้องเช่าราคาถูก ตั้มถอดเสื้อออก เผยให้เห็นกล้ามเนื้อที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็
จากนั้นเขาก็นอนพักโดยคิดถึงแต่เื่ที่จะแก้แค้นพวกเธอ
วันต่อมาเขาก็เดินทางไปที่ผับ
ภายในผับหรูแห่งหนึ่งแสงไฟนีออนสลับสีและเสียงเพลงบีทหนัก ๆ ปะทะเข้ากับโสตประสาทของตั้มทันทีที่เขาก้าวเข้ามา
เ้าของร้านเป็ชายวัยกลางคนท่าทางภูมิฐาน เขามองสำรวจตั้มั้แ่หัวจรดเท้า เขาเห็นรูปร่างที่สูงกว่า 180 เิเ และกล้ามเนื้อที่อัดแน่นภายใต้เสื้อเชิ้ตสีดำพอดีตัวของตั้ม ทำให้เ้าของร้านพยักหน้าอย่างพอใจ
“หน่วยก้านดีนี่หว่า ยศมันตาถึงจริง ๆ เริ่มงานคืนนี้เลยแล้วกัน”
ตั้มรับคำสั้น ๆ แล้วเริ่มทำงานทันที เขาประจำการอยู่ที่จุดตรวจและคอยเดินตรวจตราภายในร้าน แววตาที่ดุดันและนิ่งขรึมของเขาทำให้เขาดูน่าเกรงขาม ตั้มทำงานได้อย่างไร้ที่ติจนกลายเป็ที่ไว้วางใจในเวลาไม่นาน
สองสัปดาห์ต่อมา...
ในขณะที่ตั้มกำลังยืนเฝ้าสังเกตการณ์อยู่บริเวณมุมมืดใกล้ทางออก เสียงใส ๆ ของหญิงสาวคนหนึ่งก็ดังขึ้นขัดจังหวะความคิดของเขา
“นี่พี่การ์ด มาช่วยพาลูกค้าขึ้นแท็กซี่หน่อยสิ”
ตั้มรีบเข้าไปช่วยหญิงสาวคนนั้นพยุงแขกที่เมามายออกไปส่งที่รถ เมื่อเสร็จธุระเขาก็หันกลับมาประจันหน้ากับเธออย่างจังภายใต้แสงไฟนีออนสลัวหน้าคลับ
เธอยืนยิ้มให้เขาพร้อมกับปัดผมยาวสลวยสีดำขลับที่ยาวถึงกลางหลัง ตั้มถึงกับชะงักไปครู่หนึ่ง เขาไม่ได้ััหรืออยู่ใกล้ชิดกับผู้หญิงที่สวยขนาดนี้มานานกว่า 8 ปี ใบหน้าของเธอดูจิ้มลิ้มน่ารัก ดวงตาเรียวสวยที่แต่งแต้มมาอย่างดีรับกับรอยยิ้มสดใสที่เผยให้เห็นเหล็กดัดฟันซึ่งทำให้เธอดูอ่อนวัยและมีเสน่ห์ขี้เล่น
สายตาของตั้มไล่สำรวจรูปร่างของเธออย่างห้ามไม่ได้ เธอสวมชุดเดรสสีแดง ชุดนั้นรัดรูปโชว์ส่วนโค้งเว้าของร่างกายอย่างชัดเจน สายเดี่ยวเส้นเล็ก ๆ เผยให้เห็นผิวบริเวณหัวไหล่ที่ขาวเนียน ความสั้นของชุดทำให้เห็นเรียวขาขาวผ่องท่ามกลางแสงไฟยามค่ำคืน
“ขอบคุณนะพี่...ว่าแต่พี่ชื่ออะไรอะ...ไม่คุ้นหน้าเลย”
เธอมองหน้าตั้มพลางเอียงคอถาม
ตั้มพยายามปรับเสียงให้ปกติแม้ใจจะเต้นแรง
“พี่ชื่อตั้ม...เพิ่งเริ่มงานได้ไม่นาน”
“อ้อ...หนูชื่อจูนนะพี่ตั้ม ยินดีที่ได้รู้จัก ยังไงก็ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะ หนูอาจจะต้องรบกวนพี่บ่อย ๆ”
เธอยิ้มกว้างอย่างเป็มิตร
ตั้มตอบ
“ไม่เป็ไรครับ มันเป็หน้าที่พี่อยู่แล้ว เรียกพี่ได้ตลอดเลยนะ”
จูนพยักหน้าตอบด้วยท่าทางร่าเริง
“ได้เลยพี่ตั้ม”
แล้วเธอก็หมุนตัวเดินกลับเข้าไปในร้าน ทิ้งให้ตั้มมองตามแผ่นหลังและสะโพกที่ส่ายไหวตามจังหวะการเดิน ความสวยและความเป็มิตรของจูนทำให้หัวใจเขาสั่นไหว
หลายสัปดาห์ผ่านไป ชีวิตของ ตั้ม ในฐานะการ์ดที่ผับเริ่มเข้าที่เข้าทาง จูนมักจะแวะเวียนมาคุยเล่นกับเขาที่จุดการ์ดเสมอ เธอเป็ผู้หญิงคุยเก่ง ขี้อ้อน และเป็กันเอง ทุกครั้งที่เธอหัวเราะหรือขยับตัว ชุดทำงานที่รัดรูปของเธอมักจะอวดสัดส่วนโค้งเว้าที่เย้ายวนจนตั้มอดใจไม่ไหวที่จะแอบมอง โดยเฉพาะเรียวขาขาวเนียนและเนินอกที่วูบไหวไปตามจังหวะการหัวเราะ
ตั้มคิดในใจขณะมองดูจูนเดินส่ายสะโพกกลับเข้าไปรับแขก
“เราติดคุกมาตั้งนาน ขอมีความสุขใน่เวลานี้หน่อยแล้วกัน”
จนกระทั่ง...คืนแห่งโชคชะตาก็มาถึง คืนนั้นตั้มเข้าเวรหน้าประตูร้านตามปกติ ก็มีรถสีดำคันหรูแล่นมาจอด ประตูเปิดออกพร้อมกับรองเท้าส้นสูงสีแดงที่ก้าวลงมาเหยียบพื้นอย่างมั่นใจ
ตั้มยืนนิ่งแข็งทื่อ ราวกับถูกสาป ร่างที่ปรากฏตรงหน้าคือ “นัตตี้” หนึ่งในสี่สาวในคืนนั้น ที่เขาไม่มีวันลืม